xs
xsm
sm
md
lg

"ขนส่ง" หยัน "รถตู้หัวหิน" ถึงเจ๊งยังมีเหลืออีกกว่า 80 คัน - เจ้าของวินตีแผ่ "สายใต้ปิ่นเกล้า" เงียบราวป่าช้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ภาพจาก รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน - บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560
กรมการขนส่งทางบกไม่หวั่น รถตู้หัวหินอยากเจ๊งก็เจ๊งไป อ้างยังมีรถตู้เหลืออีกว่า 80 คัน บางเจ้าถอยมินิบัสเป็นสิบทดแทน โวกรุงไทย-บสย. มีให้กู้ ด้านเจ้าของวินโพสต์แจงยาวเหยียด ซัด คสช. จัดระเบียบผิดพลาด อนุสาวรีย์ชัยรถติดเหมือนเดิม มีแต่ "พวกมีเส้นสาย-เด็กนักการเมือง" เท่านั้นที่ย้ายแล้วได้ดี ระบุ ไปสายใต้ปิ่นเกล้าเงียบเชียบ มีแต่คนขายตั๋ว คนขึ้นไม่ถึง 15 คน

จากกรณีที่เฟซบุ๊ก "รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน - บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต" ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีต้นทางที่สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า ได้โพสต์ข้อความระบุว่า จะปิดกิจการในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ และระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจไปไม่รอดเป็นเพราะการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ย้ายรถตู้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิออกไป ทำให้ไม่ค่อยมีผู้โดยสารมาใช้บริการ ประสบปัญหาขาดทุน อีกทั้งสถานีขนส่งหัวหินยังมีนักเลงมาเฟียจากวินนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งแย่งผู้โดยสาร และลูกน้องถูกทำร้ายร่างกายอีกด้วย ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด วันนี้ (14 มิ.ย.) กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงว่า ได้ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมมาตรการรับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยยืนยันว่าการเลิกกิจการของผู้ประกอบการรายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการบริการผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในเส้นทาง กรุงเทพ – หัวหิน อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบัน บขส. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง มีรถโดยสารรวมทั้งหมด 101 คัน แบ่งเป็นรถบัสปรับอากาศ 9 คัน และรถตู้โดยสาร 92 คัน โดยแบ่งเป็น 6 วิน ประกอบด้วย วินเจเคพี 42 คัน, วินพรปิยะ 12 คัน, วิน HPT 12 คัน, วิน ณ เณร 12 คัน, วินแสงจันทร์ 8 คัน และวินจูนแอนด์เจมส์ 6 คัน ดังนั้น กรณีวินจูนแอนด์เจมส์ เลิกกิจการ จึงทำให้จำนวนรถลดลงเพียง 6 คัน ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน ยังมีรถบัสปรับอากาศและรถตู้โดยสารสาธารณะเพียงพอต่อการให้บริการ นอกจากนี้ วิน ณ เณร ยังจัดซื้อรถโดยสารขนาดเล็ก 10 คัน เพื่อเตรียมเข้าทดแทนรถตู้ที่ครบอายุการใช้งานไว้แล้วในอนาคต

ทั้งนี้ การจัดระเบียบการให้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารประเภทอื่นๆ เป็นนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะให้แก่ประชาชน โดยภาครัฐได้มีการกวดขันการให้บริการควบคู่กับการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการนำรถโดยสารขนาดเล็กมาเปลี่ยนทดแทนรถตู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบกให้เริ่มทดแทนเฉพาะรถตู้โดยสารที่ครบอายุการใช้งาน ครบ 10 ปี ทั้งยังมีมาตรการช่วยเหลือและลดผลกระทบของผู้ประกอบการ อาทิ การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บขส., ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร” และได้จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง ณ บริเวณอาคาร 3 ชั้น 1 อำนวยความสะดวกให้คำปรึกษาแนะนำกรณีรถตู้โดยสารประจำทางจะครบกำหนดอายุ 10 ปี และขั้นตอนการ จดทะเบียนรถแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service) พร้อมช่วยเหลือเจ้าของรถในกรณีที่มีความประสงค์ที่จะทำการเปลี่ยนรถทดแทนรถคันเดิมที่หมดอายุ



