xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 14-20 ก.ค.2562

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

(ซ้าย) น.ส.แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา และนางลัดดาวัลย์ หรือนิลุบล มารดา น.ส.แพรวา (ขวา) นางถวิล เช้าเที่ยง แม่ค้าขายพวงมาลัย มารดาของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ ดร.เป็ด นักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. 1 ใน 9 ผู้เสียชีวิต
1.สังคมจวกยับ “แพรวา 9 ศพ” ยังไม่ชดใช้ผู้เสียหายตามคำสั่งศาลฎีกา 24 ล้าน ด้าน “พ่อแม่แพรวา” อ้างรอขายที่ ยันไม่ย้ายทรัพย์หนี!
ภาพคืนเกิดเหตุ หลัง น.ส.แพรวา ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด และเฉี่ยวชนรถตู้ จนมีผู้เสียชีวิต 9 ศพ
สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากและมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง คือกรณี น.ส.แพรวา หรือ น.ส.รวินภิรมย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนทางยกระดับโทลเวย์ขาเข้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค.2553 ซึ่งจนถึงวันนี้ เหตุการณ์ผ่านมา 9 ปีแล้ว แต่จำเลยในคดีนี้ยังไม่ยอมชดใช้เยียวผู้เสียหาย ทั้งที่ศาลฎีกาได้พิพากษาวันที่ 8 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา ให้จำเลย 4 คน ประกอบด้วย น.ส.แพรวา คนก่อเหตุ, พ.อ.รัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา บิดา น.ส.แพรวา, นางลัดดาวัลย์ หรือนางนิลุบล มารดา น.ส.แพรวา และนายสุพิรัฐ จ้าววัฒนา ผู้ครอบครองรถคันก่อเหตุ ฐานรู้เห็นยินยอมให้ น.ส.แพรวา ที่ยังเป็นผู้เยาว์ไม่มีใบอนุญาตขับรถนำรถไปขับ ทั้งนี้ ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กลุ่มโจทก์ในคดีนี้จำนวน 28 คน เป็นเงินกว่า 24.7 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ขณะนี้ผ่านมาเกือบ 3 เดือนแล้ว จำเลยยังคงเพิกเฉย ไม่ยอมชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาลแต่อย่างใด

เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การไม่รับผิดชอบของ น.ส.แพรวาและครอบครัว ทั้งที่ญาติของผู้เสียชีวิตบางรายต้องดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก เช่น นางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 71 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัยเลี้ยงชีพอยู่ในตลาดเทศบาลเมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นมารดาของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ ดร.เป็ด นักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. ซึ่งเพิ่งจบปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษ 1 ใน 9 ผู้เสียชีวิตจากการขับรถโดยประมาทของ น.ส.แพรวา นางถวิลกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ทางญาติๆ ของคนตายได้มารวมกลุ่มกัน ตอนนี้ก็รอให้ทางคู่กรณีติดต่อมา และรอทางทนายด้วย ซึ่งได้มีการพูดคุยกับทางทนายแล้วว่า ถ้าไม่มีการมาเยียวยา ก็จะต้องให้มีการบังคับคดี เพื่อดูว่าเขามีทรัพย์สินอะไรบ้าง โดยทำตามขั้นตอนของศาล ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่านานแค่ไหน และไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงตอนนั้นหรือไม่

ด้าน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีต สนช.และอดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก (ทบ.) ได้ออกมาขู่ฟ้องดำเนินคดีผู้ที่นำราชสกุลของตนไปเหมารวมกับคดีแพรวา 9 ศพ โดยชี้ว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนบุคคล แต่เอานามสกุลไปวิพากษ์วิจารณ์และโยงไปถึงต้นตระกูลมันถือว่าไม่แฟร์ โดยเฉพาะโยงไปถึง พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นบิดา ที่ประกอบคุณงามความดี เป็นทหารรับใช้แผ่นดินไทยมากมาย

