xs
xsm
sm
md
lg

“ผศ.ทวี” หวัง “ประยุทธ์” ยอมถอย แก้กติกาให้โปร่งใสแล้วเลือกตั้งใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ผศ.ทวี” ลั่นรัฐบาลแห่งชาติเกิดยาก เหตุนักการเมืองไม่มีทางสมานฉันท์กันได้ หวัง “ประยุทธ์” เป็นฮีโร่ ยอมถอยไม่รับตำแหน่งนายกฯ แล้วเลือกคนที่ทุกฝ่ายยอมรับขึ้นแทน เพื่อแก้กติกาให้โปร่งใสนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ส่วนครั้งนี้ให้เป็นโมฆะไป ชี้หากปล่อยโดยไม่ทำอะไรวิกฤตแน่



วันที่ 17 เม.ย. ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน” ภายใต้หัวข้อ “ทางออกที่ดีกว่ารัฐบาลแห่งชาติ”

โดย ผศ.ทวีกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลแห่งชาติเกิดไม่ง่าย เพราะต้องเริ่มจากนักการเมืองต้องสมานฉันท์กันก่อนซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย อย่างพลังประชารัฐอยู่ในฐานะได้เปรียบ คงไม่ยอม

หรือง่ายๆ พลังประชารัฐปล่อย พล.อ.ประยุทธ์ซะ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ หรือไม่เหมาะที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ด้วยซ้ำ เพราะลงไปร่วมเป็นคู่ขัดแย้ง อาจต้องลืม พล.อ.ประยุทธ์ไปเลย หาใครมาแทน รัฐบาลแห่งชาติถึงเริ่มก่อตัวขึ้นได้ หากไม่เกิดรัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลเฉพาะกิจ แล้วปล่อยไปตามเวลา เกิดวิกฤตแน่

ผศ.ทวีกล่าวอีกว่า เมื่อนักการเมืองไม่ยอมกันสุดท้ายประชาชนต้องเข้ามาจัดการ แต่ไม่ได้เป็นม็อบเหมือนแต่ก่อน แต่เป็นแรงบีบทางสังคมเพื่อให้มีคนเข้ามาจัดการ หลัง ๆ มีคนบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจจะอยากเป็นฮีโร่ ลงมาจัดการเอง โดยหนุนคนอื่นที่ทุกฝ่ายยอมรับเป็นนายกฯ คสช.คอยค้ำจุนรัฐบาลคนนอก ถ้าไม่ยอมอาจใช้อำนาจ คสช. ยุบสภาฯ เพื่อกำกับไปสู่การเลือกตั้งใหม่

ผศ.ทวีกล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์คงอยากให้จบสวย เข้ามารักษาระบอบ ไม่ควรเป็นนายกฯ แต่ออกมานั่งคุ้มครองประเทศ แล้วให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบธรรมไปสู่การเป็นโมฆะ แล้วใช้เวลาอีกสัก 6 เดือน - 1 ปี ในการแก้กติกา ปรับโครงสร้าง ให้เป็นธรรม เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ที่ประชาชนยอมรับ
คำต่อคำ : ทางออกที่ดีกว่า "รัฐบาลแห่งชาติ" : คนเคาะข่าว 17/04/2019




เติมศักดิ์- สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการคนเคาะข่าว วันพุธที่ 17 เมษายน 2562 คนเคาะข่าววันนี้วิเคราะห์เงื่อนไข ปัจจัยและแนวโน้มที่จะทำให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ อย่างที่มีการจุดพลุขึ้นมาอีกครั้งในวันนี้นะครับ ไปสนทนากับอาจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทวี สุรฤทธิกุล ครับ สวัสดีครับอาจารย์ทวี ครับ


ผศ.ทวี- สวัสดีครับ


เติมศักดิ์- อาจารย์คิดว่าอะไร ทำให้มันมีการจุดพลุเรื่อง รัฐบาลแห่งชาติ ผู้สื่อข่าว หรือคราวนี้จะจุดพลุขึ้นมาโดยนักการเมืองครับ


ผศ.ทวี- มันเป็นการตั้งรัฐบาลที่อาจจะมีปัญหาเยอะ แล้วก็ที่เป็นนักการเมือง นักการเมืองคนที่ มักจะเป็นฝ่ายที่ ดูจะเป็นเสียงข้างน้อย แล้วเขาก็ไม่เห็่นว่าจะตั้งรัฐบาลนี้ได้สำเร็จ ก็เลยมองออกไปว่า ทางที่จะทำให้ได้ก็คือ ให้แต่ละพรรคสละคว่ามเป็นพรรค แล้วก็มารวมกันทุกพรรคจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ จะได้ใหม่ ซึ่งตรงนี้ก็คงจะลำบากเหมือนกัน


เติมศักดิ์- นิยามของคำว่า รัฐบาลแห่งชาติ ในอดีตที่มีการพูดถึงกับเงื่อนไขจะเกิดรัฐบาลแห่งชาติ ในครั้งนี้ อาจารย์คิดว่า มันเหมือนหรือต่างกันยังไงครับ อาจารย์ครับ


ผศ.ทวี- มัน รัฐบาลแห่งชาติ แห่งชาติมันจะต้องเป็นรัฐบาลที่ในภาวะวิกฤต หรือประเทศ มีภัยพิบัติ ต้องการฟื้นฟู ต้องการปฏิรูป ครังใหญ่ ต้องการความร่วมมือร่วมใจ ต้องการความสามัคคี แต่ว่าของเราเพิ่งเกิด เกิดจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นกติกาสากลในเรื่องของที่จะต้องมีรัฐบาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน จะต้องมีพรรคการเมืองมารวมตัวกัน ซึ่งเรามอง รัฐบาลแห่งชาติ มันก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะว่ามัน คำจำกัดความก็ไม่ใช่ รูปแบบ สถานการณ์ กระบวนการก็ไม่ใช่ ซึท่งผมคิดว่าอันนี้เราก็ต้องมองไปอีกเรื่องหนึ่ง


เติมศักดิ์- ครับ เงื่อนไข อาจารย์ขยายความนิดหนึ่งครับ เงื่อนไขจะสอดคล้องกับการที่จะมีรัฐบาลแห่งชาติ เนี่ย มันควรจะเป็นยังไง


ผศ.ทวี- ของประเทศไทยในระยะนี้ มีทางเดียวคือตั้งรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ใช่ไหมครับว่า ก็ให้ ส.ส. ทั้งผู้แทน ทั้งวุฒิสภา รวมตัวกันแล้วก็ให้ได้ 3 ใน 4 ของสภานะครับ โดยเว้นใช้ข้อบังคับตามมาตราเกี่ยวกับการโหวตนายกฯ ก็ตั้งนายกฯ ให้ได้เสียก่อน ก็เกี่ยวกับการตั้งนายกฯ แล้วตรงนั้น นั่นแหละครับ มันก็จะไปถึงสืบเนื่องการตั้งรัฐบาล ซึ่งหมายความว่า ปัญหาที่ผ่านมากว่าจะได้ นายกฯ คนนอก คนนี้ มันก็คือการที่ พรรคการเมืองทั้งหลายมันตกลงกันไม่ได้ มันจึงต้องล้มเลิกการเอานายกฯ จากการที่แต่ละพรรคเสนอชื่อมา มาใช้คนกลางตรงนี้ คนกลางก็คือ คนที่จะเป็นแกนนำของรัฐบาลในรูปแบบพิเศษตรงนี้ ซึ่งคนข้างหลังจะเข้าใจว่าจะเป็น รัฐบาลแห่งชาติ ก็ได้ ถ้าในภาวะที่ตั้งรัฐบาลโดยกลไก รัฐธรรมนูญปกติไม่ได้ ซึ่งผมมองว่ามันมีปัญหาเยอะมาก คุฯเติมศักดิ์ ลองมองภาพตามไปอย่างนี้นะครับว่า ของเราเนี่ย นักการเมืองเราที่มันตั้งรัฐบาลยาก เพราะมันมีเรื่องของผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายตั้งป้อมไว้ เรื่องแรกเลยที่ผมมอง ว่ามันเป็นอุปสรรคสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็คือตัวนายกฯ เพราะการที่จะเป็น คนได้เปรียบ หรือ ฝ่ายที่ได้เปรียบในรัฐบาล นายกฯ ต้องเป็นคนของเรา เพราะฉะนั้น จะเห็นว่า คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน พรรคพลังประชารัฐ ก็ออกมาแล้วว่า ไม่ควรมีพรรครัฐบาลแห่งชาติ อันนี้ถ้าเกิดตามทฤษฎีที่ผมได้ศึกษามา ตามตำรารัฐศาสตร์เขียนไว้คือ ถ้าเผื่อไม่ใช่ฝ่ายเราเนี่ย เราคุมไม่ได้เนี่ย รัฐบาลนั้นก็จะอยู่ร่วมด้วยลำบาก โดยเฉพาะถ้าเผื่อมีนโยบายอะไร ถ้าเผื่อพูดขาวๆ ถ้าเกิดมีนโยบายอะไรที่อยากจะทำ อาจจะทำไม่ได้ ถ้าพูดดำๆ ถ้ามีนโยบายอะไรที่อยากจะล้วงก็ล้วงไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นการที่ตั้งนายกฯ ของตัวเองไม่ได้ก็เป็นปัญหา ละ ภาพต่อมาก็คือจะให้ฝ่ายตรงข้ามเสนอใครมาเป็นนายกฯ ได้อย่างนั้นหรือ อย่างเราเห็นกรณีเดียวกันของคุณเทพไท เสนพงศ์ ใช่ไหมครับ เขาจะเสนอคนนั้น คนนี้มาเป็นนายกฯ เนี่ย ก็เห็นว่าเป็นคนที่คุณจะน่าเชื่อ เพราะคุณเทพไท และพรรคประชาธิปัตย์เอง มีความสนิทสนม ที่ชัดเจก็คือคุณศุภชัย ซึ่งเคยอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นการที่ให้แต่ละฝ่ายเสนอตัวนายกรัฐมนตรี มันเป็่นอุปสรรคซะละในการตั้งรัฐบาลที่จะมาร่วมกัน


