xs
xsm
sm
md
lg

“ปานเทพ” ชี้ ไทยเหมาะขึ้นเบอร์ 1 โลกด้านสารกัญชา จี้เลิกคำขอสิทธิบัตรต่างชาติตัวขวาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ปานเทพ” เชื่อ ไทยมีโอกาสขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ เหตุดินในประเทศไทยเหมาะแก่การปลูกกัญชาคุณภาพดี มีภูมิปัญญาการปลูก และมีตำรับยาแพทย์แผนไทยที่รู้ว่าใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล ขณะประเทศอื่นไม่มี แต่ต้องแก้กฎหมายปลดล็อกไม่ให้ทุนใหญ่ผูกขาด และยกเลิกคำขอสิทธิบัตรต่างชาติที่มายื่นขอบล็อกเราไว้ คาดก่อน มี.ค. รู้ผล กฎหมายปลดล็อกกัญชาเพื่อประชาชนจะผ่านหรือไม่



รายการ “โหนกระแส” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3SD (ทีวีดิจิทัลช่อง 28) วันที่ 23 ม.ค. 2562 “หนุ่ม” กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ในประเด็น “ไขข้อข้องใจ! กัญชารักษาโรคได้จริงหรือไม่?”

นายปานเทพ กล่าวว่า ในภูมิปัญญาตะวันออก ไม่ว่า จีน อินเดีย มีการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 พันปี ประเทศไทยรับอิทธิพลมาจากอินเดีย ผ่านพุทธศาสนา กลายเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และมีการบันทึกว่ามีการใช้กัญชาในทางการแพทย์ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และใช้ในตำราหลวง สืบเนื่องต่อมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งกลายเป็นตำรับยาจำนวนมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จนสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ก็มีการบันทึกตำรับยาเพิ่มเติม กลายมาเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และเขียนไว้อย่างชัดเจนในสมัยรัชกาลที่ 5 ว่า กัญชานั้นเอาไว้แก้ไข้ โรคผอมเหลือง หากำลังไม่ได้ แก้อาการตัวสั่น เสียงสั่น และทำให้กินข้าวได้ นอนหลับ

ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยใช้กัญชาในการรับประทานเท่านั้น จึงไม่มีตำรับยาไหนให้เมาเลย วิธีการรับประทานนั้น จะต้องปรุงเป็นตำรับยาเท่านั้น เพื่อถ่วงดุล และลดผลเสียของกัญชา และดำรงเป้าหมายของกัญชาเพื่อทางการแพทย์เอาไว้ แต่คนจำนวนมากก็ใช้กัญชาในทางสันทนาการ ก็มาสูบกัน จนต่อมามีการออกกฎหมาห้ามครอบครอง จำหน่ายกัญชา ให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ทั้งที่งานวิจัยในช่วงหลังชี้ชัดว่า กัญชาติดยากกว่าบุหรี่และเหล้าอีก แต่การกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติด ทำให้ภูมิปัญญาเรื่องกัญชาในแพทย์แผนไทยห่างหายไป และไม่สามารถเอามาวิจัยเพิ่มเติมองค์ความรู้ได้

ในขณะที่ต่างชาติทำการวิจัยแล้ว ค้นพบว่า มันรักษาหลายโรคดังที่บรรพบุรุษเราเคยกำหนดเอาไว้ เช่น ทำให้หลับ ทำให้เจริญอาหาร ลดอาการชัก แก้โรคลมชัก และสกัดมาเป็นสารสำคัญจนกระทั่งเริ่มมีความรู้ว่ามันอาจจะมีโอกาสชนะโรคสำคัญๆ หลายชนิด ก็คือ อาการเกร็งไปหมดทั้งตัว โรคลมชัก โรคลมบ้าหมู เป็นต้น หรือ อาการพาร์กินสัน หยุดได้ภายใน 15 นาที หลังจากหยอดน้ำมันกัญชา นั่นก็คือ เป็นสารสำคัญแล้ว

ในขณะที่ทั่วโลกวิจัย ก็ปรากฏว่า ได้ผล ก็เกิดปรากฏการณ์ที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา เริ่มทำการปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ จาก 1 รัฐ กลายเป็น 2 รัฐ 3 รัฐ และลามไปหลายสิบรัฐในเวลานี้ เพราะเหตุผลว่า พอเริ่มมีการปลดล็อกกัญชาเพื่อทางการแพทย์แล้ว เกิดการอพยพของประชากรจากมลรัฐหนึ่งไปอีกมลรัฐหนึ่ง เพื่อรักษาตัว ก็ทำให้เกิดกระบวนการคลายล็อกกัญชาขยายไปทั่ว จากอเมริกา ไปยุโรป และเริ่มมีการจดสิทธิบัตรต่างชาติว่ารักษาได้หลายโรค รวมไปถึงการจดสิทธิบัตรว่า กัญชาสารสำคัญนั้นสามารถรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้

อย่างไรก็ตาม การใช้สารกัญชาต้องผ่านการกลั่นกรอง อย่างโรคมะเร็ง ตอนนี้ทั่วโลกยอมรับแล้วว่า กัญชายังไม่สามารถสรุปว่ารักษาโรคมะเร็งได้ แม้ว่าจะมีต่างชาติจดสิทธิบัตรเอาไว้ก็ตาม แต่จะสามารถเยียวยา ลดอาการข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็ง เช่น คลื่นไส้ เกิดอาการนอนไม่หลับ กินอาหารไม่ได้ ดังนั้นแล้ว มันสามารถเอามาใช้เป็นยาเสริมในการรักษาโรคมะเร็ง ไม่ได้เป็นยาหลัก

