xs
xsm
sm
md
lg

พิธีราชาภิเษกในประเทศที่เป็นอาณานิคม! บรรเลงเพลงลามาร์แซแยซ ฝรั่งสวมมงกุฎให้ถึงพระเศียร!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค

อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ที่ระลึกในการได้ดินแดนคืนจากสยาม โดยการกดดันของฝรั่งเศส
ประเทศในเอเชียต่างก็อยู่ในการปกครองระบอบกษัตริย์ เมื่อตกไปเป็นอาณานิคมของชาติมหาอำนาจตะวันตก แม้พระราชพิธีราชาภิเษกจะยังมีเช่นเดิมเมื่อเปลี่ยนรัชกาล แต่ก็มีการปรับบ้างตามสถานการณ์ เลยขอนำมาเป็นตัวอย่างให้อ่าน เพื่อจะได้รู้ว่าพระราชประเพณีแตกต่างจากโบราณราชประเพณีไปเพียงใด โดยเฉพาะมีแขกคนสำคัญมาร่วมงาน

ตัวอย่างที่นำมาเสนอในครั้งนี้ เป็นพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ หรือ สมเด็จพระสีสุวัตถิ์ แห่งประเทศเขมร ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๙ ถึงวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๙ เป็นเวลาถึง ๖ วัน จากฉบับแปลโดย หลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนะรัชต์) ผู้เป็นบิดาของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งพระราชพิธีก็เป็นเช่นพิธีราชาภิเษกในประเทศภาคตะวันออกทั่วไป แต่มีแขกคนสำคัญมาร่วมพิธีด้วย คือคณะผู้สำเร็จราชการอินโดจีนของฝรั่งเศส และผู้สำเร็จราชการเขมรของฝรั่งเศส

ในวันแรกพิธีซึ่งจัดขึ้นที่พระที่นั่งเทวาวินิจฉัย โดยภายนอกพระราชวังและบ้านเรือนราษฎร ร้านค้า ต่างตกแต่งประดับประดากันสวยงาม มีประชาชนมาชุมนุมหน้าพระราชวังด้วยความเบิกบานใจ ส่วนพระราชพิธีนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามโบราณราชประเพณี และมีที่แตกต่างจากประเทศทั่วไป เป็นแบบอย่างเฉพาะเขมรบ้าง อย่างเช่น

บนบันไดพระราชมณเฑียรที่พระเจ้าศรีสวัสดิ์จะย้ายจากวังหน้ามาประทับที่วังใหม่ มีหัวหน้าพราหมณ์พิธี ๒ นาย แต่งตัวนุ่งผ้าและเสื้อขาว เป็นเครื่องหมายแสดงว่าเป็นผู้แทนเทพารักษ์ คอยรับขบวนเสด็จพระราชดำเนิน กับมีถาดเครื่องสังเวยเทวดาทั้งคาวหวาน และหัวหมู ๒ หัวถวายเทพารักษ์ซึ่งสถิตรักษาพระบันไดพระราชมณเฑียร

เมื่อขบวนพระราชดำเนินมาถึง เจ้ากรมพราหมณ์พิธีและเจ้ากรมโหร ได้กล่าวคาถาอัญเชิญเทวดาแล้ว ได้ร้องถามว่า

“เทวะ ดูกรท่านเทพยดาเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านได้มาสิงสถิตอยู่ ณ ที่นี้หรือไม่”
หัวหน้าพราหมณ์ ๒ นายที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนเทวดาตอบว่า

“เราได้มาอยู่ ณ ที่นี้แล้วเสมอเป็นนิจ เราได้มาสิงสถิตเพื่อพิทักษ์รักษาพระมหาเศวตฉัตรและพระมหามณเฑียรซึ่งอยู่ในพระราชวังนี้ มิได้ละหนีไป ณ ที่ใดเลย บัดนี้ท่านมีความประสงค์สิ่งใดฤา”