เติมศักดิ์- เป็นด่านแรกเลยใช่ไหมครับ


ผศ.ทวี- ผมเอง แม้กระทั่งผมเคยเขียนเป็นบทความหรือเคยมาพูดในรายการนี้ด้วย ถ้าจำไม่ผิดก็คือว่า พลเอกประยุทธ์ เนี่ยไม่เหมาะที่จะมาเป็นนายกฯ ในสถานการณ์แบบนี้ ที่จริง พลเอกประยุทธ์ ไม่น่าจะรับเป็น แคนดิเดต พรรคพลังประชารัฐ ซะด้วยซ้ำ แต่ทำไม ก็จะเห็นว่าเกิดปัญหาแล้วคือ ตั้งแต่ชัยชนะ ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ตีตื้นฟื้นขึ้นมา ใช้สโลแกนว่า เลือกความสงบ เลือกลุงตู่ จบที่ลุงตู่ อะไรอย่างนี้ก็คือ เอาลุงตู่มาขาย แล้วก็พรรคเล็กพรรค ที่สนับสนุนลุงตู่ ก็หายวับไปเลยนะครับ อันนี้ความขัดแย้งก็ขึ้นในฝ่ายสนับสนุนลุงตู่ละ ไม่เพียงแค่นั้นก็ยังหมายถึงความขัดแย้งในกลุ่มอื่นด้วย ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ก็ไม่เอา พรรคเพื่อไทยก็ไม่เอา หรือคุณอนุทิน พรรคภูมิใจไทย หรือแม้กระทั่งคุณมิ่งขวัญ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็พูดในทำนองว่า ไม่เอาคุณประยุทธ์ นะครับ แต่พอเข้ามาแล้วกลายเป็นประเด็นขัดแย้ง ทำให้พรรคเหล่านี้ เสียผู้เสียคนเลย ในการที่จะต้องกลับลำเรือเพื่อที่จะมา บอกว่า อยากจะร่วมรัฐบาลก็ต้องมาหนุนคุณประยุทธ์ และใครได้เปรียบ ก็พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้เปรียบใช่ไหมครับ ถือไพ่ในมือเพราะว่า ตัวสเปโต ตัวโจ๊กเกอร์ คือคุณประยุทธ์เนี่ย มันอยู่ในมือของเขาแล้ว เพราะฉะนั้นการที่แต่แรก พรรคที่เข้ามาร่วมเนี่ย ไม่ต้องต่อรองอะไรมากนะครับ มันก็เลยต่อรองอะไรมาก ที่นี้มาถึงปัญหาสุดท้ายในการขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐมาสู่พรรคร่วมและในหมู่ประชาชนเองก็เช่นกัน คุณประยุทธ์ ก็อยู่ในท่ามกลางของความขัดแย้งในสังคม ตอนนี้นะ ซึ่งเราก็เห็นว่าการที่ออกมาประกาศตัวว่าเป็น แคนดิเดต นายกฯ ก็ทำให้ประชาชนต้องเลือกฝ่ายเลือกข้างชัดเจน แล้วก็นำไปสู่ผลการเลือกตั้งอย่างที่เราเห็น เพราะฉะนั้นที่เราเห็น การเคลื่อนไหวของคุณประยุทธ์ ตลอดมาเนี่ย มันจะต้องเป็นรูปแบบพรรครัฐบาล ที่มีพรรคคุณประยุทธ์ อยู่นั่นแหละเป็นใหญ่ ไม่มีรูปแบบใดอื่นเลย เพราะฉะนั้นคุณเติมศักดิ์ ถามว่า ทำไมถึงมีความเรียกร้อง เรื่องรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาเนี่ย ก็พรรคที่เสียเปรียบนั่นแหละ เขาร้องขึ้นมาก่อน ในขณะเดียวกันประชาชนเอง อย่างถ้าพูดถึงนักวิชาการ เขาก็มีความเป็นห่วงว่าถ้าเกิดปล่อยให้แต่ละพรรคช่วงชิงกัน จัดตั้งรัฐบาล แต่ละพรรคออกมาส้รางข่าวรายวัน ในเรื่องของการตั้งฟอร์มรัฐบาล ประชาชนก็จะสับสนมาก เพราะฉะนั้นอาจจะมีหลายคนรำคาญ ก็คือว่า เอาย่างนี้แล้วกัน เอาเป็นรัฐบาลแห่งชาติ เลยดีไหม แต่ถ้าพูดอย่างนี้ ถ้าประกาศออกไปให้ชาวโลกรู้ ก็ทำให้ประเทศไทยเรามีปัญหามาก คำจำกัดความว่า ต้องมีวิกฤต วิกฤตนี้ก็คืออะไร ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ใช่ไหม


เติมศักดิ์- ครับ วันนี้คนที่พูดเขาบอกว่า เอาละ ไม่ใช้คำที่ว่่า รัฐบาลแห่งชาติก็ได้ ใช้คำว่า รัฐบาลปรองดอง เหมือนกับว่า ถ้ามีการตั้งรัฐบาลแบบนี้ ที่ทุกฝ่ายมาร่วมมือกัน เหมือนกับ่าจะไม่มีฝ่ายค้านความหมายเท่ากับ ก็คือรัฐบาลปรองดอง ในภาวะพิเศษ ช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ว่าอาจารย์มองแล้ว ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ใช่ไหมครับ


ผศ.ทวี- มันไม่ง่ายเลย มันจะต้องเกิดสมานฉันท์ในหมู่นักการเมืองก่อน ก็อย่างที่ผมพูดมา เมื่อสักครู่ มันไม่เห็นภาพสมานฉันท์นั้นเลย มันจะมีแต่ความขัดแย้ง ขัดแย้ง ขัดแย้งทั้งในพรรคพลังประชารัฐเป็นเปราะแรก ขัดแย้งระหว่างพรรคในสภาด้วยกันเป็นเปราะสอง แล้วสุดท้ายมาขัดแย้งระหว่างประชาชนที่เลือกข้าง เลือกฝ่าย เป็นเปราะที่สาม ความขัดแย้งเหล่านี้ มันจะมีใครวาง หมายถึงวางมือ ปล่อยมือซะ ไม่ออกมาเป็นเรื่องเป็นราว ปลงซะอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่ามันยากนะ เพราะพลังประชารัฐอยู่มนฐานะได้เปรียบ เขาไม่มีวันยอมหรอก เขาต้องกำไพ่นี้ไว้จนสุดหัวใจขาดดิ้นเลยครับ เขาก็ไม่มีใครเขามาช่วงชิง หรือจะไปจัดการกับคุณประยุทธ์ ในแง่ที่มันเสนอนายกฯ คนใหม่มาแทนคุณประยุทธ์นี้ได้ ด้วยกลไกอะไรที่เราก็รู้ๆ กันอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นมันมี นี่ผมคิดง่ายๆ นะครับ ก็คือพรรคพลังประชารัฐนั่นแหละ ปล่อยคุณประยุทธ์ ไปซะ ก็คือไม่เสนอแล้วคุณประยุทธ์ คือผมมองภาพอย่างนี้อย่างที่เราคุยกัน เขาจะต้องประลองพลังกันในวันแรกที่สำคัญคือการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรงนั้นเราจะเห็นการรวมขั้วกัน เพราะว่าจะต้องมีเสียงโหวต ประธานต้องมีเสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภา สภาผู้แทนฯ จะเลือกใครเพราะฉะนั้น นั่นแหละถึงจะรู้ว่าฟากฝ่ายไหน ที่เลือกปรธานสภาได้เนี่ย ก็จะได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน


