xs
xsm
sm
md
lg

“เราจะไม่ชอบอะไรก็ได้ แต่อย่าไม่ชอบตัวเอง” : เฟรนด์ มัชฌิมา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“รักมือสอง” ผลงานจาก Bedroom Audio ที่แม้ซิงเกิลนี้จะถูกปล่อยมาตั้งแต่ปี 2018 แต่ก็ยังมีคนเข้ามาติดตามไม่ขาดสาย แถมยังมีหลายคนเอ่ยชมนางเอกเอ็มวีว่าถึงจะไม่ได้ขาว หมวย แต่สวยเป็นธรรมชาติมากๆ

“เฟรนด์ มัชฌิมา วชิรโกเมน” ผู้รับบทนางเอกเอ็มวีเพลงนี้ กับบทแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ผิวแทน หน้าคม แถมมีลูกติด แต่หลายคนก็มองว่าเธอเหมาะและเล่นดีมากๆ แถมยังสวยเป็นธรรมชาติ สวยแบบไม่ต้องปรุงแต่งเลย

นอกเหนือจากงานเบื้องหน้าแล้ว งานเบื้องหลังอย่างการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ เธอก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน มาทำความรู้จักถึงที่มาที่ไปของสาวไม่ขาวหมวยแต่สวยคมคนนี้ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า



ชีวิตก่อนก้าวมาเป็นนางเอกเอ็มวีร้อยล้านวิว

เริ่มเล่น MV ตัวแรกตออยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ค่ะ MV แรกเลยจะเป็นของ Two Pills After Meal ชื่อเพลงว่า “หายใจ” ตอนนั้นเขาประกาศหาผู้หญิงผิวแทนสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ในเฟซบุ๊ก เพื่อนก็แท็กเฟรนด์ สุดท้ายทีมงานก็ได้ติดต่อมาค่ะ และงานนี้ทำให้เฟรนด์สามารถเข้าไปทำงานที่ Hello Filmmaker ด้วยค่ะ

หลังจากนั้นเฟรนด์ก็ได้ถ่าย MV มาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ประมาณ 10 กว่าชิ้นแล้วค่ะ เช่น TWO PILLS AFTER MEAL - หายใจ Feat. เบิร์ด Desktop Error, KLEAR - ไว้ใจ, LIPTA - Good luck feat. Maiyarap, ไม้หมอน วชิรวิทย์ - หลุด, BEDROOM AUDIO - รักมือสอง, LIBERATE THE PEOPLE - MY SINS feat. JUU4E, FIIXED - กลิ่นเงิน, Daniel Didyasarin - เพลงที่อยากบอกเธอ, อพาร์ตเมนท์คุณป้า - กำยาน, Tahiti80 - Hurts, Phum Viphurit - Hello, Anxiety, โอ๊ต ปราโมทย์ - สัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งเฟรนด์ชอบทุกเอ็มวีที่เล่นมาทั้งหมดเลยค่ะ

เป็นที่รู้จักจากบทแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ผิวแทน มีลูกติด ในเพลงรักมือสอง

เพลงรักมือสอง ของ BEDROOM AUDIO ถือเป็นผลงานที่ทำให้คนรู้จักเฟรนด์ในวงกว้างเลยก็ว่าได้ค่ะ ต้องบอกก่อนว่า ส่วนตัวเวลารับงานเฟรนด์จะไม่ได้มองว่าเราต้องไปรับบทอะไร เล่นให้กับศิลปินคนไหน แต่เฟรนด์จะเลือกจากปัจจัยหลักๆ เลยก็คือ เราจะได้ทำงานกับทีมไหน ทีมไหนคือทีมถ่าย

อย่างใน MV เพลงนี้ ทีมถ่ายคือพี่เสือ ลาดปลาเค้าบอยส์ (เสือ-พิชย จรัสบุญประชา) คือเฟรนด์เคยเจอและทำงานกับพี่เขา เราสนุกที่ทำงานกับพี่เขา เฟรนด์ก็เลยโอเค โดยที่ยังไม่ได้รู้เรื่องเลยด้วยนะว่าเราต้องเล่นอะไร ที่ไหน คือรู้แค่ว่าเราได้ทำงานกับทีมพี่เสือแล้วก็รับเลย

