xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : "ปุ๊กกี้ ชาลาล่า" ถูกจับพัวพันยา | "อุดมสุข" วินนี้โคตรเถื่อน | "ชายแดน" เหยื่อกวดวิชาเตรียมทหารเถื่อน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 15 - 21 มิ.ย. 2562)

อันดับ 1 : ชาลาลาลาล่า! รวบ "ปุ๊กกี้ ปริศนา" พร้อมสามี พัวพันยาเสพติดแก๊งไต้หวัน

อดีตนักร้องสาวล้านตลับ เจ้าของเพลง "ชาลาล่า" ที่วัยรุ่นยุคนั้นร้องตามกันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง "ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง" หลังตกเป็นข่าวฉาวท้องก่อนแต่งเมื่ออายุ 16 ปี แล้วหายไปจากวงการ ล่าสุดวันที่ 17 มิ.ย. ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จับกุมปุ๊กกี้ ปัจจุบันชื่อ น.ส.พริสซิลลา จิลเมลลี่ วัย 40 ปี พร้อมด้วยนายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี แฟนหนุ่ม ที่บ้านพักในซอยรามอินทรา 15 เขตบางเขน กทม. พร้อมยาไอซ์ 98.3 กรัม ยาบ้า 8 เม็ด ยาอี 10 เม็ด คีตามีน 4 กรัม กัญชาแห้ง 40 กรัม รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท หลังจับกุม นายหง เจิ้ง อี้ ผู้สั่งการชาวไต้หวันวัย 28 ปี พร้อมยาเคกว่า 5.2 กิโลกรัม ซ่อนในที่เขี่ยบุหรี่ชนิดตลับหมุนได้ที่โรงแรมย่านลาดกระบัง

ด้านเจ้าตัวรับสารภาพ อ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยนำยาเสพติดดังกล่าวจากผู้ค้าในย่านโชคชัย 4 มาบรรจุที่บ้านพัก ไม่ได้ผลิตยาเสพติดเอง ก่อนนำส่งไปยังโรงแรมที่ชาวไต้หวันเข้าพักก่อนพาออกไปไต้หวันเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ ปุ๊กกี้ยังยอมรับว่าติดยาเสพติดกว่า 10 ปี บางครั้งมีอาการเบลอและกระทบครอบครัวหลายด้าน และยอมรับว่าเป็นผู้เจรจากับผู้ค้าชาวไต้หวันที่ถูกจับกุมด้วย แต่ยังไม่ให้การซัดทอดถึงบุคคลอื่น ต่อมาวันที่ 19 มิ.ย. ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนฝากขังต่อศาลอาญา และคัดค้านการประกันตัว ศาลอนุมัติก่อนฝากขังที่เรือนจำต่อไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลจับกุมเครือข่ายรับขนยาเค รวมทั้งคนในแวดวงบันเทิงที่อาจเกี่ยวข้อง

อันดับ 2 : วินนี้โคตรเถื่อน! มอเตอร์ไซค์รับจ้างอุดมสุขตีกันดับ 1 เหตุเขม่นกันแย่งลูกค้า

มอเตอร์ไซค์รับจ้างตีกันไม่เกรงกลัวกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายวันที่ 15 มิ.ย. กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินอุดมสุขรุ่งเรือง ปะทะกับกลุ่มวินอุดมสุข 1 กลางซอยสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) เขตบางนา กทม. ด้วยท่อนไม้และท่อนเหล็ก ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้น ทำให้กลุ่มวินอุดมสุขรุ่งเรืองหนีตายเข้าไปในซอยสุขุมวิท 103/1 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานส่งพัสดุบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ส่วนนายวัชรินทร์ งาเฉลา อายุ 32 ปี ผู้ขับขี่วินอุดมสุข 1 บาดเจ็บสาหัส สาเหตุเกิดจากกลุ่มวินอุดมสุขรุ่งเรือง ไม่พอใจที่ถูกกลุ่มวินอุดมสุข 1 ขัดขวางผู้โดยสาร จากความขัดแย้งที่วินอุดมสุข 1 ต้องการยุบวินอุดมสุขรุ่งเรืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่แย่งผู้โดยสารไป

ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ต้องหาวินอุดมสุข 1 โดยเฉพาะนายรังสรรค์ หรือเอ็กซ์ ศรไชยากร อายุ 29 ปี และนายปิยะ พวงเกสร อายุ 45 ปีที่ถืออาวุธปืน ทั้งคู่ให้การภาคเสธว่าอยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้ยิง ต่อมานายวันชัย หรืออั้ม มงคลเข็ม อายุ 36 ปี ที่พบว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายวีรวัฒน์ เข้ามอบตัวที่ จ.ฉะเชิงเทรา รับสารภาพว่าทำตามคำสั่งหัวหน้าวิน กระทั่งวันที่ 20 มิ.ย. นายประมุข วิเชียรดิลกกุล อายุ 44 ปี หัวหน้าวินอุดมสุข 1 และ 2 เข้ามอบตัวต่อตำรวจ สน.บางนา หลังถูกกดดันอย่างหนัก เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหาและขอให้การในชั้นศาล ขณะที่ในสัปดาห์หน้าตำรวจเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังพบหลักฐานสั่งซื้อไม้กระบองและเตรียมปืนไว้ก่อเหตุ

อันดับ 3 : กวดวิชาเตรียมทหารเถื่อน! "น้องชายแดน" ถูกทำร้ายสารพัด เจอไม้เบสบอลสาหัสก่อนสิ้นใจ

เรื่องน่าเศร้าของเยาวชนที่มีความฝันอยากเป็นทหาร ต้องจบชีวิตลงเพราะกวดวิชาเถื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน หรือน้องชายแดน วัย 14 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ หลังบาดเจ็บศีรษะแตก แขนหักตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. และเข้ารักษาตัวด้วยอาการช็อกหมดสติ อุจจาระ-ปัสสาวะราด ต้องเข้าห้องไอซียู ครอบครัวสงสัยว่าน่าจะถูกรุมทำร้าย หลังพักอาศัยและเก็บตัวเรียนอยู่ที่สถาบันกวดวิชาเตรียมทหารบ้านพี่ณัฐ ที่มีนายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี เป็นเจ้าของมานาน 2 ปี ทีแรกเจ้าของอ้างนักเรียนเล่นกันเอง แต่มีเด็กรายหนึ่งที่ลาออกไปแฉว่าภายในไม่ต่างจากคุก มีการลงโทษด้วยวิธีรุนแรงตั้งแต่ใช้ไม้หวาย จนถึงไม้เบสบอล

ต่อมาวันที่ 18 มิ.ย. ตำรวจจับกุมนายณัฐพล พร้อมด้วย น.ส.พีรฐา พละแสน ภรรยา และ นางนงลักษณ์ พละแสน แม่ยาย ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย พร้อมยึดหลักฐานไม้เบสบอล 8 อัน ที่ใช้ตีเด็กจนเสียชีวิต หลังสอบสวนพยานพบว่าน้องชายแดนถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ทั้งจุดไฟลนบริเวณอวัยวะเพศ ถูกรุมตีด้วยไม้เบสบอลหลายครั้ง เพราะไปขอโทรศัพท์คืนจากแม่ยายที่ยึดไว้แต่ไม่ได้ ทำให้น้องชายแดนต่อว่าแม่ยาย นายณัฐพลยอมรับว่าใช้ไม้เบสบอลตีน้องชายแดนไปกว่า 20 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการทิ้งไม้เบสบอลเพื่อทำลายหลักฐานที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง ถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวและไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่ ครั้งละ 4 อัน

อันดับ 4 : "น้องมาเรียม" พะยูนน้อยพลัดหลงจากแม่ ขวัญใจชาวเน็ต ลุ้นโตไวก่อนกลับสู่ธรรมชาติ

นานๆ ทีโลกโซเชียลที่มีแต่เรื่องเสื่อมๆ จะมีเรื่องน่ารักเกิดขึ้นมาบ้าง เมื่อ "น้องมาเรียม" ลูกพะยูนวัย 6 เดือน พลัดหลงจากแม่มาเกยตื้นที่หาดอ่าวทึง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ มาตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. ก่อนนำตัวมาดูแลเพื่อฟื้นฟูสภาพแบบธรรมชาติที่ จ.ตรัง ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. มาเกยตื้นที่หน้าเขาบาตู หมู่ที่ 4 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จึงนำออกไปปล่อยลงที่น้ำลึก พร้อมติดตามเฝ้าระวังร่วมกับ สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มพิทักษ์ดุหยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงมรสุม พร้อมอนุบาลน้องมาเรียมโดยป้อนนม 2,300 มิลลิลิตร หญ้าทะเล 1 ขีด และพาน้องมาออกกำลังกาย

