xs
xsm
sm
md
lg

ลูกไม้หล่นใต้ต้น “ธนาตย์ เสถียรถิระกุล” เป็นนักแข่งรถตามรอยพ่อ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พราะมีพ่อ (มงคล เสถียรถิระกุล) ที่เป็นอดีตนักแข่งรถระดับตำนานคนหนึ่งของเมืองไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามากกว่า 10 ปี ท็อปลงแข่งรถมาแล้วนับไม่ถ้วน และได้ยืนแป้นมาแล้วหลากหลายสนาม ทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ ยังความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก... วันนี้ท็อปก็ได้ยึดอาชีพแข่งรถเป็นหลัก และไม่ลืมที่จะหมั่นพัฒนาตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมลงแข่งขันในสนามต่อๆ ไป



แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมเป็นนักแข่งรถทุกวันนี้มาจากคุณพ่อครับ เพราะตอนที่ผมอายุได้ 5-6 ขวบ คุณพ่อจะชอบพาไปสนามแข่ง ซึ่งช่วงนั้นพี่ชายแข่งอยู่ก่อนครับ

เพราะคุณพ่อบอกว่าที่ยุโรปถือเป็นศูนย์กลางของกีฬาหลายๆ ชนิด กีฬาแข่งรถก็เหมือนกัน คนเก่งๆ แชมป์โลกเขาอยู่ที่นั่นเยอะมาก คุณพ่อเลยถือคติว่า ถ้าอยากเก่งก็ต้องไปแข่งกับคนเก่ง เราจะได้เก่งไปด้วย

ตอนที่ได้ไปยุโรปผมก็ได้เจอกับนักแข่งเก่งๆ ค่อนข้างเยอะ ตอนนั้นนักแข่งคนไทยยังน้อยอยู่ ที่นั่นการแข่งขันเคี่ยวกว่าบ้านเราและยากมาก แต่ผลงานการแข่งก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ผมไม่เคยเข้ารอบเลยนะครับ เพราะเราต้องเรียนด้วย แข่งด้วย ต้องบินไปบินกลับ เช่นวันศุกร์นั่งเครื่องบินไปถึงก็ต้องซ้อม แข่งเสร็จวันอาทิตย์นั่งเครื่องบินกลับ เหนื่อยมากๆ ครับ จนคุณพ่อบอกว่าถ้าขืนบินไปบินมา เราจะไม่มีทางชนะ ฉะนั้นไปอยู่ที่นู่น ไปเรียนที่นู่นเลยดีกว่า เราจะได้มีเวลาซ้อม เวลาฝึกด้วย

ผมมาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหลงรักในกีฬาประเภทนี้ ตอนที่เรียนจบมัธยมปลาย น่าจะช่วงอายุ 18 ปี ผมคิดว่าผมจะอยู่กับกีฬาแข่งรถอย่างเต็มตัว เราจะแข่งรถเป็นอาชีพ

“เอาเลยลูก เต็มที่เลย” คือถ้ารายการแข่งขันไหนน่าสนใจ ถ้าผมบอกว่าอยากจะแข่งขันรายการนี้ อยากลองแข่งดู คุณพ่อก็จะสนับสนุนเต็มที่เลย ซึ่งผมก็ได้เรียนรู้มาจากคุณพ่อ อย่างพื้นฐานผมก็จะได้จากคุณพ่อหมดเลย เพราะว่ากีฬาทุกชนิดจะลืมพื้นฐานไม่ได้ ถ้าพื้นฐานเราแน่นก็จะสามารถเอาไปปรับในการแข่งขันของเราได้ ส่วนที่เหลือผมก็ไปเรียนรู้ในสนาม เวลาแข่งเสร็จก็จะมีเอาวิดีโอมาดูบ้าง จะดูว่าจุดไหนที่น่าจะปรับปรุง จุดไหนที่คิดว่าดีแล้วก็จะคงไว้


นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เท่าที่ผมจำได้ ผมจับพวงมาลัยรถมาก็น่าจะ 16 ปีแล้วครับ ต้องขอบคุณคุณพ่อที่ทำให้ผมมีวันนี้ครับ

นักแข่งไทยคนแรก
คว้าแชมป์แข่งรถซูเปอร์คาร์ทางเรียบระดับโลก

ผมได้ยืนแป้นรายการที่เรียกว่าใหญ่ที่สุดของยุโรปในตอนนั้นแล้ว และก็ในรายการ “CiK-FiA U18 World Championship” ก็ชนะบ้าง เราก็เลยอยากจะพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น เลยหันมาขับรถฟอร์มูล่าครับ ก็เริ่มจากไปแข่งยูโรฟอร์มูลา โอเพนก่อน