อย่างไรก็ตาม กัญชาไม่ได้มีข้อดีอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเราสกัดมาเป็นสารสกัดเข้มข้น จะเกิดผลเสีย อย่างเช่น กรณีหนึ่ง มีรายงานเป็นกรณีศึกษาที่หมอเก็บเด็กตัวอย่างคนหนึ่ง เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือที่เรียกว่าลูคิเมีย รักษาคีโม ฉายแสง ไม่ได้ผลเลย ก็ใช้วิธีการหยอดน้ำมันในกลุ่มกัญชาใต้ลิ้น ปรากฏว่า ประมาณ 40 วัน เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเกือบจะลงเป็นปกติเลย แต่เด็กคนนี้เสียชีวิต เพราะลำไส้ทะลุ ทางเดินอาหารทะลุ เพราะสารสำคัญนี้ลดความสามารถในการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร แต่ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยใช้เป็นตำรับ ทุกครั้งที่มีกัญชาเยอะๆ เขาต้องผสมพริกไทย ดีปลี ขิงแห้ง เพื่อทำให้เกิดฤทธิ์ร้อน และเกิดเป็นพลังงานความร้อน ลำไส้จึงเคลื่อนตัว เพราะฉะนั้นการใช้กัญชาไม่ใช่ใช้สุ่มสี่สุ่มห้า

นายปานเทพ กล่าวว่า ในตลาดมืดตอนนี้มีคนแอบใช้กัญชาเยอะมาก ในรูปของน้ำมันกัญชาสกัดเข้มข้นโดยใช้ดอกเป็นหลัก แล้วก็แอบเอามาใช้ ซึ่งมีอันตราย แล้วก็ยังไม่นับว่าตอนนี้ในตลาดมีการพ่นยาฆ่าแมลง เพื่อจะออกฤทธิ์ทำให้เมาขึ้น ผลก็คือ มีผลเสียต่อคุณภาพชีวิต และได้รับสารพิษเพิ่มเติมได้

ดังนั้น ในเวลาตอนนี้ ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็เลยเตรียมแก้ไข พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ เพื่อคลายล็อกกัญชาเพื่อนำมาใช้ในทางการแพทย์ คนที่แอบใช้อยู่ ก็จะได้มาใช้บนดิน ไม่ได้แอบใช้ใต้ดิน ทำให้มีคนคาดหวังเยอะเรื่องการใช้กัญชากับการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งมีคนหายจริง มีตัวตนจริง แต่เขาไม่ได้ใช้กัญชาอย่างเดียว เขาบวกอย่างอื่น เช่น บางคนรักษาแผนปัจจุบันแล้วใช้กัญชาช่วย บางคนคุมอาหาร รักษาโดยธรรมชาติบำบัด แล้วใช้กัญชาช่วย ถ้าใครหวังใช้กัญชาอย่างเดียว มีคนจำนวนมากเสียชีวิต แต่ไม่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เพราะทุกคนอยากผลักดันกัญชา

เมื่อปี 2551 วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ ม.รังสิต ทำการวิจัยเซลล์มะเร็งซึ่งมาจากเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีของผู้ป่วยจริง ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และขอดูว่า สารสำคัญของกัญชาฆ่าเซลล์มะเร็งไหม ปรากฏว่า มีสารสำคัญชนิดหนึ่งชื่อ THC (Tetrahydrocannabinol) อยู่ในกัญชา ซึ่งทำให้เมา ปรากฏว่า มันฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ไม่ได้แค่ยับยั้งการเจริญเติบโต ในปี 2560 มาจนถึงปีนี้ ปี 2562 นี้ ทาง ม.รังสิต ก็เลยวิจัยในหนูทดลอง เพื่อจะดูว่ามันรักษาโรคมะเร็งอะไรบ้าง รักษาได้ไหม และมีอัตราการรอดชีวิตเท่าไร เพื่อคำนวณความปลอดภัย ปริมาณยาในมนุษย์ เพราะถ้าเรารู้แต่หลอดทดลอง เราก็จะเดาว่า เท่าไรออกอาการจิตประสาท บางคนใช้เท่าไรหลับสบายดี ทุกคนไม่เท่ากันเลย

เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้จักอาการว่า ฤทธิ์ของยานั้นใช้ปริมาณเท่าไร จึงจะมีความเหมาะสม ซึ่งตอนนี้จิตแพทย์และวงการทางการแพทย์จะกลัวที่สุด ก็คือ ออกอาการทางจิตประสาท เขาก็เลยเกรงว่าจะมีการใช้ ในช่วงหลังๆ นี้ ใช้สารสำคัญหรือสารสกัดสำคัญเข้มข้นมาก มันมีโอกาสเกิดได้ง่ายมากกว่าการสูบกัญชา ดังนั้นการใช้สุ่มสี่สุ่มห้าก็ต้องมีความระมัดระวัง ต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้

นายปานเทพ ยืนยันว่า มีความเป็นไปได้สูงมาก ประเทศไทยอาจจะเป็นอันดับหนึ่งในการสกัดกัญชา แล้วมีตำรับยามารักษาชาวโลก เพราะว่าการใช้กัญชาที่เป็นสารสกัดสำคัญที่เป็นยาเดียวในเวลานี้สร้างปัญหาและมีผลข้างเคียงที่มนุษยชาติยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงจะแก้ปัญหานี้ได้ แต่เมืองไทยมีภูมิปัญญาตำรับนี้

ที่สำคัญคือ ตอนนี้กฎหมายคลายล็อกกำลังจะเกิดขึ้น อีกไม่นานนี้ ความมั่งคั่งจะเกิดขึ้น แพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย กัญชา 1 ต้น สามารถออกดอกได้ 1 กิโลกรัม เอาไปสกัดเป็นน้ำมัน ตอนนี้ที่อเมริกา ถ้าเป็นกัญชาที่ปลูกในระบบปิด ขายกิโลกรัมละ 1 แสนกว่าบาท และถ้าเป็นระบบเปิด ก็ประมาณ 5-7 หมื่นบาทต่อ 1 กิโลกรัม หมายถึงว่า ถ้าเรามีภูมิปัญญารื้อฟื้นกลับมาได้ ก็จะเป็นอนาคตของมนุษยชาติได้ ด้วยเหตุผลนี้ ต้องขจัดสิทธิบัตรกัญชาที่แอบมาจดในเมืองไทยไว้ให้หมดก่อน เพราะมันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งที่เมืองไทยจะทำต่อไปจะถูกฟ้องร้องว่าละเมิดสิทธิบัตรต่างชาติหมด