ขณะที่นางลัดดาวัลย์ หรือนางนิลุบล เทพหัสดิน ณ อยุธยา มารดาของ น.ส.แพรวา ได้เปิดใจผ่านรายการโทรทัศน์อ้างสาเหตุที่ชดใช้ค่าเสียหายแก่ญาติผู้เสียชีวิต 9 ศพล่าช้าว่า อยู่ระหว่างประกาศขายที่ดินที่ปราณบุรี-สามร้อยยอด 21 ไร่ มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท และที่ดินที่หมู่บ้านเมืองทอง 300 ตารางวา มูลค่าประมาณ 55 ล้านบาท เพื่อนำมาชดใช้ค่าเสียหาย แต่ยังขายไม่ได้ เพราะคนที่จะซื้อกังวลว่าจะเป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ จะทำให้ผิดทั้งครอบครัวเราและคนรับซื้อเราไปด้วย ทั้งที่ตั้งใจขายเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย และว่า เศรษฐีท่านใดมีเงินมากพอ กรุณาซื้อที่ดิน จะได้นำไปเยียวยาตามคำสั่งศาล ยืนยันไม่คิดจะย้ายทรัพย์หนี และเรียนถึงรัฐมนตรียุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน ร้องขอให้ช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมเยียวยาผู้เสียหายแทนไปก่อน ทางเราจะเป็นลูกหนี้กองทุนยุติธรรมแทน เพื่อจะได้ไม่ช้า เพราะเห็นใจทุกคน

นางลัดดาวัลย์ ยังกล่าวด้วยว่า “ผ่านมา 9 ปีก็จริง แต่สำหรับครอบครัวเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวานทุกวัน ไม่มีใครมีความสุข เขาทุกข์ เราก็ทุกข์ ลูกเราอยู่เหมือนตายทั้งเป็น เพียงแต่เขามีชีวิตอยู่ให้เราเห็นหน้า ทุกคนอยู่ได้ด้วยยานอนหลับ วันไหนไม่กิน ก็ตี 4 ตี 5 ที่จะนอนหลับได้ ไม่มีวันไหนมีความสุข น้องอยู่กับพ่อแม่ เหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า เราอยู่ด้วยความหวาดระแวงว่า ลูกจะฆ่าตัวตายวันไหน”

อย่างไรก็ตาม หลังนางลัดดาวัลย์บอกว่า น.ส.แพรวาเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า ปรากฏว่า กระแสโซเชียลได้แชร์ภาพ น.ส.แพรวา กำลังสนุกสนานในหมู่เพื่อนๆ รวมถึงภาพ น.ส.แพรวากำลังเข้าพิธีแต่งงาน

ซึ่งภายหลัง นายสรวีย์ รัฐพิทักษ์ถิรดา อดีตสามี น.ส.แพรวา ได้ออกมาขอความเห็นใจจากสังคมว่าอย่าโยงเรื่องการแต่งงานกับ น.ส.แพรวา เพราะได้เลิกรากันมา 4 ปีแล้ว พร้อมชี้แจงว่า ตนแต่งงานกับ น.ส.แพรวาช่วงกลางปี 2557 และหย่ากันกลางปี 2558 เพราะเรื่องอายุและทัศนคติที่ไม่ตรงกัน และว่า ก่อนแต่งงานและระหว่างใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ทราบเรื่องคดีความ แต่ได้เลิกรากันก่อนที่คดีความจะสิ้นสุด พร้อมยืนยัน ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคดี และไม่เคยใช้ตำแหน่งในการช่วยเหลือตามที่สังคมกำลังกล่าวหา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. นายสุชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขานุการของราชสกุล พร้อมด้วยนายณัฐพล ทองคำ ทนายความประจำราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงว่า คดี น.ส.แพรวา เป็นเรื่องส่วนตัว ขอให้สังคมแยกแยะระหว่างราชสกุลและบุคคล เพราะเป็นตระกูลใหญ่ ยืนยันว่า ราชสกุลไม่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จึงมีมติรวบรวมเงิน 5 แสนบาทเป็นเช็ค เพื่อมอบเป็นกองทุนให้ผู้เสียหายใช้ในการติดตามบังคับคดีให้ได้รับชดใช้เงินตามคำพิพากษาของศาล พร้อมย้ำว่า เงินจำนวนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินชดเชยตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ขอให้ผู้เสียหายติดต่อเข้ามายังตน ยืนยันว่า ผู้เสียหายจะได้รับการชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาตามคำพิพากษาของศาลอย่างแน่นอน พร้อมฝากไปยังครอบครัว น.ส.แพรวาด้วยว่า เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ขอให้ออกมาขอโทษสังคมต่อสิ่งที่ตนเองกระทำผิดพลาดไป เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจขึ้น เพราะทางเราไม่อยากเห็นความแตกแยกในสังคม และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียหายอีกครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ศุภชัย ใจรักชาติ ได้โพสต์ข้อความว่า ในหลวงพระราชทานเงินส่วนพระองค์เยียวยาผู้เสียชีวิตในคดีแพรวา 9 ศพ รายละ 1 แสนบาท ซึ่งมีการแชร์โพสต์ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง แต่ภายหลังได้มีการตรวจสอบยืนยันแล้วว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

