xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ นำ ครม. และผู้นำเหล่าทัพร่วมฝึกซ้อมซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคฯ ในพื้นที่จริงครั้งที่ 2

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วันนี้ (21 เม.ย.) เมื่อเวลา 16.37 น. คณะอนุกรรมฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้จัดการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นการฝึกซ้อมในพื้นที่จริงครั้งที่สอง โดยมีบุคคลสำคัญร่วมฝึกซ้อม ในส่วนของผู้อำนวยการริ้ว อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา, พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยมีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมฝึกซ้อมในส่วนของแถวแซงเสด็จพระราชยานด้วย

ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 3 ขบวนพยุหยาตราสถลมารคเลียบพระนคร อันเป็นริ้วขบวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ จากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง ไปทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร-วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม-วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ด้วยพระราชยานพุดตานทอง ในวันที่ 5 พ.ค. เวลา 16.30 รวมระยะทาง 6.77 กม.ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 51 นาที โดยริ้วขบวนมีความยาวประมาณ 500 เมตร

โดยการซ้อมในวันนี้ได้มีการสมมุติพิธีการในพระบรมมหาราชวังตามจริง เริ่มตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ประทับบนพระราชยานพุดตานทอง แล้วเริ่มตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารค รวมทั้งมีการฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่สลุต บริเวณท้องสนามหลวง 2 นัด นัดแรกตอนเริ่มเคลื่อนขบวนและนัดที่สองยิงปืดท้ายเสร็จสิ้น โดยในวันพระราชพิธีจริง 5 พ.ค.2562 จะมีการยิงปินใหญ่สลุตทั้งสิ้น 21 นัด

สำหรับเส้นทางที่ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เริ่มจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท เลี้ยวซ้ายประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวขวาประตูวิเศษไชยศรีมุ่งหน้าสู่ถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายแยกศาลหลักเมืองถนนราชดำเนินใน แล้วเลี้ยวขวาแยกผ่านภิภพลีลา ถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนตะนาว ตรงไปยังเกยวัดบวรนิเวศวิหาร ระยะทาง 1.9 กม.

ต่อมาออกจากวัดบวรนิเวศเลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ และเลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินกลางตรงไปยังแยกโรงแรมรัตนโกสินทร์แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองหลอด ตรงไปจนถึงแยกถนนอัษฎางค์แล้วเลี้ยวขวา เข้าถนนเฟื่องนครไปตามเส้นทางหลังกระทรวงมหาดไทย จนถึงเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ระยะทาง 3.18 กม.

จากนั้นขบวนออกจากเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตรงไปเลี้ยวขวาถนนเจริญกรุง มุ่งหน้าสู่แยกท้ายวัง เข้าสู่ถนนท้ายวังตรงไปยังเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ระยะทาง 500 เมตร

ต่อมาริ้วขบวนออกจากเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทางถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาถนนมหาราช มุ่งหน้าสู่แยกท่าช้างแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน ตรงไปจนถึงหน้าประตูวิเศษไชยศรี และเลี้ยวขวาเข้าประตู ตรงไปจนถึงประตูพิมานไชยศรีเลี้ยวซ้ายกลับไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทาง 6.77 กม.

สำหรับรูปแบบริ้วขบวนนั้นเป็นการเดินตามเสียงกลองนับก้าว 75 ก้าวต่อนาที ก้าวละ 40 ซม. ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลงได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ใช้พลแบกหาม 32 นาย และจะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลแบกหามทุก 500 เมตร

รูปแบบริ้วขบวนเริ่มจากม้านำ 2 ม้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดุริยางค์ทหารบกนำขบวน 109 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นผู้บัญชาการกองผสม 1 นาย ทส.ผบก.กองผสม 1 นาย นายทหารประจำกองผสม 8 นาย กองพันทหารเกียรติยศนำจาก ร.1.รอ.166 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 นำริ้ว 1 นาย ต่อมาเป็นกลองมโหรทึก 16 นาย สารวัตรกลอง 4 นาย กลองชนะลายเงิน 40 นาย กลองเงิน 40 นาย กลองชนะแถวลายทอง 40 นาย กลองชนะลายทอง 40 นาย สารวัตร 2 นาย แตรฝรั่ง 20 นาย แตรงอน 32 นาย สังข์ 8 นาย

ถัดมาเป็นตอนผู้อำนวยการริ้ว ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 13 นาย ตามด้วยเครื่องสูงหน้าประกอบด้วย ธงสามชาย 4 นาย ฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้า 40 นาย

จากนั้นเป็นพระราชยานพุดตานทอง ที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับนั่งอยู่ ซึ่งจะมีคู่เคียงพระราชยาน อันเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ฝ่ายพลเรือน และฝ่ายทหารอยู่คู่เคียงพระราชยานทั้ง 2 ฝั่ง ถัดมาเป็นฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง 40 นาย ดุริยางค์กองทัพบก 74 นาย และปิดท้ายด้วยกองพันตามจากทหารกองพันเกียรติยศ ร.11.รอ.จำนวน 166 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 13. 14 น.ที่อาคารสวนเจ้าเชตุ ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ถนนสนามไชย กรุงเทพฯ กองอำนวยการจัดริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารค ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ได้จัดประชุมกองอำนวยการโดยมี พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานการประชุม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอาทิ กองทัพภาคที่ 1, กรมศิลปากร, กรุงเทพมหานคร เป็นต้น

ในที่ประชุมได้มีการรายงาน ผลการปรับปรุแก้ไขตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบกจากการซักซ้อมริ้วขบวนขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารค เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2562 ที่ผ่านมา โดยสรุปว่า จากที่กำหนดต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง ปรากฏว่าใช้เวลาจริง 5 ชั่วโมง 51 นาที แบ่งเป็นการเดินอย่างเดียว 4 ชั่วโมงครึ่ง เวลาพัก 1 ชั่วโมง 23 นาที

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งข้อมูลการปฏิบัติ ในการเดินปรับรูปแบบการเดินยกเท้าสูง 25 เซนติเมตร ด้วยลักษณะการงุ้มปลายเท้า ทั้งนี้ต้องเพิ่มเส้นสะท้อนแสงตั้งแต่ออกจากวัดบวรนิเวศเป็นต้นไป เพราะเป็นเวลาช่วงพลบค่ำ ส่วนแม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ชุดตำรวจ ทหาร กทม. ตรวจเส้นทางล่วงหน้า 1 ชั่วโมงว่ามีสิ่งกีดขวางเป็นอุปสรรคต่อการเดินหรือไม่ โดยขอให้ปฏิบัติข้อดีด้วยความเคร่งครัด ในส่วนของกรมศิลปากรได้เสนอแนะให้ติดตั้งเสาชัยทั้งด้านซ้ายและขวาบริเวณเกยทั้ง 3 วัด เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประคองพระองค์ระหว่างทรงพระดำเนินขึ้นลงเกย ทั้งนี้เกยบริเวณวัดบวรนิเวศวิหารและวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีความกว้าง 1.65 เมตร แต่เกยบริเวณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จะแคบกว่าเหลือเพียง 87 เซนติเมตร ดังนั้นควรติดตั้งเสาชัยทีละเสา มีการถอดสอดสลับข้างได้ รวมทั้งที่ระเบียงคดวัดพระแก้วต้องถอดได้เพราะหน้าแคบ

ทั้งนี้ในวันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย.คณะอนุกรรมฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค จะจัดซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในพื้นที่จริงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมีการมีการประชุมทบทวนหลังการปฏิบัติในวันที่ 30 เม.ย. เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 3 บก.ทภ.1





กำลังโหลดความคิดเห็น...