ทั้งนี้ ประเทศไทยปลูกกัญชาขึ้นง่ายมาก และมีสารสำคัญที่เรียกว่า THC ที่ทำให้เมาสูงมาก สูงกว่านานาชาติ เพราะฉะนั้นมันออกฤทธิ์เป็นยาได้มาก แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใช้ทำอะไร ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเขาจะชิมยา ชิมรสยา 9 รส ว่า รสแบบนี้มีผลเสียอย่างไร ต้องมาแก้ด้วยอะไร จึงมาปรุงเป็นตำรับ ดังนั้น ตำรับยาไทยก็เหมาะกับกัญชาไทย ไม่เหมาะกับกัญชาต่างชาติ

นอกจากนี้ ในเมืองไทย กัญชาอัดแท่งที่แอบขายกันอยู่ กิโลกรัมละ 1-2 หมื่นบาท ถูกมาก ดังนั้น ทั่วโลกเขากลัวประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยปลูกง่าย ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องอาศัยโรงปิดด้วย อาศัยแสงปกติ ก็ขึ้นได้ทั้งปี ต่างชาติก็เลยมีความคิดอยากจะมาจดสิทธิบัตรในประเทศไทย เพื่อบล็อกเอาไว้ ไม่ให้คนไทยปลูกได้ หรือปลูกมาสกัดยามาได้ก็ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรให้ต่างชาติ ซึ่งตอนนี้จดไปแล้วประมาณ 30 คำขอ และตอนนี้ก็กำลังดำเนินการ

“ภาคประชาสังคม รวมถึงผมด้วย ก็เรียกร้องให้ยกเลิกก่อน เพราะในขณะที่ผ่านมาเป็นยาเสพติด ถ้าคนไทยยังวิจัยในมนุษย์ไม่ได้ ทำไมปล่อยให้ต่างชาติมาจด บอกว่า รักษาไม่ได้ทำไมปล่อยให้ต่างชาติมาจดนี่คือด้านหนึ่ง”

นายปานเทพ กล่าวต่อว่า ด้านที่สองที่คนกลัวมากที่สุด ก็คือ มันดีหมดทุกอย่างเลย เกษตรกรปลูกไม่ได้ กลายเป็นว่าสุดท้ายเสร็จทุนใหญ่ ที่เป็นคู่สัมปทานรายใหญ่หมด อันนี้ก็เป็นความน่ากลัวที่ประชาชนกลัว ก็ปรากฏว่า ทาง สนช. ได้ออกกฎหมายว่า 5 ปีนี้ นับตั้งแต่กฎหมายบังคับใช้ รัฐจะขอผูกขาดทั้งหมด ไม่ว่านำเข้า ส่งออก ปลูก ผลิต ทุกอย่าง ทั้งหมด ยกเว้นให้คนบางกลุ่มที่มีโอกาสร่วมกับรัฐได้ เช่น หมอแผนปัจจุบัน ใบประกอบวิชาชีพของไทย หมอแผนไทย หมอแพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยเอกชนที่ทำการศึกษาด้านการแพทย์และด้านการเภสัช รวมไปถึงเกษตรกรก็ปลูกได้ ถ้าร่วมกับรัฐในฐานะเป็นวิสาหกิจชุมชน คือ เกษตรกรรวมตัวกัน เขาเรียกว่าเป็นการควบคุมไม่ให้มีการใช้นอกขอบเขต

แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงเพราะมันมีกฎหมายตามหลังมาว่าข้อความเหล่านี้ต้องลบทิ้งหมด ก็กำลังต่อสู้กันอย่างขะมักเขม้น และเข้มข้นมากในเวลาตอนนี้ อีกด้านหนึ่งก็คือ แพทย์แผนไทย เพราะว่าเป็นแพทย์ที่มีภูมิปัญญาแต่เดิม ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ มีภูมิปัญญา มีบันทึกอย่างชัดเจน ปรากฏว่า เขาอนุญาตให้เป็นวิชาชีพเดียวที่ปรุงได้โดยไม่ต้องร่วมกับรัฐ ปรุงยาได้ แต่ว่าการปลูกยังทำไม่ได้ แล้วจะไปเอากัญชามาจากไหน ก็เลยต้องต่อสู้กันอยู่ ก็ให้ชุมชนเกษตรกรปลูกไป ปลูกไปแล้วก็ส่งทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาต

เพราะฉะนั้นก็ยังเปิดช่องอยู่ในเวลาตอนนี้ และคิดว่าอีกไม่นานหลังจากสังคมได้เรียนรู้ว่ามันมีกระบวนการควบคุมอย่างถูกต้องแล้ว ป้องกันได้ไม่ให้เกิดการรั่วไหล และเกิดประโยชน์ทางการแพทย์จริง ภูมิปัญญากลับนำมาใช้ได้ สารสกัดสำคัญเอามาช่วยผู้ป่วยได้ ก็จะเป็นผลทำให้คนไทยได้เรียนรู้ ทุกๆ 6 เดือนภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ จะมีการทบทวน ปรับปรุง เพื่อทำให้เกิดการผ่อนปรนเอามาใช้ทางการแพทย์ได้มากขึ้น

นายปานเทพ ย้ำว่า ดินในประเทศไทย เป็นดินที่สามารถปลูกกัญชาได้ดีที่สุดในโลก เพราะว่า หนึ่ง เราไม่ต้องอาศัยโรงปิด เรามีแสงแดดเพียงพอ เรามีอากาศที่ดี ดังนั้น เราสามารถปลูกกัญชาได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยระบบปิดเหมือนกับต่างชาติที่เขามีหิมะ มีอากาศที่แปรปรวน เรามีอากาศที่ดี ขึ้นได้ตลอด ขึ้นง่าย

