xs
xsm
sm
md
lg

๓ เจ้าเมือง กลันตัน ตรังกานู ปะหัง สร้างพระพุทธไสยาสน์! เป็นที่มาของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บรมราชาภิเษก!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค


ในจำนวนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ๑๐๘ แห่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ สระแก้ว ซึ่งเป็นสระหินในถ้ำมืดของจังหวัดยะลา มีความเป็นมาน่าสนใจแห่งหนึ่ง อยู่ใกล้กับถ้ำสว่าง ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปในภูเขาเดียวกัน และมีพระพุทธไสยาสน์โบราณขนาดใหญ่องค์หนึ่ง พระพุทธไสยาสน์องค์นี้สร้างโดยเจ้าเมือง ๓ เมือง คือ กลันตัน ตรังกานู ปะหัง ซึ่งอยู่ในมาเลเซียในขณะนี้

สระแก้ว มีสภาพเป็นแอ่งหินกว้างประมาณ ๒ เมตร ยาว ๔ เมตร ลึก ๑ เมตรเศษ เป็นสระหินอยู่ในถ้ำของภูเขาพระพุทธไสยาสน์ วัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา มีน้ำที่ไหลซึมลงมาจากที่สูงตามรากหินลงสู่อ่าง เป็นน้ำใสจนมองเห็นก้นสระได้ ที่ตั้งของสระนี้อยู่ตรงกลางถ้ำที่มีทางทะลุออกได้ทั้ง ๒ ด้าน ปากถ้ำมีพระปรมาภิไธย ป.ป.ร. ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจารึกไว้เป็นเครื่องหมายว่าได้เสด็จมาแล้ว ทางเดินในถ้ำมืดมิต้องอาศัยไฟฉาย พอถึงกึ่งกลางก็จะถึงสระแก้ว เมื่อเอาไฟฉายส่องดูก็จะเห็นน้ำใสดุจตาตั๊กแตน เมื่อทะลุออกจากถ้าอีกด้านก็จะถึงลานดินที่มีรสเค็ม เรียกกันว่า นาเกลือ

เบื้องบนของภูเขานี้ มีถ้ำสำคัญคู่กับถ้ำมืดอีกถ้ำหนึ่ง เรียกกันว่า ถ้ำสว่าง มีพระพุทธรูปไสยาสน์โบราณขนาดใหญ่ ปั้นด้วยดินเหนียวโดยใช้ไม่ไผ่เป็นโครง สร้างขึ้นสมัยศรีวิชัยรุ่งเรืองราว พ.ศ.๑๓๐๐ หรือสมัยเดียวกับพระบรมธาตุเมืองนคร มีขนาดความยาว ๘๑ ฟุต ๑ นิ้ว ประดิษฐานภายในถ้ำวัดคูหาภิมุข เดิมชื่อ วัดหน้าถ้ำ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีตำนานกล่าวว่า พระเจ้ามหาราช กษัตริย์พระองค์หนึ่งที่ปกครองเมืองศรีวิชัย ทรงนับถือศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน มีพระศรัทธาที่จะสร้างปูชนียวัตถุไว้เช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย และทรงค้นพบพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระราชกุมารและพระราชกุมารีของกษัตริย์ที่นับถือพุทธศาสนาจากอินเดียนำมาเมื่อครั้งหนีภัยสงคราม จึงโปรดให้สร้างใหม่สูงกว่าเดิม ๑๐ เท่า เมื่อทรงสร้างของใหญ่เช่นนี้ จึงทรงเกณฑ์บรรดาเจ้าเมืองเรียกว่า ๑๒ นักษัตร คือ

ปีชวด ให้เมืองสาย หรือสายบุรี ถือตราหนู
ปีฉลู เมืองตานี ถือตราโค
ปีขาล เมืองกลันตัน ถือตราเสือ
ปีเถาะ เมืองปาหัง ถือตรากระต่าย
ปีมะโรง เมืองไทรบุรี ถือตรางูใหญ่
ปีมะเส็ง เมืองพัทลุง ถือตรางูเล็ก
ปีมะเมีย เมืองตรังกานู ถือตราม้า
ปีมะแม เมืองชุมพร ถือตราแพะ
ปีวอก เมืองปันท้ายสมอ ถือตราลิง
ปีระกา เมืองอุเสา ถือตราไก่
ปีจอ เมืองตะกั่วป่า ถือ ตราสุนัข
ปีกุน เมืองกระ หรือกระบุรี ถือตราหมู

มีพระราชโองการให้เมืองเหล่านี้มาช่วยทำอิฐปูนก่อพระบรมธาตุ ซึ่งก็คือพระธาตุไชยาในปัจจุบัน

เมื่อเสร็จงานนี้แล้ว เจ้าเมืองบางคน เช่นเจ้าเมือง กลันตัน ตรังกานู ปะหัง ได้เดินทางกลับผ่านมา

ทางเมืองยะลา เห็นถ้ำสว่างเป็นที่รโหฐาน จึงพร้อมใจกันก่อพระพุทธรูปไสยาสน์เอาไว้ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็เกิดภัยแล้งอย่างหนักจนผู้คนล้มตายกันมาก แม้เจ้าเมืองและผู้คนที่ร่วมก่อพระพุทธไสยาสน์ก็ต้องขาดน้ำแม้จะกิน จึงพากันเชื้อเชิญบรรพชิตและผู้ทรงคุณทางไสยศาสตร์มาช่วยประกอบไสยเวทวิชาตลอด ๗ วัน ๗ คืน ในวันที่ ๗ ก็มีเสียงดังลั่นน่าสะพรึงกลัวในถ้ำมืด ทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง ครั้นเมื่อเสียงนั้นสงบลง ผู้กล้าก็พากันเข้าไปดู ก็เห็นธารน้ำไหลหลั่งออกมาจากถ้ำมืดนั้น ครั้นเข้าไปถึงสระแก้วซึ่งแต่เดิมไม่เคยมีน้ำ ก็เห็นมีน้ำ และใสเป็นมหัศจรรย์ ต่างพากันดื่มกิน ทำให้โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายหายไปสิ้น การก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์ก็สำเร็จลงด้วยน้ำในสระนี้ จึงเรียกกันว่า สระแก้ว ตลอดมา

น้ำในสระแก้วมีประวัติความเป็นมาว่าได้รับการเชื่อถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย และใช้เป็นน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๖ เป็นต้นมา





กำลังโหลดความคิดเห็น...