“รสนา” แนะจับตา 19 ก.ค. อย.จะให้ผ่านสูตร “น้ำมันเดชา” หรือเปล่า ตั้งข้อสงสัยกระบวนการผูกขาด กั๊กของกลางจาก ป.ป.ส. ไม่ยอมมอบให้ อ.เดชา ทั้งที่หน่วยงานอื่นได้รับหมด ด้าน “ปานเทพ” ย้ำน้ำมันเดชาเป็นช่องทางที่เร็วที่สุดทำให้สิทธิบัตรไม่ตกเป็นของต่างชาติ แต่ถูกกีดกันเพราะกระทบผลประโยชน์มหาศาลของหลายกลุ่มทุน
วันที่ 15 ก.ค. น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการ และเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน” ในหัวข้อ “กัญชาเพื่อการแพทย์สถานการณ์ล่าสุด”
โดย น.ส.รสนากล่าวตอนหนึ่งว่า แพทย์แผนไทยถูกปิดล็อกไม่ให้ใช้ 16 ตำรับยาที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม โดยแพทย์แผนไทยต้องเอากัญชามาบดผสมกับพริกไทยเพื่อไม่ให้เห็นว่าอะไรเป็นส่วนผสม ซึ่ง 16 ตำรับยาไม่ได้มีพริกไทยขนาดนั้น แสดงว่าหมอแผนปัจจุบันที่เป็นคณะกรรมการอยู่ ไม่ไว้วางใจและไม่เข้าใจแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน และเมื่อไม่ให้มีการปลูกก็ต้องรอรับของกลางจาก ป.ป.ส. ซึ่งก็บอกว่ามีสารปนเปื้อน ทำให้แพทย์แผนไทยยากที่จะเอาไปใช้ ก็แทบลืมไปเลยว่า 16 ตำรับยาจะได้มีโอกาสใช้ไหม
น.ส.รสนากล่าวอีกว่า ตำรับน้ำมันของอาจารย์เดชา ที่สกัดแบบง่ายๆ และได้ผล ในลักษณะโลว์โดส เป็นวิธีการที่ถูกต้องและดีที่สุด ซึ่งตอนนี้ทุกหน่วยงานได้รับของกลางจาก ป.ป.ส.แล้ว ยกเว้น อ.เดชา เพราะอะไร ในขณะที่มีคนไข้ราว 4 หมื่นรายที่รอยาอยู่ มันเป็นกระบวนการผูกขาดหรือเปล่า รัฐบาลกำลังทำให้การทำยาโดยชาวบ้านทำไม่ได้ ต้องไปซื้อในราคาแพงๆ ต้องการให้ทุกคนซื้อใช่ไหม
น.ส.รสนากล่าวต่ออีกว่า ตั้งคำถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นข้อสงสัยว่ามันมีกระบวนการผูกขาด ถ้าจริงใจต้องให้แพทย์แผนไทยใช้เลย ให้หมอไทยปลูกคนละ 6 ต้น อย่างที่ภูมิใจไทยประกาศ ใครเอาไปใช้ผิดยึดใบอนุญาตตลอดชีวิต แค่นี้คุมอยู่เลย ทำไมไม่ทำ กำลังทำเรื่องง่ายชาวบ้านพึ่งตัวเองได้ ให้กลายเป็นเรื่องยากชาวบ้านพึ่งตัวเองไม่ได้
น.ส.รสนากล่าวด้วยว่า 19 ก.ค.นี้จับตา อย.จะให้ผ่านสูตรน้ำมัน อ.เดชาหรือเปล่า การที่กฎหมายเขียนผูกขาดโดยรัฐเอาไว้ ถ้าไม่มีหน่วยงานรัฐไม่สามารถรับของกลาง ป.ป.ส. ไปใช้ได้ ถ้า อย.ให้ผ่าน กรมการแพทย์แผนไทยควรเป็นคนขอรับวัตถุดิบจาก ป.ป.ส. แล้วมอบให้ อ.เดชา ซึ่งถ้า อย.ไม่ให้ผ่านก็จะเป็นการบีบคนให้ไปใช้ใต้ดิน ซึ่งของ อ.เดชาแจกฟรี ก็อาจไปขัดผลประโยชน์ทุนทุกกลุ่ม
ทางด้านนายปานเทพกล่าวว่า มันเกี่ยวกับผลประโยชน์มหาศาล เต็มไปด้วยทุนหลากหลาย ทั้งทุนต่างชาติ รัฐก็อยากผูกขาด เพราะสามารถแสวงหาผลประโยชน์จากการผูกขาดนั้นได้ องค์การเภสัชและโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นรัฐทั้งคู่ ปลูกเพื่อผลิตและจำหน่าย ถามว่าตอนปลูกทำด้วยตัวเองหรือจ้างเอกชนทำ พันธุ์พืชนำเข้าจัดซื้อจัดจ้างมาอย่างไร เจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็ได้ของกลางมา จะมีการจ้างผลิตด้วย ถามว่าจะจ้างใครผลิต การผูกขาดคือช่องว่างทำให้เกิดผลประโยชน์ของกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง
นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มทุนใต้ดิน ในยามที่รัฐไม่สามารถตอบสนองประชาชนได้ พวกเขาไม่มีทางเลือก ก็ต้องลงใต้ดิน ยิ่งมีราคาสูง เจ้าหน้าที่รัฐอาจมีผลประโยชน์ร่วมด้วย ซึ่งตอนนี้ขายกันเกลื่อนแต่มาตรฐานคุณภาพอีกเรื่องหนึ่ง
นายปานเทพกล่าวอีกว่า น้ำมันกัญชาควรจะเป็นของใครในวันนี้ ถ้าวันนี้วิจัยแบบต่างชาติไม่ทัน เหลือทางเดียวคือน้ำมันเดชา เพราะเป็นชนิดเดียวที่ใช้น้ำมันเดี่ยวเจือจาง และใช้ในมนุษย์มาพันกว่ารายแล้วในรอบหลายปี เป็นฟาสต์แทร็กที่เร็วที่สุด ว่าเป็นรูปของน้ำมันไม่ต้องเสร็จต่างชาติ ประชาชนพึ่งพาตัวเองได้ อาศัยช่องทางของ อ.เดชา ปลดแอกและประกาศอิสระภาพการใช้น้ำมันกัญชา ชิงจากยาต่างชาติ ซึ่งถ้าผ่านตำรับยานี้ได้เรารอด มีคนกลัวว่าถ้ารอดแบบนี้ ยาต่างชาติพังทลายเพราะหมอพื้นบ้านเอาไปใช้ได้ แถมแจกฟรีอีก ผลประโยชน์มหาศาลกระทบแน่ เขาเลยโจมตีไง ว่าน้ำมันเดชาเป็นสิ่งอันตราย ทั้งยาฆ่าแมลง โลหะหนัก ถามว่าเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับกัญชาอัดแท่งไม่มียาฆ่าแมลงเกิน ถ้าเขาได้ อ.เดชาก็ควรจะได้ ทำไมเกิด 2 มาตรฐาน ควรใช้โมเดล เจ้าพระยาอภัยภูเบศรปลดล็อกให้ อ.เดชาด้วย
นายปานเทพกล่าวว่า ปรากฏการณ์บล็อก อ.เดชาตอนนี้ ประชาชนไม่สบายใจ ข้ออ้างทาร์ ซึ่งกล่าวหาลอยๆ ทำไมไม่พิสูจน์ว่าน้ำมันเดชามีเกินหรือไม่ เบื้องหลังแท้จริงไม่ใช่ทาร์ ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก แต่ใช้เพื่อเป็นข้ออ้างผลประโยชน์กลุ่มทุน