ความท้าทายของการขับฟอร์มูลา คือ การเรียนรู้กับรถนะครับ เพราะว่าฟอร์มูลาค่อนข้างจะแตกต่างจากโกคาร์ตในเรื่องของการขับ แต่เบสิกจะเหมือนกัน แต่ผลงานการขับฟอร์มูลาแรกๆ ก็ยังทำได้ไม่ดีเหมือนกัน แข่งฟอร์มูลาปีแรกๆ ผมไม่เคยได้รางวัลเลย เพิ่งมาปีที่ 2 ที่เริ่มได้ยืนแป้นที่ 3 ที่ สนาม Red Bull Ring ในเมือง Spleberg ประเทศออสเตรเลียครับ

หลังจากนั้นผมก็ได้มาลองขับซูเปอร์คาร์ มีไปแข่งขันหลายรายการ เช่น แข่งในประเทศไทย

รายการ “Porsche Carrera Cup Asia” รายการนี้ทุกคนจะแข่งด้วยรถปอร์เช่เหมือนกันหมด ห้ามแต่ง ห้ามอะไร ทุกอย่างต้องเหมือนกันหมด

รายการ “บลองก์แปงจีทีเอเชียซีรีส์ 2019 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ผมได้ร่วมทีมกับ ฟิลิป ฮัมเพรชท์ นักแข่งชาวเยอรมัน

รายการ “บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย ” ผมร่วมทีมกับ ฟิลิป ฮัมเพรชท์ นักแข่งชาวเยอรมัน ขับคนละครึ่งชั่วโมงสลับกัน รวมเป็น 1 ชั่วโมง ซึ่งจะมีรถซูเปอร์คาร์หลายยี่ห้อ เป็นต้น

สำหรับซูเปอร์คาร์ ผมมาชนะจริงจังเลยน่าจะเป็นปีนี้ ที่ผ่านมาได้ยืนแป้นบ้างแต่ว่าไม่เท่ากับปีนี้ ปีนี้ก็ถือได้ว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ชนะในรถปอร์เช่ จีที 3 อาร์ ในรายการ “บลองก์แปงจีทีเอเชียซีรีส์ 2019 ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ผมได้ร่วมทีมกับ ฟิลิป ฮัมเพรชท์ นักแข่งเยอรมันครับ

ล่าสุดเป็นการแข่งขันซูเปอร์คาร์ระดับเวิลด์คลาส รายการ “บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยครั้งนี้ผมมาจบเรซในอันดับ 2 ครับ

ถ้าถามผมว่าประทับใจสนามแข่งไหนมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วผมจะประทับใจทุกสนามที่ผมได้ลงแข่ง เพราะผมคิดว่าทุกสนามทำให้ผมพัฒนาตัวเองไปได้เรื่อยๆ แต่ถ้าพูดถึงผลงานที่ภูมิใจมากๆ ก็คงเป็นรายการ “บลองก์แปงจีทีเอเชียซีรีส์ 2019 ที่ผมชนะมาครับ




ตั้งแต่อยู่ในวงการแข่งรถมากว่า 16 ปี ผมรู้สึกดีมากๆ ที่ได้อยู่ในสนามการแข่งรถ ทั้งสภาพแวดล้อม คนดู เสียงรถ ผมชอบทุกอย่างเลยครับ แล้วผมก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองด้วยที่เราสามารถทำได้ เพราะว่าการแข่งนั้นไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินความสามารถ แต่อนาคตผมมองว่าเราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น ต้องพยายามเก็บแต้มเก็บอะไรให้ได้มากที่สุด


ส่วนปีนี้ผมจะมีแข่งอีก 12-13 สนาม จะมีแข่งที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย, ที่ฟูจิ สปีดเวย์ และซุซุกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น, ที่เซี่ยงไฮ้ อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศจีน ฯลฯ เป้าหมายตอนนี้ผมก็คือแข่งรถเป็นอาชีพ มีแค่แพลนเดียว ยังไม่มีแพลนอื่นครับ