พอรู้ว่าต้องเล่นบทแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวมีลูกติด เฟรนด์โอเคนะคะ เพราะคิดว่าคนดูคงไม่ได้จำภาพว่าเราเป็นแม่ค้าไปตลอดหรอก เขารู้ว่ามันเป็นการแสดง และเฟรนด์รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่เปลี่ยนลุคง่ายมาก บางคนที่รู้จักกันเขายังบอกเลยว่าเคยดูผลงานเรานะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเราก็มี (หัวเราะ)

เฟรนด์ว่าการทำงานที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ มันสนุกดีนะคะ เฟรนด์ได้ฝึกขายก๋วยเตี๋ยวจริงๆ มีเจ้าของร้านมาสอน ซึ่งเฟรนด์ก็เพิ่งรู้ว่าก๋วยเตี๋ยวแห้งจะต้องใส่หมูไว้ข้างล่างเส้น ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำจะใส่เครื่องไว้ข้างบน เราก็ตั้งใจทำให้ดูเซียน ดูคล่องที่สุด ก็ฝึกอยู่หลายครั้งเลยค่ะ

ส่วนเรื่องผลตอบรับ จริงๆ เฟรนด์จะเป็นคนไม่ค่อยเช็กฟีดแบ็กการทำงานเท่าไหร่ เราจะไปใส่ใจกับฟีดแบ็กของผู้กำกับที่เขาดูผลงานของเราผ่านจอมอนิเตอร์มากกว่า เพราะถ้าผลงานออกมาแล้ว ผู้กำกับให้ผ่านแล้ว ทุกคนแฮปปี้ กลับบ้านนอนนั่นคือจบ เพราะเฟรนด์มองว่าผลตอบรับมันจะดีหรือไม่ดี สุดท้ายแล้วรู้ไปก็เท่านั้น แต่ก็มีบ้างที่เวลาเราไปไหนมาไหนคนเดียวก็จะมีคนพูดๆ กันว่าคนนี้ที่เล่น MV ก็มีคนมาของถ่ายรูป ขอกอด อย่างไปดูคอนเสิร์ตก็มีน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วเรียกชื่อจริงด้วยนะคะ พี่มัชฌิมาใช่ไหมคะ ขอกอดหน่อยได้ไหม อะไรประมาณนี้ค่ะ

กระแสเชิงลบก็มีแหละ แต่เราไม่ได้อ่าน แต่ก็เพื่อนเอามาให้ดูบ้าง ก็จะมีคนบอกว่าไม่เห็นสวยเลย แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจนะคะ มองเป็นเรื่องตลกมากกว่า ไม่ได้เก็บมาคิดอะไร คำชมก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน เหมือนแบบเราทำเต็มที่แล้วก็จบค่ะ


เคยโดนบลูลี่ ตั้งฉายาว่า “ลำหับ”

ส่วนตัวเฟรนด์เคยโดน bully มาตั้งแต่เด็กค่ะ ตอนนั้นมันยังไม่รู้เรื่องเลยไม่รู้ว่าประโยคที่เขาพูดกับเรามันแย่มากๆ เคยโดนตั้งฉายาว่า “ลำหับ” เมียเงาะป่าในวรรณคดี

หรือจะเคยโดนคนบอกว่า “ถ้าขาวแล้วจะสวย” “ปากหนาไม่สวย ไปฉีดปากบางสิ” คือเราไม่ได้น้อยใจ แต่ก็ไม่ได้ภูมิใจหรือมั่นใจในตัวเองอะไรขนาดนั้น แต่มันจะเป็นฟีลแบบว่าแล้วพี่มายุ่งอะไร ร่างของหนู ไม่ใช่ร่างพี่ ถ้าอยากขาว อยากปากบาง ผมตรง จะไปทำเอง ไม่ต้องให้ใครมาพูด เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าเวลาไหน เทรนด์ความสวยของโลกจะเปลี่ยนไปแบบไหน ร่างกายเรามันก็จะอยู่กับเราไปทั้งชีวิต แต่เราก็ไม่โกรธนะคะ แต่คงมีจี๊ดบ้าง แต่ก็คิดว่ารู้สึกไปก็เท่านั้น ไม่เห็นมีใครมาขอโทษเราสักหน่อย อย่างนั้นมองเป็นตลกๆ ไปก็แล้วกัน