เติมศักดิ์- เพราะปกติประธานสภา ก็จะเป็นคนของการจัดตั้งรัฐบาล


ผศ.ทวี- ฝ่ายเสียงข้างมาก


เติมศักดิ์- ฝ่ายเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นตัวประธานสภา เป็นของฝ่ายไหนก็เป็นสัญญาณละ


ผศ.ทวี- ก็จะเห็นเป็นกลุ่ม เป็นก้อนเลย แล้วก็อาจจะเห็นหลังจากนั้น ในวันนั้นแหละทันทีที่ได้ประธานสภาผู้แทนราษฎร งูเห่าก็จะเพ่นพ่านออกมาเลย เพราะฉะนั้น


เติมศักดิ์- คือจะเห็นงูเห่าตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกประธานสภา


ผศ.ทวี- ใช่ครับ เพราะฉะนั้นที่ผมบอกว่า เราจะเห็นภาพว่าจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ก็ตรงวันนั้น คือถ้าเกิดว่าการเลือกตั้งประธานสภา มีปัญหา เช่น เกิดเอาตำแหน่งประธานสภา ไปให้พรรคเล็ก พรรคใหญ่คุมเสียงไม่ได้แน่นอน ปกติพรรคใหญ่จะต้องเป็นประธานสภา เพราะประธานสภาจะเป็นคนกำกับควบคุมกลไก ในกระบวนการนิติบัญญัติ ในการตรวจสอบรัฐบาล ในการถ่วงดุลรัฐบาลต่างๆ เหล่านี้ อยู่ที่สภา เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่คนของรัฐบาล รัฐบาล ก็จะทำงานยาก สภาต้องคุมให้ได้ สมมติว่าเอาไปให้พรรคเล็ก ก็แสดงว่ารัฐบาลนี้ง่อนแง่นละ ต้องใช้ตำแหน่งนี้ หลอกล่อต่อรอง ซึ่งก็ทำให้เห็นความอ่อนแอของรัฐบาล การทำให้การจะไปตั้งนายกฯ ในการประชุมครั้งต่อไป ต้องโหวตนายกฯ มีปัญหาแน่ืนอน เพราะฉะนั้นที่ผมคาดการณ์ไว้ก็คือว่า เลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็มีปัญหา ส่งผลไปสู่การลงคะแนนให้กับวุฒิสภา ขอโทษ นายกฯ แม้วุฒิสภาจะเทคะแนนเสียงให้ทั้งหมด แต่ถ้าเกิดคะแนนของฝ่าย ส.ส. มันน้อย ไม่ถึงครึ่ง ก็ส่อถึงความอ่อนแอของรัฐบาล ง่อนแง่นแน่นอน เพราะฉะนั้นมันจึงจะต้องมีแผนต่อไปคือจะเอาใคร ในลำดับต่อไปก็คือจะต้อง ถ้าเพื่อคุณประยุทธ์ ไม่ได้รับการ เมื่อเขามองเห็นปัญหา ในวันที่จะเลือกนายกฯ เนี่ย อาจจะต้องลืมคุณประยุทธ์ ไปเลย แล้วก็หาใครเข้ามาแทน อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งผมคิดว่าอันนี้แหละ รัฐบาลแห่งชาติ มันถึงจะเริ่มก่อตัวขึ้นได้ นั่นแสดงว่าพรรคใหญ่ อย่างพรรคพลังประชารัฐเอง ยอมอ่อน รวมทั้งพรรคอื่นก็ยอมรับ ว่าจะให้ออกมาเป็นรูปแบบนี้ แต่ประเทศไทยครับ มันมีเรื่องยิ่งใหญ่กว่านั้น ไม่ใช่เรื่องแค่ตัวบุคคลว่าจะเป็นใครนะครับ คนที่มาอาจจะเป็นคนดี เป็นองคมนตรี เป็นคนที่มีชื่อเสียงบ้าง แต่ว่า มันจะต้องเป็นคนที่เข้าใจนักการเมืองด้วย ถ้าให้ผมพูดตรงๆ ต้องรู้ใจบรรดา นั่นแหละ ส.ส. ทั้งหลาย ท่านนักการเมืองทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณมาเป็นผู้ดีรัตนโกสินทร์ขอประทานโทษนะ เคยมีกรณีนี้ใช่ไหมครับ ถ้าเผื่อมาแล้วไม่เข้าใจ ก็จะลำบากแม้กระทั่งได้นายกคนกลาง ในรัฐบาลที่ผมเรียกว่ารัฐบาลภาวะพิเศษ มันก็จะเป็นนายกที่สามารถทำงานร่วมกับนักการเมืองในรูปแบบนี้ได้เพราะฉะนั้นปัจจัยที่ซ้อนกันเข้ามาหลายตัว ทั้งรูปแบบสภาเราที่มันไม่เป็นปึกแผ่นทั้งการทำงานรวมกันของ ส.ส. นักการเมืองที่ไม่เป็นเอกภาพมันก็จะสร้างปัญหาคนที่เป็นนายกนั้นมากมาย ใครละที่จะเอาชีวิตนั้นเข้ามาเสี่ยง แต่เขาก็ต้องมีข้อต่อรอง ถ้าผมเป็นคนๆนั้นที่จะเข้ามาเป็นนายกในรัฐบาลภาวะพิเศษแต่ว่าน้ำคำของนักการเมืองของ ส.ส. เราก็คงรู้แล้วว่ามันเชื่อไม่ได้เท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นมันจะมีอะไรไม่ให้เขารู้สึกเขามีความสบายใจ หรือเขามีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถอยู่ในตำแหน่งโดยสามารถทำงานได้และก็มีรักษาภาพลักษณ์เขาเขาไม่มาเสียคนพร้อมกับนักการเมืองในยุคนี้ ซึ่งผมดูแล้วยากมากเพราะว่าถ้าเขาใคร่ครวญดู ที่เรามองเห็นว่าเป็นปัญหา เขาคงจะไม่เอาหรือไม่มาร่วมแน่นอน


เติมศักดิ์- อาจารย์คิดว่าถ้าสมมุติผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง รัฐบาลในภาวะพิเศษ รัฐบาลปรองดอง รัฐบาลแห่งชาติจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ควรจะอยู่ในอำนาจซักแค่ไหน อย่างไรในช่วงระยะเวลานั้น