2.“ในหลวง” ทรงให้กำลังใจ ครม.ใหม่เข้มแข็งอดทน-ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง ด้าน พท.เตรียมถล่มนโยบาย รบ.-14 รมต.!
(บน) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ (ล่าง) ครม.ชุดใหม่ถ่ายรูปร่วมกัน
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสถึงการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ความตอนหนึ่งว่า “ขอถือโอกาสนี้ ให้พรให้ท่านมีกำลังใจ ความมั่นใจ ความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใดๆ ก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆ ก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องแก้ปัญหาและเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้าตรงจุดและมีความเข้มแข็งอดทน ก็ขอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลได้มีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี ด้วยความถูกต้องต่อไป”

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพระราชดำรัสหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ซึ่งทุกคนปลื้มปีติ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในครั้งนี้ โดยทุกคนถวายสัตย์ฯ ว่า จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป พระองค์ท่านได้พระราชทานกำลังใจแก่คณะรัฐมนตรีทั้งหมด ให้ทำงานได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ทำให้ทุกคนปลาบปลื้ม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงรัฐมนตรีใหม่ด้วยว่า “ผมยินดีที่ทุกคนมาช่วยงาน จะได้ไม่มีปัญหากันต่อไปในอนาคต ที่ผ่านมามีปัญหากันอยู่บ้าง แต่เราได้พิสูจน์แล้วว่า เราได้เดินหน้าประเทศมาถึงวันนี้ ได้รัฐบาลใหม่อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่เราต้องเตรียมการกันต่อไปคือ การแถลงนโยบายและการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งจะมีการหารือกันเพื่อให้เดินหน้าไปสู่ความเรียบร้อย ประเทศชาติหยุดไม่ได้ จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม แต่เราต้องยุติปัญหาบางปัญหาที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้บ้าง และสร้างความรัก ความสามัคคี เพื่อประเทศชาติให้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งหลักชัยของเราคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงประชาชนด้วย”

ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ว่า พรรคมีความพร้อม โดยจะอภิปราย 3 หัวข้อใหญ่ที่ผูกโยงกัน คือ 1.ตัวนโยบายที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาลที่หลากหลายบนการต่อรองผลประโยชน์ จึงขาดเอกภาพทางความคิด ขายผ้าเอาหน้ารอดเท่านั้น 2.ตัวบุคคล คือ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคนมีคุณสมบัติสีเทา ขัดจริยธรรมและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเฉพาะตัวนายกฯ ที่อยู่ระหว่างรอศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดว่า เป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่

และ 3.เรื่องรัฐธรรมนูญที่บางพรรคใช้เป็นเหตุผลตระบัดสัตย์เข้าร่วมรัฐบาล โดยอ้างว่า เพื่อให้เกิดการแก้ไข หากไม่ปรากฏในนโยบาย ก็จะเป็นการตระบัดสัตย์ซ้ำซาก ไม่สมควรอาสารับใช้ประชาชนอีกต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญถือเป็นรากฐานของการสร้างความเชื่อมั่น แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับเป็นเงื่อนไขให้เกิดความไม่ปรองดอง สร้างกลไกที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย จนทำให้ประเทศไม่เกิดความน่าเชื่อถือในสายตานานาอารยประเทศ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลละเลย ไม่เร่งแก้ไข ผลงานของรัฐบาลก็ยากที่จะเกิดผล