เจ้ากรมโหรและเจ้ากรมพราหมณ์พิธีจึงตอบกลับเทวดาว่า

“เทวะ ข้าแต่ท่านผู้เป็นเทวดา ข้าพเจ้าทั้งหลายนี้ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ซึ่งได้ทรงราชย์ อันทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ จอมจักรพงศ์หริรักษ์ ปรมินทรภูนารถ ไกรแก้วฟ้าสุลาลัย กษัตริย์ผู้ครองกรุงกัมพูชาธิบดี พร้อมด้วยเครื่องรัตนมณีสำหรับพระเกียรติยศ ซึ่งจัดตามแบบบทธรรมเนียมประเพณีอันมีแต่โบราณอันครบสรรพ ในการที่จะเชิญเสด็จผายผันขึ้นสู่ยังพระมหามณเฑียรไชย ประทับบนพระราชอาสน์ภายใต้พระมหาเศวตฉัตร อันควรแด่กษัตริย์ประทับในพระราชวัง เพื่อครองราชย์บัลลังก์เป็นพระเจ้าอยู่หัวแห่งเรา ขอบรรดาเทพยดาเจ้าจงช่วยอำนวยพระพรไชยให้พระองค์มีพระชนมายุยืนยงคงนานถึง ๑๐๐ พระพรรษา ปราศจากโรคาอย่าให้กล้ำกราย ทรงสำราญพระวรกายในราชสมบัติทุกทิวาราตรี ทั้งในเวลานี้และต่อไปภายหน้า ถ้าหากว่าเวลานี้เป็นเวลาที่ได้ฤกษ์งามยามดีมีสิริมงคลแล้ว ก็ขอท่านได้โปรดแถลงบอกให้ข้าพเจ้าได้ทราบ ณ บัดนี้เทอญ”

เทวดาจึงแถลงว่า

“เราเทวดาทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์รักษาพระมหาเศวตฉัตรและพระราชมณเฑียรในพระราชวังนี้ มีความโสมนัสยินดี ขอเชิญเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ เป็นกษัตราธิบดีในกรุงกำพูชามหานครนี้ต่อไป บัดนี้ก็ถึงเวลาฤกษ์งามยามดีแล้ว เราขอถวายสรรพสิ่งทั้งปวงซึ่งมีอยู่ในเวลานี้ แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอัญเชิญเสด็จเข้าสู่พระมหามณเฑียรไชย ประทับภายใต้พระมหาเศวตฉัตร ทั้งเราขอตั้งความสัตย์ถวายพระพรไชย ขอให้ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยืนยาวถึง ๑๐๐ พรรษา และทรงสุขาในราชสมบัติจนตลอดชั่วกาลนาน ทรงพระเกษมสำราญทุกทิวา เพื่อจะได้ทรงอุปถัมภ์พระบวรพุทธศาสนา ให้เจริญวัฒนารุ่งเรือง และทรงทำนุบำรุงพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายใน เสนาอำมาตย์ราชบริพารใกล้ไกลทุกเหล่าทุกชั้น ตลอดถึงอาณาประชาราษฎรสามัญ ซึ่งเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ให้อยู่เย็นเป็นสุขถ้วนทั่วทุกผู้ทุกตน ในรัชกาลอันเป็นมงคลของพระองค์นี้เทอญ”

ในวันที่ ๒๗ เมษายน ซึ่งเป็นวันพิธีใหญ่ สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์เสด็จออกประทับบนพระโทรน ณ ท้องพระโรง มีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยคอยเฝ้าเสด็จอยู่พร้อมหน้า เจ้าพนักงานได้เป่าแตรสังข์กระทั่งมโหระทึกและลั่นฆ้องไชย ประโคมเครื่องดุริยางค์สนั่นหวั่นไหวกึกก้อง ครั้นสุดดนตรีแล้ว สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์เสด็จจากพระที่นั่งโทรน ไปทรงนมัสการพระสงฆ์ ครั้นพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์มงคลไชยคาถาแล้ว สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ได้เสด็จออกมาประทับที่พระชาลาหน้าท้องพระโรง เพื่อทรงคอยต้อนรับผู้สำเร็จราชการอินโดจีน ณ ทีนี้มีกองทหารหัวเมืองประเทศราช เป็นฝรั่งเศสล้วน มาตั้งแถวถวายคำนับเป็นกองเกียรติยศในนามรัฐบาลฝรั่งเศส

