xs
xsm
sm
md
lg

แฉต่อ! “แพรวา 9 ศพ” เปลี่ยนชื่อแต่งงานกับคนใหญ่โต - อ้างตระกูลเพื่อทุเลาบังคับคดีแต่กลับไม่เคยเหลียวแลเหยื่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ชาวเน็ตแฉแหลก “แพรวา 9 ศพ” เปลี่ยนชื่อแต่งงานกับคนใหญ่โต มีการอ้างความยิ่งใหญ่ของตระกูล “เทพหัสดิน ณ อยุธยา” เพื่อทุเลาบังคับคดี แต่ 9 ปีที่ผ่านมากลับไม่เคยช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งคดีแพ่งสิ้นสุดเมื่อ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสั่งชดใช้ราว 26 ล้านบาท แต่ถึงวันนี้ฝ่ายผู้ก่อเหตุยังเงียบไม่แสดงความรับผิดชอบ

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์ได้เกิดกระแส “แพรวา 9 ศพ” ขึ้นมาอีกครั้ง ภายหลังจากที่รายการ “ถามตรงๆ กับ จอมขวัญ” ทางช่องไทยรัฐทีวี ได้สัมภาษณ์ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันตรงกันทุกคนว่า ตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายผู้ก่อเหตุไม่เคยช่วยเหลือเยียวยาใดๆ เลย

จากนั้นได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อว่า tintin หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ทวีตรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ...

“27/12/53 เป็นมิดเทอม ปี 3 ของธรรมศาสตร์ อ่านหนังสือจนดึกเพื่อสอบตัวสุดท้ายวันพรุ่งนี้ กลับบ้านด้วยรถตู้ หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้กลับมาสอบอีกเลย เสียชีวิตทันที 8 คน มาเสียที่ รพ.อีก 1 เป็น 9 คน (ใครบ้างก็น่าจะรู้กันหมดแล้ว) รอดชีวิต 4 คน 1 ใน 4 คนเป็นชาวต่างชาติ

เราหลับตื่นมาอีกทีด้วยเสียงกรีดร้อง พบว่าตัวเองอยู่บนโทลล์เวย์แล้ว ถึง รพ.กระดูกไหปลาร้าเราหัก 3 กระดูกเข่าซ้ายแตก แขนขวาหักพร้อมแผลใหญ่ กระจกรถปักทั่วร่างจนเลือดอาบหน้า เราโดนชน 3 ทุ่มแต่ได้เข้าห้องผ่าตัดตอน 7 โมงเช้า ตอนนั้นมีคนหนักกว่าเราเยอะ

หลังผ่าตัดเราขยับร่างกายไม่ได้เลย เพราะโดนพันท่อนล่างหมด เป็นเวลากว่า 2 เดือน ที่นอนนิ่งๆ บนเตียง มันยากมาก ร้องไห้บ่อยมาก หงุดหงิดตัวเองมากที่ต้องขี้เยี่ยวบนเตียง แน่นอนว่าเราไม่ได้ไปเรียน

ครั้งแรกที่เจอแพรวา มาพร้อมกับแม่และช่างภาพ เรายังนอนติดเตียงอยู่เลย น้องนั่งรถเข็นมาในห้อง คนที่พูดทั้งหมดคือแม่ แม่พูดจบจึงบอกว่าน้องว่า “ขอโทษพี่เขาสิลูก” น้องพูดว่า “หนูขอโทษค่ะ” นั้นคือครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน พร้อมมอบขนมเปี๊ยะบ้านอัยการ และถ่ายรูป

ตอนนั้นไม่รู้สึกถือโกรธแล้วเพราะมันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจ เราก็รู้สึกดีนะที่มาขอโทษ ที่เขาไม่พูดเพราะเขายังเด็กอาจจะกลัวด้วย พอน้องออกไป พี่พยาบาลก็มาเล่าว่าน้องเขาเดินมาปกตินะ แต่มาขอรถเข็นหน้าวอร์ด เราเลยอึ้งไปพักนึง

เราหัดเดินให้กลับมาปกติ 1 ปี ระหว่างนั้นก็กลับไปเรียนด้วย ร่างกายปกติทุกอย่างหลังจากนั้น 3 ปี ระหว่างนั้นก็ต้องไปหาหมอ ค่ารักพยาบาลที่เกิดขึ้นประกันรถเป็นคนจ่าย แต่หลังจากออก รพ. เวลาไป follow up เราต้องออกเองซึ่งเป็นจำนวนมากและได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายนี้ไปในศาล

คดีความแบ่งเป็น 2 คดีคือ อาญาและแพ่ง อาญา มาหากันว่าใครผิดระหว่างรถตู้หรือแพรวา ระหว่างนั้นคุณป้าซึ่งเป็นแม่คนขับรถตู้ จะยกมือขอโทษเราทุกครั้ง “ขอโทษที่ลูกสาวป้าทำให้เราเจ็บ” เราไม่ได้ถือโกรธเลย แต่เราไม่ได้คำยินคำนี้จากแพรวาเลย

