xs
xsm
sm
md
lg

เสน่ห์เส้นสายและสีสัน ดื่มด่ำความงามกับภาพจิตรกรรมสุดโปรด ของ ชญาฎา อยู่วิทยา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วันนี้ (27 ก.ค.) ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ชั้นนำตามเมืองต่างๆกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการเดินทางของ คุณน้ำฝน-ชญาฎา อยู่วิทยา ภรรยาสุดสวยของ คุณพีท-พลศักดิ์ อยู่วิทยา หลานปู่เจ้าสัวเฉลียว อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง รุ่นที่ 3 อย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยคอลเลกชั่นงานระดับเทพของจิตรกรเอกชื่อก้องโลก ซึ่งการเดินทางเข้า-ออกพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ เพื่อเสพและซึมซับงานศิลปะบนผืนผ้าใบของศิลปินดังหลากหลาย กลายเป็นงานอดิเรกที่ลึกซึ้งเปี่ยมคุณค่าที่เธอบอกว่า เป็นความสุขที่สุดในห้วงเวลานี้

คุณน้ำฝน เล่าถึงแรงบันดาลใจของความชื่นชอบภาพจิตรกรรมว่า เริ่มแรกมาจากความรักในงานศิลปะ ในช่วงที่ทำงานหลายครั้งต้องบินไป-มาทั่วโลกอยู่บ่อยๆ หลายครั้งได้พบเห็นภาพเขียนในที่ต่างๆ ได้จ้องมองก็รู้สึกชื่นชอบ และรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดศิลปะและเหล่าศิลปินเจ้าของผลงานเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว

"เกือบทุก 3-4 เดือนฝนกับคุณพีทจะต้องเดินทางไปยุโรป ทุกครั้งหลังเสร็จภารกิจงานแล้วเราจะแวะปารีสเป็นประจำ ทำให้ได้มีโอกาสศึกษางานศิลปะและศิลปินชื่อดังมากขึ้น เพราะปารีสมีพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะเยอะ จนช่วงหลังการไปดูงานศิลปะกลายเป็นจุดมุ่งหมายของทริปไปเลย นอกจากปารีสที่มีโอกาสได้แวะไปบ่อยๆ ก็จะมีพิพิธภัณฑ์ที่นิวยอร์กที่ฝนจะชอบมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่ The Museum of Modern Art (MOMA) ซึ่งเวลาที่ฝนไปดูงานศิลปะทีฝนจะใช้เวลาค่อนข้างเยอะ บางทีไปที่เดียวใช้เวลาก็หลายวัน นอกจากนี้ก็มีบินไปบ้านศิลปินหรือสถานที่จริงที่ศิลปินนั้นๆวาดรูปเลยก็มี ซึ่งฝนโชคดีที่คุณสามีน่ารัก เค้าเข้าใจและสนับสนุนในสิ่งที่ฝนชอบทุกอย่าง”
คุณน้ำฝน บอกว่า ทุกภาพที่ได้ดูได้สัมผัส เธอรู้สึกว่ามีเรื่องราวที่น่าสนใจให้อยากค้นหา แต่ละภาพบอกเรื่องราวของประวัติศาสตร์ยุคนั้นได้ดี ลงลึกไปส่วนสำคัญคือฝีแปรงและเส้นสายที่ศิลปินบรรจงวาดสะท้อนอารมณ์และเรื่องราวของศิลปินคนนั้นได้ดี ตรงนี้ถือเป็นเสน่ห์ที่เธอสนใจและอยากรู้ ดังนั้น พอกลับมาบ้านเธอจึงต้องรีบค้นเรื่องราวของเขามาอ่านประดับความรู้ทันที

"ฝนชอบงานยุคอิมเพรสชั่นนิสม์ ศิลปินที่ฝนชื่นชอบเป็นพิเศษจะมีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจน หรือถ้าไม่ใช่ที่ฝีแปรงที่มีเอกลักษณ์ หรือใช้สีที่โดดเด่น ก็ต้องที่ไอเดียไม่เหมือนใคร ศิลปินที่ฝนชอบมากจะมี Vincent van Gogh, Pablo Picasso, Gustav Klimt, Paul Cézanne และ Henri Matisse นอกจากนี้ก็จะมี Amedeo Modigliani และ Claude Monet ซึ่งแต่ละคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมากๆ เป็นงานศิลปะที่ยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์”