สอง มีภูมิปัญญาการปลูกที่สามารถปลูกได้ 1 ต้น 1 กิโลกรัม แปลงตัวผู้ให้กลายเป็นตัวเมียได้ด้วย ต่างชาติไม่รู้ภูมิปัญญานี้เลย สาม มีตำรับยาที่มีโอกาสที่จะรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย มีคุณภาพดี และมีประสิทธิภาพ รวมถึงงานวิจัยของ ม.รังสิต ซึ่งเป็นความหวังมากในตอนนี้ จะประกาศผลในเดือนมีนาคม ในการทดลองในหนูว่ารักษาได้ไหม ดีขึ้นไหม แล้วจะใช้เท่าไรในการทดลองในมนุษย์ต่อไป

ส่วนจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ในการที่เราจะรู้ว่าคนไทยจะได้ใช้กัญชามาเป็นยาวิเศษ ก่อนการเลือกตั้งต้องรู้แน่นอน เพราะว่าเป็นจุดชี้ขาดที่ฝ่ายการเมืองจะต้องเอาชนะใจประชาชนให้ได้ ดังนั้น ก่อนมีนาคมก็รู้แล้วว่าสามารถมีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นได้หรือไม่

คำต่อคำ : โหนกระแส ไขข้อข้องใจ กัญชารักษาโรคได้จริงหรือไม่ [23 มกราคม 2562]

พิธีกร- สวัสดีครับคุณผู้ชม ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการโหนกระแส ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ 13.45 น. ทางช่อง 3 กระแสวันนี้ต้องถามคุณผู้ชมว่า เชื่อหรือไม่ว่ากัญชาสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ และเชื่อหรือไม่ว่ามันมีการบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่า กัญชารักษาโรคมาได้กว่า 300 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์ วันนี้เราจะพูดคุยถึงเรื่องราวเหล่านี้กัน ผ่าน อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ท่านเป็นคณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต สวัสดีครับอาจารย์

ปานเทพ- สวัสดีครับ

พิธีกร- ก่อนอื่นขอบคุณมากครับ ติดตามผลงานอาจารย์อยู่ตลอดเวลา ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้สัมภาษณ์อาจารย์

ปานเทพ- ยินดีครับ

พิธีกร- เป็นเรื่องที่หลายๆ คนข้องใจกันจริงๆ มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ว่ากัญชานั้น มันควรแล้วหรือที่จะผ่านกระบวนการต่างๆ นานา ให้มารักษาโรคได้ มันรักษาโรคได้จริงๆ หรือครับ

ปานเทพ- เอาเรื่องแรกก่อนนะครับ มันรักษาโรคได้ไหม ก็ต้องย้อนกลับไปว่า ในภูมิปัญญาตะวันออก ไม่ว่าจะจีน อินเดีย มีการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 พันปี ส่วนประเทศไทยรับอิทธิพลมาจากอินเดียแล้วก็มาเป็นภูมิปัญญาผ่านพุทธศาสนา กลายเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และมีการบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่ามีการใช้กัญชาในทางการแพทย์ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และใช้ในตำราหลวงด้วย สืบเนื่องต่อมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้มีการรวบรวม จนกระทั่งกลายเป็นตำรับยาจำนวนมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีการบันทึกผ่านศิลาจารึกจำนวนมาก เรียกว่าจารึกวัดโพธิ์ เพื่อบันทึกเอาไว้ให้คนรุ่นเราได้รู้วิธีการใช้กัญชาอยู่จำนวนมากในขณะนั้น

จนสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ก็มีการบันทึกตำรับยาอีก เพิ่มเติม เราก็มากลายเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในทุกวันนี้

พิธีกร- ก็คือ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็มี มีระบุ บันทึกเอาไว้เลยว่ากัญชารักษาโรคได้

ปานเทพ- ครับ และก็มีการบันทึกว่า กัญชาเฉยๆ อย่างเดียวนี้ นอกจากจะปรุงในตำรับมากมายแล้ว ยังถูกเอาไว้อยู่ในตำรา หรือคัมภีร์ สรรพคุณเภสัชเฉพาะในแพทย์แผนไทย และเขียนไว้อย่างชัดเจนในสมัยรัชกาลที่ 5 ว่า กัญชานั้นเอาไว้แก้ไข้ โรคผอมเหลือง หากำลังไม่ได้ แก้อาการตัวสั่น เสียงสั่น และทำให้กินข้าวได้ นอนหลับ

พิธีกร- ผมรู้อย่างเดียวเลยว่ากัญชาทำให้หัวเราะได้

ปานเทพ- ทำให้หัวเราะได้ และนอนหลับ เพราะฉะนั้นแล้วก็เหมือนเป็นสิ่งที่ภูมิปัญญาชาติไทยเคยรับรู้มาก่อน

พิธีกร- ทีนี้ต้องถามอาจารย์ว่า ในเมื่อมันดีขนาดนี้ ในแต่ละรัชสมัย ในเวลาที่ผ่านๆ มา มันดีหมดเลย ทำไมมันกลายเป็นผิดเพี้ยน กลายเป็นยาเสพติดให้โทษ

ปานเทพ- เป็นเพราะว่าภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยใช้กัญชาในการรับประทานเท่านั้น ไม่ได้ใช้ในการสูบ เพราะว่าภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสืบทอดมาจากศาสนาพุทธ ซึ่งต้องถือศีล ดังนั้นจึงไม่มีตำรับยาไหนให้เมาเลย ดังนั้น วิธีการรับประทานนั้นจะต้องปรุงเป็นตำรับยาเท่านั้น เพื่อถ่วงดุล และลดผลเสียของกัญชา และดำรงเป้าหมายของกัญชาเพื่อทางการแพทย์เอาไว้อยู่ แต่ว่าคนจำนวนมากก็ใช้กัญชาในทางสันทนาการ ก็มาสูบกัน