แต่ไม่ว่าคุณจะเล่นกีฬาอะไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จคุณจะต้องทุ่มให้กับมันเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องขจัดความขี้เกียจออกไปให้ได้ คือคนเราก็อยากสบายแหละ แต่ต้องมีความมุ่งมั่นด้วย ถ้าความมุ่งมั่นสูงกว่าความสบาย มันก็จะได้ไปต่อ แต่ถ้าความอยากสบายสูงกว่า มันก็จะไม่ไปไหน


ธนาตย์ :
ผมว่าประสบการณ์เรียนรู้กันได้ ถ้าใจรักจริงๆ คุณต้องมุ่งมั่น มุ่งมั่นที่จะซ้อม มุ่งมั่นที่จะไปยิมทุกวัน ฟิตร่างกายทุกวัน การเตรียมพร้อมร่างกายมันสำคัญนะครับ ถ้าจะแข่งรถเราจะต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา คือเราไม่รู้ว่าเราจะได้มีโอกาสที่จะแข่งรถที่เครื่องแรงกว่าหรือเปล่า ขับยากกว่าหรือเปล่า ต้องพยายามทำให้ร่างกายเราพร้อมเพื่อที่จะได้ไปอยู่ตรงนั้น

นอกจากนี้ คุณต้องหมั่นหาข้อมูลความรู้เพิ่มเติม ในอินเทอร์เน็ต ในยูทูปมีบอกหมด เขาจะมีสอนทุกอย่าง

• มองวงการแข่งรถในประเทศไทย และมุมมองต่อการแข่งรถบนท้องถนนอย่างไรบ้าง


มงคล : สมัยก่อนผมก็เป็นนะครับ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ที่สุขุมวิทยังโล่งๆ อยู่ ผมก็ไปซิ่งรถอยู่บนถนนนี่แหละครับ พี่ชายผมบอกว่าจะแข่งทำไมบนท้องถนน จะมาขับแบบนี้ทำไม ไปขับรถแข่งสิ ไปลงแข่งโกคาร์ตเลยดีกว่า เขาก็เลยซื้อโกคาร์ตให้ผมคันหนึ่ง

ตั้งแต่นั้นผมเลยได้ไปลงแข่ง โดยที่ไม่มีความรู้สึกว่าเราอยากจะมาซิ่งบนท้องถนนอีกเลย เพราะผมมีความรู้สึกว่าเรามีสนามให้แข่งแล้ว คงเหมือนกับนักมวยแหละครับ ที่มีเวที ถ้าให้ไปตีกันข้างล่างเวทีก็เป็นนักเลง แต่ถ้าอยู่บนเวทีก็คือนักมวย ซึ่งมีเกียรติกว่า การแข่งรถก็เหมือนกัน สู้เราไปปลดปล่อยในสนามดีกว่า ถ้าคุณแน่จริง เก่งจริง คุณก็ชนะ ถ้าไม่ชนะก็ไปปรับปรุงตัวเองก็แค่นั้น

คือวัยรุ่นถ้าอยากจะแสดงออก ควรไปทำในที่ที่ถูกต้อง อย่างในสนามแข่งอ่านใจคนง่ายกว่าบนท้องถนน วิ่งไปทางเดียวกัน มันปลอดภัยกว่ากันเยอะ แต่อยู่บนท้องถนน คนขับรถมีหลายระดับ ขับเก่งก็มี ขับไม่เก่งก็มี คิดอะไรอยู่ก็มี เขาอาจจะทำให้เราเกิดความผิดพลาดได้ง่าย



มงคล : หลายคนมองว่าอันตรายก็เพราะว่ารายการที่เกี่ยวกับการแข่งรถเขาจะชอบเอาภาพอุบัติเหตุดูแล้วน่าตื่นเต้นขึ้นมาก่อน คนเลยคิดว่าอันตราย

จริงอยู่ว่าการแข่งรถไม่ได้มีกฎกติกาเหยียบว่าจะต้องไมล์เท่าไหร่ เราจะต้องไปให้เร็วที่สุด แต่ว่ามันไม่อันตรายครับ อย่างกีฬาฟุตบอลเขามี FIFA เป็นองค์กรกำหนดกติกา รถยนต์ก็จะมี FIA (Fédération Internationale de l'Automobile หรือ สหพันธยานยนต์นานาชาติ) ที่คอยกำหนดกฎ กติกา ระเบียบ และความปลอดภัยต่างๆ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เขาจะมีหมด แม้กระทั่งเบาะก็มีอายุ หมวกกันน็อกก็มีอายุ ถ้าเกินอายุเขาก็ไม่ให้แข่ง ยิ่งสมัยนี้ความปลอดภัยยิ่งดีเลยครับ มันไม่ได้เป็นอะไรได้ง่ายขนาดนั้น ตัวรถแข็งแรงกว่าสมัยก่อนเยอะ เรื่องไฟก็มีออโตเมติก ไฟลุกก็ดับเองได้ สนามสมัยนี้ระบบความปลอดภัยเขาดีหมด เพราะเขาเน้นเรื่องความปลอดภัยมากๆ