ศิลปินเจ้าของภาพจิตรกรรมชื่อดังล้ำค่าอันดับต้นๆ ในดวงใจ คุณน้ำฝนยกให้ วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) ศิลปินผู้สร้างงานอมตะสุดมหัศจรรย์แต่ชีวิตแสนสั้นรันทด เป็นอีกคนที่คุณน้ำฝนชื่นชอบมาก ผลงานแวนโก๊ะโดดเด่นด้วยความงดงาม เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก และมีสีสันสดใส แต่ชีวิตจริงของเขากลับหม่นหมองทุกข์ระทม แวนโก๊ะต้องพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องต่อสู้กับอาการป่วยทางจิต เป็นคนยากจนและไร้ชื่อเสียงตลอดชีวิต แวนโก๊ะจบชีวิตลงด้วยการยิงตัวตายที่วัยเพียง 37 ปี เขามีชีวิตที่แสนสั้นน่ารันทดตรงกันข้ามกับผลงานศิลปะสุดมหัศจรรย์ที่เขาสร้างสรรค์โดยสิ้นเชิง
“แวนโก๊ะ เรียกได้ว่าเป็นศิลปินคนแรกๆเลยที่ทำให้ฝนเริ่มมาสนใจงานศิลปะ เพราะเคยได้มีโอกาสไปดูพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ มิวเซี่ยมที่เนเธอร์แลนด์แล้วประทับใจมาก เป็นจุดที่เริ่มเข้าใจว่าภาพศิลปะที่ดีเป็นยังไง ชอบมากขนาดที่เคยบินไปตามรอยแวนโก๊ะ ที่เมืองไรมส์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ได้ไปตามสถานที่ต่างๆที่แวนโก๊ะเคยวาดไว้ ซึ่งตอนที่ไป ก็ได้เห็นสีสันสดใส สีของท้องฟ้าแถบทะเลเมอร์ดิเตอร์เรเนียน ได้เห็นต้นไซปรัส ได้เห็นต้นข้าว ก็ทำให้รู้สึกถึงภาพเขียนของแวนโก๊ะได้จริงๆ ภาพเขียนของแวนโก๊ะมีสเน่ห์ตรงฝีแปรงที่หยาบและหนา แต่กลับถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างยอดเยี่ยม”

สำหรับ ปาโบล ปีกัสโซ(Pablo Picasso) อัจฉริยะศิลปินเปี่ยมพรสวรรค์ผู้สร้างสรรค์ศิลปะหลากสไตล์นั้น คุณน้ำฝนบอกว่า ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 ปีกัสโซมีผลงานชั้นยอดมากมาย เช่น ภาพ Guernica และ Les Demoiselles d’Avignon ผลงานของเขาได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงในระดับสูงสุดตลอดหลายสิบปีในชีวิตการเป็นศิลปิน หากมิใช่อัจฉริยะผู้เปี่ยมพรสวรรค์คงไม่สามารถสร้างสรรค์ศิลปะหลากหลายสไตล์อย่างเขาได้
“ฝนชอบปิกัสโซ เพราะมีความสร้างสรรค์ในงานศิลปะมาก ความกล้าคิดกล้าทำกล้านำเสนอในสิ่งใหม่ทำให้เขาเป็นผู้นำของศิลปะสมัยใหม่ที่ได้รับการยอมรับและมีอิทธิพลต่อวงการศิลปะมาตลอด ล่าสุดเมื่อปีที่แล้วฝนได้มีโอกาสไปนิทรรศการของปิกัสโซที่ปารีส นิทรรศการเป็นงานยุคBlue and Rose Periods ถือว่าที่เป็นผลงานช่วงแรกและเป็นช่วงสั้นๆชองปิกัสโซที่หาดูได้ยาก งานปิกัสโซที่ฝนมากเป็นพิเศษ จะเป็นรูปที่วาดภรรยาน้อยของเค้าที่ชื่อ Marie-Thérèse Walter เพราะภาพส่วนมากจะออกมาดูอ่อนหวาน ผมสีบลอนด์ประบ่าของมารี ทำให้ภาพดูมีเสห่น์มาก นอกจากนี้ที่ชอบที่สุดก็คงไม่พ้น ยุค Cubism ที่เป็นเอกลักษณ์ของปิกัสโซ งานปิกัสโซมีงานหลายยุค ซึ่งแต่ละยุคแนวคิดหรือสไตล์ก็จะเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาชีวิต”

กุสตาฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) ศิลปินที่ถูกยกย่องว่าวาดภาพผู้หญิงได้งามที่สุด ภาพเขียนของคลิมท์มักจะมีรูปคน (figure)แสดงเนื้อหาผสานกับองค์ประกอบนามธรรมที่มีสีสันงดงาม ความโดดเด่นนี้ เป็นเอกลักษณะเฉพาะของตนเอง ภาพของเขาได้ชื่อว่าสวยและราคาแพงที่สุดในโลก คือภาพเขียนผู้หญิงสีทองที่วาดเมื่อปี 1907 ได้ฉายาว่า "โมนาลิซาแห่งออสเตรีย" มีชื่อ อาเดเลอ บล็อค-เบาเออร์ภรรยาของเจ้าของโรงงานน้ำตาลชาวยิว ที่มาว่าจ้างให้ คลิมท์ เขียนให้ ภาพนี้ใช้เวลาวาดถึง 4 ปี คิดเป็นเงินไทยถึง 5,400 ล้านบาท
“กุสตาฟ คลิมท์ เป็นศิลปินชาวเวียนนา ฝนเคยได้มีโอกาสดูภาพของคลิมท์ ที่พิพิธภัณฑ์ Neue Galerie ที่นิวยอร์ค ฝนยังจำความรู้สึกตอนที่ได้เห็นรูป Adele Bloch-Bauer I ครั้งแรกได้เลย ประทับใจมาก หลังจากนั้นก็เริ่มตามดูผลงานมาตลอด คลิมท์วาดผู้หญิงได้ดูอ่อนละมุนมาก งานที่ฝนชอบมากที่สุดของคลิมท์ คือช่วง Golden Phase ที่ใช้ทองคำเปลวในงานศิลปะ ทำให้ภาพหรูหรา เป็นเอกลักษณ์ และมีเสน่ห์มากค่ะ”