พิธีกร- ในทางที่ผิด

ปานเทพ- ในทางที่ ... จะว่าผิดหรือไม่ผิด เดี๋ยวเราค่อยว่ากัน เรามีการใช้สูบกัน จนกระทั่งปี 2477 ก็มีการออกกฎหมายว่า ห้ามครอบครอง จำหน่ายกัญชาแล้ว ในตอนนั้นเป็นพระราชบัญญัติกัญชาโดยเฉพาะเลย ซึ่งในปีนั้นได้ยกเว้นให้คน 1 กลุ่ม สามารถใช้กัญชาได้ ก็คือผู้ที่ประกอบโรคศิลป ก็คือหมอ คือหมอแผนไทยในยุคนั้นสามารถปรุงยาโดยใช้กัญชาได้ เป็นคนกลุ่มเดียว เพื่อไม่ให้มีการใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ถ้าใครย้อนกลับไป 30-40 ปี จะคุ้นเคยว่า สมัยก่อน ในช่วงนั้นแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ก็มีการใส่กัญชา เพราะมันชูรส และทำให้รสอาหารอร่อย ไม่ได้ใช้ดอกนะครับ ใช้ใบเฉยๆ ในการปรุง ก็มีสรรพคุณในแง่ของการทำให้อาหารอร่อยแล้ว ดังนั้นมันเหมือนกับเป็นพืชสวนครัวชนิดหนึ่งที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน จนกระทั่งภูมิปัญญาเราหายไปประมาณเกือบ 40-50 ปี เพราะเราเห็นว่ามันเป็นยาเสพติดให้โทษ เพราะต่างชาติกำหนดให้เราเป็นแบบนั้น

ทีนี้ถามว่ามันเสพติดจริงไหม จะเรียบเรียงให้ท่านผู้ชมเข้าใจนะครับ ท่านผู้ชมเข้าใจว่ายาเสพติดมันมีหลายอย่าง เช่น ยาบ้า โคเคน บุหรี่ เหล้า คำถามก็คือว่า เราเคยกำหนดให้บุหรี่และเหล้าอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เราก็ยังมีการจำหน่ายอยู่ อยู่ร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็ยังสามารถซื้อได้ ก็แสดงว่าเรามองทัศนคติบุหรี่และเหล้าไม่เป็นยาเสพติดให้โทษร้ายแรง

พิธีกร- แต่กัญชาเป็น

ปานเทพ- แต่กัญชาเป็น อยู่ในกฎหมาย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายร้ายแรง คำถามก็คือว่า งานวิจัยยุคหลังเขาเห็นว่ากัญชานั้นเสพติดจริงหรือไม่ ผมได้ไปดูจากงานวิจัย ก็คือ คน 1 คน ถ้าเริ่มสูบบุหรี่ มีโอกาสจะเสพติดบุหรี่นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสูบ 67.7 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคนดื่มเหล้าล่ะ ก็จะติดน้อยมาก เพราะว่าดื่มเป็นครั้งคราว โอกาสที่คนดื่มสุราครั้งแรกแล้วหันมาติดสุรา ประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์ แล้วกัญชาอยู่ตรงไหน กัญชา นับตั้งแต่วันแรกที่มีการสูบ โอกาสจะเสพติดอยู่ประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่า ติดยากกว่าเหล้า ติดยากกว่าบุหรี่ และบุหรี่ติดยากแล้วเลิกยากที่สุด ถ้าเทียบ 3 กลุ่มนี้แล้ว นั่นหมายถึงว่าการเสพติดของกัญชานั้น น้อยกว่าบุหรี่และเหล้า เพียงแต่ว่าเราถูกการครอบงำจากต่างชาติให้หลงเชื่อว่ามันเป็นยาเสพติด และไม่สามารถเอามาวิจัยได้ ไม่สามารถมีองค์ความรู้เพิ่มเติมได้ ในขณะที่ช่วงเวลาที่ประเทศไทยถูกห้ามในการใช้กัญชา มันนานหลายสิบปี ต่างชาติวิจัยครับ

พิธีกร- แล้วก็เอาไปใช้

ปานเทพ- วิจัยแล้วก็ค้นพบว่ามันรักษาหลายโรคดังที่บรรพบุรุษเราเคยกำหนดเอาไว้ เช่น ทำให้หลับ ทำให้เจริญอาหาร นี่พื้นฐานเลย

พิธีกร- กินใหญ่เลย ผมเคยกินนะ

ปานเทพ- แล้วก็ทำให้ลดอาการชัก อันนี้แก้โรคลมชัก และสกัดมาเป็นสารสำคัญจนกระทั่งเริ่มมีความรู้ว่ามันอาจจะมีโอกาสชนะโรคสำคัญๆ หลายชนิด

พิธีกร- อย่างเช่น?

ปานเทพ- อย่างเช่น โรคอาการปลอกประสาทอักเสบ

พิธีกร- ปลอกประสาทอักเสบเป็นอย่างไรครับ

ปานเทพ- ก็คืออาการเกร็งไปหมดทั้งตัว โรคลมชัก โรคลมบ้าหมู เป็นต้น หรืออาการพาร์กินสัน หยุดได้ภายใน 15 นาที หลังจากหยอดน้ำมันกัญชา

พิธีกร- ผมเคยเห็นคลิปนี้ ที่เขาเอาน้ำมันอะไรสักอย่างไปหยอด ให้ทาน หรืออมไว้ แล้วอาการที่กำลังสั่นๆ ก็หยุดทันทีเลย