ผศ.ทวี- อันนี้สำคัญมากนะครับ เพราะว่านี้คือเรามองว่าเป็นการเกิดขึ้นในรัฐบาลภาวะพิเศษนี้ เป็นสิ่งที่ต้องให้คำมั่นสัญญากับประชาชนด้วยว่าจะมาแก้ปัญหาอะไร ปัญหาตอนนี้ที่เราเห็นก็คือปัญหาเรื่องของระบบโครงสร้างทางการเมืองที่เกิดปัญหาจะเรียกว่าเดดล็อกหรือว่าเปิดล็อกอะไรไม่ได้ก็แล้วแต่ อันนั้นก็ต้องแก้ที่รัฐธรรมนูญหรือโครงสร้างทางเมือง เพราะฉะนั้นอาจจะมีพันธะสัญญาเป็น agreement ว่าจะมาแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องใดอีกเรื่องถ้าเราจะมองถึงภาวะวิกฤตก็คือในเรื่องของความเสียหายของประเทศชาติจากกรณีความวุ่นวายทางการเมืองความไม่ปรองดองสมานฉันท์อันนี้พยายามมาตั้งแต่ปี 49 ที่คุณสนธิ บุญยรัตกลิน ทำไม่ได้ แล้วก็ คสช. ของคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เข้ามาปี 2557 ก็ขึงขังมากว่าจะเอาเรื่องนี้อะไร ยังไงมันก็มา 5 ปีแล้วก้ไม่สำเร็จเพราะฉะนั้นเอาแค่โจทย์ 2 ตัวเรื่องของการทำโครงสร้างใหม่แล้วก็การแก้ไขความขัดแย้งของผู้คนในสังคม คงจะมาขอเวลา 4 หรือ 5 ปี หรือ 20 ปีแบบ คสช.นี้ไม่ได้แน่นอนก็อาจจะเอาเรื่องง่ายๆก็คือเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่าถ้าเรื่องของการปรับตัวบทกฎหมายแล้วก็ตั้งคณะกรรมการร่างขึ้้นก็แล้วแต่นะครับ มันก็รวดเร็วได้ส่วนเรื่องของการปรองดองสมานฉันท์ ถ้าเผื่อจะให้สังคมมีการคาดหวังก็ต้องอยู่ที่พรรคฝ่ายต่างๆ ก็ต้องมารวมตัวกันให้ได้ ผมมองประเด็นของความขัดแย้งเป็นเรื่องของชนชั้นนำ นักรัฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ผมเรียกว่าส่วนใหญ่เพราะว่าตำราเขาเขียนไว้ปัญหาการเมืองไทยเป็นปัญหาความขัดแย้งของชนชั้นนำ เพราะฉะนั้นชนชั้นนำต้องปรองดองกัน ถ้าเราเห็นภาพอย่างที่หน้ายิ้มแล้วก็แทงหลังกันมันไม่สำเร็จหรอก หรือคำขวัญที่ว่าไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวรต้องลบออกไปเลย เป็นมิตรก็ต้อง เป็นมิตรถาวร เป็นศัตรูก็ต้องมาปรับแก้กันให้ได้แต่ว่าไม่ใช่ว่าเดี๋ยวเป็นมิตร เดี๋ยวเป็นศัตรูซึ่งหน้าไหว้หลังหลอกอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องคนที่เขาให้โอกาสคุณได้อย่าลืมว่าคุณจะมาตั้งรัฐบาลในภาวะพิเศษตรงนี้ คือการขอโอกาสประชาชนอีกครั้ง ไม่ว่าแม้กรทั่งฝ่าย คสช. เองที่จะปรับอำนาจ ลดอำนาจของตัวเองลงมา หรือว่าฝ่ายนักการเมืองถือว่าชนะเลือกตั้งเขามาแล้วก็จะต้องบอกว่าไม่เย่อหยิ่งทะนงตนว่า เราครอบครองอำนาจไม่เหมือนยุคระบอบทักษิณที่ถือว่าเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็คิดแทน ทำแทนเอาประชาชนมาอ้างทำอะไรได้ทั้งหมด มันไม่ใช่นะครับเพราะฉะนั้นคุณจะต้องมีกรอบ ที่คุณจะต้องกำหนดตัวเอง ก็คือเรื่องของการที่เป็นวินัยอย่างใดอย่างหนึ่งของนักการเมือง คือไม่โกหกไม่ทำให้ผิดหวัง สร้างความเชื่อมั่น สร้างความศรัทธา สิ่งต่างๆเหล่านี้มันจะต้องเริ่มทำให้เห็น ผมเองแค่มองง่ายๆแค่คุณมีสัญญาประชาชนกันไหม หลายคนบอกไม่เอาเพราะว่ามันไม่ศักดิ์สิทธิ์ ประทานโทษนะเหม็นขี้ฟันเปล่าๆ ในเรื่องของน้ำลายนักการเมืองเหล่านี้ แต่ผมพูดสังคม สื่อก็ดี องค์กรภาคประชาสังคม ประชาชนปัจเจกต่างๆ เดี๋ยวนี้ในโซเชียลมีเดียก็ถือว่าสื่อสารเชิงปัจเจกด้วยนะ มันก็จะช่วยกันควบคุมได้ คุณไม่อยู่ในร่องในรอย วันนั้นคุณพูดแบบนี้แบบนั้น เราจะเห็นภาพนี้ในตอนนี้ที่ นักการเมืองหาเสียงแล้วก็ในโซเชียลก็จะออกมาประณามโจมตี นี้ก็คือเรื่องของการควบคุมทางสังคม จะทำให้นักการเมืองเป็นที่พึ่งที่หวังได้ผมมองว่าปัญหาการเมืองที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนโดยเฉพาะภาระหน้าที่ของรัฐบาลแห่งชาติในภาวะพิเศษ ก็คือการเปลี่ยนภาพลักษณืของนักการเมืองแต่เป็นนักช่วงชิง ฉวยโอกาส มาเป็นผู้ที่สร้างความหวัง สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอันนี้น่าจะเป็นเรืองของการสร้างการเมืองใหม่ได้เหมือนกัน นอกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คือเหมือนต้องมายอมให้ประชาชนควบคุมพฤติกรรมนักการเมืองได้ด้วย


เติมศักดิ์- ทั้ง 2 เงื่อนไขสำคัญถ้ามีรัฐบาลแห่งชาติ 1. ตัวผู้นำ จะได้มีการยอมรับมากน้อยแค่ไหน 2. ก็คือเรื่องภารกิจ จะเข้ามาทำอะไรจะใช้เวลาแค่ไหน


ผศ.ทวี- ไม่ควรมากนะที่เห็นมีเสนอ 2 ปีก็โอเค


เติมศักดิ์- 2 ปีก็โอเค


ผศ.ทวี- ก็โอเค


เติมศักดิ์- 2 ปี รัฐบาลสำหรับภาวะพิเศษหลัง คสช. 1. แก้รัฐธรรมนูญปรับโครงสร้างทางการเมืองปรับกติกา


ผศ.ทวี- เช่นระบบรัฐสภาจะยอมให้วุฒิเป็นแบบนี้ไหม หรือว่าระบบเลือกตั้งที่มันมีการตีความกันยอกย้อนไปทำให้มันเรียบง่ายกว่านี้ไหม เรื่องของกระบวนการในการที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งมันฟลุคไปตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 จะทำยังไงอาจจะมี 3-4 ประเด็น รวมถึงเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งมันเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญปี 60 น่าจะสร้างไว้เยอะแล้วเพียงว่า ยังไม่เกิดเขาเรียกว่ารัฐธรรมนูญปรามโกง ซึ่งอันนี้อาจจะตั้งนำมาตราการเหล่านั้นเอามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้รัฐธรรมนูญนั้นด้วย


เติมศักดิ์- แล้วก็การขจัดเงื่อนไขของความขัดแย้งที่สั่งสมกัน 10 กว่าปี ก็ยากเหมือนกันนะคือคสช.ที่รัฐประหารก็ดูเหมือนจะเข้ามาเพื่อภารกิจพวกนี้ ปรับกฎกติกา ปรับโครงสร้างทางการเมือง สร้างความสมานฉันท์ในชาติและบ้านเมือง นี้ก็แสดงว่าประสบความล้มเหลวอย่างมาก คือแม้กระทั่งเลือกตั้งแล้วก็ยังไม่สามารถเดินหน้าเรื่องพวกนี้ได้


ผศ.ทวี- คืออันนี้ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดเหมือนผมหรือเปล่า ก็คือการปรองดองผมเห็นวาทกรรม 2 อย่าง ก็คือใครทำผิดก็ให้รับผิดชอบทางกฎหมาย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไป


เติมศักดิ์- เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


ผศ.ทวี- แล้วอีกวาทกรรมก็คือผู้ที่เกี่ยวข้องก็ อย่าสร้างความวุ่นวาย อะไรเช่นนี้แต่ที่จริงเราอย่าลืมว่ากลุ่มคนที่เป็นตัวปัญหาก็คือกลุ่มคนที่มีคดีความนั้นและ คนที่สร้างความเสียหาย คดโกงผมเองแต่ก่อนก็อยู่ในฝ่ายที่คล้อยตามฝ่ายวาทกรรมว่าให้กระบวนการยุติธรรมจัดการไปแต่เราจะเห็นว่าคนพวกนี้เอง กลับอ้างกระบวนการยุติธรรมในการเอามาเป็นข้อปกป้องตัวเองว่ากระบวนการยุติธรรมรังแก ว่ากระบวนยุติธรรมเชื่อถือไม่ได้บ้างผมมองว่า กระบวนการยุติธรรมก็ดำเนินการไป แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเอาคนเหล่านี้เข้ามาสู่กระบวนการปรองดองด้วย อย่าดันเข้าไปกระบวนการยุติธรรมซึ่งเขาต่อต้านไม่ยอมรับ ลองให้ประชาชนมาลองคิดว่าประชาชนกับเขามาร่วมกันสร้างความปรองดอง แล้วเขายังไม่ยอมรับ ใครผิดเป็นเพราะคุณมีทิฐิมานะใช่ไหมหรือว่าประชาชนมองคุณผิดไป หรือว่ามองคุณเป็นอาชญากร อาชญากรรม อย่างนั้นหรือเปล่า ผมมองในแง่ดีในแบบโลกสวยก็คือว่าบางครั้งถ้าเราให้โอกาสคน ความบาดหมางเกลียดชัง ซึ่งเขาเคยต่อต้านระบบแม้กระทั่งตอนนี้ที่เราเป็นห่วงกันคนรุ่นใหม่ ที่ต่อต้านระบบแอนตี้สถาบันเหล่านี้ ถ้าเรายังใช้วาทกรรมแบบเดิมก็คือว่าคนพวกนี้เกิดไม่ทัน คนรุ่นนี้ไม่เข้าใจสังคม เท่ากับตัดคนพวกนี้ออกไปอยู่ต่างหากเลยซึ่งผมว่าอันนั้นอันตราย แต่ถ้าเราให้มาอยู่รวมกันแล้วก็พยายามให้เขาเห็นว่า คือต้องโปร่งใสมากขึ้นกว่านี้ในการที่จะพูดถึงสถาบันว่าทำไมถึงต้องรักษาไว้ ทำไมถึงต้องมีกฎหมายพิเศษ มาตรา 112 มาตรา 116 อะไรก็แล้วแต่ในการปกป้องสถาบันในการสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติ มันก็จะเรียบร้อยดีกว่าการที่จะให้ต่างคน ต่างเดินต่างเข้าใจ ผมมองการปรองดองว่าเป็นเรื่องของการจับคนให้มันอยู่ในห้องเดียวกัน แม้ว่าวันแรกๆอาจจะ เบื่อกันแต่ว่าอยู่ไป 5 - 10 วัน ก็ต้องคุยกัน คุยกันอาจจะถามสารทุกข์สุกดิบ แล้วต่อไปมันก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ อาจจะระบายอะไรกันออกมาผมมองว่าในเรื่องนี้ ถ้าเผื่อเกิดรัฐบาลแห่งชาติในภาวะพิเศษได้ก็ต้องให้นักการเมืองเหล่านี้เข้ามาอยู่ในเวทีตรงนี้ด้วย เผื่อที่จะดึงฝ่ายคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีเยอะนะแม้กระทั่งที่มาลงเลือกตั้ง ก็เคยผ่านคดีความอะไรมาแล้วเยอะแยะหลายคน เพราะฉะนั้นมันจะเห็นภาพว่า เราจะอยู่กันอย่างไรต่อไปมันจะเหมือนว่ามีการแลกเปลี่ยนเขาเรียกว่าแชร์ใช่ไหม คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นอะไรอย่างไงบ้าง ผมเห็นรายการทีวีบางรายการเขาก็เอาคนที่เคยประสบคุกการเมือง เอาคนที่เคยต่อสู้ทางการเมืองมาเล่าอะไรต่างๆให้ฟังมันก็โอเคนะ มันก็ได้บรรยายกาศบางทีเขามีความคิดอย่างนั้นในตอนนั้น แล้วตอนนี้เป็นอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่รู้เขาจะกะล่อนหรืออะไรไม่รู้ แต่ว่าฟังดูแล้วมันก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็ได้ในภาวะหนึ่ง เขาคิดอย่างหนึ่ง ในภาวะหนึ่งเขาก็เป็นอีกอย่างหนึ่งมันก็มองไปได้ว่า เราลองให้โอกาสการอยู่รวมกันของคนเหล่านี้จะได้ไหม แล้วก็ถ้าเผื่อว่าขั้นสุดท้ายผมมองว่าคดีการเมืองมันก็เป็นเรื่องที่การตัดสินของสังคมด้วยนะ ไม่ใช่อยู่ที่การตัดสินของศาลเป็นหลักซึ่งบางคนบอกว่าอย่าเอากระแสสังคมมาบีบหรือมาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแต่ผมคิดว่าถ้าเราให้เป็นรัฐศาสตร์คือการอยู่รวมกันให้ได้อย่างสันติ มันก็ต้องมองให้กว้างไปกว่านั้นกว้างไปกว่าเอาผิดกระบวนการยุติธรรมทั่วไปเขายังมีการให้โอกาสเช่นมาทำงานสังคมกวาดถนนเราเห็นในหลายประเทศ กวาดถนนเราเห็นในหลายประเทศ ประเทศไทยก็มีเหมือนกันทำงานทดแทนการติดคุก นอกจากนั้นในเรื่องของการปรับเปรี่ยนทัศนคติเราก็จะมีเรื่องของมาตรการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ มีกระบวนการการที่จะไปเจรจา เดียวนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องทำหน้าที่นี้ด้วยนะแก้ไขความขัดแย้งชาวบ้านทะเลาะกันก็ต้องทำหน้าที่เป็นศาล เป็นอัยการ ตัดสินข้อพิพาทให้ชาวบ้านลูกบ้านด้วย ผมก็เลยมองว่าถ้าประชาชนเรา เราไม่ได้เรียกว่าเราตั้งเป็นศาลนะ แต่เราตั้งเป็นความคิดร่วมกันที่จะจัดการกับคนนี้ เช่นเขารับทุกข์พอแล้วแหละ เพราะฉะนั้นขอนิรโทษ ขออภัยโทษ มันอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยในการสร้างความเข้าใจเหล่านี้แต่ว่ากระบวนการทางสังคม มันมีทางออกหลายทางนะครับ แล้วเราเห็นแล้วว่าทางที่ไปบีบกดไปไล่ไปดัน มันก็มีแต่จะเกิดแรงโต้ เพราะเราไปสู้กับคนที่มีเงินมากๆแล้วเขาก็ไม่ยอมแต่ถ้าว่าเราใช้กระแสสังคม สร้างแรงไปช่วย เราขัดเกลาเขา ตอนนี้เขาอายุ 60 กว่าต่อไปอีก 5 ปี 10 ปี ความคิดเขาอาจจะเปลี่ยนก็ได้ เงินที่เหลืออยู่หลายแสนล้านก็อาจจะบริจาคคืนประเทศไทยก็ได้แล้วอย่างนี้สังคมอาจจะให้อภัยก็ได้


เติมศักดิ์- อาจารย์ครับ ถ้าความคิดรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลปรองดอกนี้มันไปต่อไม่ได้จริงๆ แล้วก็ทุกอย่างก็เป็นไปตามว่าไปตามกลไกว่าไปตามปฏิทินประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง 9 พฤษภา หลัง 9 พฤษภา ก็ประชุมสภาเลือกประธานสภา แล้วก็เลือกนายก ให้วุฒิสภามาร่วมเลือกด้วย งูเห่าก็เพ่นพ่านเลยแหละถ้าปล่อยไปอย่างนี้เนี่ยมันจะเป็นอย่างไร


ผศ.ทวี- มี จะเป็นปัญหาที่เราพูดถึงวิกฤตการเมืองกันอยู่ว่ามันเป็นวิกฤตสภาแล้วซึ่งถ้าจะเกิดรัฐบาลแห่งชาติก็ต้องใช้ตัวนี้การปล่อยไปอย่างนี้ไม่ดีหรอกครับการที่จะให้ประชาชนวุ่นวายสับสนแล้วที่จริงผมคิดว่านักการเมืองเขาไม่ได้วุ่นวายสับสนอะไรเลยนะเขามีเป้าหมายแต่การที่เขาทำอะไรอย่างนี้เขาล้วนมีแผนการหรือว่ามีการมองผลอยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างผมมองเป็น 2-3 พวกใหญ่ๆพวกแรกก็คือมองว่าตัวเองได้เปรียบตั้งรัฐบาลอย่างไรก็ต้องอยู่ในมือของตัวเองนายกอยู่ในมือของตัวเองอยู่แล้วพวกนี้ต้องพยายามสร้างให้เห็นว่าตัวเองไปได้ ตัวเองสำเร็จ ตัวเองเชื่อมั่นได้แน่นอน


เติมศักดิ์- ยิ่งกุมอำนาจอยู่ในมือด้วยใช่ไหมครับ


ผศ.ทวี- ใช่ ในกลุ่มที่ 2 นี้ก็คือ กลุ่มที่ดูแล้วยากที่จะ เสนอนายกในฝ่ายของตัวเองได้ แม้ว่าอาจจะหลวมเสียงใน ส.ส. ได้เยอะ 250 กว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าอย่างไรก็ สู้ ส.ว. เขาด้วยไม่ได้ หาคะแนน 376 ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพวกนี้ก็ต้องพยายามบอกว่าฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐฝ่ายที่เหนือกว่าไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรมเอาเปรียบกันกลั่นแกล้ง สืบทอดอำนาจพยายามทำให้อีกฝ่ายมองว่าตัวเองถูกน่าสงสาร ถูกรังแก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มประชาชนที่ผมเรียกว่ากำลังจะเลือกข้างเลือกฝ่ายผมเชื่อว่าเขาเอง เขาก็รู้อยู่แล้วว่า 1 เลือกตั้งเขาก็เลือกใครมา 2 เขาก็มองว่าอนาคตเขาจะฝากบ้านเมืองไว้กับใคร เพราะฉะนั้นมันก็มองได้ค่อนข้างชัดเจนว่าประชาชนเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องไปอย่างนี้แต่เมื่อนักการเมืองไอ้ 2 ฝ่ายแรกที่มันต่อสู้กันอยู่ มันไม่ยอมกันก็จะเป็นฝ่ายประชาชนที่ต้องเข้ามาจัดการในตอนท้าย ผมมองว่าอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องของม็อบ การเดินขบวนแบบเก่า แต่มันเป็นเรื่องของแรงบีบทางสังคม ซึ่งไม่รู้ผมจะพูดได้หรือเปล่าก็คือว่า แรงบีบนี้มันมีพลังพอ ในการจะสร้างกระแส ที่ทำให้นักการเมือง 2 กลุ่มที่ทะเลาะกัน ไม่ยอมกันต้องหันกลับมาร่วมกันอย่างที่ผมเคยพูดไว้ในรายการนี้เมื่อหลังเลือกตั้ง ก่อนเลือกตั้งว่ามันจะเกิดรัฐบาลด้วยแรงบีบนี้ คนไม่ยอมกันนักการเมืองไม่ยอมกัน มันก็ต้องมีคนเข้ามาจัดการ โดยอาศัยประชาชนที่เป็นแรงบีบนี่แหละสำคัญเข้ามา เราอาจจะไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ก็ได้ก็เกิดรัฐบาลในรูปแบบนี้ขึ้นได้ แต่ในหลังๆนี้มีคนเขาบอกนะครับว่า เนื่องจากคุณประยุทธ์ยังมีอำนาจอยู่ในมือ คสช. ยังถือว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ตัว คสช. หรือ คุณประยุทธ์เองนี้แหละจะเป็นผู้มาดำเนินการแก้ไขตรงนี้เองประยุทธ์อาจจะอยากเป็นฮีโร่นะ ในที่สุดก็คือผมไม่เป็นนายกของใครหรอก เดียวคนนี้มาแต่ผมจะหนุนคนนี้ คสช. จะหนุนคนนี้นี่ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งซึ่ง