คำต่อคำ : กัญชาเพื่อการแพทย์สถานการณ์ล่าสุด :คนเคาะข่าว 15/07/2019
ปานเทพ- จะมีภายใต้การผูกขาดของภาครัฐที่บังหน้าอยู่นั้นสามารถ แสวงหาผลประโยชน์จากการผูกขาดเหล่านั้นได้เช่นรัฐผูกขาดแล้วปล่อยสัมปทานนี้ก็มี รัฐผูกขาดแล้วจัดซื้อจัดจ้างผูกขาดเฉพาะรายก็มีแม้กระทั่งกรณีล่าสุด ที่มีข่าวกระแสว่าจะไปเช่ากับโรงงานใดโรงงานหนึ่งจากบริษัทพลังงานเพียงแค่หนึ่งรายก็เกิดการผูกขาดเพราะมีผู้ถือหุ้นเป็นเอกชนซ่อนอยู่ภายใต้ฉากบังหน้าที่บอกว่ารัฐผูกขาด อันนี้ก็เป็นประการหนึ่ง แม้กระทั่งวันนี้มีองค์กรอย่างองค์การเภสัชกรรมหรือโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นรัฐทั้งคู่เลย ที่มีสิทธิ์ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ปลุกเพื่อผลิตและจำหน่ายคำถามก็คือว่าองค์การเภสัชกรรมตอนปลุกเองทั้งหมดปลูกด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทเอกชนทำแล้วพันธุ์พืชที่นำเข้า ไม่ใช่พันธุ์พืชไทยเลยพันธุ์พืชต่างชาติทั้งหมดมาพร้อมกับสิทธิบัตรหรือไม่แล้วครั้งหลังสุดที่บอกว่าเพิ่มจำนวนจากไม่กี่ 1000 ขวด 2000 ขวดเป็น 10,000 กว่าขวดมันโผล่งอกขึ้นมาได้อย่างไร มันโผล่ขึ้นมาผ่านระบบไหน และจัดซื้อจัดจ้างมาอย่างไร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็เหมือนกัน วันนี้ก็บอกว่ามีการผลิตได้ของกลางมาคำถามก็คือว่าเคยมีการประกาศว่าจะมีการจ้างผลิตได้ด้วยคำถามคือใครจะเป็นผู้รับจ้างผลิตคัดมาแบบไหนแล้วใครได้ประโยชน์ เพราะเป็นการผูกขาดไปโดยปริยายไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการอย่างบริสุทธิ์หรือไม่ก็ตาม แต่ผมจะบอกว่าการผูกขาดคือช่องว่างที่ทำให้เกิดการมีได้มีเสียกับผลประโยชน์ของกลุ่มทุนใดกลุ่มชนหนึ่งโดยธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นประโยชน์ทางการแพทย์แล้วไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้น เราจะมีวิวัฒนาการแข่งคู่กับต่างชาติได้ยังไง เราจะมีวิวัฒนาการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงยาโดยที่มีราคาถูกจากการแข่งขันได้ยังไงทั้งคุณภาพและราคา ทีนี้กลับมาที่เมื่อกี้เราพูดถึงกลุ่มทุนต่างชาติ กลุ่มทุนรัฐซึ่งผูกขาด มาดูอีกฟากหนึ่งคือกลุ่มทุนใต้ดินซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่มากในขณะนี้เพราะว่าในยามที่รัฐไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ประชาชนซึ่งเขาต้องหนีตายหนีความป่วย หนีความเจ็บป่วย พวกเขาไม่มีทางเลือกเค้าต้องลงใต้ดินและการลงใต้ดินมันก็มีผลประโยชน์เหมือนกันเพราะว่ามันจะมีคนกลุ่มหนึ่งได้รับผลประโยชน์เพราะว่าอาศัย สิ่งที่ว่ากัญชาเป็นยาเสพติดเป็นของหายาก ยิ่งมีราคาจากการ เพื่อรักษาโรคแล้วราคามันถีบทะยานสูงขึ้นและเจ้าหน้าที่รัฐอาจจะมีผลประโยชน์ร่วมด้วยเพราะว่ามีสิทธิ์จะเลือกว่าใครถูกกำจัดและใครไม่ถูกกำจัด เพราะว่ากัญชาใต้ดินตอนนี้ขายก็อยากเอิกเกริกผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็บไซต์ผ่าน ไลน์ ไม่มีใครไม่มีกัญชาสามารถหาซื้อกัญชาได้แต่มียาพิษ ยาฆ่าแมลง อีกเรื่องหนึ่ง ยาเกินขนาดไหม มีคุณภาพมาตรฐานและราคาแพงไหมอีกเรื่องหนึ่งน่ากลัวที่สุดก็คือท่านเจ้าอาวาสวัดคำประมงถึงขนาดบอกว่าบางขวด 5 ซีซี ขายกัน 10,000 กว่าบาทต่อหนึ่งขวดคือประชาชนผู้เดือดร้อนอยู่แล้วจากความทุกข์ยากเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากยิ่งกว่าเดิมเหมือนถูกปล้นฐานะที่เขายากจนอยู่แล้วจากความเจ็บป่วยซึ่งมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากในกระบวนการที่เกิดขึ้นทั้งการช่วงชิงผลประโยชน์จากต่างประเทศจากการผูกขาดภาครัฐและก็กลุ่มธุรกิจใต้ดินทีนี้กลุ่มธุรกิจใต้ดิน จะไปว่าเขาเลวทั้งหมดก็ยังไม่ได้นะครับเพราะว่าของผิดกฎหมายมันก็แอบซื้อแอบผลิต ก็ต้องมีราคาแพงมีการจ่ายส่วยให้ภาครัฐ ประชาชนก็เดือดร้อนมันเป็นวงจรลูกโซ่เพียงเพราะว่าไม่ได้ตอบปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริงปัญหาประชาชนอย่างแท้จริงคืออะไรกัญชาเคยเป็นพืชสมุนไพรของไทยเมื่อ 300 กว่าปีวันดีคืนดีบอกว่าเป็นยาเสพติดเราขาดองค์ความรู้เพราะอ้างว่าเป็นยาเสพติด 40 ปี ตอนนี้นะครับในขณะที่ต่างชาติพัฒนาวิจัยมาเรื่อยและพร้อมที่จะนำเข้าในประเทศไทย เราก็บอกว่าเราคงสู้ต่างชาติเรื่องสิทธิบัตรที่เขาจดมาเป็นสารสำคัญไม่ได้แต่โชคดีมากเลยครับงานวิจัยยุคใหม่เกิดปรากฏการณ์ว่าการแยกสารสำคัญแบบฝรั่งมันสู้ไม่ได้กับการสกัดองค์รวมพิสูจน์ก็คือว่า