ปานเทพ- ทันทีเลยครับ นั่นก็คือเป็นสารสำคัญแล้ว ในขณะที่ทั่วโลกวิจัย ก็ปรากฏว่ามันได้ผล ก็เกิดปรากฏการณ์ที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มทำการปลดล็อกกัญชาเพื่อทางการแพทย์ จาก 1 รัฐ กลายเป็น 2 รัฐ 3 รัฐ และลามไปหลายสิบรัฐในเวลาตอนนี้ เพราะเหตุผลว่า พอเริ่มมีการปลดล็อกกัญชาเพื่อทางการแพทย์แล้ว เกิดการอพยพของประชากรจากมลรัฐหนึ่งไปอีกมลรัฐหนึ่ง เพื่อรักษาตัว ก็ทำให้เกิดกระบวนการคลายล็อกกัญชาขยายไปทั่ว จากอเมริกา ไปยุโรป และเริ่มมีการจดสิทธิบัตรต่างชาติว่ารักษาได้หลายโรค รวมไปถึงการจดสิทธิบัตรว่า กัญชา สารสำคัญนั้นสามารถรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้

พิธีกร- คุณผู้ชมครับ เราพักกันสักครู่หนึ่ง พอฟังแล้วรู้สึกมันเบิกบาน รู้สึกเหมือนเรามีทางเลือกใหม่ รู้สึกเหมือนกับ ขอโทษนะครับ อาจจะเคยได้ยินว่า กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ หรือวันนี้คนจะต้องมาพูดว่า กัญชา กัญชา เป็นยาวิเศษ มันวิเศษอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมครับ

ปานเทพ- เดี๋ยวเราติดตามกันครับ เพราะว่ามันมีประเด็นที่ต้องคิดใคร่ครวญอีกเยอะพอสมควร

พิธีกร- โอเค เดี๋ยวกลับมากับเรื่องราวของกัญชาครับ //// คุณผู้ชมครับ กลับมาสู่รายการโหนกระแส ยังพูดคุยถึงเรื่องราวของกัญชา ซึ่งวันนี้ต้องถามเลยว่ารักษาโรคได้จริงหรือไม่ ซึ่ง อ.ปานเทพ บอกแล้วว่ารักษาได้จริงๆ แต่มีข้อแม้นิดหนึ่งครับ ต้องผ่านการกลั่นกรอง

ปานเทพ- ถูกต้องครับ

พิธีกร- ต้องผ่านการกลั่นกรอง ต้องมีการทำตามกระบวนการ ไม่ใช่ว่าคุณผู้ชมที่ฟังอยู่ ลุกขึ้นมาหยิบกัญชามายำ สอย แล้วสูบเลย ไม่ได้นะครับ คุกทันทีนะครับ

ปานเทพ- ถูกต้องครับ

พิธีกร- ต้องผ่านการกลั่นกรองจริงๆ นะครับ มาคุยต่ออาจารย์ครับ รักษาอะไรได้บ้าง อย่างเช่นมะเร็ง

ปานเทพ- คือโรคมะเร็งนี่ ตอนนี้ทั่วโลกยอมรับแล้วว่ากัญชายังไม่สามารถสรุปว่ารักษาโรคมะเร็งได้ แม้ว่าจะมีต่างชาติจดสิทธิบัตรเอาไว้ก็ตาม แต่ว่าเขาจะสามารถเยียวยา ลดอาการข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็ง และเป็นการวิจัยที่ประเทศอิสราเอลทดลองในมนุษย์ ปรากฏว่าคนที่ใช้ต่อเนื่องถึง 6 เดือน ลดอาการข้างเคียงจากการรักษาได้ดีกว่าไม่ใช้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงว่าเกือบทั้งหมดมีอาการดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการข้างเคียงอย่างเช่น คลื่นไส้ เกิดอาการนอนไม่หลับ กินอาหารไม่ได้ ดังนั้นแล้ว มันสามารถเอามาใช้เป็นยาเสริมในการรักษาโรคมะเร็ง ไม่ได้เป็นยาหลักนะครับ

พิธีกร- ผมขออนุญาตถามนิด อย่างกรณีคนที่เป็นมะเร็งเขาจะมีอาการปวด เจ็บ

ปานเทพ- ก็จะลดปวดได้

พิธีกร- เมื่อก่อนก็ใช้ อาจจะเป็นมอร์ฟีน แต่วันนี้อาจจะเป็นกัญชา ซึ่งผลมันอาจจะดีกว่ามอร์ฟีนเหรอครับ

ปานเทพ- คือ อย่างนี้ครับ มอร์ฟีน และกัญชา ต่างลดปวดทั้งคู่ และทั้งฝิ่น ทั้งกัญชา ตั้งแต่โบราณกาล สามารถใช้คู่กันได้แบบผสมผสาน งานวิจัยยุคหลังพบว่ามันเป็นคนละระบบการปวด หมายถึงว่ากัญชา อาจจะปวดแบบหนึ่ง มอร์ฟีนอาจจะปวดอีกระบบหนึ่ง เพราะต่อมในการรับสาร 2 อย่างนี้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นบางทีเขาใช้คู่กัน แต่ว่าออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน เช่น มอร์ฟีนทำให้หัวใจเต้นช้า ความดันเพิ่มขึ้น กัญชาความดันตกลง หัวใจเต้นเร็วขึ้น สลับกัน เพราะฉะนั้นถ้าคนรู้จักใช้แบบมีศิลปะ ก็จะสามารถจัดการกับโรคเหล่านี้ได้

พิธีกร- ขอโทษนะครับ ไม่เมาเละเหรอครับ ใช้สองอย่าง

ปานเทพ- เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง คือการเมา เมื่อกี้เราพูดถึงข้อดีทั้งหมด กัญชาทำให้หลับ และการหลับก็เป็นอันตรายที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเกิดมีการใช้กับรถ ก็เหมือนกับการเมาสุราแล้วหลับ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นการควบคุมจำเป็นอยู่ ถ้าเกิดว่าเรามีการปล่อยให้ใช้อย่างเสรี อันตรายทางอุบัติเหตุก็มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าคนใช้กัญชาหมดสภาพ หมดแรง นอนอย่างเดียว ขับรถไม่ได้ ก็ตาม แต่ถ้าเกิดกระบวนการนั้นอยู่ระหว่างการขับรถ ก็เกิดอุบัติเหตุได้ นี่คือข้อที่หนึ่ง

