xs
xsm
sm
md
lg

ลีลาแม่ทัพมือใหม่สร้างค่าย เอาปลายไม้ไผ่ปักลงดินโคนชี้ฟ้า! คนอวดรู้มาแก้..โดนตัดหัว!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค

เจ้าพระยาโกษาเหล็ก
ในปี พ.ศ. ๒๒๐๔ เกิดกบฏขึ้นที่เมืองอังวะ เหตุเพราะขณะที่กองทัพฮ่อมาล้อมเมือง พวกนักสนมของพระเจ้าอังวะ เห็นเครื่องบริโภคในเมืองอัตคัด จึงกว้านซื้อเอาไปกักไว้ขายโก่งราคา พวกพลเมืองที่ถูกเกณฑ์ไปรักษาเมืองอังวะ ต่างพากันโกรธแค้นพระเจ้าอังวะ ว่าเกณฑ์มาให้ลำบากแล้วยังปล่อยให้นักสนมเบียดเบียนอีก แต่เวลาศึกติดเมืองก็นิ่งอยู่ ครั้นพวกฮ่อเลิกทัพกลับไปแล้ว จึงมั่วสุมกันคิดกบฏ แล้วยกพระเจ้าแปร ซึ่งเป็นอนุชาของพระเจ้าอังวะ เป็นหัวหน้า ยกกันเข้าปล้นพระราชวัง จับพระเจ้าอังวะได้ก็ปลงพระชนม์เสีย พระเจ้าแปรจึงขึ้นครองราชย์แทน

ข่าวความวุ่นวายในเมืองพม่านี้ มีมาถึงกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. ๒๒๐๕ สมเด็จพระนารายณ์ทรงพระราชดำริว่า เป็นโอกาสอันดีที่จะตีเมืองเชียงใหม่ที่ถูกพม่าชิงไปกลับคืนมา จึงมีรับสั่งให้เกณฑ์กองทัพจำนวน ๔๐,๐๐๐ คน เพื่อยกไปตีเมืองเชียงใหม่

แต่ในเวลาเตรียมทัพนั้น ทรงหาผู้ที่จะเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่ได้สมพระราชหฤทัย ด้วยแม่ทัพนายกองที่ไปสงครามครั้งก่อนทำการไม่สำเร็จ ทรงพระราชดำริเห็นว่า เจ้าพระยาโกษาธิบดีขุนเหล็ก ซึ่งเป็นบุตรเจ้าแม่วัดดุสิตที่เป็นพระนม และร่วมเต้านมกันมาแต่ยังทรงพระเยาว์นั้น เป็นผู้มีสติปัญญา ทรงใคร่จะตั้งเป็นแม่ทัพไปตีเมืองเชียงใหม่คราวนี้ แต่เจ้าพระยาโกษาเหล็กกราบทูลขอตัวว่า ตัวเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับราชการสงคราม เกรงว่าผู้ใต้บังคับบัญชาจะไม่เชื่อถือ บัญชาการศึกไม่ได้เด็ดขาด สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงยืนยันพระราชประสงค์เดิม เจ้าพระยาโกษาเหล็กจึงทูลขอทดลองถืออาญาสิทธิ์จัดทัพดูก่อน สมเด็จพระนารายณ์จึงพระราชทานพระแสงอาญาสิทธิ์ให้ตามประสงค์

เจ้าพระยาโกษาเหล็กสั่งกลาโหมและมหาดไทยเกณฑ์คน ๓,๐๐๐ ให้เจ้าหมู่นายกองคุมไปตั้งค่ายที่ทุ่งเพนียด โดยให้ตัดไม้ไผ่มาปักเอาปลายลง เอาโคนขึ้นชี้ฟ้า ทำเป็นรั้วระเนียด แล้วขุดดินทำเชิงเทินและสนามเพลาะ ปักขวากหนามตามแบบแผนให้บริบูรณ์ กำหนดให้พร้อมเสร็จในวันรุ่งขึ้น ถ้าผู้ใดไม่ทำตามสั่ง จะเอาโทษถึงชีวิตตามพระอัยการศึก

ฝ่ายเจ้าพระยาจักรี เจ้าพระยากลาโหม และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย เห็นคำสั่งท่านแม่ทัพมือใหม่ให้ปักไม้ไผ่ทำค่ายพิสดารเช่นนั้น ต่างก็นึกขัน แต่แม่ทัพถือพระแสงดาบอาญาสิทธ์สั่งการ ก็ไม่กล้าโต้แย้ง เร่งรีบกะเกณฑ์ผู้คนไปทำการตามคำสั่งแต่ในเพลากลางคืน พอรุ่งขึ้นก็ตั้งค่ายสำเร็จ ขณะนั้นมีขุนหมื่นคนหนึ่ง แลเห็นรั้วค่ายโปร่งนัก เพราะเหตุปักลำไม้ไผ่เอาปลายลงดินเอาโคนขึ้นข้างบน จึงว่าแก่พวกเจ้าหน้าของตนว่า เขาตั้งค่ายกันมาแต่ก่อนไม่เห็นเขาทำอย่างนี้ นี่มาทำผิดแบบแผน ว่าแล้วก็ให้ถอนไม้ไผ่ปักเสียใหม่ กลับเอาโคนลงในส่วนที่ตนรับผิดชอบ