ปรากฏการณ์เขาเรียกว่า ดิ ออร์ เทอร์ ราธ ออฟ เอฟเฟค หมายถึงปรากฏการณ์ที่สร้างกลุ่มหนึ่งในกัญชาไม่ใช่สารได้สารหนึ่ง มีผลต่อการรักษาแต่มันจะมีผลโดยรวมถ้ามาร่วมกันทำงานพร้อมๆกันไม่ใช่สกัดสารใดสารหนึ่งอย่างที่สิทธิบัตรต่างชาติพยายามจะทำนะครับการที่มีสารใดสกัดรวมทั้งหมดมันมีประโยชน์ยังไงเขาบอกว่าสารซีบีดีช่วยแก้ปัญหาลมชักในเด็กได้นะครับ สารซีบีดีซึ่งเป็นสารชนิดเดียว ปรากฏว่าเขาใช้ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อหนึ่งวันกับโรคลมชัก นี้ด้านหนึ่งนะครับ แต่ปรากฏว่าถ้าลองใช้ไม่ใช่สารสกัดเชิงเดียว องค์รวมทั้งหมดแต่มีซีบีดีสูงแบบเดียวกันเลยแต่สกัดองค์รวมไม่ต้องแยกออกมาปรากฏว่ามันใช้แค่ 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวันต่างกันกี่เท่าครับ 4 เท่าประสิทธิภาพต่างกันอย่างมโหฬารมันทำให้ทุกคนหันกลับมามองการสกัดรวมแบบแพทย์แผนไทย ที่เขาใช้นิดเดียวทำไมถึงทรงพลังและมีพลานุภาพ เอาละครับมาถึงจุดนี้เราก็รอดได้เพราะมีภูมิปัญญาไทย 300 กว่าปีที่เอามาใช้เพราะฉะนั้นแล้วเรามีความชอบธรรมที่จะสกัดกัญชาออกมาได้เขาก็รู้ว่ายุคใหม่กัญชา กัญชายุคใหม่มันพัฒนาเป็นสารสำคัญที่สกัดเข้มข้นกว่าเดิมแล้วรักษาโรคประสิทธิภาพแรงกว่าเดิมอย่างเช่น โรคลมชักพาร์กินสัน มันใช้การหยอดใต้ลิ้นแล้วสงบลงทันทีในโรคเหล่านี้ ไม่เกิน 5 นาทีข้อมูลใหม่เหล่านี้มันเป็นข้อมูลที่ทรงพลังและมีประโยชน์มหาศาลซึ่งแพทย์แผนไทยไม่เคยสกัดเข้มข้นแบบนี้แต่ผมอยากจะบอกว่าแพทย์แผนไทยไม่ใช่แพทย์ที่ใช้องค์ความรู้ที่อยู่แค่ 100 กว่าปีที่แล้วเพราะการแพทย์แผนไทยพัฒนาตลอดถ้ามีข้อมูลใหม่ พิสูจน์ได้ยังไงครับ 300 กว่าปีที่แล้วในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขุนประสิทธิ์โอสถจีน ซึ่งเป็นหมอยาจีน ทูลเกล้าถวายตำรับยาซึ่งเข้ากัญชาและใส่โสมแปลในยุคนี้ หมอจีนใช้โสมจีนปรุงเข้ากัญชาเป็นตำรับยาจีนทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพืชชนิดใหม่ที่เราไม่รู้จักมาก่อนทำไมแพทย์แผนไทยบรรจุว่านี้คือตำรับยาไทย ก็แปลว่าแพทย์ไทยมีวิวัฒนาการถ้ามีข้อมูลใหม่เสมอสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีการใช้ขี้ผึ้งซึ่งเป็นของต่างชาติเลยมาปรุงเป็นตำรับยาทำไมเราไม่รู้จักแต่ถ้าเรารู้สรรพคุณมันใหม่กว่าเดิม เรามาปรุงเป็นตำรับยาไทยได้ แล้วก็บันทึกเป็นตำรับยาไทยด้วยสมัยรัชกาลที่ 2-4 หมอยาไทยต้นตระกูลสนิทวงศ์ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ซึ่งเป็นทั้งหมอยาไทยแล้วก็เรียนรู้แบบฝรั่งด้วยใช้สิ่งที่เรียกว่าพืชชนิดหนึ่งซึ่งแก้ไข้มาลาเรีย ก็คือควินิน มาปรุงจับชีพจรแล้วใช้ยาถ่ายก่อนใช้ควินิน ใช้ภูมิปัญญาไทยผสมผสานกับข้อมูลใหม่ซึ่งคนไทยไม่เคยรู้มาก่อนแปลว่าการแพทย์แผนไทยพัฒนาตลอดเวลาในข้อมูลใหม่แล้วก็บันทึกตำรับยานี้เป็นตำรับยาไทยสมัยทูลเกล้ารัชกาลที่ 2 ทำไมจะทำได้เหรอครับแล้วต่อมาพระยาพิศณุประสาทเวช ซึ่งเป็นหมอหลวงในรัชกาลที่ 5 เขียนตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ที่เรียนกันถึงทุกวันนี้ไม่มีใครรู้ว่าท่านก็ไปเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ว่าแพทย์ศาสตร์สังเขปในสมัย 100 กว่าปีที่แล้วนะครับสมัยรัชกาลที่ 5 แพทย์แผนไทยแพทย์ศาสตร์สังเขปบอกวิชาการแพทย์แผนไทยทำอะไรได้บ้างวิธีการตรวจ แพทย์แผนไทยปลูกฝีได้ทำไมแพทย์แผนไทยยุคนี้ถึงปลูกฝีไม่ได้ก็แปลว่าการแพทย์แผนไทยพัฒนาตลอดเวลาถ้ามีข้อมูลใหม่เช่นเดียว กับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์หรือหมอพร พระบิดาของทหารเรือเป็นหมอยาไทยผลิตพระคัมภีร์ชื่อว่าพระคัมภีร์อติสาระวรรค โบราณกรรม ปัจจุบันกรรม เขียนคัมภีร์ได้งดงามมีความสละสลวยเป็นงานศิลปะชั้นเลิศทำไมเป็นหมอยาไทยส่องกล้องจุลทรรศน์ ก็แปลว่ามีข้อมูลใหม่พัฒนาตลอดเวลา วันนี้ทำไมเราต้องทำการแพทย์แผนไทยต้องอยู่ตำรับเฉพาะ 100 กว่าปีไม่สามารถอาศัยข้อมูลใหม่ ว่าสารสกัดเข้มข้นที่เป็นรูปของน้ำมันไม่ว่าซีบีดีหรือทีเอสซี จะไปหยุดพาร์กินสันโรคลมชักได้ ทำไมเราถูกบล็อกเอาไว้ห้ามใช้ในวิวัฒนาการใหม่ข้อมูลใหม่เหล่านี้
เติมศักดิ์- ทั้งๆที่ ประวัติศาสตร์บอกเราว่า