เฟรนด์จะชอบมีคนมาปรึกษาตลอดว่าไปทำตรงนั้นดีไหม ทำตรงนี้ดีไหม ซึ่งเฟรนด์ก็จะให้คำตอบว่า ไม่ต้องหรอก ธรรมชาติเขาคิดมาให้แล้วว่าผิวสีนี้เหมาะกับตาแบบนี้ เหมาะกับผมแบบนี้ ถ้าเราไปเปลี่ยนก็คงดูแปลกๆ เว้นแต่จะชอบจริงๆ มีความสุขก็ทำ เพราะคนที่เขาบอกว่าทำอย่างนี้สวยไม่ได้อยู่ข้างหูเราตลอดเวลา ความคิดเราต่างหากที่อยู่กับเราตลอด

ถ้าถามว่าอยากแนะนำอะไรถึงคนที่เคยโดน Bully เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนที่เราเคยโดนมา เฟรนด์อยากบอกให้เข้มแข็งนะ ซึ่งตัวเราก็ไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้นหรอก เราแค่ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับชีวิตเรา จริงๆ เราไม่ได้น่าสงสารนะคะที่เราเกิดมาสีผิวนี้ แต่คนพวกนั้นเขาน่าสงสารมากกว่าที่มีความคิดแบบนั้น

เฟรนด์เคยคิดนะว่าทำไมเขาถึงแกล้งเรา ทำไมถึงพูดแบบนี้กับเรา สังคมที่เราอยู่ยังไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับเราเลย แสดงว่าสังคมที่เราอยู่มันดีมากๆ ใช่ไหม หรือเพราะสังคมที่เขาอยู่มันแย่ การอบรมสั่งสอนมันแย่มากๆ แล้วอยู่ดีๆ เราก็เกิดความสงสารคนเหล่านั้นขึ้นมา

ส่วนตอนนี้มีคนมาชมว่า “สวย” จริงๆ เฟรนด์ก็ขอบคุณเขานะคะ รู้ว่าเขาจริงใจแต่เฟรนด์มองว่าความสวยไม่มีจริงหรอก เราอยู่กับร่างกายเรามาทั้งชีวิต ต้องเจออารมณ์ของคนที่แต่ละคนมองไปคนละทาง เมื่อก่อนโดนว่า ตอนนี้โดนชม แล้วคือยังไง สรุปอันไหนคือความจริง แต่บอกเลยค่ะว่าต่อให้เราเป็นยังไงอย่างน้อยเราต้องชอบตัวเอง เพราะถ้าเราไม่ชอบตัวเอง ก็คงไม่มีใครชอบเราแล้ว


ความสามารถไม่ธรรมดา! นอกเหนือจากงานเบื้องหน้า ยังทำงานเบื้องหลังในฐานะ “ผู้ช่วยผู้กำกับ”

เฟรนด์เรียนจบออกแบบนิเทศศิลป์มา แต่มารู้ตัวเองว่าชอบทำหนัง ตอนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 เพราะเราบังเอิญได้ทำหนังตัวหนึ่งแล้วรู้สึกดี อีกอย่างเฟรนด์ชอบอ่านหนังสือ ชอบดูหนัง โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ พอเราได้อ่านแล้วจะชอบนึกตามว่าถ้ามันออกมาเป็นภาพมันจะเป็นยังไง

อย่างแนวหนังสือที่ชอบเป็นพิเศษ คือ หนังสือของ “แทนไท ประเสริฐกุล” ชอบมากเป็นคนที่ย่อยเรื่องวิทยาศาสตร์ออกมาง่ายและตลก แต่ถ้าเป็นนิยายจริงๆ ก็อ่านไปเรื่อยนะ การ์ตูนก็อ่าน นิยายที่ถูกเอาไปทำเป็นหนังก็อ่าน จะชอบหลากหลาย เลยทำให้ชอบการเขียนบท การทำหนังค่ะ

