xs
xsm
sm
md
lg

ฟังชัดๆ หัวอก “แท็กซี่” ถูกตรึงราคา เริ่มต้นที่ 35 บาท ยาวนาน 20 ปี!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เป็นเรื่องเป็นข่าว” เปิดใจ วิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือขายสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพฯ หลังไปขนส่งฯ-พรรคภูมิใจไทย-พลังประชารัฐ ยื่น 4 ข้อเสนอ ขอขึ้นราคา หากดันแกร็บถูกกฎหมาย

จากรณีที่ ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังมีรายชื่อ รมว.คมนาคม เรียกร้องเยียวยาผู้ขับแท็กซี่หากดำเนินนโยบายแกร็บแท็กซี่ถูกกฎหมาย รวมทั้งการพัฒนาการให้บริการรถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้ใช้ระบบแอปพลิเคชันในการให้บริการ เพื่อยกระดับการให้บริการ

เครือข่ายแท็กซี่ฯ บุก “ภูมิใจไทย” วอนเยียวยาหากดันแกร็บให้ถูกกฎหมาย

ล่าสุดวันนี้ วันนี้ (25 มิ.ย.) นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร เปิดใจในรายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” ดำเนินรายการโดย เสถียร วิริยะพรรณพงศา ระบุว่า จุดยืนเรื่องแกร็บคาร์ ไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาให้มีการบริการที่ดีขึ้น และแกร็บเองที่เข้ามาตรงนี้ ทางเราเองก็ไม่เคยคัดค้าน ตั้งแต่สมัยมีอูเบอร์มา เราก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องที่จะระบบเทคโนโลยี เพียงแต่บอกว่า รถที่ให้บริการผู้โดยสาร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม อย่างที่หนึ่งรัฐต้องเลือกให้เอารถที่ถูกกฎหมายไปให้บริการ เพื่อเกิดต้นทุนที่เท่าเทียมกัน หรือไม่ก็แก้กฎหมายเพื่อให้พวกเรา หรือใครก็ได้ที่อยากจะเข้าสู่อาชีพนี้ ประกอบการจะได้อยู่ในต้นทุนที่เท่ากัน แต่วันนี้ที่ถูกกฎหมายต้องถูกกำหนดว่า รถต้องเป็นรถใหม่ ต้องมีซีซีเท่าไหร้ ต้องใช้อายุได้เท่าไหร่ ต้องมีประกันเท่าไหร่ ที่กำหนดมาทั้งหมด สนนราคาอยู่ที่ล้านกว่าบาท แต่ว่ารถที่ไม่ถูกกฎหมาย ราคาคันหนึ่งสามสี่แานบาทเท่านั้น ที่เป็นรถวิ่งทั่วๆ ไป เขาสามารถให้บริการได้แล้ว เมื่อถึงเวลาคิดค่าาโดสารมันเท่ากันหรือบางทีอาจจะแพงกว่้าด้วยซ้ำไป ตรงนี้มันจึงเกิดความไม่ยุติธรรม เราเสนอมาตลอดไม่ได้คัดค้าน แต่เลือกเอาว่าจะใช้วิธีอะไร มันจะเกิดประโยชน์สูงสุด จะแก้กฎหมายก็ได้ หรือจะบังคับใช้กฎหมายไม่ให้มี