ในเวลา ๗ นาฬิกา ผู้สำเร็จราชการอินโดจีนพร้อมคณะได้มาถึงโดยขบวนรถม้า แตรเดี่ยวได้เป่าคำนับและแตรวงได้บรรเลงเพลงลามาร์แซแยซ ซึ่งเป็นเพลงชาติฝรั่งเศส พิณพาทย์ระนาดฆ้องก็บรรเลงขึ้นพร้อมกัน เสนาบดีกรมวังและมหามนตรีฝ่ายขวาฝ่ายซ้ายซึ่งมีหน้าที่รับแขก ก็พาผู้สำเร็จราชการอินโดจีนเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ที่เสด็จออกมาต้อนรับโดยมีนางในตามเสด็จข้างขวา ๘ คน ข้างซ้ายอีก ๘ คน ต่างนุ่งห่มด้วยผ้าเยียรบับ ประดับอาภรณ์วิจิตร สวมชฎาคล้ายนางละคร ถือดอกบัวมาคนละดอก

สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ได้เสด็จขึ้นประทับบนพระโทรนภายใต้เศวตฉัตร ๗ ชั้น ครั้นทำพระราชพิธีตามประเพณีแล้วเจ้ากรมพราหมณ์พิธีรับฉันทะในนามพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการอาณาประชาราษฎรทั่วไป ได้อ่านคำประกาศอัญเชิญเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ มีข้อความตอนหนึ่งว่า

“ด้วยตามที่ได้ตกลงกันกับรัฐบาลฝรั่งเศส ผู้ปกป้องอารักขาประเทศเขมรแล้วทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานกราบบังคมทูลขออัญเชิญเสด็จใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระเจ้าอยู่หัว สืบสนองพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้านโรดมบรมรามาเทวาวตาร พระพุทธเจ้าหลวงพระบรมเชษฐาธิราชของพระองค์ต่อไป”

เมื่อจบคำกราบบังคมทูลนี้แล้ว สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ทรงมีพระราชดำรัสตอบยินดีรับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ จากนั้นผู้สำเร็จราชการอินโดจีนและผู้สำเร็จราชการเขมร พร้อมกันนำตราและสายสะพาย เล ย็อง ดอน เนอร์ เข้าไปถวายแด่สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ในนามประธานาธิบดีฝรั่งเศส พระเจ้าศรีสวัสดิ์ทรงรับและทรงเสวยน้ำพระพุทธมนต์ในพระมหาสังข์เลี่ยมทอง เสร็จแล้วเสนาบดีได้เข้าไปประดับตราและพาดสายสะพายบนฉลองพระองค์สีแดงขลิบทอง

จากนั้น ผู้สำเร็จราชการอินโดจีนทูลอัญเชิญเสด็จให้ทรงขึ้นประทับบนพระบัลลังก์โทรน แล้วออกญาอิสีพัฒน์ ผู้เป็นอธิบดีกรมพราหมณ์พิธี ได้นำพระมหามงกุฎมาส่งให้ผู้สำเร็จราชการอินโดจีนนำไปสวมพระเศียรถวายแด่สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ พราหมณ์ช่วยติดพระกรรเจียกที่พระกรรณขวาซ้าย แล้วพราหมณ์อีกคนหนึ่งก็นำพระขรรค์มาส่งให้ผู้สำเร็จราชการอินโดจีน นำไปถวายต่อพระหัตถ์

สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ทรงขอบใจผู้สำเร็จราชการ แล้วเสด็จลงจากที่ประทับซึ่งเรียกว่า เขาพระสุเมรุ ทรงดำเนินสู่พระที่นั่งราชอาสน์ ทรงขัดสมาธิใต้พระมหาเศวตฉัตร ทอดพระเนตรเหล่าเสนาอำมาตย์ข้าราชบริพารซึ่งคุกเข่าต่อหน้าพระที่นั่งโดยพร้อมเพรียง ทันใดพราหมณ์ก็เป่าแตรสังข์และกระทั่งมโหระทึกลั่นฆ้องชัย ปืนใหญ่ยิงสนั่นหวั่นไหว ครั้นสิ้นเสียงแล้ว ผู้สำเร็จราชการอินโดจีนพร้อมด้วยข้าราชการก็แสดงความยินดี ถวายพระพรชัยในการราชาภิเษกโดยสวัสดิภาพ
จากนั้นสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์เสด็จลงจากโทรน ประทับที่พระเก้าอี้ มีพระราชดำรัสกับผู้สำเร็จราชการอินโดจีนว่า