กระแสน้องมาเรียมยังทำให้โลกโซเชียลแชร์และชมความน่ารัก เฟซบุ๊ก "ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน" นายสัตวแพทย์ชำนาญการ ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่โพสต์ความเคลื่อนไหวของน้องมาเรียมเป็นระยะ หรือจะเป็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาชมความน่ารักของน้องมาเรียม ที่เกาะลิบงในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ มาเรียมยังเป็นพะยูนวัยเด็กแต่กลับไม่ได้กินนมแม่ อีกทั้งยังไม่สามารถเรียนรู้ธรรมชาติของตัวเอง โดยเฉพาะการพาตัวเองไปอยู่ในที่ปลอดภัย หรือร่องน้ำลึกตามธรรมชาติ เกรงว่าจะเกยตื้น แต่ล่าสุดเริ่มมีพัฒนาการไม่นอนเกยตื้นแล้ว ผู้คนต่างเอาใจช่วยให้เติบโตแข็งแรง กลับสู่ท้องทะเลโดยปราศจากภัยคุกคามโดยเฉพาะมนุษย์

อันดับ 5 : สุดชุ่ย! เครนโรงแรมหล่นใส่อาคารเรียน "อัสสัมชัญคอนแวนต์" พบแอบก่อสร้างทั้งที่สั่งระงับ

ความชุ่ยเครนก่อสร้างถล่มลงมาใส่โรงเรียนครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 19 มิ.ย. เมื่อเครนก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้น ยกแผ่นเหล็กพื้นนั่งร้านขึ้นไปบนตัวอาคาร แต่เครนเกิดหักทำแผ่นเหล็กร่วงลงมา ตกใส่หลังคาที่คลุมสนามบาสเกตบอลของโรงเรียนอัสสัมชันคอนแวนต์ ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กทม. ทำให้นักเรียนบาดเจ็บ 10 ราย สาหัส 1 ราย ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังเกิดเหตุตำรวจได้ดำเนินคดีกับนายภัทรเกียรติ สนธิเดชกุล อายุ 26 ปี วิศวกรคุมงาน ข้อหาร่วมกันประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส รวมทั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน หลังสำนักงานเขตบางรัก เคยติดประกาศให้ระงับการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. แต่ก็ยังลักลอบแอบทำเรื่อยมา

ด้านวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยและคณะลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยมีแนวทางรื้อเครนทั้งหมดออกจากพื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และแก้ไขซ่อมแซมโรงเรียน ขณะที่การตรวจสอบเครนพบว่าไม่ใช่เครนรื้อถอน แต่เป็นเครนต่อเติม คาดว่าคนขับเครนประมาท ทำให้เกิดระบบติดขัดกลางคันจนทำให้เครนหงายหลังได้ ด้านตำรวจ สน.บางรัก สั่งติดตามตัวคนขับรถเครน หลังเกิดเหตุยังไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ พบเป็นชาวกัมพูชา ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. สั่งย้ายหัวหน้าฝ่ายโยธา เขตบางรักไปอยู่ที่อื่น ขณะที่สำนักการโยธา กทม. ตรวจสอบพบมีการดัดแปลงโครงสร้างเพื่อรองรับการเปิดเป็นโรงแรม แต่ยังคงจำนวน 17 ชั้น แม้ไม่ต้องรื้อออกแต่ต้องหยุดดำเนินการทั้งหมด

อันดับ 6 : "นวย" คนดีไม่มีอยู่จริง! ตำรวจเตรียมเรียก "แม่ค้าออนไลน์" กุเรื่องกรรมกรเก็บกระเป๋าหรูคืน