เติมศักดิ์- คสช. จะหนุนหมายถึงผู้นำคนใหม่


ผศ.ทวี- คนใหม่ เพราะว่าคุณประยุทธ์เองก็อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง คุณประยุทธ์เป็นเป้าอยู่ด้วยคนหนึ่ง เนื่องจากคุณประยุทธ์เป็นหัวหน้าคสช. เขาก็ต้องประกาศตัว ว่าเขาจะค้ำจุน รัฐบาลคนกลางคนนี้ ด้วยอำนาจพิเศษ ยอมกันซะ ถ้าไม่ยอมกันไปถึงสุดท้ายคุณก็ไม่ต้องมีสภาอยู่แล้วอันนี้พูดมองถึงก็คือว่าอาจจะถึงขั้นปฏิวัติซ้อนขึ้นมาก็ได้ซ้ำขึ้นมาก็ได้โดยการใช้อำนาจของคสช.ที่มีอยู่นี่แหละไม่ต้องเอาทหารออกมาแค่บอกว่ายุบสภา ไม่ใช่ยุบสภาไม่ประกาศผลเลือกตั้ง ใบรับรองเลือกตั้ง แล้วก็บอกว่าอีก 6 เดือนเลือกตั้งใหม่ก็ได้


เติมศักดิ์- คือมีรัฐบาล มีรัฐบาลที่นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า


ผศ.ทวี- ต้องมีคนคอยกำกับอยู่นะ ไม่งั้นเละแน่ ผมก็ยังเห็นประโยชน์ของคสช. ว่าจะต้องอยู่ในอำนาจถ้าเผื่อมีรัฐบาลพิเศษนี้ไปอีกสักระยะหนึ่ง คสช.ก็ไม่ใช่หมดอำนาจไปทีเดียว


เติมศักดิ์- อาจารย์กำลังจะเสนอทฤษฎี ว่าการเลือกตั้งใหม่ ถ้ามีในอีกสักประมาณ 6 เดือนข้างหน้า เพื่อแก้ปัญหาการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก่อนเลือกตั้งใหม่มีรัฐบาลที่คสช. หนุนหลังอยู่


ผศ.ทวี- ใช่ครับ ก็จะเป็นอีกทฤษฎี เพราะเมื่อกี้ทฤษฎีก่อนเราคือให้ระยะเวลาสัก 2 ปี เพื่อที่จะให้ปรับโครงสร้าง แต่ทีนี้เกิดคสช.เขาไม่เอาด้วย เขาบอกว่า 2 ปี เดี๋ยวก็เป็นแบบเดิมเอางี้ 6 เดือนก็พอ คืออาจจะเลือกตั้งซ้ำ เลือกตั้งแบบนี้ คือยังไม่ต้องปรับ


เติมศักดิ์- ด้วยกติกาอย่างนี้ ยังมีวุฒิสภา 250 อยู่อย่างนี้


ผศ.ทวี- อย่างไรก็ตามแต่นะครับยังมองว่ามันต้องมี กองทัพในการที่จะควบคุมกลไก แน่นอนเรื่องยกเลิกรัฐธรรมนูญตามมาตรา เราเคยทำมาแล้วในหลายสมัย จำได้ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ เขาก็ยกเลิกเวลาที่เขาจะปรับโครงสร้างกลไกต่างๆเหล่านี้นะครับแล้วก็สามารถที่จะดำเนินการอะไรต่อไปได้มันเป็นเรื่องของการคิดดำเนินการตัดสินใจของรัฏฐาธิปัตย์


เติมศักดิ์- ดูในแต่ละสูตรแล้วไม่มีสูตรไหนที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อด้วย ส.ว. 250 มาบวกกับ ส.ส. ต่อให้เสียงข้างน้อยก็ถูลู่ถูกังไป ไม่น่ามีสูตรนี้ใช่ไหมครับอาจารย์ครับ


ผศ.ทวี- สูตรถูลู่ถูกังอย่างที่คุณเติมศักดิ์พูดนั้นแหละครับ ว่ามันก็ต้องอยู่ทน ทนอยู่ด้วย คุณประยุทธ์ก็จะต้องอยู่ท่ามกลางเขาควาย คือมันมีภัยอันตรายทั้งสองด้านแล้วก็ขยับตัวลำบากผมเรียกว่าเป็นเสือลำบากที่จะต้องมีวิบากกรรมในการทำงานในรูปแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ถ้าคุณประยุทธ์จะอยู่ ก็จะอยู่อย่างนี้ล่ะครับ คือเดือดร้อน วุ่นวาย มีความสุขหรอก แต่ถ้าเผื่อว่าอยากเป็นฮีโร่ก็ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ระบอบก็ได้ มันจะมีเขาเรียกว่าเป็นเรื่องของการ์เดี้ยน การ์เดี้ยนแองเจิล ฝรั่งเขาจะเรียกกัน คือเป็นเทพที่มีหน้าที่คุ้มครองปกป้องรักษา ในที่นี้ก็คือรักษาระบบ ระบอบ ผมยังมองว่าคุณประยุทธ์เนี่ย แกคงอยากจะไปสวย ถ้าไปสวยต้องเลือกเป็น Guardian Angel เทพผู้คุ้มครอง แต่ถ้าเผื่อว่าอยากจะไปไม่สวยจบไม่สวย ก็ต้องยอมเป็นเสือลำบาก ให้คนเขาขี่หลัง แทง ฟัน ซึ่งก็ไปตายด้วยกันนั่นแหละ เป็นจุดจบที่ไม่น่าจะสวยงามรวมทั้งประเทศชาติก็จะจบไม่สวยด้วย


เติมศักดิ์ - ตัวแปรอย่าง ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ที่วันนี้เราเห็น 2 คนกินข้าวกันที่ลอนดอน อาจารย์คิดว่าวันนี้ 2 พรรคนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็กำลังเผชิญกับความกดดันอะไรอยู่ครับ 2 พรรคตัวแปรนี้ ในภาวะที่เขากำลังพูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ


ผศ.ทวี- ผมไม่มีข้อมูลลึกซึ้ง แต่ผมวิเคราะห์จากปัจจัยที่มันเป็นพื้นฐานของนักการเมืองไทย ก็คือว่าเขาก็ต้องพยายามสร้างพลังต่อรองในการที่จะเกาะกลุ่มกันไว้ ตอนนี้เราต้องมองอย่างหนึ่งว่ามันเป็นภาพจริง ภาพลวง คือถ้ามันเป็นความตั้งใจของสองพรรคนั้นจริงๆ กระบวนการจริง มันก็อย่างที่ผมพูดเมื่อกี้ก็โอเค ก็คือเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง แต่ถ้าเผื่อว่ามันไม่จริง เช่น ก็มาแค่ให้คนเขาวิเคราะห์ ให้ตีความกัน สนุกดีนะ ดีกว่าอยู่เปล่าๆ อันนี้มันก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งเดี๋ยวนี้มันก็มีทั้ง 2 ภาพ แต่ผมก็มองในแง่ดีว่าการดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างนี้ มันก็อาจจะทำให้ฝ่ายที่กำลังคิดไปในเรื่องอื่นหันมาเอาใจใส่ว่ามันจะเป็นอะไรต่อไปยังไง ซึ่งผมก็ยังไม่ให้น้ำหนักอะไรเท่าไหร่ ยังไงผมจะดูในสภาอย่างเดียววันเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั่นแหละ ซึ่งมันจะเห็นทั้งภาพกลุ่มก้อนแล้วก็ภาพงูเห่า แล้วก็ภาพอนาคต ของการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ของนักการเมืองกลุ่มต่างๆ อันนั้นจะมองเห็นชัดที่สุด