คดีอาญามาถึงศาลเด็กฯ ชั้นต้น วันเปิดคำพิพากษา คณะผู้พิพากษามาถามว่าให้เราเข้ากระบวน RJ มั้ย (กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์) คดีจะไม่ติดตัวเด็กให้มาไกล่เกลี่ยกันคุยกัน โอ้โหแต่ 3 ปีก่อนหน้านี้เราเหนื่อยมาก เขาต่างหากที่ไม่ยอมคุย ไม่ยอมมา เราเสียใจกับศาลในตอนนั้นจริงๆ

ศาลตัดสินให้เขาผิด แต่ให้รอลงอาญา นั่นหมายความว่าไม่ติดคุก ไปบำเพ็ญประโยชน์แทน ทางทนายแพรวาเขาอุทธรณ์ในคดีอาญา และก็พาเรามาถึงชั้นฎีกา สูงสุด ซึ่งเป็นเค้าเองที่ไม่ยอม แต่เหยื่อยอมหมดแล้ว หมดแรงแล้ว

คดีแพ่ง ก็เริ่มฟ้องเช่นกัน ศาลชั้นต้นส่งให้จ่ายตามผลคดีอาญาเพราะแพรวาผิดจริงๆ และให้คนที่แพรวายิมรถจ่ายด้วย ถึงแม้ผู้ชายคนนั้นจะไม่ใช้ผู้ปกครอง แต่ศาลมองว่าการที่ผู้ชายคนนั้นไปรับไปส่งแพรวาพ่อแม่รับรู้ย่อมเปรียบเหมือนผู้ปกครอง

คดีแพ่งมาถึงชั้น อุทธรณ์ ศาลสั่งให้ลดเงินลงโดยไม่นำสืบ ตามที่ทนายแพรวายื่นอุทธรณ์ จนมาถึงชั้นฎีกาของแพ่ง ศาลสั่งให้ยืนตามศาลชั้นต้น แต่ก่อนจะเปิดคำพิพากษาชั้นฎีกาของคดีแพ่ง ทางศาลนำเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย

เหตุการนี้แหละบั่นทอน 9 ปีที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเรายอมเขาทุกแล้ว ขอประวิงเวลาอย่างเห็นได้ชัด สู้กันถึง 3 ศาลทั้ง 3 คดี และเราไม่เคยเจอแพรวาและพ่อแม่เลย มาถึงไกล่เกลี่ยเราหวังว่ามันคือการพูดคุยกันที่ดี ปรากฎว่าเขาไม่มา ส่งทนายคนผู้เป็นญาติฝั่งแม่มา

ศาลนัด 8.30 โมงเขามา 10 โมง ทุกคนรอ พอมาถึงคำแรกที่พูดเขาบอกว่าแค่จะมารับฟังว่าทุกคนจะร่วมไกล่เกลี่ยมั้ย แค่นั้น ไม่ได้มีประเด็นจะพูดอะไร อันนี้งงสุด แล้วคุณเองหรือเปล่าให้เราเข้าไกล่เกลี่ยเรามาแล้วแต่คุณไม่พร้อมอีก

นัดอีกทีเดือนหน้า เราบอกกับแม่ว่าเขาพูดมาเท่าไหร่ก็เท่านั้นนะแม่ เงินที่รักษาตัวไปมันถือว่าหายไปแล้ว แม่เต้องหยุดทำงานขาดรายได้เป็นปีก็เท่านั้น (ศาลสั่งให้จ่ายค่าชดเชยแม่แค่ 4,000 บาทเราก็น้อมรับ) จะได้จบซักที เราก็โอเคกับเงินก้อนนั้นที่เขาเสนอมาเพราะอยากจบจริงๆ

นัดรอบหน้า คราวนี้เราไม่มาแล้วตอนนั้นอยู่ภูเก็ต พี่ทนายโทร.มาบอกว่าทนายฝั่งโน่นให้ไม่ได้แล้วนะ และก็เปิดลำโพงให้เราคุยในชั้นไกล่เกลี่ย ทนายแพรวาบอกว่า ถ้าไม่รับตัวเลขใหม่ก็จบไม่คุยแล้ว ไปฟ้องล้มละลายหรือยึดทรัพย์เอานะครับได้กันอีกทีไม่กี่บาทหรอก อาจจะไม่ได้เท่านี้

เขาต่อราคาเรายังกะผักปลา ในคำร้องให้ศาลทุเลาบังคับคดี โดยทนายแพรวาบอกเป็นลายลักษณ์ว่า ยินดีชดใช้ถ้าคดีถึงสิ้นสุด โดยอ้างเรื่องชื่อเสียงวงศ์ตระกูลอ้างว่าเป็นทายาท “พลเอกยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” บุคคลผู้มีชื่อเสียงและประกอบคุณงามความดีของประเทศนี้ เขาเขียนอย่างนี้จริงๆ