ปานเทพ- เราต้องพัฒนาได้ตลอดเวลาตราบใดที่เป็นเพื่อสกัดองค์รวมเหตุผลเพราะว่าการแพทย์แผนไทยไม่ใช่ปรุงแต่คัมภีร์เดิมการแพทย์แผนไทย สืบทอดมาจากปรัชญาอายุรเวทอินเดียก็คือหมอชีวกโกมารภัจจ์ หลักการก็คือก่อนท่านจะจบสำนักตักศิลา พระอาจารย์บอกว่าให้ไปหาสมุนไพรในพื้นที่ว่ามีสมุนไพรและสิ่งใดไม่เป็นยารักษาโลกให้คัดเลือกมาการสอบครั้งนั้นสำคัญ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ระบุว่าไม่มีพืชสิ่งใดที่ไม่เป็นยาทุกอย่างสามารถใช้เป็นยาขอให้รู้สรรพคุณ นี้ต่างหากที่เรียกว่าปรัชญาการแพทย์แผนไทย ดังนั้นถ้าเรารู้สรรพคุณการใช้กัญชาในข้อมูลใหม่เราต้องรู้จักใช้มันว่ารสยาเป็นอย่างไร ฤทธิ์ยาเป็นอย่างไรแล้วจะมาปรุงเป็นอย่างไรเพื่อลดผลเสียของมัน ทีนี้เมื่อเราเข้าใจแบบนี้คำถามก็คือว่าแล้วสมุนไพรไทยที่เรียกว่ากัญชา ในเวลานี้มันควรจะเป็นแพทย์แผนฝรั่งหรือแพทย์แผนไทยกันแน่ ถ้าเป็นแพทย์แผนฝรั่ง เราก็ต้องวิจัยแบบม.รังสิต เมื่อ 11 ปีที่แล้วทดลองในหลอดทดลองส่วน 8 ปีที่แล้ว ตีพิมพ์วารสารทางการแพทย์ว่ากัญชา สารสกัดกัญชาทีเอสซี ฆ่าเซลล์มะเร็งหลอดทดลองในท่อน้ำดี 3 ปีที่แล้ว ทดลองแล้วก็พบว่าผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จากนั้น ต้นปีพบว่าทดลองในหนูแล้วซีบีเอ็นยับยั้งเซลล์มะเร็งปอดสำเร็จ วิจัยแบบนี้ 11 ปียังไม่เป็นผลิตภัณฑ์เลยถึงทุกวันนี้นะครับถ้าเราคิดว่ากัญชาในข้อมูลใหม่นี้เป็นยาแบบฝรั่งเราก็ต้องเสร็จสิทธิบัตรต่างชาติที่เขาทำมา 10 ปีแล้วเราก็ต้องเสียค่าราคาแพงในสิ่งที่เราเข้าใจมันเพียงแต่เราต้องบอกว่าเพื่อทั้งหมดต้องเป็นการแพทย์แผนไทยเพราะการแพทย์แผนไทยในการสกัด ที่ใช้แอลกอฮอล์ละลาย ไขมันเลซิ่นเพื่อเอาสารสำคัญนั้น เป็นหนึ่งในกรรมวิธีที่เรียกว่าดองสุราเรารู้จักมันอยู่แล้วแล้วก็วิธีเคี่ยวเพื่อเอาสารละลายออกเราก็รู้จักมันอยู่แล้วเพียงแต่ว่าข้อมูลใหม่ถ้าเราจะรู้แล้วก็ปรุงเป็นตำรับยาใหม่ได้ แต่นี้คนวางกติกาบอกให้แพทย์แผนไทยทำเฉพาะตำรับยาเดิม ก็คือไม่ไว้วางใจแพทย์แผนไทยเหมือนโจรดังนั้นถ้าจะได้กัญชาไปกลัวจะใช้เป็นยาเสพติดต้องผสมพริกไทยผสมกันเข้าไว้เพื่อไม่ให้ใช้เป็นอย่างอื่น มันจะได้ใช้วัตถุประสงค์เป็นอย่างอื่นบ้างหรือเปล่าว่าจะผิดวัตถุประสงค์คำถามก็คือว่าแล้วสเปย์พ่นกัญชาทั่วโลกมีใครผสมพริกไทยบ้างไม่มีครับประการถัดมาก็คือว่าอยากจะให้ปรุงตำรับยาไทย 16 สำหรับ คำถามก็คือว่ากัญชาใช้มันอย่างเดียวได้ไหมใน 16 สำหรับคำตอบคือไม่ได้ใน 16 ตำรับนั้นเกือบทั้งหมดกัญชามีน้ำหนักเพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์อีก 90 เปอร์เซ็นต์คุณต้องปลูกอย่างอื่นคนปลูกอย่างอื่นรองรับแล้วหรือยังคำถามก็คือเราลองไปดูว่ายกตัวอย่างเช่น น้ํามันสนั่นไตรภพ แก้กระษัยเหล็ก คุณต้องไปหาลูกคัดเค้า 1 ปี ออกฤดูกาลหนึ่งครั้งช่วงเดียวพ้นจากนี้ไม่มี แล้วคุณปลุกกัญชา 4 เดือน ออกมาคุณจะไปทำสนั่นไตรภพได้อย่างไร พริกไทยต้องมีสองเท่าของยาทั้งหลาย คุณจะปลุก 7 ตันไม่มีพริกไทย 14 ตัน จะหาพริกไทยที่ไหนผสมเข้ากัญชาสุดท้ายหมอยาไทยปรุงยาไทยไม่ได้ ตามวัตถุประสงค์ของตัวเองเพราะห้ามปลูกคำถามคือหมอซึ่งอยู่กับพืชเพื่อมาปรุงยาให้คนไข้ไม่มีสิทธิ์ปลูกเพื่อปรุงยาของตัวเองแล้วถูกบังคับให้ผสมเป็นอย่างอื่นเขาจะพัฒนาตำหรับภายใต้ข้อมูลใหม่ได้อย่างไร นี้คือความล้าหลังที่สุดที่ไม่เข้าใจปรัชญาการแพทย์แผนไทยเลย และวิธีการนี้ก็คือสุดท้ายก็คือหมอไทยพอไม่มีเครื่องยาครบก็ปรุงยาไทยไม่สำเร็จ ก็เสร็จยาต่างชาติที่มันทะลักเข้ามา คำถามคือน้ำมันกัญชาควรจะเป็นของใครในวันนี้ ผมก็มองว่าถ้าเราไม่นับถ้าวันนี้ไปวิจัยแบบต่างชาติไม่ทัน มันเหลือช่องทางเดียวคือน้ำมันเดชาครับ เพราะน้ำมันเดชาเป็นน้ำมันชนิดเดียวที่ใช้น้ำมันเดี่ยวเจือจางแล้วใช้มันในมนุษย์มาพันกว่ารายแล้วในรอบหลายปีเพราะฉะนั้นมันจะเป็นฟาสท์แทร็คที่เร็วที่สุดที่ลัดขั้นตอนว่า 1.ถ้าเป็นรูปของน้ำมันไม่ต้องเสร็จต่างชาติ ไม่ต้องเสร็จสิทธิบัตรต่างชาติ ประชาชนพึ่งพาตัวเองได้รัฐอย่าผูกขาดในขณะเดียวกันหมอแผนไทยก็ไม่ต้องกลัว เพราะนี้คือหมอพื้นบ้านที่จะสามารถใช้น้ำมันนั้นมาเป็นภูมิปัญญาไทยภายใต้ข้อมูลใหม่ที่เราจะปรุงตามตำหรับยาเราได้ มันคือใช้อาศัยช่องทางของอาจารย์เดชาปลดแอกและประกาศอิสระภาพการใช้น้ำมันกัญชาชิงจากชาวต่างชาติที่เขาหลอกเรามา 40 ปี ถ้าผ่านตำหรับยานี้ได้เรารอดครับ ดังนั้นทุกคนกลัวครับ กลัวว่าถ้ารอดแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น 1. เท่ากับว่ายาต่างชาติพังลทาย เพราะหมอพื้นบ่านเอาไปใชได้ 2.