ด้านเฟซบุ๊ก "รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน - บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต" โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีที่ชาวเน็ตวิจารณ์ ระบุว่า บางครั้งรถตู้ที่ถูกวิจารณ์นั้นไม่ใช่รถของบริษัทฯ บางคันย้ายไปวิ่งที่วินอื่น เพราะที่สายใต้ปิ่นเกล้าไม่มีคนมาใช้บริการ บางคันเจ้าของรถขายรถกับเบอร์วินไป รถก็ไปวิ่งที่วินอื่น แต่ชาวเน็ตไม่รู้ความจริงก็ด่ากัน สิ่งที่้คนชมทำไมไม่พูดถึง เคยรู้ความจริงบ้างไหมว่าคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้จัดระเบียบแบบไหน สัญญาว่ายังไง ไม่ใช่แค่วินของตนที่ประสบปัญหา แต่ยังมีอีกหลายวินที่ได้รับผลกระทบกับการจัดระเบียบที่ผิดพลาด การย้ายวินรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อแก้ปัญหาการจราจร ปัจจุบันรถยังติดเหมือนเดิม ก่อนย้ายไม่เคยทำประชาพิจารณ์ว่าถ้าย้ายไปเดินทางไปขึ้นรถตู้ตามที่ต่างๆ จะเดือดร้อนมีผลกระทบหรือไม่ ที่สำคัญ ย้ายรถตู้ออกไปแบบไม่เคยเตรียมสถานที่ให้พร้อม ย้ายไปอยู่รวมกัน มีปัญหาทะเลาะกัน แย่งผู้โดยสารกัน จัดระเบียบแบบไม่เป็นธรรม วินไหนมีเงินทุนหนัก มีเส้นสาย หรือมีสายนักการเมืองก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ดีๆ เช่น เอกมัย หมอชิต

ส่วนวินตนโดนให้มาอยู่ที่สายใต้เก่าปิ่นเกล้า ซึ่งการคมนาคมไม่สะดวกเลยสักทาง รถไฟฟ้าไม่มี ทั้งไกล รถเมล์ไม่จอดเข้าสายใต้ ทำให้ประสบปัญหาผู้โดยสารไม่เข้ามา คณะทำงานจัดระเบียบรถตู้เคยสัญญาไว้ว่า ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือน ให้รถตู้ที่ประสบปัญหาขาดทุนสามารถย้ายได้ ผลสุดท้ายก็ย้ายไม่ได้ แต่วินที่มีเส้นสายย้ายได้สบายไม่มีปัญหา บ้างครั้งวินคู่แข่งก็เข้ามาคอมเมนท์ด่า เพื่อให้วินของตนดูไม่ดี ไม่อยากให้คนมาใช้บริการ พวกตนรถตู้ทำมาหากินสุจริต ไม่ได้ไปปล้นฆ่าใคร ขอดีๆ ที่เขาชมทำไมไม่ลงชมเชยกันบ้าง หรือว่านี้คือนิสัยชอบซ้ำเติม

ถามว่ารถหมดอายุ 10 ปี ก็สมควรเลิกวิ่งไปถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่ถ้าให้ทางเราออกรถมินิบัสมาใหม่ ต้นทุน ค่าภาษี ค่าประกัน พ.ร.บ. อีกเท่าไหร่ คุ้มค่ากับที่ลงทุนหรือไม่ ถ้าให้วินทางเราย้ายไปอยู่ที่หมอชิตหรือเอกมัยก็กล้าลงทุน แต่ถ้ายังจมปลักอยู่ที่สายใต้ปิ่นเกล้าก็ขอเลิกดีกว่า วันๆ หนึ่งมีผู้โดยสารมาใช้บริการที่สายใต้ปิ่นเกล้าไปหัวหินไม่ถึง 15 คน ไม่ใช่วินตนวินเดียวที่ไม่มีผู้โดยสาร วินอื่นที่อยู่ในสายใต้เก่าก็ประสบปัญหาเช่นกัน ถ้าเคยมาสายใต้เก่าปิ่นเกล้า จะรู้ว่าเงียบมากแค่ไหน บางคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีคิวรถตู้อยู่ที่นี่ เดินเข้ามามีแต่คนขายตั๋ว คนไม่รู้ความจริงไม่เคยมาใช้บริการก็ด่ากันสนุก


กำลังโหลดความคิดเห็น...