ข้อที่สองก็คือว่า กัญชาไม่ได้มีข้อดีอย่างเดียว มันมีข้อเสียด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเราสกัดมาเป็นสารสกัดเข้มข้น มันจะเกิดผลเสีย อย่างเช่นกรณีหนึ่ง มีรายงานเป็น Case Report หรือกรณีศึกษาที่หมอเก็บเด็กตัวอย่างคนหนึ่ง เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือที่เรียกว่าลูคิเมีย รักษาคีโม ฉายแสง ไม่ได้ผลเลย ก็ใช้วิธีการหยอดน้ำมันในกลุ่มกัญชา

พิธีกร- หยอดที่ไหนครับ

ปานเทพ- หยอดใต้ลิ้น ปรากฏว่าประมาณ 40 วัน เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเกือบจะลงเป็นปกติเลย อัศจรรย์มากนะครับ นี่คือมีตัวตนจริง มีผลการศึกษาจริง

พิธีกร- ยืนยันเลยนะครับ

ปานเทพ- แต่เด็กคนนี้เสียชีวิต

พิธีกร- อ่าว ทำไมครับ

ปานเทพ- เพราะลำไส้ทะลุ ทางเดินอาหารทะลุ มีคนสงสัยว่ามันเกี่ยวกันอย่างไร เพราะกัญชา แม้เขาจะไม่สรุปว่ามันเป็นผลจากกัญชาหรือไม่ แต่ว่าตัวกัญชาหรือสารสำคัญนี้ลดความสามารถในการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร ผลก็คือเมื่อลงไปแล้ว ถ้าปริมาณเข้มข้นเกิน ลำไส้ก็จะไม่เคลื่อนตัว แล้วก็เกิดแก๊สในระหว่างการหมักได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝรั่งไม่เข้าใจ เขาจึงใช้สารสำคัญ แต่ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยใช้เป็นตำรับ ทุกครั้งที่มีกัญชาเยอะๆ เขาต้องผสมพริกไทย ดีปลี ขิงแห้ง เพื่อทำให้เกิดฤทธิ์ร้อน และเกิดเป็นพลังงานความร้อน ลำไส้จึงเคลื่อนตัว นี่ตัวอย่างง่ายๆ นะครับ เพราะฉะนั้นการใช้กัญชาไม่ใช่ใช้สุ่มสี่สุ่มห้า

นอกจากหลับทั้งวันทั้งคืน ถ้าใช้มากเกิน ลำไส้ไม่เคลื่อนตัว ทางเดินอาหารไม่เคลื่อนตัว สามก็คือ ถ้าใช้มากเกิน กดระบบภูมิคุ้มกัน ในบางกรณีใช้ดีมากเลยในช่วงแรกๆ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิต ในตลาดมืดตอนนี้มีคนแอบใช้กัญชาเยอะมาก

พิธีกร- แอบใช้อะไรครับ ใช้สูบหรืออะไร

ปานเทพ- ใช้น้ำมันกัญชา

พิธีกร- คือสกัดแล้ว?

ปานเทพ- สกัดเข้มข้น

พิธีกร- ผมขออนุญาตถามอย่างนี้ดีกว่า การที่จะเอายา หรือกัญชามาใช้ คือเขาต้องสกัดมาเป็นเม็ดหรือเป็นน้ำมัน ที่เราพูดกันอยู่นี่เป็นน้ำมัน ถูกไหมครับ

ปานเทพ- เวลาตอนนี้ในตลาดมืดใช้น้ำมันทั้งหมดครับ

พิธีกร- ใช้ใบหรือส่วนต้นครับ

ปานเทพ- เขาใช้ดอกเป็นหลักเลยครับ

พิธีกร- ดอกกัญชานี่นะครับ เอามาสกัด ทำตามกรรมวิธี

ปานเทพ- ก็คือเอาแอลกอฮอล์ละลายออก แล้วก็ถึงเวลาเข้าตู้หรือว่าเข้าหลอด หรือเข้าหม้อ ก็เอาไฟเผาไล่แอลกอฮอล์ทิ้ง เหลือแต่น้ำมันข้างล่าง แล้วก็แอบเอามาใช้

พิธีกร- อย่าไปทำเองนะคุณผู้ชม

ปานเทพ- ซึ่งมีอันตราย แล้วก็ยังไม่นับว่าตอนนี้ในตลาดมีการพ่นยาฆ่าแมลง เพื่อจะออกฤทธิ์ทำให้เมาขึ้น ก็จะนึกว่าเป็นยาดี แล้วผลก็คือมีผลเสียต่อคุณภาพชีวิต และได้รับสารพิษเพิ่มเติมได้ ดังนั้นในเวลาตอนนี้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็เลยเตรียมแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เพื่อคลายล็อกกัญชาเพื่อนำมาใช้ในทางการแพทย์ คนที่แอบใช้อยู่ ก็จะได้มาใช้บนดิน ไม่ได้แอบใช้ใต้ดิน ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าอันไหนคุณภาพดีหรือคุณภาพไม่ดี

ทีนี้ ยกตัวอย่าง มีคนคาดหวังเยอะในเวลานี้ เรื่องการใช้กัญชากับการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งมีคนหายจริง มีตัวตนจริง

พิธีกร- มียืนยันเลยนะครับ

ปานเทพ- มียืนยัน แต่เขาไม่ได้ใช้กัญชาอย่างเดียว เขาบวกบวกอย่างอื่น เช่น บางคนรักษาแผนปัจจุบันแล้วใช้กัญชาช่วย บางคนคุมอาหาร รักษาโดยธรรมชาติบำบัด แล้วใช้กัญชาช่วย ถ้าใครหวังใช้กัญชาอย่างเดียว มีคนจำนวนมากเสียชีวิต แต่ไม่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เพราะทุกคนอยากผลักดันกัญชา