แจกฟรี เท่ากับว่าผลระโยชน์อย่างมหาศาล ไม่ว่าต่างชาติ รัฐ แม้แต่กัญชาใต้ดินก็กระบทกระเทือน แต่ผู้ป่วยและผู้บริโภคได้ผลประโยชน์อย่างมหาศาล เขาก็เลยโจมตีไง ว่าน้ำมันอาจารย์เดชา เป็นสิ่งที่อันตรายเพราะไม่รู้มียเฆ่าแมลงไหม มีโลหะหนักไหม แล้วก็มีแนฟทาเจือปนไหม คำถามก็คือว่าทำไมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับกัญชาอัดแท่งที่ไม่มียาฆ่าแมลงเกิน ถ้ามาตรฐานเดียวกันเขาได้ อาจารย์เดชาก็ควรจะได้ เพราะว่าโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไม่เคยทำน้ำมันกัญชามาก่อน ยังไม่เคยทดลอง 5 เปอร์เซ็นต์ในมนุษย์ ในตำหรับยาไทยกัญชาอัดแท่งซึ่งไม่มีมาตรฐานมาก่อนด้วย ทำไมถึงสองมาตรฐาน ผมไม่ได้ว่าอภัยภูเบศรนะครับ ดีแล้วที่รัฐทำได้แต่ควรจะใช้โมเดลโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรปลดล็อคให้อาจารย์เดชาด้วย 2. แคดเมียม ถ้าบอกว่ากำจัดได้ด้วยวิธีซูเปอร์คริติคัลฟลูอิด คำถามก็คือว่าน้ำมันของอาจารย์เดชา แคดเมียม เกินจริงหรือเปล่า ถ้ามันถูกเจือจางเหลือแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ ในน้ำมันกัญชาที่มีอยู่ 97 เปอร์เซ็นต์ เป็นน้ำมันมะพร้าว 3 เปอร์เซ็นต์ เป็นน้ำมันกัญชา ใน 3 เปอร์เซ็นต์ถ้าสารพิษเกินมันเกินค่ามาตรฐานของมนุษย์ไหมที่จะรับ ก็เหมือนกันครับ ยาฆ่าแมลง 1 กรัม เป็นสารพิษ ถูกไหมครับถ้าเรากินถ้ามันผสมในล้านส่วนมันก็เหลือไม่ถึงเปอร์เซ็นต์น้อยมาก เพราะฉะนั้นแล้วปรากฎการณ์ของการบล็อคอาจารย์เดชาในเวลาตอนนี้ ภาคประชาชนมีความไม่สบายใจเพราะมีความรู้สึกว่าข้ออ้างเรื่องแนฟทาซึ่งก็ไม่เคยพิสูจน์ไปกล่าวหาลอยๆว่า เหมือนในงานวิจัยอิตาลี ซึ่งมันคนละวิธีการกันและกระบวนการคนละวิธีกันและก็คนละผลิตภัณฑ์ ชอบเอางานวิจัยบางประเทศซึ่งเขาไม่มีข้อยุติว่าต้องมีแนฟทาตกค้างเสมอไปด้วย ยังไม่มีข้อยุตินะครับแต่มักจะเป็นข้ออ้างกล่าวหาใต้ดินอยู่ ทำไมไม่พิสูจน์ละครับว่ามีเกินหรือไม่มีเกิน ทั้งหมดนี้ผมจะบอกว่าเบื้องหลังที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องแนฟทา ไม่ใช่ยาฆ่าแมลง แล้วก็ไม่ใช่เรื่องโลหะ
เติมศักดิ์- ที่กีดกันน้ำมันเดชาอยู่นี้นะครับ
ปานเทพ- ไม่ใช่ เนื้อแท้แล้วมีความคิดเผชิญหน้ากัน 2 ด้าน เป็นแนวคิดหลักการใหญ่เลย แนวคิดหนึ่งกลัวว่าควบคุมไม่ได้แต่เบื้อหลังเหตุผลนี้เพื่อเป็นข้ออ้างหรือไม่ในเรื่องของผลประโยชน์กลุ่มทุนที่มีความหลากหลาย
เติมศักดิ์- โดยอ้างเรื่องควบคุมไม่ได้
ปานเทพ- แล้วก็บังหน้าไว้ กับอีกโมเดลหนึ่งมันต้องเผชิญหน้ากันนะครับ หนึ่ง รัฐกลัวควบคุมไม่ได้ขอรัฐผูกขาดแต่มีผลประโยชน์เต็มเลยนะครับในประเทศ ต่างประเทศ สอง ประชาชนพึ่งพาตัวเองได้ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าใครจะไปเลียนแบบน้ำมันเดชา จะเปลี่ยนโมเดลใหม่สกัดเข้มข้นสะอาดขึ้นกว่าเดิมมันเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เรื่องการพึ่งพาตัวเองได้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ทำได้มาตรฐานได้แต่ประชาชนพึ่งพาตัวเองไม่ได้ รัฐบอกว่าแจกฟรีก็ใช้งบจากภาษีประชาชนอยู่ดีแต่ทำให้ประชาชนพึ่งพาไม่ได้หมด การพึ่งพาตัวเองไม่ได้เท่ากับประชาชนไม่มีโอกาสที่จะดูแลตัวเองได้ดังนั้นปรัชญาตรงนี้สำคัญที่สุดว่าประชาชนสุดท้ายแล้วพึ่งพาตัวเองได้หรือไม่ ถ้าบอกว่าซูเปอร์คริติคัลฟลูอิด มาตรฐานสูง ยาพึ่งพาต่างชาติพันธุ์พืชต่างชาติวิธีการปลูกมาตรฐาน ประชาชนจะมี GNP ได้อย่างไร ประชาชนจะมีซูเปอร์คริติคัลฟลูอิด CO2 ได้อย่างไร เครื่องหนึ่ง 30 กว่าล้าน เป็นไปไม่ได้ ม.รังสิต ถึงไม่ได้วิจัยสิ่งที่ประชาชนเขาทำได้ปล่อยเขาทำ นักวิจัยและรัฐมีหน้าที่พัฒนาในสิ่งที่ประชาชนเขาทำไม่ได้ อย่างนี้ถึงเรียกว่าเป็นการพัฒนาที่ก้าวหน้าขึ้นและช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง
เติมศักดิ์- พักก่อนนะครับและเดียวกลับมาเติมประเด็นนี้กับพี่รสนาว่า ตอนนี้น้ำมันกัญชาเดชากำลังเผชิญกับอะไรและอยากให้จับตาอะไรนะครับ พักสักครู่ครับ เข้าสู่คนเคาะข่าวช่วงสุดท้าย สถานการณ์กัญชาเสรีล่าสุดเป็นอย่างไร เมื่อสักครู่ อาจารย์ปานเทพ ได้อธิบายว่าวันนี้น้ำมันกัญชาเดชาเจอกับอะไรบ้าง นี่ใช่ไหมครับที่ทำให้พี่รสนาไปเขียนว่า ให้จับตาว่า 19 ก.ค. อย.จะผ่านสูตรน้ำมันเดชาหรือเปล่า
รสนา- ตือต้องบอกว่าที่จริงถ้ากัญชาไม่ได้ติดอยู่ในบัญชียาเสพติด คนที่เป็นหมอไทยสามารถที่จะปรุงยาใช้ในพื้นที่ตัวเองได้เลย โดยที่ไม่ต้องมาให้คณะกรรมการพิจารณาตำหรับยาของกรมการแพทย์แผนไทย 2 คณะ พิจารณาด้วยซ้ำ เหมือนกรณีหมอแสงพอแกได้การรับรองเป็นหมอพื้นบ้านแกจ่ายยาของแกได้ แต่ทีนี้เนื่องจากกัญชามันอยู่ในบัญชียาเสพติดมันก็เลยกลายเป็นว่าจะต้องไปผ่านคณะกรรมการ 2 คณะ ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแททย์ทางเลือกและอันนี้ก็ต้องส่งไปที่ อย. ซึ่งคณะกรรมการ อย. ก็อาจจะมีคณะกรรมการยาเสพติดแล้วก็กรรมการอื่นๆจากหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมประชุมด้วย ประเด็นตรงนี้ถ้าบอกว่าต้องชื่นชม