เราเลยไม่โอเค ไม่ยอมรับเงินก้อนนั้น ถึงแม้ตอนแรกอยากจะรับเพราะเหนื่อยแล้ว และมันเป็นเงินที่ต่ำกว่าศาลให้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาเลยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ผู้เสียหายทุกคนรู้สึกเหมือนกันหมด แต่เป็นเรื่องความใส่ใจต่างหากที่เราไม่รู้สึกเลย

เมื่อเดือน พ.ค. 62 ที่ผ่านมาศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ให้ชำระค่าเสียหาย รอบนี้ไม่มีมาทั้งทนายและแพรวาเช่นเดิม สู่ 9 ปีผ่านมาแล้วที่ไม่เจอกันตั้งแต่ครั้งแรก เรายอมทุกอย่างเชื่อตามศาลทุกอย่าง อดทนไม่พูดมา 9 ปีแล้ว จนมันไม่ไหวเเล้ว เราไม่เข้าใจว่าเขารออะไร

เราเข้าใจเลยว่าเธอไม่ตั้งใจ มันคืออุบัติเหตุ แต่หลังจากนั้นหรือเปล่าสิ่งที่เพื่อนมนุษย์เขาปฏิบัติต่อกัน มันสำคัญกว่าเรื่องฟ้องร้องเลยอะ เงินแค่นั้นแลกกับการโดนชนแบบนั้น เราถามว่ามีใครอยากได้บ้าง แลกกับเสียลูกไปใครอยากได้บ้าง?

ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ ก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน หวังว่าครอบครัวเทพหัสดิน คงจะได้ยิน


นอกจากนี้ผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชี tintin ยังได้เผยแพร่หมายศาล โดยเห็นได้ว่า แพรวานั้นได้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง จากที่ใช้อรชร หรือแพรวา เป็น บัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์

และยังมีเอกสารที่มีข้อความระบุว่า “จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คําพิพากษาของศาลชั้นต้นในวันนี้ จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ได้ยื่นอุทธรณ์ ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นสําคัญแห่งการชนะคดี จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ไม่มีเจตนาที่จะประวิงคดีแต่อย่างใด และจําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ขอกราบเรียนต่อศาลว่า จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 เป็นบิดามารดาของจําเลยที่ 1 มีฐานะมั่นคง และอยู่ในวงศ์ตระกูลที่มีชื่อเสียงในสังคม และจําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และ จําเลยที่ 3 ยังเป็นทายาท ของพลเอก ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา บุคคลผู้มีชื่อเสียงและประกอบคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมาโดยตลอด ฐานะทางการเงินมั่นคง สามารถที่จะชําระหนี้ได้ตามคําพิพากษาของศาลหากคดีถึงที่สุด แต่เนื่องจากคดีนี้ จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 มีโอกาสที่จะชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ได้ เพราะเมื่อโจทก์ทั้ง 28 ตกลงยอมรับได้รับค่าสินไหมทดแทนตามฟ้อง และได้ทําบันทึกข้อตกลงและรับเงินจํานวนดังกล่าวแล้ว”

โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชี tintin ได้อธิบายเอกสารดังกล่าวว่า “ปี 2559 ทนายคดีแพรวา ซึ่งเป็นญาติฝ่ายแม่ ได้คำร้องต่อศาลให้ทุเลาบังคับคดี โดยกล่าวเองว่าไม่ได้ประวิงเวลาแต่ขอสู้ให้ถึงที่สุดแล้วจะจ่าย เรื่องเงินทองที่ไม่มีคงไม่ใช่”

ทั้งนี้ ล่าสุด โลกออนไลน์ยังแฉต่อเนื่อง โดยอ้างว่ามีเฟซบุ๊กของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพงานแต่งงาน พร้อมระบุข้อความว่า บัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้แต่งงานแล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่บัวบูชาแต่งงานด้วย เป็นอดีตคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สำหรับอุบัติเหตุร้ายแรงดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 ธ.ค. 2553 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสีขาว ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ขับโดย น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือแพรวา อายุ 17 ปี ในขณะนั้นพุ่งมาชนท้ายรถตู้สาธารณะสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ไฮเอซ ซึ่งมีผู้โดยสาร 14 คน จนกระเด็นไปปะทะขอบทางอย่างแรง ทำให้ร่างผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ

เป็นเหตุให้ผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ เบื้องต้นเสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บอีก 6 คน ต่อมาผู้บาดเจ็บเสียชีวิตลงอีก 1 คน รวมจำนวนผู้โดยสารเสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บ 5 คน ส่วนแพรวาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและยังมีสติรับรู้ดีหลังเกิดเหตุ

สำหรับความคืบหน้าของคดี ปัจจุบันคดีอาญาได้สิ้นสุดไปแล้ว โดยศาลตัดสินจำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา 3 ปี และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ พร้อมสั่งคุมประพฤติห้ามขับรถจนถึงอายุ 25 ปี

ส่วนคดีแพ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 62 ศาลฎีกาสั่งให้ชดใช้ประมาณ 26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ทั้ง 12 คดี (ผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 ราย) โดยญาติผู้เสียชีวิตยืนยันว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายผู้ก่อเหตุ





กำลังโหลดความคิดเห็น...