เติมศักดิ์- คิดว่า 2 พรรคนี้เขามีธงหรือยังครับว่าจะไปอย่างไร อย่างประชาธิปัตย์ที่เคยถกเถียงกัน เรื่องจะเป็นฝ่ายค้านอิสระหรืออย่างไรเนี่ย หรือว่าตอนนี้มันเลยจุดนั้นไปแล้ว


ผศ.ทวี- ประชาธิปัตย์ยังแตกกันอยู่ข้างใน ผมว่าก็ยังเอาสาระไม่ได้ อย่างที่ผมคิด อีกพรรคหนึ่งก็ One Man Show ช่วงนี้ ผมคิดว่าเขาก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันในพรรค เขาถือว่าเขาคุมพรรคได้ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะแสดงบทบาท เขาพูดอะไรออกไปเขาพูดแทนพรรคได้โดยตลอดอยู่แล้ว มันก็อาจจะไม่เป็นจริงนะเพราะว่า ผมก็ยังเชื่อว่าในพรรคภูมิใจไทยเอง ก็ยังมีภาคส่วน ที่เราเรียกเป็นก๊ก เป็นม้ง อยู่ด้วยผมเชื่อพรรคการเมืองของเรา มีภาพของกลุ่มย่อย เป็นก๊ก เป็นเหล่า อยู่พอสมควรเพราะฉะนั้น เรายังมองเห็นภาพ ไม่ชัดหรอกครับในเรื่องของการที่จะมีอะไรออกมาเป็นรูปธรรม แต่น่าจะเป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวที่จะสร้างข่าวให้เกิดกระแส ให้เกิดความเชื่อ ความเป็นไปได้ ก็เหมือนกับเราเอาอะไรที่มันยังแยกกรองไม่ได้นำมาผสมกันเราเลยไม่รู้มันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเรารู้ว่าอันนี้เป็นเหล็กอันนี้เป็นทองแดงรวมกันก็จะกลายเป็นสัมริดอะไรอย่างนี้ แต่อันนี้มีทั้งกรวดทั้งหินมีทั้งมูลฝอยมีขยะคือภาพการเมืองของแต่ละพรรคมันไม่ชัดเลย แล้วผมก็ยังเห็นพรรคภูมิใจไทย อาจจะมองว่าเป็นตัวจิ๊กซอว์สำคัญก็เลยต้องแสดงบทบาทคือถ้าหายไปคนจะหาว่าไปทางโน้นทางนี้ แต่ถ้าเรามองดูดีดี เราจะเห็นว่าทำไมเขาไม่มีข่าวกับทางโนน้นเลยมีข่าวกับแค่ทางนี้ ข่าวกับประชาธิปัตย์ ผมยังยืนยันความคิดเดิมว่าเขาต้องต่อรองกับฝ่ายที่ได้เปรียบคือพลังประชารัฐตอนนี้มันได้เปรียบมากมายเลย ซึ่งแทนที่เขาจะไปคุยกับพลังประชารัฐแน่นอนมันไม่ได้เรื่องได้ราวหรอก เขามาคุยกับฝ่ายที่เสียเปรียบด้วยกัน เพื่อที่จะให้เกิดพลังต่อรองไปทางนั้น ถ้าเกิดออกมาเป็นฝ่ายค้านก็จะได้มีพลังเป็นเรื่องของทางฝ่ายค้าน ถ้าเป็นรัฐบาลจะได้เรื่องของโควต้าตำปหน่งที่ดีๆ ผมมองอย่างนี้ผมว่ามันไม่ลึกซึ้งอะไรหรอกครับ


เติมศักดิ์- สถานะในการกุมสภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนเลือกตั้งกับหลังเลือกตั้งอาจารย์คิดว่าใกล้เคียงกันไหม หรือว่าบิ๊กตู่สูญเสียสถานะการกุมสภาพไปพอสมควรจนถึงขณะนี้


ผศ.ทวี- คือเราต้องมองไปถึงกองทัพ ตัวพล.อ.ประยุทธ์ ตำแหน่งในกองทัพออกมาหลายปีแล้ว รวมทั้งพล.อ.ประวิตรอีกท่านหนึ่งด้วยที่เรียกได้ว่าคือพี่ใหญ่ที่เป็นตัวเชื่อมรุ่นน้องรุ่นพี่ต่างๆเข้าด้วยกัน พลังที่ประสานกันก็น่าจะน้อยลง และเมื่อเข้ามาอยู่ในเรื่องของกระบวนการ การแข่งขันของพรรคการเลือกตั้งเหล่านี้ มันก็เป็นการลดทอนความสง่างาม ดูดี ของการเป็นคนกลางที่เคยอยู่ในสถานะการเป็นผู้นำของ คสช. ผมมองว่าไม่เหมือนเดิมหรอก เมื่อไม่เหมือนเดิมมันจะอันตรายแค่ไหน ที่นี้ตามประวัติศาสตร์ทหารเขาก็ต้องมีผลประโยชน์ที่เขาต้องรักษา เขาไม่รักษาคนนะครับ เขาไม่รักษาอดีตพี่ใหญ่เพื่อพ้องน้องทั้งหลาย หรือใครที่เคยมีบุญคุณต่อเขา ถึงสถานการณีที่เขาต้องปกป้องประเทศชาติ ต้องรักษาประชาชน รักษาสถาบันเขาต้องเลือกทางด้านนี้ ก็นั่นละครับขึ้นอยู่กับคุณประยุทธ์ คณะต่างๆ รวมทั้งรัฐบาล และพลังประชารัฐ พรรคการเมืองที่จะหนุนคุณประยุทธ์ด้วยนะครับจะสร้างปัญหาอะไรที่กองทัพยอมรับไม่ได้นี่หรือไม่ และที่สำคัญและมีบทเรียนมาแล้วคือจะต้องทะนุถนอมน้ำใจกองทัพพอสมควร กองทัพกลายเป็นพรรคการเมืองอีกพรรคที่คุณประยุทธ์ต้องเอาใจใส่ด้วย ถ้ามีงบประมาณก็ต้องดูแลรวมทั้งต้องไม่ไปแทรกแซงการโยกย้ายตำแหน่ง ดูแลกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยเพราะงั้นผมคิดว่าเพราะระยะห่างที่มันห่างมันมากขึ้น สถานะคุณประยุทธ์ที่มาอยู่เป็นนักการเมืองแล้ว คุณประยุทธ์สามารถเชื่อมโยงถ้อยทีถ้อยอาศัยกับทหารได้ดีไหม 3 ตัวนี้ที่จะทำให้สถานะมีความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าไม่เหมือนเดิมหรอก โดยเฉพาะการที่จะเอาใจกองทัพ ไปได้ตลอดเพราะนักการเมืองเองก็ยังที่เราเคยเห็นยังยุคคุณทักษิณก็ยังไปแทรกแซงเกิดปัญหากับทหารไปแบ่งทหารเป็นฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ก็สามารถเป็นไปได้ เพราะระบบราชการก็จะเกาะนักการเมืองไป ผมไม่เชื่อว่าจะมีนานทหารที่จะอดทนต่อผลประโยชน์ได้ตลอดไป เช่น ถ้าปีนั่นมี คน 3 คน เป็นแคนดิเดต ผบ.ท.บ. ใครตัดสินใจละรัฐมนตรีกลาโหมใช่ไหม ซึ่งคนละฝ่ายกับรัฐบาลบางสมัยรัฐมนตรีกลาโหมไม่เห็นด้วยกับทหารพอไปตั้งคนที่ไม่เห็นด้วยทหารก็ปฏิวัติก็เกิดขึ้นได้ ผมมองว่าประเด็นเหล่านี้ประเทศไทยเรายังอ่อนไหวมาก และไม่สามารถส่งเสริมให้การเมืองเราเข้มแข็งกว่าประชาธิปไตย เราก็ยังอยู๋ในเรื่องของคนหัวๆ ของประเทศทะเลาะกันหรือดีกันเท่านั้นเอง ชนชั้นนำ


เติมศักดิ์- ในบทความล่าสุดของอาจารย์ที่สยามรัฐ อาจารย์ใช้ชื่อบทความว่าจดหมายรักถึงลุงตู่ อาจารย์บอกว่าลุงตู่คือคนมีกรรม ที่ต้องเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำของคนไทย ต้องมาช่วยแบกรับทุกข์ยากของคนไทย ภายใต้สถานการณ์ที่มีภัยคุกคามรอบทิศ คนไทยและประเทศไทยฝากอนาคตทั้งสิ้นไว้กับท่าน จากน้ำเสียงเหมือนอาจารย์อยากเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจอะไรบางอย่าง ในช่วงเวลาช่วงนี้