ขณะที่ศิลปินชาวฝรั่งเศส ปอล เซซาน (Paul Cézanne) จิตรกรในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนภาพสีน้ำมัน งานของเซซานเป็นงานที่วางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงจากศิลปะในยุคอิมเพรสชั่นนิสม์ของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไปสู่ศิลปะบาศกนิยมของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นแนวที่ทั้ง อ็องรี มาติส และปาโบล ปีกัสโซ ยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ของศิลปินชื่อดังระดับโลกมากมาย

“ปอล เซซาน เป็นศิลปินอีกหนึ่งท่านที่ฝนเคยมีบินไปดูสตูดิโอของจริงที่เซซานใช้วาดภาพและอาศัย อยู่ที่เมือง Aix-en-Provence ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ส่วนตัวฝนชอบสถานที่นี่มาก เล็กๆ เงียบสงบ มีเสน่ห์ยังไงบอกไม่ถูก ภายในสตูดิโอก็จะมีสิ่งของต่างที่เซซานใช้เป็นหุ่นนิ่งสำหรับวาดภาพ ซึ่งของที่เซซานใช้วาดจริงๆก็ยังอยู่ในสตูดิโอนี้ ภาพวาดของเซซานมีเอกลักษณ์มาก โทนสีที่ใช้ และลักษณะฝีแปรงสั้นๆ และค่อยสร้างขึ้นจนซับซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นด้วยตาและเป็นรูปทรงนามธรรมของธรรมชาติในขณะเดียวกัน”

นอกจากนี้ยังมีศิลปินชาวฝรั่งเศสที่มีความสามารถหลายด้าน เป็นทั้งจิตรกร ประติมากร ศิลปินภาพพิมพ์ นักออกแบบ นักทฤษฎีศิลป์ และเป็นนักคิดคนสำคัญ อย่าง อ็องรี มาติส (Henri matisse) บุคคลที่สำคัญที่สุดกลุ่มคติโฟวิสต์ ผลงานการวาดรูปของเขาจะโดดเด่นในการที่ใช้สีสันตัดกันอย่างลื่นไหลลงตัว ซึ่งคุณน้ำฝนก็ชื่นชอบไม่แพ้ใครเช่นกัน

"อ็องรี มาติสส์ เป็นศิลปินที่ฝนเพิ่งมาชอบช่วงหลังๆ เพราะหลายครั้งที่เห็นรูปแล้วรู้สึกว่าชอบ ก็เลยเริ่มตามศึกษางานดู มาตีสส์เป็นศิลปินอิมเพรสชั่นนิสต์ แต่ก็ได้รับอิทธิพลจากพวกโพสต์อิมเพรสชั่นนิสต์ด้วยเหมือนกัน สีสันที่จัดจ้านและสไตล์การวาดของเค้ามีเสห่น์มาก โดยเฉพาะภาพวาดช่วงที่เค้าวาดหลังจากการไปเที่ยวที่โมร็อคโค นอกจากนี้งานช่วงหลังเค้าป่วยเป็นโรคมะเร็งและเข้ารับการผ่าตัด จนต้องนั่งรถเข็น เค้าก็เริ่มสร้างงานศิลปะแบบตัดปะกระดาษที่เรียกว่า "gouaches découpés" ทำให้เขาได้ทำงานศิลปะในสื่อชนิดใหม่ที่เรียบง่ายแต่ก็สนุกสนานรื่นเริงด้วยสีสันและรูปทรงเรขาคณิต สวยมากเหมือนกันค่ะ”

“แต่ละปีที่โตขึ้น สิ่งนึงที่ฝนได้เรียนรู้จากงานศิลปะ คือฝนได้เข้าใจมูลค่าของสิ่งของที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่มูลค่าตามป้ายราคาที่ติด แต่ฝนมองเห็นคุณค่าของเรื่องราวและรายละเอียด ที่มาพร้อมความงามกับความหลงใหล และทำให้ฝนมีความเชื่อว่า ทุกอย่างที่ทำถ้าเราทำด้วยความรัก มักจะมีความหมายมากกว่าเสมอ” คุณน้ำฝนกล่าวทิ้งท้าย








กำลังโหลดความคิดเห็น...