หลังๆ มานี้นักแข่งรถที่เสียชีวิตมีน้อยนะครับ อย่างฟอร์มูลา 1 ไม่มีคนตายมาเป็น 10 กว่าปีแล้ว ผมมองว่าเขาก็พยายามปรับปรุงและพัฒนาไปเรื่อยๆ

สำหรับผมถามว่าเคยเจอเหตุการณ์อันตรายบ้างไหม อย่างสนามพีระฯ ผมชนมาทุกโค้งแล้วนะครับ แต่ตัวเราไม่เป็นอะไรนะครับ เพราะความปลอดภัยค่อนข้างสูง ส่วนรถชนก็แค่ซ่อม

ธนาตย์ : ส่วนผมเท่าที่แข่งมา ถ้าชนก็มีเยอะครับ แต่ระบบความปลอดภัยเขาดีจริงๆ ตอนที่ชนผมก็ไม่ได้เจ็บอะไร ก็ออกมายืนได้ปกติ ไม่เคยเจ็บตัวถึงขั้นเลือดตกยางออกเลยครับ

•ถ้ามีน้องๆ อยากเป็นนักแข่งรถบ้าง จะต้องเริ่มต้นอย่างไร มีคำแนะนำไหม

มงคล : ผมว่าต้องเริ่มต้นมาจากพ่อแม่ก่อนเลย ทัศนคติของพ่อแม่จะต้องเปลี่ยนก่อน ถ้าเกิดกลัว อันนั้นไม่ได้ อันนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องมา แต่ถ้าคุณอยากสร้างให้ลูกคุณมีวินัย เป็นคนใจสู้ ที่สำคัญคือมีกีฬาให้เขาเล่น แต่ต้องดูว่าเขาชอบด้วยหรือเปล่า บางทีเขามาลองเล่นดู 1 ปี เขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ ไม่ชอบก็ไปเล่นกีฬาอย่างอื่น แต่อย่างน้อยได้เล่นกีฬา มันก็จะทำให้ห่างไกลจากอบายมุข

หลังจากนั้นถ้าพ่อแม่โอเค ก็เริ่มจากโกคาร์ตก่อนครับ เพราะโกคาร์ตถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับรถแข่ง พอเด็กไปแข่งแล้วสนุก แข่งจบแล้วเข้ากับพวกได้ แล้วค่อยมาดูว่าฝีมือเขาพัฒนาไปถึงไหน ถ้าเขาเป็นแชมป์จากเมืองไทยแล้วก็ค่อยไปเมืองนอก ไปตามสเต็ปของมันแหละครับ ถ้าชนะแล้วอะไรก็ง่ายหมด

ทุกวันนี้ผมก็ภูมิใจในตัวลูกนะครับ เพราะทุกครั้งที่ไปแข่ง เรามีธงไทยติดอยู่ ก็เหมือนกับเราเป็นตัวแทนของคนไทย ตอนนี้ผมก็วางมือจากการแข่งรถไปแล้ว ผมรู้สึกว่าผมอยู่ข้างนอกผมสนุกกว่า (หัวเราะ) ก็มาสานต่อลูกๆ คอยนั่งลุ้นลูกๆ แทน ซึ่งเราก็อยากไปดูเขาแข่งเรื่อยๆ จนกระทั่งไปไม่ไหวแล้ว

ผมคาดหวังแค่ว่าลูกไปแข่งที่ไหน ก็อยากให้เขาชนะกลับมาครับ หรืออย่างน้อยก็ให้ได้ขึ้นโพเดียมก็ยังดี เพราะถ้าเราได้ขึ้นโพเดียมบ่อยๆ สิ่งอื่นก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นแชมป์หรืออะไรก็จะตามมาเอง

ติดตามผลงานได้ที่เพจ : tanart sathienthirakul

เรื่อง : วรัญญา งามขำ
ภาพ : ปัญญพัฒน์ เข็มราช, เพจ : tanart sathienthirakul



กำลังโหลดความคิดเห็น...