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นอกจากฝ่ายค้าน ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย จะอภิปรายนโยบายรัฐบาลแล้ว ยังจะอภิปรายตัวรัฐมนตรีด้วย โดยตั้งเป้าไว้ 14 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 4.นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 5.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

6.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 7.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 8.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 9.นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 10.นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 11.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 12.ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 13.นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ14.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

3.ศาล รธน.รับวินิจฉัย “บิ๊กตู่” เป็น จนท.อื่นของรัฐหรือไม่ พร้อมรับวินิจฉัย พรรคและแกนนำ อนค.ล้มล้างการปกครองหรือไม่!
(บน) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ล่าง) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านจำนวน 110 คนที่ขอให้ศาลฯ พิจารณาวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีปัญหาขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง เนื่องจากเป็นหัวหน้า คสช. เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ( 4 ) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98(15) หรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้แจ้งประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้ถูกร้อง เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมายังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับสำเนาคำร้อง

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสองบัญญัติเงื่อนไขไว้ว่า “จะต้องปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง” ซึ่งตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องไม่ปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้องที่จะทำให้เกิดความเสียหายแต่ประการใด ประกอบกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้มีคำร้องขอในส่วนนี้ จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 รับคำร้องที่นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องขอให้ศาลฯ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้อง 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่า นายณฐพรได้ใช้สิทธิร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคสองแล้ว แต่อัยการสูงสุดไม่ดำเนินการภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคสามที่นายณฐพรจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องและแจ้งนายณฐพรทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้ง 4 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

ด้านนายณฐพร โตประยูร ซึ่งยื่นคำร้องดังกล่าว เผยว่า ตนไปยื่นร้องเรื่องนี้เงียบๆ ประเด็นที่ร้องมีหลายประเด็น ทั้งพฤติกรรมการกระทำของหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ที่มีการเขียนในลักษณะไม่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นร้องต่ออัยการสูงสุด และทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยเตรียมที่จะยื่นเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

นายณฐพรยืนยันด้วยว่า การดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีเบื้องหลัง หรือไปรับงานใครมา รวมทั้งไม่ได้ทำเพราะโกรธแค้นหรือมีปัญหาอะไรกับนายธนาธร นายปิยบุตรมาก่อน เพราะไม่เคยรู้จัก เพียงแต่ตนเห็นว่า การกระทำของแกนนำและพรรคอนาคตใหม่มีลักษณะเอาระบอบประชาธิปไตยมาอ้าง แต่แท้จริงแล้วมีเจตนาที่ไม่ดีต่อสถาบันเบื้องสูง “ก่อนหน้านี้ผมเป็นที่ปรึกษาหลายองค์กร ก็ลาออกจากทุกตำแหน่งมาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย ถ้าได้อ่านสำนวนที่ผมทำเต็ม ๆ จะเข้าใจว่า มันเป็นเรื่องประชาธิปไตยโดยตรง ผมไม่ต้องการให้ใครแอบแฝงเอาประชาธิปไตยมาอ้าง ผมเก็บข้อมูลของเขาตั้งแต่พฤติการณ์เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมถึงข้อบังคับพรรคบอกได้เลยว่า มันเป็นอันตรายกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายณฐพร เคยเป็นอดีตทนายความของนายวีระ สมความคิด อดีตทนายความเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ และอดีตที่ปรึกษากฎหมายของประธานผู้ตรวจการแผ่นดินมาก่อน

ส่วนคำร้องที่ กกต. ขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็น ส.ว. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ เนื่องจากทั้ง 4 รัฐมนตรีถือครองหุ้นสัมปทานรัฐ ซึ่งที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปราย เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงไม่ทำการไต่สวน และนัดออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 27 ส.ค. เวลา 14 .00น. อย่างไรก็ตามหลังจากนี้หากคู่กรณีประสงค์จะยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือ สามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง

4.เด้ง “ณัฏฐ์” พ้นรองเลขาฯ กกต. คาดเซ่นจัดเลือกตั้งป่วน ด้านประธาน กกต.ยันสลับงานตามวาระ ไม่เกี่ยวเลือกตั้ง!
นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน กกต. เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานประเภทบริหารระดับสูง และคำสั่งเรื่องมอบอำนาจของเลขาธิการ กกต.ให้รองเลขาธิการ กกต. และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่แทน และได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งทั้ง 2 ฉบับไปยังสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานครแล้ว โดยให้คำสั่งดังกล่าว มีผลนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ คำสั่งทั้ง 2 ฉบับ คือ การปรับย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่รับผิดชอบงานการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง แล้วเลื่อนตำแหน่งนายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต.รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วมฯ โดยให้นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต.ที่รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วมฯ ไปรับผิดชอบงานด้านบริหารการเลือกตั้งแทน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่การแบ่งเขตเลือกตั้ง การกำหนดวันเลือกตั้ง ว่าเป็นการทำงานที่เอื้อประโยชน์ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพรรคพลังประชารัฐ การจัดส่งบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์มาไม่ทัน จนไม่สามารถนับเป็นคะแนนได้ ความผิดพลาดในระบบการรายงานผลการนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลคะแนนการเลือกตั้ง หรือสูตรการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงการไม่สามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้ง กกต.ได้ ซึ่งมีรายงานว่า ภารกิจงานต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของนายณัฏฐ์ และมีการคาดการณ์ว่า หลังการเลือกตั้งอาจมีการย้ายนายณัฏฐ์ พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว

ด้านนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงคำสั่งโยกย้ายที่ตนถูกไปเป็นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง และให้นายเมธา ศิลาพันธุ์ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วม มารับผิดชอบงานเลือกตั้งแทน โดยยอมรับว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นความจริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เลขาธิการ กกต. เคยบอกกับตนว่า จะมีการปรับผังโครงสร้างผู้บริหารสำนักงาน กกต. ทั้งหมด โดยจะให้ตนไปรับผิดชอบงานกิจการสืบสวนสอบสวนแทน แต่เมื่อมีการเสนอแผนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กลับปรับลดให้ตนมาเป็นเพียงผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ถือเป็นลดชั้นการทำงานไปโดยปริยาย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนยังมีภารกิจในการรับผิดชอบการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมีขึ้นด้วย ซึ่งได้ร่างแผนการทำงานไว้หมดแล้ว แต่ กกต.กลับชะลอไว้ ส่วนข่าวที่ออกไปว่า เป็นเพราะตนทำงานผิดพลาดบ่อยครั้งนั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยทำงานผิดพลาด แต่เป็นการทำงานตามคำสั่ง จึงอยากทราบว่าใครเป็นคนกล่าวหาเรื่องนี้

ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ยอมรับว่า ได้ลงยามในคำสั่งย้ายนายณัฏฐ์ จริง โดยได้สลับสับเปลี่ยนใน 3-4 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องภายในของสำนักงาน แต่ได้ฟังความเห็นจาก กกต.ด้วย “ปัญหาการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นประเด็นหลัก ทุกอย่างพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่ง ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองนั้น ถือว่ามีงานใหญ่ที่รออยู่ เพราะสำนักงานกำลังจะจัดตั้งสถาบันวิทยาการการเมือง”

ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีมีคำสั่ง กกต. แต่งตั้งโยกย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ที่รับผิดชอบงานด้านการเลือกตั้ง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งว่า เรื่องนี้เป็นการสลับตามวาระ เป็นเรื่องการสลับงานตามปกติเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้รองเลขาฯ แต่ละท่านมีโอกาสได้รับรู้รับทราบ และปฏิบัติงานภารกิจในด้านอื่นของสำนักงานฯ บ้าง เพื่อการทำงานในภาพรวมภาพกว้างในภารกิจของ กกต. และสำนักงานฯ เป็นไปได้อย่างมีเอกภาพและมีความหลากหลายในองค์ความรู้ของ กกต.มากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นเพราะปัญหาที่เกิดกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า นายณัฎฐ์ได้รับมอบหมายให้ไปทำหน้าที่สำคัญที่นำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างสถาบันและบุคลากรในงานทุกเสาหลักของ กกต. นั่นคือเลือกตั้ง ส่วนร่วมและพรรคการเมือง เป็นตำแหน่งเท่ากัน อยู่ระดับเดียวกัน เรียกชื่อต่างกัน สิทธิประโยชน์เท่ากัน ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น