คุณนิยม ที่เป็นเลขา ปปส. การที่คุณนิยม เขาได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์เดชา ได้ไปดูต่อมิอะไร พวกคนป่วย ท่านก็มีความเชื่อมั่นว่าการทำยาของอาจารย์เดชา แล้วก็แจกฟรีตามธรรมจริยาของหมอพื้นบ้าน เป็นไปโดยที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ท่านก็อยากให้ของกลางไปให้ท่านอาจารย์เดชาทำยาแต่เนื่องจากว่าการที่กฎหมายมันเขียนผูกขาดเอาไว้ ว่าผูกขาดโดยรัฐ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีหน่วยงานรัฐเขาก็ไม่สามารถที่จะรับยาไปใช้ได้ เพราะฉะนั้นจริงๆก็พยายามที่จะดู เช่น ได้มีการคุยกับทางโรงพยาบาลในสุพรรณบุรี แต่ว่าโรงพยาบาลที่เราไปคุยเขาก็มีสถานที่ผลิตยาที่เล็ก แล้วก็อาจจะมีปัญหาที่ไม่สามารถที่จะรองรับตรงนี้ได้ ซึ่งตรงจุดนี้มันก็เป็นข้อจำกัดที่ว่าจะมีโรงพยาบาลใดมาเป็นร่มให้กับการผลิตยาของอาจารย์เดชา ซึ่งอันที่จริงดิฉันเองคิดว่าถ้าหากว่าตำหรับยาน้ำมันของอาจารย์เดชาผ่านคณะกรรมการของกรมการแพทย์แผนไทยแล้ว กรมการแพทย์แผนไทยควรจะเป็นคนที่ขอรับวัตถุดิบจาก ปปส. แล้วก็มามอบให้กับอาจารย์เดชา ก็แบบเดียวกับที่เขาบอกว่ากรมการแพทย์แผนไทยมีหน้าที่ให้เครื่องยากลางที่กฎหมายมันไประบุไว้ว่าไม่ใช่กฎหมายด้วยเป็นระเบียบของ อย. ให้เอากัญชามาบดรวมกับพริกไทยแล้วก็แจก ซึ่งอันนี้ในกรณีของอาจารย์เดชา เขาไม่ได้ทำเป็นตำหรับแต่เขาสกัดเป็นน้ำมัน เพราะฉะนั้นเนี่ยก็ไม่ต้องไปทำเครื่องยากลางให้แก ก็เพียงแต่ไปรับวัตถุดิบของกลางมาให้ ซึ่งจะตรงสายเลยเพราะว่าเนื่องจากแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านอยู่ภายใต้การดูแลของกรมการแพทย์แผนไทย ทีนี้ตรงนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ติดอยู่ที่ว่าวันที่ 19 ก.ค. จะเป็นวันที่คณะกรรมการของ อย. จะพิจารณาว่าตำหรับของอาจารย์เดชาเขาจะอนุญาตไหม ซึ่งสำหรับตัวเองเห็นว่า อย. จะมากักไว้ทำไมในเมื่อ ปปส. ที่เขาเป็นเจ้าของเรื่องในแง่ของความมั่นคง ถึงแม้ว่ายาเสพติดต้องอยู่ในการกำกับดูแลของเขา เขาอยากจะให้ อย. มาสกัดเอาไว้เองอันนี้มันก็เป็นเรื่องที่เราต้องตั้งคำถามว่า อย. จะสกัดไว้ทำไม ในเมื่อคนไข้ตั้ง 40,000 ราย เขารอรับอยู่ แล้วก็มันเป็นแรงกดดันเพราะว่าคนไข้ไปหาทุกวันแล้วก็บางทีนั่งรถเข็นไปแล้วก็ร้องห่มร้องไห้ขอยา ทีนี้บางคนอาจจะพูดว่าตอนนี้ยาใต้ดินก็เยอะแยะคนไข้ก็สามารถเข้าถึงได้มีบางคนพูดแบบนั้นนะอย่าให้พูดว่าใครพูด ปัญหาคือ หลวงพ่อวัดคำประมง เมื่อกี้ที่อาจารย์ปานเทพพูด ท่านบอกว่าปัญหาของกัญชาจากผู้ป่วย 150 คน ดิฉันเก็บข้อมูลนะที่ใช้กัญชาใต้ดิน 1.ไม่ได้มาตรฐาน 2.ควบคุมราคาไม่ได้ 3.ไม่ทราบแหล่งที่มา 4.หลอกลวงคนไข้ในรูปแบบต่างๆ 5.บางรายมีอาการแพ้ยากัญชา เช่น ภายในช่องปากร้อนและพองหลังจากใช้ยา เนื่องจากไม่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ 6.บางรายเจอราคาสูงมาก 5,000 - 10,000 บาท ในปริมาณ 5 ซีซี ถ้าไปใช้ยาจากผู้ที่มี Certificate บางรายก็จะมีราคาสูงมากขึ้นเป็นหลัก 10,000 ขึ้นไป และ ผลประโยชน์และความไม่ซื่อสัตย์ต่างๆ เห็นผู้ป่วยเป็นเหยื่อ ตามกระแสก็ยังเป็นปัญหาโลกแตกที่แก้ไม่ได้ ความเห็นอื่นๆ ท่านบอกว่าก็มาเก็บข้อมูลได้เลยที่วัดท่าน
เติมศักดิ์- ถ้าน้ำมันกัญชาอาจารย์เดชาไม่ผ่านเท่ากับบีบให้
รสนา- คนต้องไปใช้ใต้ดิน เพราะว่าปัญหานี้ ยิ่งไปสกัดของอาจารย์เดชาราคาใต้ดินก็เพิ่มราคาขึ้น สมัยหนึ่งเคยมีคนเสนอว่าไอ้ยาบ้าลองรัฐทำเองเลย ลดราคาลงเหลือเม็ดละบาท รับรองเลยใต้ดินเจ๊งหมดแต่คนก็ไม่กล้าเพราะเป็นยาบ้าแต่กัญชาไม่ใช่เพระาฉะนั้นไอ้การที่อาจารย์เดชาแจกฟรีให้กับคนมันเลยเป็นตัวที่อาจจะขัดผลประโยชน์ทั้งหมด ทั้งผลประโยชน์ของใต้ดิน ทั้งผลประโยชน์บนดินทั้งผลประโยชน์ต่างประเทศกลุ่มทุนที่อยากจะเข้ามา เพราะตอนนี้คนที่สนใจกัญชาก็ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยากรวยทุกคนอยากปลูกกัญชาทั้งนั้นขายได้กิโลกรัมละ 3,000 - 10,000 บาท ถึงแสนอะไรต่อมิอะไรพวกนี้ คนที่สนใจกัญชาก็เป็นผู้ป่วย ที่เขาอยากจะมารักษาเพราะเขาหมดหนทางแล้ว นี่เพื่อนของพี่สามีเขาก็ป่วย เวลาเราเจอพวกนี้บางที ไม่ไหวมันแพงจนเขาจะหมดตัวเอา ไอ้การที่คนจะมาเอาเปรียบคนป่วยบาปกรรมนะ แล้วคุณจะไปหาเงินต่อมิอะไรคนป่วยขนาดนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพระาฉะนั้นการที่อาจารย์เดชาทำเรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องการช่วยเหลือกันในเรื่องของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งอันนี้มันเป็นคุณธรรมพื้นฐานของคนไทยมาก่อน