xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก “มนตรี พงษ์พานิช” เป็นอะไรกับ “เสริมศักดิ์” และ “ปรีชาพล” อดีต หน.ไทยรักษาชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หลังศาลพิพากษาให้รัฐจ่ายค่าโง่โครงการโฮปเวลล์ 1.2 หมื่นล้านบาท แก่เอกชน ว่ากันด้วยนามสกุลดัง ของผู้อนุมัติโครงการอย่าง “มนตรี พงษ์พานิช” อดีต รมว.คมนาคม เป็นอะไรกับนักการเมืองคนดัง

ทั้ง “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” อดีต รมช.มหาดไทย ยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีศรีภรรยาอย่าง “เจ๊เบียบ” ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช อดีต ส.ว.ขอนแก่น ที่ชอบวิจารณ์ประเด็นสังคมผ่านสื่อบ่อยๆ

รวมไปถึง “ป๋อม” ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกชาย เสริมศักดิ์-ระเบียบรัตน์ อดีต ส.ส.ขอนแก่น หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี

อันที่จริง “มนตรี” มีศักดิ์เป็นพี่ชาย “เสริมศักดิ์” ลูกชายคนที่ 5 ในครอบครัวพงษ์พานิช ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็มีอายุห่างกัน 3 ปี รวมทั้ง “ปรีชาพล” ก็มีศักดิ์เป็นหลานชายของ “มนตรี” อีกด้วย

“มนตรี” และ “เสริมศักดิ์” เป็นลูกชายของ นายจำรัส พงษ์พานิช กับ นางพริ้ง พงษ์พานิช จากจำนวนพี่น้อง 9 คน

มนตรี พงษ์พานิช เกิดวันที่ 9 พ.ย. 2486 จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง) จาก Staatliche Ingenieur Institute Konstanz ประเทศเยอรมนี ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์รักของปรมาจารย์ซอยสวนพลู “หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช” ลงสมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา มาตั้งแต่ปี 2519 ถึงปี 2539 รวม 9 สมัย และเป็นอดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม ก่อนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีมากมาย ทั้ง รมช.คมนาคม รมช.มหาดไทย ก้าวเป็นเจ้ากระทรวงในตำแหน่ง รมว.คมนาคม รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.สาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรี

ระหว่างนั้น ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน ในปี 2533 “มนตรี” เป็นคนอนุมัติโครงการโฮปเวลล์ โดยมีคนใกล้ชิดอย่างนายอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ อดีต ผอ.บริษัทไทยเดินเรือทะเล เป็นคนเดินเรื่อง

นำมาซึ่งฉายา “จอมโปรเจกต์” อันลือลั่นในยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม โครงการโฮปเวลล์ที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 8 หมื่นล้านบาท ถูกสังคมตั้งคำถามว่า มีผลประโยชน์ก้อนใหญ่ เข้ามายังผู้มีอำนาจในยุคนั้นหรือไม่

กระทั่ง คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่ชาติ (รสช.) นำโดย “บิ๊กจ๊อด” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534

นายมนตรีเป็น 1 ใน 10 นักการเมืองที่ถูกคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.) พบว่ามีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ ถูกยึดทรัพย์กว่า 364.4 ล้านบาท

โชคดีที่นักการเมืองนำโดย “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง ไปยื่นคำร้องต่อศาล โวยวายว่าประกาศ รสช.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครอง เพราะเลือกปฏิบัติ ตั้งบุคคลอื่นที่มิใช่ศาลพิจารณาคดี

หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬผ่านพ้นไป โดยที่ “บิ๊กจ๊อด” เป็นฝ่ายราบคาบ 25 มีนาคม 2536 ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์นายเสนาะ นักการเมืองที่เหลืออีก 9 คน รวมทั้งนายมนตรี ได้ทรัพย์สินคืน

อย่างไรก็ตาม นายมนตรีป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคกิจสังคม ใช้ชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักในซอยพรรณี ก่อนจะถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 รวมอายุได้ 56 ปี

ยังเหลือทายาท 2 คน ที่เกิดกับคุณหญิงธิดา พงษ์พานิช ภรรยา หนึ่งในนั้นอยู่ในวงการดีไซเนอร์ชื่อดัง และมักจะออกงานสังคมบ่อยครั้ง

ครั้งหนึ่ง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยเป็นเลขาฯ มนตรีในยุคพรรคกิจสังคม กล่าวในรายการ The Daily Dose ผ่านช่องวอยซ์ทีวี ว่า มนตรี เป็นคนที่ไม่แคร์สื่อ เป็นคนตรงๆ มีชีวิตสบายๆ

“การที่ไม่แคร์สื่อ สื่อก็อาจจะคิดว่าไม่ใช่พวก เป็นศัตรูดีกว่า บางคนเข้าไปเทคแคร์ดูแลอย่างดี แต่มนตรีไม่มี เป็นตัวของตัวเอง เป็นสุภาพบุรุษมาก” และว่า มนตรีไม่ใช่เป็นคนสร้างภาพ ตนเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้สร้างภาพ

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เกิด 23 ก.ค. 2489 ที่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก จบนิติศาสตรบัณฑิต และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ว่าราชการหลายจังหวัด ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนร่วมงานการเมืองกับพรรคไทยรักไทย และได้รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ในรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2548 และเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ก่อนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีในคดียุบพรรค

ระหว่างนั้นได้ส่งลูกชายอย่าง “ป๋อม” ปรีชาพล ที่ย้ายมาช่วยราชการกระทรวงมหาดไทย ลงสมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชาชน และได้รับเลือกตั้ง กลายเป็น ส.ส.ชายที่มีอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น

หลังพ้นบ้านเลขที่ 111 เสริมศักดิ์สมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย มาถึงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็น รมช.ศึกษาธิการ ส่วนลูกชายก็ได้เป็น ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง เสริมศักดิ์ และปรีชาพล จำต้องปิดเทอมใหญ่การเมือง กระทั่งปี 2561 ย้ายสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ โดยที่ลูกชายเป็นหัวหน้าพรรค

เมื่อพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ “ป๋อม” ปรีชาพล จำต้องกลับไปนั่งเลียแผลใจที่บ้านยาวถึง 10 ปี สมัยหน้า “เสริมศักดิ์-ระเบียบรัตน์” จะวางอนาคตทางการเมืองอย่างไร ต้องดูกันไปยาวๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...