นิยายโซเชียลที่สังคมออนไลน์เคลิบเคลิ้ม แต่ตำรวจไม่ขำด้วย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ปุณณารมย์ สุภาพรลภัสกร" แม่ค้าออนไลน์โพสต์ข้อความชื่นชมหนุ่มรายหนึ่งชื่อว่า "นวย" เก็บกระเป๋าสตางค์ชาแนล สีดำมาได้ โดยอ้างว่าทำตกที่ตลาดในซอยชัยพฤกษ์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยทรัพย์สินต่างๆ ยังอยู่ครบ มีเพียงเงินสด 200 บาทหายไป และจดหมายน้อยอ้างว่าขอค่าส่งไปรษณีย์และค่าเหล้า 1 ขวด ทำให้โลกโซเชียลแชร์และชื่นชมความมีน้ำใจ แถมเจ้าของโพสต์ยังอัปเดตด้วยว่าโทรไปหาเจ้าตัว แต่ไม่ต้องการเงิน ไม่มีเลขบัญชี ไม่รู้ที่อยู่ ขอแค่เหล้าขาวสองขวดพอ เรื่องนี้กลายเป็นข่าวโด่งดัง และเจ้าตัวยังได้โอกาสโฆษณาสินค้าของตัวเองในเฟซบุ๊กอีกด้วย

ถึงกระนั้นก็มีชาวเน็ตจับพิรุธ ทั้งลายมือสะกดผิดเหมือนจงใจให้เป็นบุคคลอื่น กระเป๋าสตางค์ใหม่เอี่ยมไม่เหมือนทำตก กล่องที่ส่งคล้ายกล่องที่แม่ค้าออนไลน์ใช้ และเรียกร้องให้เปิดเผยว่า "นวย" เป็นใคร เธอจึงโพสต์สเตตัสตอบโต้ และพยายามทำให้นวยเป็นตำนาน แต่เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของสังคม ตำรวจ ปอท. จึงเรียกเจ้าของโพสต์สอบปากคำ แต่เจ้าตัวไม่มา ปิดเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมหนี อีกด้านตำรวจลงพื้นที่ถามนิติบุคคลคอนโด และบุรุษไปรษณีย์ จึงทราบว่าพัสดุที่ส่งเป็นเครื่องสำอาง ไม่ใช่กระเป๋าสตางค์ ล่าสุดออกหมายเรียกให้เจ้าของโพสต์มาชี้แจงข้อเท็จจริงสัปดาห์หน้า เนื่องจากเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าข้อมูลสู่ระบบอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

อันดับ 7 : มิเตอร์เทอร์โบ! ฝรั่งร้องจ๊าก สุวรรณภูมิไปถนนข้าวสาร 3,985 บาท ตำรวจท่องเที่ยวลากคอ

เรื่องราวแท็กซี่นอกรีต ดัดแปลงมิเตอร์เพื่อโกงค่าโดยสารมีให้เห็นบ่อยครั้ง แต่ไม่อุบาทว์เท่ากับครั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายเจมส์ อเล็กซานเดอร์ โลคส์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โทรศัพท์ร้องเรียนไปที่ตำรวจท่องเที่ยว หลังพบว่าเรียกรถแท็กซี่จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังถนนรามบุตรี ย่านถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ ปรากฎว่าเมื่อถึงที่หมายปรากฎว่ามิเตอร์ค่าโดยสารสูงถึง 3,985 บาท ตำรวจจึงตรวจสอบกับศูนย์รถแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทษ 407 กทม. คนขับคือนายเสวย พุฒิสาร อายุ 57 ปี จึงติดตามตัวมาตรวจสอบ พบดัดแปลงมิเตอร์ด้วยการทำสวิตซ์ลับบริเวณเกียร์รถยนต์เพื่อเพิ่มค่าโดยสาร

นายเสวยรับสารภาพ อ้างว่าจำมาจากวงการแท็กซี่ด้วยกันแล้วดัดแปลงด้วยตัวเอง จึงได้เปรียบเทียบปรับข้อหาแก้ไขมิเตอร์ 2,000 บาท ข้อหาเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา 5,000 บาท พักใช้ใบขับขี่ 6 เดือน ส่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิกถอนใบอนุญาต ห้ามเข้ามารับผู้โดยสารทั้งที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในโลกโซเชียลมีการเปิดเผยว่า พบแท็กซี่ดัดแปลงมิเตอร์เทอร์โบระหว่างตรวจสภาพรถบ่อยครั้ง หนึ่งในนั้นคือ บริษัท สมาร์ทแท็กซี่ จำกัด ผู้พัฒนาระบบ “สมาร์ท แท็กซี่” (SMART TAXI) ได้ยกเลิกบัตรคนขับและแก้ไขระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตือนโชเฟอร์แท็กซี่คนอื่นๆ อย่าทำแบบนี้ เพราะจะมีความผิดตามกฏหมาย
กำลังโหลดความคิดเห็น...