xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองไทยถนัดนักเรื่องหาคนมาเชิด! ภาพนี้เป็นภาพของคนที่ไม่ยอมเป็นหุ่นเชิด!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค

ท่านผู้หญิงบุญหลง พหลโยธิน
ในจำนวนนายกรัฐมนตรีไทยนั้น พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร ผู้ยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นบุคคลที่ทุกฝ่ายทั้งมิตรและศัตรูยอมรับว่า “ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” เป็นคนสมถะไม่ยึดติดกับอำนาจ ที่สำคัญคือไม่อยากเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ประเภทปากบอกว่าไม่ แต่ใจระริ้ระริก

แต่การเมืองยามนั้นไม่ใช่ว่าจะไร้น้ำยาจนหาคนมาเป็นนายกฯไม่ได้ หากแต่ต่างฝ่ายต่างคุมเชิงกัน ไม่ยอมให้คนหัวรุนแรงของอีกฝ่ายมาเป็น จึงต้องไปอ้อนวอนพระยาพหลฯมาขัดตาทัพ ครั้งแรกพระยาพหลฯก็ยอมเป็นให้ชั่วคราว ให้เวลาตั้งหลักกันได้แล้วจะขอลาออก แล้วก็ลาออกจริงๆอย่างไม่คาดคิด แต่ก็ไม่มีใครยอมให้ออก เคี่ยวเข็ญเอาพระยาพระยาพหลฯจนต้องทนทู่ซี้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ถึง ๕ สมัย เป็นเวลา ๕ ปี ๕ เดือน ๒๑ วัน จนกระทั่งร้องว่าไม่ไหวแล้ว พร้อมกับประกาศทายาทคนใหม่ นายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม

ตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ไทยทำสัญญาร่วมรบกับญี่ปุ่น ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทยเชิดนายควง อภัยวงศ์ ขึ้นคว่ำจอมพล ป.พิบูลสงครามทางสภาจนสำเร็จ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน แม้เสียงในสภา จอมพล ป.จะสู้ฝ่ายปรีดีไม่ได้ แต่ก็มีกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่นหนุน ฮึดสู้ขึ้นเมื่อไหร่ก็แหลกกันเมื่อนั้น นายควงจึงไปอุ้มเอาพระยาพหลฯที่ป่วยเป็นอัมพาตมาเป็นรัฐมนตรีลอยร่วมคณะ แล้วปลดจอมพล ป.จากผู้นำทางการทหาร ตั้งพระยาพหลฯขึ้นเป็นแทน แบบนี้ถ้าเป็นคนอื่น รถถังก็ต้องเคลื่อนขบวนแล้ว แต่เมื่อเจอพระยาพหลฯ จอมพล ป.ก็เหมือนงูเจอเชือกกล้วย ไม่กล้าเคลื่อนไหวด้วยความเกรงใจบุคคลที่เคารพนับถือ ยอมไปหลบซ่อนตัวอยู่ในค่ายทหารลพบุรี

แม้ว่าพระยาพหลฯ ยามนั้นเดินไม่ไหว ช่วยตัวเองก็ยังไม่ได้ แต่ก็เป็น “ยันต์กันผี” ช่วยรัฐบาลได้อย่างดี

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๐ การเมืองไทยคึกคัก เสรีประชาธิปไตยเบ่งบานตอนปลายสมัยจอมพล ป. คณะราษฎรกลุ่มหนึ่งคิดจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ ให้ชื่อว่า “พรรค ๒๔ มิถุนา” แต่ไม่รู้ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหน้าพรรค ครั้นจะเอาพระยาพหลฯ มาเป็นหัวหน้าอีก ก็อสัญกรรมไปตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ แล้ว คณะราษฎรกลุ่มนั้นนึกถึง ท่านผู้หญิงพหลฯ ขึ้นมาได้ จึงกำหนดให้ท่านผู้หญิงบุญหลง พหลโยธิน เป็นหัวหน้าพรรค และให้ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเลขาธิการพรรค ผัวตายเอาเมียมาเชิดก็ยังได้

เมื่อมีข่าวนี้ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ ดูรูปท่านผู้หญิงในภาพประกอบเรื่องนี้ก็แล้วกัน ว่าขำกลิ้งกับข่าวตัวเองที่จะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองซักแค่ไหน

“ข่าวนี้น่าขำเหลือเกิน” ท่านผู้หญิงบอก “ฉันมีความสามารถถึงกับจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองได้เชียวหรือคะ ฉันไม่เป็นหรอกค่ะ สนใจแต่เรื่องเด็กๆเท่านั้น ไม่ทราบว่าเขาเอาข่าวมาจากไหน แล้วมีเจตนาอะไร แต่คิดว่าคงไม่ใช่เจตนาร้าย ขอยืนยันว่าไม่มีใครมาชวนฉัน ถึงชวนก็ไม่ขอยุ่งค่ะ”

เรื่องเอาคนมาเชิดให้ตัวเองชักใยอยู่เบื้องหลังละก็ วงการเมืองไทยถนัดกันนัก แต่ก็มีคน


กำลังโหลดความคิดเห็น...