ในสังคมชาวพุทธแบบเราซึ่งอันนี้พี่อยากเห็นว่าภาครัฐควรที่สนับสนุนเรื่องนี้ และในเมื่อเจ้าพระยาอภัยภูเบศสามารถใช้ระบบ SAS หรือ Special Access Scheme คือเป็นยาที่ยังไม่มีการรับรองแต่ให้ลองใช้กับคนเมื่อใช้แล้วสามารถที่จะหายได้ 1,000 ราย และสามารถที่จะอ้างอิงว่าน้ำมันกัญชาตัวนี้สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง เหมือนที่อาจารย์เดชาอยากใช้กับคนที่เป็นไมเกรน ซึ่งถ้าเราหาได้ 1,000 ราย เราก็สามารถเครมได้เลยว่าน้ำมันกัญชาสามารถใช้กับโรคนี้ได้หรือใช้กับพากินสันหรืออะไร ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นองค์การเภสัชหรืออภัยภูเบศ เขาจะรักษาแค่ 2 โรค แต่ขณะที่อาจารยืเดชาทุกโรคเลยคุณก็มาใช้ไป ตราบใดที่มันปลอดภัยไม่ทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนอะไรขึ้นมามันจะได้ผลไม่ได้ผลก็ว่าไปตามรายเคส แล้สเราก็เก็บข้อมูล เพระาฉะนั้นถ้าใช้ระบบ SAS กับวิธีการของอาจารย์เดชา เราจะได้ประโยชน์และเราสามารถหลีกหนีจากปัญหาของสิทธิบัตรต่างชาติที่มาจ่อคอหอยเรา เพราะฉะนั้นในการที่เปิดต้องให้แผนไทยพื้นบ้านได้ใช้ เราต้องควบคุมความสะอาดปลอดภัยแต่ไม่ถึงกับต้องไปเป็น GMP เพราะอย่างที่พี่บอกรับรองเลยเหมือนคุณกินข้างผัดกระเพราของเราเองด้วยฝีมือครัวของเราเองกับร้านสะดวกซื้อที่ได้กินกระเพราไข่ดาว กล่องละ 29 บาท คุณคิดว่าใครจะอร่อยกว่ากัน ซึ่งอันนี้อยากที่จะให้รัฐบาลมาดูเรื่องนี้และในเมื่อพรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นมาประกาศนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ต้องไม่ผูกขาดอันนี้เขากำลังคิดในเรื่องจะสร้างองค์กรใหม่เป็นองค์กรมหาชน ซึ่งอันนี้ก็ต้องระวังนะต้องระวังนะว่าตรวจสอบได้หรือเปล่าเรามีองคืกรมหาชนหลายอันที่ดึงมาจากรัฐ กองทุนน้ำมัน ซึ่งอันนี้ตรวจสอบอะไรไม่ได้หรอกอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังในแง่ว่าการผูกขาดโดยรัฐ และรัฐก็จะให้เอกชนผูกขาดหรือเปล่า เพราะในที่สุดแล้วองค์การเภสัชกรรมคุณจะมาปลุกกัญชาเพื่อผลิตยาเองทั้งหมดได้หรือเปล่า ในที่สุดแล้วคุณก็ต้องโยนให้กับบริษัทใหญ่ๆที่ทำเรื่องอาหารสัตว์ พืชอะไรทั้งหลาย เวลาสกัดต้องให้บริษัทพลังงานมาสกัดให้คุณใช่ไหม และบอกว่ามันจะถูกลง จะถูกได้หรือ แน่ใจหรือว่าจะถูกได้ จริงๆองค์การเภสัชกรรมเขาไม่ได้หวังกำไร เราเป็นองค์ที่หวังจะผลิตยาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในราคาถูก ไปซื้อยาพาราเซตามอลเป็นชื่อเทรดเนมอาจจะเม็ดละ 2 บาท แต่คุณพาราองค์การเภสัชเม็ดละ 30 สตางค์ คนก็มีทางเลือกไงแต่ถ้าเกิดคุณไม่ให้ คนมีทางเลือกก็ไปใต้ดินแล้วเจอแบบท่านหลวงพ่อ คุณก็จะเจอปัญหาแล้วเวลานี้คนก็มารอยาอาจารย์เดชาอยู่นี่ก็กั๊กอยู่นั้นละ อันนี้ก็เป็นช่วงนาทีทองของพวกใต้ดินมันก็โฆษณากันไม่เห็นไปจับ
เติมศักดิ์- มีผู้ป่วยรอยู่ 40,000 ราย
รสนา- ที่เขาเข้าชื่อกันมาทั้งออนไลน์ทั้งส่งจดหมายเข้ามา พวกนี้เขาก็มาร้องห่มร้องไห้ วันก่อนอาจารย์เดชาแกไปพูดกับพวกหมอที่ไม่สามารถช่วยแกได้ คุณช่วยรับเอาคนไข้ของผมไปทั้งหมดเลยได้หรือไม่ พวกคุณกินเงินเดือนนะแต่ผมไม่ได้กินเงินเดือนผมต้องมารับแรงกดดันจากคนไข้ที่ผมไม่มียาให้เขา
เติมศักดิ์- ดูแล้วต้องฝ่าอีกหลายด่านเลยนะ เสรีกัญชา ไม่ใช่เสรีแต่ชื่อนะ
ปานเทพ- เสรีกัญชาแล้วเพื่อใครสำคัญที่สุด คุณเติมศักดิ์ครับผมขอยกตัวอย่างสมุนไพรสักตัวหนึ่ง เป็นผักสวนครัวที่เรียกว่าขี้เหล็ก ขี้เหล็กถือเป็นพื้นที่เอามาทำอาหารได้ และปรุงเป็นสมุนไพรได้ด้วย ถ้าเรารับประทานขี้เหล็กสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือหลับง่ายด้วย ไม่ต้องอาศัยแค่กัญชานี้ตัวเดียวนะครับ มันปลูกในบ้านได้ไหมมันปลูกได้แต่ปรากฎว่ามีองค์กรภาครัฐเอาไปสกัดสารเข้มข้นเพราะคิดว่ามันมีประโยชน์มากเลยและจะทำให้คนหลับทั่วโลกเป็นยาที่ดีมากเลยปรากฎว่าพอสกัดเป็ฯสารเข้มข้นมีผลต่อตับ แต่พอมันเป็นสมุนไพรเป็นผักสวนครัวกลับดีมากเลยแปลว่าเราต้องรู้จักแยกแยะว่าอะไรเป็นพืชสวนครัว อะไรใช้สำหรับเป็นยารักษาโรคและใครจะเป็นผู้ปรุง ถ้าเราเชื่อมั่นว่าหมอแผนไทยใช้สมุนไพรเป็น ถ้าถึงขั้นคุณให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเขาได้เป็นเวชกรรม หมอไทย แปลว่าเขาต้องสอบผ่านมีคุณสมบัติครบที่ใช้เป็นไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรอะไรก็ตามทำไมเราจะมีสิทธิที่จะปลูกตามภูมิปัญญาในสถานประกอบการไม่ได้ ถ้าเขาปลูกได้ก็สามารถปรุงยาได้ตามภูมิปัญญายิ่งเขามีข้อมูลใหม่และรู้ผลเสียด้วยเพราะภูมิปัญญาสอนให้รู้จักรสยารู้จักทาสที่ไม่สมดุลของผู้ป่วยเขาก็จะปรุงยาเฉพาะรายตามความต้องการของคนไข้โดยอาศัยการบูรณาการเฉพาะรายไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าสำหรับประชาชนทั่วไป เฉพาะรายได้ตามที่ปรุงยาเองและเขาต้องมีสถานประกอบการที่เขามีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใบประกอบวิชาชีพ ใบประกอบสถานประกอบการเป็นเดิมพันอาชีพตัวเอง ถ้าเราให้เขาปลูกแล้วควบคุมเองและผิดวัตถุประสงค์ยึดใบอนุญาตเขาได้ ถ้าผิดวัตถุประสงค์ กัญชายังอยู่ในบัญชียาเสพติดระดับสากลจริงแต่ไม่ได้บอกว่าไม่สามารถใช้ทางการแพทย์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ฝิ่น จะเป็นมอร์ฟีน มาใช้ทางการแพทย์ได้อย่างไรก็แปลว่าในทางสากลเขาไม่ได้ห้ามไม่ให้ประโยชน์ทางการแพทย์เมื่อเราเข้าใจชัดเจนว่ามันมีประโยชน์ทางการแพทย์ด้วยการใช้เสรีทางการแพทย์จริง ต้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพแผนไทยปลูกได้ ถ้าแผนปัจจุบันก็มีสิทธิปลูกได้ เพียงแต่ว่าคุณต้องเผชิญหน้ากับมาตรฐานแบบที่คุณเป็นวิจัยแบบที่คุณเป็นแต่หมอแผนไทยเขามีวิถีทางของเขาอยู่แล้ว หมอพื้นบ้านเขาก็มีคนใช้แล้ว ต้องปลดล็อกให้เขามีโอกาสได้ใช้ถ้าเป็นแบบนี้ได้เราเรียกว่าเสรีทางการแพทย์ เมื่อมีผู้ป่วยและมีผู้ประกอบวิชาชีพเห็นว่าสมควรไปปลูกพืชเองจะได้ไม่ต้องไปเสียท่าให้กับกลุ่มทุนบริษัทยาเขาก็จะปลูกเองและบอกวิธีการฝึกอบรมว่าเขาต้องไปใช้แบบไหน แต่ละคนไม่เหมือนกันต้องผ่านหลักเกณฑ์อะไรบ้าง ก็ไปวางมาตรฐานให้เขาใช้เป็นเราต้องไม่ไปทำให้ประชาชนไม่ไปใช้ผิดบางคนแค่ลดความเครียด ในบ้านแค่นอนไม่หลับเขาต้องไปปรุงอย่างไรก็ต้องมีขบวนการในการทำให้เขามีความเข้าใจคือการใช้ปัญญาไปบอกประชาชนทำในสิ่งที่จะต้องพึงกระทำ เพราะปราบใดที่เป็นพืชยาเสพติดไม่ใช่ไม่มีมาตรฐานอะไรก็ได้ เขาต้องพึ่งพาตัวเองในประโยชน์ทางการแพทย์ได้อย่างนี้ไม่ผิดในเรื่องในเรื่องมาตรฐานสากลถ้าตราบใดเราถือว่าเราใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ก็ขอให้เสรีทางการแพทย์อย่างแท้จริง ผมยังมีความไม่สบายใจที่มีความคิดว่าองค์การมชนต้องมีหน้าที่ผูกขาดอีกแล้วในการรับซื้อจากชาวบ้าน คุณก็ต้องเลือกสิเลือกว่าให้ใครและราคาเท่าไหร่นี่ก็เกิดการวิ่งเต้นแล้ว แล้วเอากัญชาไปให้ใครอีก ก็เกิดปัญหาอีกแล้ว เกิดการวิ่งเต้นอีกแล้วอย่างนี้เกิดการผิดฝาผิดตัวผิดธรรมชาติในคำว่าการแพทย์เสรี การแพทย์เสรีต้องเคารพผู้ประกอบวิชาชีพ ที่เขามีเดิมพันวิชาชีพของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหมอแผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน แม้กระทั่งหมอแผนปัจจุบันเขารู้ว่าจะใช้อย่างไร ข้อบ่งชี้ที่บอกว่าเขาใช้ได้เขามีดุลพินิจมากกว่านั้นได้ ถ้าเขารู้ว่ามันมีทรัพย์คุณอะไร และใช้จังหวะไหน ใช้กับใคร เพื่อประโยชน์อะไรครับ
เติมศักดิ์- สุดท้ายเรื่องนี้คงคล้ายๆ กับหลายๆสมรภูมิที่ทั้ง 2 ท่าน สู้รบมา คือเมื่อเจอทุนกับรัฐมันเป็นอุปสรรคกีดขวางภาคประชาชนใช่ไหม
รสนา- คือจุดสุดท้ายที่ต้องตั้งคำถามนะว่าเสรีทางการแพทย์ของคุณหมายถึงแพทยืแผนปัจจุบันเท่านั้นใช่ไหม ถ้าตราบใดที่คุณไม่ได้มองว่าการแพทย์คือหมายถึงแผนหรือแม้กระทั่งประชาชนก็สามารถรักษาตัวเองได้ แต่ถ้าคุณคิดว่าการแพทย์คือการแพทย์แผนปัจจุบันต้องทำตามมาตรฐานปัจจุบันเท่านั้น เท่ากับคุณบอกประชาชนว่าไม่ควรหุงข้างด้วยถ่านด้วยฟืน อันนี้คือประเด็นสำคัญ
ปานเทพ- เหมือนกันครับสมุนไพรในบ้าน มี ขิง ข่า ตะไคร้ ขมิ้นชัน ขมิ้นชันที่ว่ามีประโยชน์ถ้ากินมากก็เกิดโทษแต่ขมิ้นชัน ในบ้านไม่เคยมีโทษไม่เห็นมีใครบังคับเราว่าขมิ้นชันในบ้านต้องมีเครื่องสกัดGMP ทำไมถึงไม่มีมาตรฐานแบบนั้น กัญชาก็เหมือนกัน เราต้องแยกแยะให้ถูกมันเป็นพืชเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในบ้านเป็นผักสวนครัวได้ถ้าเขาใช้อย่างถูกต้องแต่มีการกำหนดควบคุม สารสำคัญที่ออกมาต้องไม่เกินเท่าไหร่ ก็ต้องสอนชาวบ้านและคำนวนและบอกชาวบ้านด้วยว่าทำแบบไหนที่จะไม่เกิดโทษให้เขาได้เรียนรู้ ถ้าจะเป็นหมอพื้นบ้านแผนไทยก็กำหนดสิครับ ถ้าคิดว่า TSC ซึ่งเป็นสารทำให้เมาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทก็บอกเขาไปสิครับว่าจะให้ TSC ห้ามเกินเท่าไหร่ รับรองครับตำหรับยาไทยไม่มีใครใช้เกินหรอกครับที่ผ่านมาก็ไม่เคยใช้เกินเพราะเขาเข้าใจมันอยู่แล้ว
เติมศักดิ์- วันนี้ขอบคุณทั้ง 2 ท่านนะครับ ที่มาเล่าข้อเท็จจริงให้ฟังกันขอบคุณมากครับอาจารย์ปานเทพ พี่รสนาครับ คนเคาะข่าวลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