5.“บิ๊กแจ๊ส” เผย บินพบ “ทักษิณ” ก่อนลงชิงนายก อบจ.ปทุมฯ ด้าน พปชร.ทาบ “ณรงค์ศักดิ์” ชิงผู้ว่าฯ กทม. แต่คุณสมบัติไม่ครบ!
(ซ้าย) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ขวา) นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ พะเยา หรือผู้ว่าฯ หมูป่า
ช่วงนี้แต่ละพรรคเริ่มมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการหาบุคคลเพื่อลงสมัครเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะนายก อบจ.และผู้ว่าฯ กทม. ที่จะมีขึ้นในปีนี้ เริ่มจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เจ้าของวลี “มีวันนี้เพราะพี่ให้” ซึ่งวลีนี้ถูกติดไว้ในห้องทำงาน ข้างๆ ภาพที่นายทักษิณ ชินวัตร เคยติดยศให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ออกมาเผยเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ถึงการเตรียมลงชิงนายก อบจ.ปทุมธานีว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ได้แนะให้ตนลงสมัครชิงนายก อบจ.ปทุมธานี ในสังกัดพรรคอนาคตใหม่ กระแสพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นั้นดีมาก แล้วจะช่วยให้พรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี ทำ จ.ปทุมธานีให้เจริญ ตนบอกว่าไม่ได้ ถ้าตนทิ้งนายทักษิณ ทิ้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็เลวเต็มที ถือว่าไม่รักษาสัจจะ ผิดคำพูด ไม่มีความกตัญญู จึงขอลงในนามพรรคเพื่อไทย ท่านก็ตกลง ส่วนพรรคอนาคตใหม่จะไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน จะสนับสนุนตนเต็มที่ ให้ ส.ส.และนายก อบจ.เป็นทีมงานเดียวกัน เพื่อทำจังหวัดปทุมธานีให้เจริญ

ทั้งนี้ วันเดียวกัน (14 ก.ค.) นายอุดร ออลสัน อดีตผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 ในฐานะคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยว่า ขณะนี้พรรคได้แต่งตั้งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นประธานคณะทำงานเพื่อพิจารณาคัดสรรตัวบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหาร อปท. ซึ่งคาดว่าจะมีการเลือกตั้ง อปท.ในรูปแบบพิเศษทั้ง กทม.และเมืองพัทยาภายในปีนี้ จากนั้นจะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. เทศบาลและ อบต. และว่า สนามเลือกตั้ง กทม.ล่าสุดพรรคได้ทาบทามนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ พะเยา หรือผู้ว่าฯ หมูป่า ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจ

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังมีข่าวว่า พรรค พปชร.ทาบนายณรงค์ศักดิ์ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งจะต้องแข่งกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่คาดว่าจะลงชิงในนามพรรคเพื่อไทย ปรากฏว่า กระแสในโซเชียลมีเดียต่างสนับสนุนนายณรงค์ศักดิ์อย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแกนนำพรรค พปชร.คนใด ออกมายอมรับว่า มีการทาบทามนายณรงค์ศักดิ์เพื่อลงชิงผู้ว่าฯ กทม.จริง ขณะเดียวกัน ก็มีการวิเคราะห์ว่า นายณรงค์ศักดิ์ไม่น่าจะลงชิงผู้ว่าฯ กทม.ได้ เพราะกฎหมายกำหนดว่า ผู้ที่จะลงสมัครได้ ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ไปสอบถามความชัดเจนจากนายณรงค์ศักดิ์ ถึงกระแสข่าวพรรค พปชร.ทาบทามให้ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ผมไม่สามารถเล่นได้”

ล่าสุด มีรายงานจากพรรค พปชร.ว่า อาจไม่ทาบทามนายณรงค์ศักดิ์แล้ว เนื่องจากมีปัญหาขาดคุณสมบัติในการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. รอบนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...