อีกอย่างเฟรนด์เคยทำงานกับ Hello Filmmaker ที่เป็นทีมทำ MV ตัวแรกที่เฟรนด์เล่นด้วย เลยได้ฝึกงานที่นั่น แล้วพี่ที่รู้จัก เขาเคยเอาเราไปใช้ที่กองเขา เขาก็เรียกใช้เราตลอด ทำให้พอเราเรียนจบ พี่เขาก็ได้เรียกไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ

งานผู้ช่วยผู้กำกับหลักๆ เลยคือ เราจะมีหน้าที่คอยสื่อสารกับทุกคนในกอง เป็นคนรวมไฟล์ เป็นคนกระจายงาน ทำให้ทุกอย่างถ่ายต่อได้อย่างรวดเร็วตามที่คิดไว้ วางแผนข้อกำจัดของแต่ละกอง เราจะเรียงเวลายังไง มีแผนอะไรรองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เหมือนจะต้องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยค่ะ ซึ่งพี่ๆ เขาก็คอยสอน คอยบอกเทคนิคให้ว่าจะต้องทำยังไง เราเป็นผู้หญิงก็จริง เป็นเด็กก็จริง แต่เราเป็นคนที่จะสื่อสารกับทุกคนในกอง ต้องหนักแน่น แน่วแน่ พูดยังไงให้ถนอมน้ำใจที่สุด เพราะการทำงานกับคนมีเรื่องยิบย่อยมากๆ

งานแรกที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับแบบเต็มตัวเลย รู้สึกจะเป็นงานโฆษณา ตอนนั้นได้เป็นผู้ช่วยหนึ่งด้วยค่ะ โดนยับเลย ร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้มีคำปลอบใจอะไรพิเศษที่ใช้บอกกับตัวเองนะคะ เราก็ได้ทำยังไงก็ได้ให้หยุดร้องไห้ แล้วไปทำงานต่อได้มากกว่า

เราไม่ได้จบมาทางด้านนี้โดยตรง ดังนั้นเราต้องพยายามทำให้เขาเห็นถึงความตั้งใจว่าเราทำได้ถึงแม้จะไม่ได้เรียนฟิล์มมา แต่ก็ไม่ได้เสียดายเงินที่ไปเรียนนิเทศศิลป์นะ เพราะเราสามารถเอาที่เรียนมาใช้กับการทำงานได้ เช่น มุมมองการมองภาพ มองเฟรม อันนี้สวย อันนี้ไม่สวย ประมาณนี้ค่ะ

การทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังต่างกันมากนะคะ อย่างงานเบื้องหลังงานหนึ่งจะทำหลายวัน ทำเป็นเดือนเลยก็มี แต่งานเบื้องจะวันเดียวจบ คิวเดียว สองคิวก็ว่ากันไป การถูกดูแล เทกแคร์ก็จะไม่เหมือนกัน

แต่เฟรนด์ว่าจากที่เราเป็นผู้ช่วยผู้กำกับแล้วมาเป็นนางแบบ มันดีนะคะ อย่างตอนที่เราเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ เราจะรู้ว่านางแบบเขาเป็นอะไร เขารู้สึกยังไง เพราะเราเคยเป็นมาก่อน หรืออย่างตอนเราเป็นนางแบบก็เหมือนกัน เราจะรู้ว่าต่อไปจะยังไง ไม่ใช่แค่แอ็กติ้ง แต่อะไรที่จะสะดวกแก่การถ่ายทำมากขึ้น เราก็จะทำ เหมือนเราเข้าอกเข้าใจหน้าที่อื่นมากขึ้นค่ะ

อนาคตงานเบื้องหลัง เฟรนด์ก็อยากทำหนังของตัวเองเหมือนกันนะคะ ถ้าทำจริงๆ คงทำเกี่ยวกับเรื่องเล่าของตัวเอง อยากให้มีส่วนหนึ่งของเราอยู่ในนั้น ส่วนงานเบื้องหน้าเร็วๆ นี้ก็จะมี MV เพลงใหม่ของวง Lomosonic ค่ะ ส่วนงานถ่ายแบบก็จะมีเรื่อยๆ สามารถติดตามได้ในอินสตาแกรม @mmutchima ค่ะ

เรื่อง : ทีมสัมภาษณ์
ภาพ : วชิร สายจำปา


กำลังโหลดความคิดเห็น...