ผศ.ทวี- น่าจะเป็นประเด็นที่ผมพูดก่อนหน้าและครับว่าจะต้องเข้ามารักษาระบอบ เพราะถ้าเกิดนักการเมืองทะเลาะกันอยู่แบบนี้แล้วคุณประยุทธ์ไปถือข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมันไปต่อไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นต้องปรามทั้ง 2 ด้าน นั่นและ


เติมศักดิ์- แต่ว่าการเป็นนายกจากแคนดิเดตของพรรคการเมือง มันคือ 1 ในเงื่อนไขความขัดแย้ง


ผศ.ทวี- ใช่ครับ ไม่ควรเป็น ก็ควรออกมานั่งคุ้มครองประเทศชาติไว้ นายกฯ คนใหม่ก็ได้ หรือคุณประยุทธ์เป็นในฐานะใหม่ ไม่ใช่ในฐานะแคนดิเดตของพรรคการเมืองหนึ่ง อาจบอกว่าการเลบือกตั้งที่ผ่านมาไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งน่าจะมีการฟ้องร้องกกต. และกกต.ก็กลายเป็นแพะของสังคมในการมาตกที่นั่งลำบากในคดีความต่างๆ เหล่านี้ อาจนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ได้ และอาจนำไปสู่การที่ไม่รับผลเลือกตั้งเท่ากับไม่มีการเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.ก็ยังอยู่ในอำนาจที่นี้คุณประยุทธ์ก็ปรับบทบาทใหม่ อีก 6 เดือนเลือกตั้ง หรือจะแก้กติกาไหม ให้อีก 6 เดือนเป็น 1 ปี


เติมศักดิ์- งั้นเกมที่น่าจะเป็นไปได้ เรื่องการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นโมฆะ พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นนายกฯต่อไปอาจจะเป็น


ผศ.ทวี- ก็เหมือนยุค 14 ตุลาฯ ก็ใช้เวลาประมาณ 9 เดือนเอง ในการปรับโครงสร้างเขียนรัฐธรรมนูญและให้มีการเลือกตั้งใหม่


เติมศักดิ์- แต่ต้องไม่เลือกตั้งภายใต้กฎกติกาที่มีปัญหาแบบนี้


ผศ.ทวี- หรือผลการเลือกตั้งที่ไม่มีใครยอมรับตรงนี้


เติมศักดิ์- ก็เป็นไปได้ มากกว่ารัฐบาลแห่งชาติหรือเปล่าครับ


ผศ.ทวี- รัฐบาลแห่งชาติเป็นไปไม่ได้เลย มันต้องยอมกันผมว่าไม่ใครยอมกัน และถ้ายอมด้วยการมีใครมาบีบมันก็อยู่กันไม่ได้นานมันก็ต้องโป๊ะแตกเข้าสักวัน


เติมศักดิ์- สุดท้ายเทียบ 2 โมเดลนี้ โมเดลรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลเฉพาะการณ์ กับโมเดลลุงตู่อยู่ต่อแต่อยู่ต่อระยะสั้นๆ เพื่อการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะอาจารย์เชื่อว่าเป็นอันหลังที่น่าจะเป็นไปได้และเป็นทางออกที่ดีกว่า


ผศ.ทวี- อย่าเรียกว่าลุงตู่อยู่เลย เรียกว่าทหารอยู่ต่อ แต่นายกฯอาจไม่ใช่ลุงตู่ก็ได้


เติมศักดิ์- อ่อ คสช. กองทัพ อยู่ต่อ


ผศ.ทวี- ครับ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังอยู่ต่อก็ยังเป็นหัวหน้าคสช.นะ ก็ยังอยู่ต่อ แต่ไม่ใช่ตำแหน่งนายกฯ คสช.หนุนคนใดคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับเป็นผู้นำ มันถึงจะเกิดรัฐบาลที่มีความเชื่อถือศรัทธา เพราะพล.อ.ประยุทธ์เกิดไปมัวหมองเข้าตอนเลือกตั้งนี่ละ เลยลำบาก อาจกลับมาในฐานะผู้รักษาระบบ และคำมั่นสัญญาขอเวลาอีกไม่นานไม่มีใครเชื่อถือแล้ว เพราะฉะนั้นผมมาคิดได้สักครู่ เรื่องของระยะเวลา ถ้าจะเอาให้กระชับสั้น นายกฯต้องไม่ใช่คุณประยุทธ์


เติมศักดิ์- โมเดลที่อาจารย์ทวีฝันอยากให้เป็นมากกว่ารัฐบาลแห่งชาติ คือ คสช.ก็ยังอยู่โดยพล.อ.ประยุทธ์ก็คือหัวหน้าคสช.นั่นละ แต่สนับสนุนคนที่ได้รับการยอมรับเป็นนายกฯสักระยะเวลา 1 ปี แก้ไขกฎกติกากันใหม่เพื่อให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายน่าจะดีที่สุด เลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นโมฆะไป อืม อันนี้น่าจะได้รับการยอมรับจากประชาชนมากที่สุด


ผศ.ทวี- ใช่ครับ ดีกับประชาชนที่ไม่อยากเห็นคนทะเลาะกัน


เติมศักดิ์- พล.อ.ประยุทธ์ต้องไม่ลงมาเป็นผู้เล่นเหมือนครั้งที่แล้ว ต้องรักษาสถานะนี้ไป เป็นเทพพิทักษ์ไปตามกฎกติกาทางออกที่ดีที่สุด อาจารย์อยากฝากอะไรไหมครับสำหรับประชาชนที่ค่อนข้างสับสนเรื่องการเมืองไทยในขณะนี้จะเอาไงแน่


ผศ.ทวี- คือผมอยากให้เราเตรียมตัวเตรียมใจ ประชาธิปไตยมันต้องลงทุน มีคนบอกว่าเลือกตั้งใหม่ต้องเสียเงินอีก 5,000-6,000 ล้าน ผมมองว่าอ้าว เราซื้อเรือดำน้ำซื้อะไรก็เป็นหมื่นล้าน ซื้อเครื่องบินทีละฝูงเป็นหมื่นล้าน เพราะฉะนั้นเรายังกล้าลงทุนเพื่อปกป้องประเทศชาติ นี่ก็คืออาจลงทุนเพื่อปกป้องอนาคตของลูกหลาน บ้านเมืองการเลือกตั้งบ่อยๆไม่ใช่เรื่องเสียหาย ดีสะอีกที่จะจำกัดคัดกรองคนที่ไม่จริงใจหวังกำไรระยะสั้น เกร็งกำไรจับเสือมือเปล่าก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นยิ่งเลือกตั้งบ่อยๆเราก็ได้ฝึกฝนให้เข้าใจนักการเมืองเข้าใจประชาธิปไตยได้ดียิ่งขึ้น คนในรุ่นต่อๆมาลูกหลานเรานะครับ การที่เขาได้สัมผัสการเลือกตั้งมากอย่างที่เราเห็นเขารอคอยมา 7-8 ปีกว่าได้เลือกตั้งครั้งนี้มันส่งผลเป็นพลังมหาศาล ผมมองว่าการเลือกตั้งเป็นพลังเชิงบวกที่สร้างพลังมหาศาล ไม่ใช่เรื่องของการเสียหายอะไรเลย ผมอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะไปสะแล้วเราก็มาเลือกตั้งให้อีกที


เติมศักดิ์- ผมขอเจาะจงนิดหนึง ส.ว. 250 มาร่วมเลือกนายกฯ เงื่อนไขนี่ควรตัดออกไป


ผศ.ทวี- ตัดออกไปแน่นอน ผมไม่เคยเห็นด้วย ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2521 แล้ว อันนี้เป็นเรื่องเสียหายมากเพราะเราไม่อยากเห็นอำนาจพิเศษจากภาคราชการมาแทรกแซงการเมืองและถือตัวว่าเป็นอะไหล่มาค้ำชู คุ้มครองระบอบประชาธิปไตย ผมว่าไม่ใช่ เราทุกกลุ่มมีความหมายมีความสำคัญ ถ้าจะมีส.ว. เรามีจากการเลือกของคนกลุ่มต่างๆ แล้วให้มีอำนาจเป็นผู้คอยคัดกรองหรือพี่เลี้ยงของสภาผู้แทน ออกไปแยกให้เด็ดขาดไม่อยากให้ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกัน เพราะจะก่อความเวียนหัววุ่นวาย


เติมศักดิ์- เพราะหลักๆ มันก็เกิดจากกติกานี้


ผศ.ทวี- อันนี้แก้ง่าย ยกมาตรานั้นออกไป


เติมศักดิ์- ความนี้จะไม่มีภาพกรรมการมาเป็นผู้เล่น ผู้เล่นเป็นกรรมการด้วยในเวลาเดียวกันเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย วันนี้ขอบคุณมากนะครับอาจารยบ์ทวีครับ คนเคาะข่าวลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น