“ท่านต้องได้รับความลำบากเหน็ดเหนื่อยสำหรับตัวข้าพเจ้ามาก ถึงกับอุตส่าห์มาโดยตนเองในการพิธีราชาภิเษกของข้าพเจ้า กระทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกปลาบปลื้มและได้เป็นที่มั่นใจ หวังว่าท่านมีความยินดีพอใจที่จะทะนุบำรุงส่วนตัวข้าพเจ้าและบ้านเมืองของข้าพเจ้าด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าพเจ้าก็ต้องกระทำกรณียกิจตามหน้าที่โดยมีความยินดีอย่างเบิกบานใจที่จะอำนวยพรให้แก่ท่าน ขอให้ท่านจงมีความสุขกายสุขใจ ขอให้เป็นใหญ่เป็นประธาน ประกอบด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ทุกสิ่งทุกอย่าง และขอขอบใจท่านด้วยอย่างสนิทสนมโดยไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งขอแสดงความยินดีและขอบใจท่านผู้สำเร็จราชการประเทศเขมรด้วย

เมื่อกี้นี้ท่านได้อำนวยพรให้แก่ข้าพเจ้าในนามของท่านและในนามของรัฐบาลฝรั่งเศส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนซึ่งได้มาพร้อมกัน ณ ที่นี้นั้น ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง

ข้าพเจ้าขอท่านได้ช่วยเรียนประธานาธิบดีและท่านเสนาบดีหัวเมืองประเทศราชด้วย ว่าข้าพเจ้ามีความยินดีขอบใจท่านเป็นอันมาก โดยความสุจริตใจแท้ ข้าพเจ้ามีความปรารถนาดีอยู่เสมอ ขอให้ท่านและประเทศฝรั่งเศสมีความเจริญสุขใหญ่ยิ่งๆขึ้น เพราะประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ข้าพเจ้ามีความรู้สึกนึกถึงบุญคุณอยู่เสมอ และข้าพเจ้ายินดียอมรับอาสาที่จะกระทำในกิจการทั้งปวงอย่างเต็มใจ โดยข้าพเจ้ามีความปรารถนาตั้งใจอยู่เสมอที่จะเห็นประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศชั้นที่ ๑ ในจำพวกนานาชาติโดยทั่วไป

ในการที่ข้าพเจ้าได้ครองราชย์สมบัติสืบสนองกษัตริย์ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของข้าพเจ้า โดยความยินยอมพร้อมใจของเจ้านายและข้าราชการทั้งปวง โดยความเจตนาเห็นชอบของรัฐบาลของท่านนี้ ข้าพเจ้าจะได้ตั้งใจคอยเป็นธุระที่จะปฏิบัติกิจการของประเทศเขมรในระหว่างผู้อารักขา ให้เป็นที่ตกลงโดยความปรองดองกันกับรัฐบาลของข้าพเจ้าอยู่เสมอ สรรพกิจทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเกณฑ์ซึ่งเห็นว่าเป็นสิ่งนำมาซึ่งซึ่งความเจริญแผ่ไพศาลสำหรับประเทศและชาติเขมรแล้ว ข้าพเจ้าได้เตรียมพร้อมแล้วทั้งในเวลานี้และเวลาต่อไปภายหน้า ที่จะกระทำกิจการเหล่านั้นให้บรรลุถึงซึ่งผลสำเร็จ โดยความพยายามจนสุดกำลัง เพราะเราทั้งหลายย่อมนับถือว่าประเทศฝรั่งเศสเป็นเหมือนดังเมืองแม่ของประเทศเขมรเรา
ผู้สำเร็จราชการอินโดจีนได้ทูลตอบแสดงความยินดีและชมเชยในกรณียกิจซึ่งพระเจ้าศรีสวัสดิ์ได้ทรงกระทำมาแต่เดิมจนถึงการราชาภิเษกครั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสมีความไว้ใจเชื่อถือในพระองค์ ดังมีพยานปรากฏที่ยอมให้จัดตั้งกองทหารสำหรับชาติเขมรขึ้นกองหนึ่งโดยปราศจากการขัดข้อง ขอพระองค์จงมีความมั่นพระทัยในรัฐบาลเถิด

นี่ก็เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์ตะวันออกพระองค์หนึ่ง ซึ่งประเทศชาติต้องตกเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก โดยมีฝรั่งมาเป็นผู้สวมพระมหามงกุฎให้ถึงพระเศียร
กำลังโหลดความคิดเห็น...