พอรุ่งเช้าเจ้าพระยาโกษาเหล็กออกตรวจค่าย ขี่ช้างมาเห็นตรงที่ปักไม้ระเนียดค่ายไม่ตรงกับคำสั่ง จึงเรียกเจ้าหน้าที่มาถาม ได้ความว่าขุนหมื่นคนนั้นมาสั่งแก้ไข จึงสั่งก็ให้เอาตัวไปประหารทันที แล้วเอาศีรษะเสียบไว้ที่ปลายไม้ไผ่รั้วค่ายให้คนทั้งหลายเห็น ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยและไพร่พลทั้งปวงเห็นเจ้าพระยาโกษาเหล็กบังคับบัญชาสิทธิ์ขาดดังนั้นก็พากันยำเกรงทั่วหน้า สมเด็จพระนารายณ์จึงทรงตั้งเจ้าพระยาโกษาเหล็กเป็นแม่ทัพใหญ่

เจ้าพระยาโกษาเหล็กนำทัพไปตีเมืองเหนือครั้งนี้ ยึดได้ตลอดทางอย่างง่ายดาย แต่เจ้าเมืองเชียงใหม่เตรียมกำลังออกมาสู้เต็มที่ แต่ก็ถูกตีจนต้องถอยร่นกลับเข้าเมืองซึ่งมีเชิงเทินที่มั่นคง เจ้าพระยาโกษาเหล็กจึงให้ถมดินโอบกำแพงเมืองข้างใต้ เอาปืนใหญ่ขึ้นไปตั้งยิงถล่มเข้าไปในเมือง จนรวนเรไปทังเมือง เมื่อกองทัพหลวงของสมเด็จพระนารายณ์ยกมาหนุน กองทัพไทยก็เข้ายึดเชียงใหม่กลับคืนมาได้

สงครามครั้งนี้นอกจากจะได้เมืองเชียงใหม่คืนมาแล้ว สมเด็จพระนารายณ์ยังทรงได้นางกุสาวดี ราชธิดาพระเจ้าชียงใหม่ เป็นบาทบริกากลับมาด้วย แต่เมื่อนางนั้นมีครรภ์ จะทรงเลี้ยงดูก็ละอายพระทัย จึงพระราชทานนางนั้นแก่พระเพทราชา ซึ่งเป็นลูกพระนมอีกคน นางได้คลอดบุตรเป็นชายที่โคนต้นมะเดื่อ ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง แขวงเมืองพิจิตร ขณะตามเสด็จไปเมืองเชียงใหม่กับพระเพทราชา ให้ชื่อว่า เดื่อ ซึ่งต่อมาก็คือ พระเจ้าเสือ นั่นเอง

ในเรื่องแม่ทัพมือใหม่ที่ไปตีเมืองเชียงใหม่นี้ บางแห่งกล่าวว่าไม่ใช่ โกษาเหล็ก แต่เป็น โกษาปาน ราชทูตคนดัง กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ไว้ในไทยรบพม่าครั้งที่ ๑๙ ว่า พงศาวดารไทยกับพงศาวดารพม่าต้องตรงกันว่า ตีเมืองเชียงใหม่คราวนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๕ ในหนังสือพงศาวดารพม่าว่าเจ้าพระยาโกษาเหล็กถึงอสัญกรรมแล้ว จึงทรงแต่งตั้งโกษาปานให้เป็นแม่ทัพคราวนี้ แต่ได้ความตามจดหมายเหตุของฝรั่งว่า เจ้าพระยาโกษาเหล็กถึงอสัญกรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๖ ก่อนสมเด็จพระนารายณ์สวรรคตเพียง ๕ ปี ส่วนโกษาปานเป็นราชทูตกลับมาจากเมืองฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. ๒๒๓๐ ก่อนสมเด็จพระนารายณ์สวรรคตเพียง ๘ เดือน ได้เป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดีอยู่ ๕ เดือนก็สิ้นรัชกาล เพราะฉะนั้นเจ้าพระยาโกษาเหล็กเป็นแม่ทัพคราวนี้เป็นแน่ไม่มีที่สงสัย


กำลังโหลดความคิดเห็น...