เมื่อผู้ดำเนินรายการ ถามว่า เกิดความเหลื่อมล้ำหรือไม่ นายวิฑูรย์ ระบุว่า ตัวสเปครถที่จะมาประอบการได้ ณ ขณะนี้คัน สนนราคาอยู่ที่ล้านบาท แต่ว่าที่ไม่บังคับกฎหมายก็ต้องไม่มีอะไรบังคับ เพราะว่ามันไม่ได้ขึ้นกฎหมาย ด้านรถยนต์ส่วนบุคคล จะราคา สามแสน สี่แสน ห้าแสน แล้วแต่รถที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นต้นทุนที่แตกต่างกัน แล้วเราถูกกำหนดว่าต้องไปตรวจสภาพ นี่คือกติกา ที่รถที่ถูกกฎหมายต้องทำสเปคแบบนี้ แล้วค่าโดยสารห้ามคิดเกิน ในขณะที่อีกอันหนึ่งไม่ต้องขึ้นกับกฎหมาย ไม่มีอะไรควบคุมจะคิดเท่าไหร่ก็ได้ เพราะถ้าให้แกร็บคาร์ถูกกฎหมาย ในการจดทะเบียนครั้งต่อไปจะได้ตัดสินใจว่า ต้องนำป้ายดำมาจด หรือไม่ต้องจดเหมือนกัน ไม่ต้องออกป้ายเหลือง อาจจะนำรถยนต์ส่วนตัว มาทำแอปพลิเคชันให้บริการได้เหมือนกัน ทางเราจะได้นำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการผู้โดยสารได้เหมือนกัน ต้นทุนจะลดลง ไม่ต้องถูกกฎหมายมาบังคับอย่างวันนี้ อย่างวานนี้ก็ได้บอกกับอธิบดีฯ ว่าไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย ถึงแก้ไปมันก็ล้าสมัยอยู่ดี กว่ากฎหมายจะผ่าน เทคโนโลยีก็ล้าหลัง มันไปเร็วมาก ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยรถสาธารณะดีกว่า ถ้ายกเลิกไป มันไม่มีกฎหมาย มันก็ไม่มีคนทำผิดกฎหมายแล้วก็ให้เรื่องทางการตลาดมาแข่งขันกันเอง อย่างเรื่องค่ายของแกร็บ ค่ายของไลน์ ที่ยังมีที่เกิดขึ้น ต้องไปกำหนดกติกา โดยให้ผู้โดยสารเป็นคนให้คะแนน กำหนดพฤติกรรมของผู้ขับ วันนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะบังคับใช้กฎหมาย และกฎหมายบังคับใช้โดยกรมขนส่งทางบก แต่กรมขนส่งทางบกไม่มีบุคลากรลงไปปฏิบัติตามกฎหมายได้

เมื่อผู้ดำเนินรายการ ถามว่า ขณะที่มีกฎหมายบังคับใช้ ยังปฏิเสธผู้โดยสาร หากไม่มีกฎหมายบังคับใช้ จะไม่ยิ่งไปกันใหญ่ นายวิฑูรย์ ระบุเพิ่มเติมว่า เตลิดไม่ได้ เพราะการเรียกไม่ใช่การโบกเรียกแล้ว เรียกผ่านระบบ และระบบควบคุมเอง เพื่อไม่ให้เสียหายถึงบริษัท แค่ออกกติกาไปบังคับค่ายเท่านั้น อยู่ที่ผู้ใช้บริการ เลือกใช้บริการเอง เพื่อให้ผู้โดยสารมีทางเลือกมากขึ้น ใช้กติกาสากล ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย เพราะ 10 ปี ที่ผ่านมายังมีแท็กซี่ที่ปฏิเสธ ทำไมยังใช้กลไกมากดไว้ ที่แท็กซี่ยังปฏิเสธ ผู้โดยสารเพราะว่าขาดทุน และเขาไม่มีทุนที่จะขาด ถ้าเป็นธุรกิจอื่นไม่เท่าไหร่ ขาดทุนเที่ยวนี้ เอากำไรเที่ยวหน้า ต้องทำชั่วโมงมากขึ้น เพื่อมาสอดคล้องกับค่าครองชีพ เมื่อขาดทุนจากการจราจรที่ติดขัด ก็จำเป็นต้องปฏิเสธผู้โดยสาร

ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร ระบุว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะผ่านมากี่รัฐบาล ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ตรงนี้ได้ ถ้าไม่แก้ค่าโดยสาร ให้เพิ่มโทษกว่านี้อีก 10 เท่า ก็ไม่สามารถแก้เรื่องปฏิเสธผู้โดยสารได้ เป็นปัญหาที่สะสมหมักหมมมานาน มีความเสี่ยง ขาดทุน และ กำไร เท่านั้น มีเพียงสองสิ่งเท่านั้น คำกำหนดนโยบายทราบแต่ไม่กล้า ผู้โดยสารพอใจที่จะเรียกให้มารับหน้าบ้าน แต่เขาไม่ทราว่าเที่ยวนั้นมันปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ 19 คัน ก่อนถึงเที่ยวที่ใช้บริการ ให้ขนส่งหาระบบมาทดแทน จึงเกิดเป็นแท็กซี่โอเค ติดตั้งในระบบ 30,000 คัน แต่มันก็ยังใช้ไม่ได้ แม้ว่าจะมีคันที่ปฏิเสธ 19 คันก่อนหน้านี้ แต่ไม่ต้องการให้ผู้โดยสารรู้สึกว่าถูกปฏิเสธ เราจึงอยากเป็นเช่นนั้น แต่เวลาเราเสียเงินไปแล้ว ให้ขนส่งกำหนด ให้เอาโปรแกรรมมาใส่ วันนี้พิสูจน์ได้ ถ้าอยากใช้รถแท็กซี่ของโปรแกรมแท็กซี่โอเค ไปเรียกแล้ว 3 ชั่วโมง ไม่มีรถ แต่มองฝั่งรถ เปิดรอผู้โดยสารทั้งวัน เปิดทั้งเดือน ก็ไม่มี อย่างนี้แสดงว่า ระบบบริหารจัดการมีปัญหาแน่ แต่ 2 ปี ไม่คิดแก้ ในขณะที่เอกชนแก้วันต่อวัน เราถูกบังคับด้วยกฎหมายไม่สามารถไปใช้แกร็บได้ เพราเสียค่าใช้จ่ายทางนี้แล้ว ถามว่าเข้าไปในแกร็บคาร์ไหม เข้าไป 30,000 คัน เพราะเราไม่สามารถอยู่กับแท็กซี่โอเคได้ เพื่อความอยู่รอด ตอนนี้เข้าไปสองค่าย คือ แกร็บคาร์ และ ไลน์ รวมแล้ว 60,000 คัน จาก 80,000 คัน อีก 20,000 คัน ไม่สามารถเข้าระบบด้วยอายุรถและคนที่แก่เกินวัยที่จะใช้เทคโนโลยี


"อัตราค่าโดยสารเป็นต้นตอของสาเหตุปัญหาทั้งหมด สิ่งที่ขาดทุน คุ้มไม่คุ้ม อยู่ที่ค่าโดยสาร อย่างน้อยที่สุดภาครัฐ ต้องมีราคากลาง ความยุติธรรม อัตราค่าโดยสารควรเป็นเท่าไหร่ กรมขนส่งรู้ดี ในเมื่อรู้ข้อมูลหมดแต่ต้องรอรัฐมนตรี คือทางเราเรียกร้องมา 5-6 ปี ให้แก้กฎหมายเรื่องรถผิดกฎหมาย จะแก้อย่างไร หรือปราบปราม แต่วันนี้เมื่อจะเกิดรัฐบาลบาล กลับมาตอบว่า เตรียมการไว้หมดแล้ว ด้วยกติกาใหม่ ใครก็ได้สามารถเข้ามาได้หมด รัฐบาลต้องชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องป้ายเหลือง ป้ายขาวสามารถทำได้ตรงนี้ ที่คนใช้บริการทางอื่น เพราะปฏิเสธผู้โดยสาร อันนี้เป็นปลายเหตุ ต้นเหตุคือราคาที่ตรึงมากว่า 20 ปี ที่เริ่มต้น 35 บาท ตั้งแต่ปี 2535 ขึ้นมาแค่ 25% ใน 4 ครั้งเท่านั้น ไม่สะท้อนให้สิ่งเหล่านี้มาแก้กฎหมายได้เลย เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร ไม่มีความเชื่อในรัฐบาลใหม่นี้เลย หรือพรรคการเมืองไหนเลย จึงจำเป็นต้องออกมาเรียกร้อง แม้ว่าทุกครั้งที่ออกมาให้เพิ่มค่าโดยสารก็จะโดนสังคมประณาม และต่อให้ขยันแค่ไหนเจอปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครก็ไม่สามารถทำให้รายได้เพิ่มขึ้นได้เลย" นายวิฑูรย์ ระบุทิ้งท้าย







กำลังโหลดความคิดเห็น...