พิธีกร- ผมขอถามอาจารย์นิดนะครับ ในอดีตผมเองเคย ไม่รู้มันเข้าไปสู่ร่างกายอย่างไร เอาเป็นว่าละไว้ก็แล้วกัน แต่ผมมีอาการอยู่ดีๆ มันเหมือนเป็นแพนิค ใจสั่น หน้ามืด เวียนหัว ผมเป็นอยู่เป็นปีเลยนะครับ เคยครั้งเดียว แต่เป็นอย่างนี้อยู่เป็นปี มันเกิดการแพ้หรือเปล่า

ปานเทพ- ไม่ได้เกิดการแพ้ครับ เกิดอาการที่ตัวยาอาจจะมีฤทธิ์แรงมากและเข้าไปในต่อมรับของเราจนกระทั่งเกิดอาการจิตประสาท อาการจิตประสาท ก็คืออาการจิตหลอน

พิธีกร- Psychosomatic Disorder เลยนะครับ

ปานเทพ- เพราะใช้แล้ว ในยุคหลังเขารู้จักเอา .. ถ้าเขารู้จักภูมิปัญญาในการแก้ เขาก็จะลดฤทธิ์ของมันได้ เช่น ในกัญชง มีสาร CBD ลดอาการข้างเคียงของกัญชาได้

พิธีกร- กัญชงคืออะไรครับ

ปานเทพ- หน้าตาคล้ายๆ กัญชา เป็นอีกพันธุ์หนึ่ง เพียงแต่ว่าปัจจุบันเขาเอามาทำเป็นใยผ้ามากกว่า แต่สารสำคัญของมันเอามาแก้ฤทธิ์เหล่านี้ได้ หรือภูมิปัญญาไทยก็มีบางตำรับลดอาการเมาได้

เอาล่ะ ทีนี้มาสู่ประเทศไทยบ้างว่ารักษาหายไหม เมื่อปี 2551 วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ ม.รังสิต ได้รับความกรุณาจากท่านอธิการบดี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ทำการวิจัย เซลล์มะเร็งซึ่งมาจากเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีของผู้ป่วยจริง ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และขอดูว่าสารสำคัญของกัญชาฆ่าเซลล์มะเร็งไหม ปรากฏว่ามีสารสำคัญชนิดหนึ่งชื่อ THC (Tetrahydrocannabinol) อยู่ในกัญชา ซึ่งทำให้เมา ปรากฏว่ามันฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ไม่ได้แค่ยับยั้งการเจริญเติบโต

ในปี 2560 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แล้วก็มาจนถึงปีนี้ ปี 2562 นี้ ทาง ม.รังสิต ก็เลยวิจัยในหนูทดลอง เพื่อจะดูว่ามันรักษาโรคมะเร็งอะไรบ้าง รักษาได้ไหม และมีอัตราการรอดชีวิตเท่าไร เพื่อคำนวณความปลอดภัย ปริมาณยาในมนุษย์ เพราะถ้าเรารู้แต่หลอดทดลอง เราก็จะเดาว่า เท่าไรออกอาการจิตประสาท บางคนใช้เท่าไรหลับสบายดี ทุกคนไม่เท่ากันเลย

พิธีกร- ของผมนี่ออกอาการจิตประสาท

ปานเทพ- เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้จักอาการว่า ฤทธิ์ของยานั้นใช้ปริมาณเท่าไร จึงจะมีความเหมาะสม ซึ่งตอนนี้จิตแพทย์และวงการทางการแพทย์จะกลัวที่สุดก็คือออกอาการทางจิตประสาท เขาก็เลยเกรงว่าจะมีการใช้ ในช่วงหลังๆ นี้ ใช้สารสำคัญหรือสารสกัดสำคัญเข้มข้นมาก มันมีโอกาสเกิดได้ง่ายมากกว่าการสูบกัญชา ดังนั้นการใช้สุ่มสี่สุ่มห้าก็ต้องมีความระมัดระวัง ต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้ ซึ่งบังเอิญว่าภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 300 กว่าปีที่ผ่านมานั้น ไม่มีตำรับไหนออกฤทธิ์ให้เมาเลย จะต้องผสมผสานสมุนไพรอีกหลายสิบชนิดเพื่อลดฤทธิ์ของมัน

พิธีกร- มีไหมครับ พวกตำรับยาพวกนั้นเรามีเก็บไว้ไหม

ปานเทพ- มีเก็บไว้ โชคดีมากครับ บันทึกไว้อย่างชัดเจน และทำให้เรามีความหวังว่า บางทีต่างชาติที่ยังไม่เข้าใจในการใช้กัญชา อาจจะต้องมาเรียนรู้จากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเสียด้วยซ้ำไป

พิธีกร- ผมถามคำถาม อาจจะโง่ๆ นิดนะครับ เป็นไปได้ไหมว่าต่อไปประเทศไทยอาจจะเป็นอันดับหนึ่งในการสกัดกัญชา แล้วมีตำรับยาแผนโบราณสมัยก่อนมารักษาชาวโลก

ปานเทพ- มีความเป็นไปได้สูงมากครับ เพราะว่าการใช้กัญชาที่เป็นสารสกัดสำคัญ ที่เป็นยาเดี่ยว ในเวลาตอนนี้ สร้างปัญหาและมีผลข้างเคียงที่มนุษยชาติยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหานี้ได้

พิธีกร- แต่เมืองไทยมี

ปานเทพ- แต่เมืองไทยมีภูมิปัญญาตำรับนี้ และที่สำคัญคือ ตอนนี้กฎหมายคลายล็อกกำลังจะเกิดขึ้นมาแล้ว อีกไม่นานนี้ ความมั่งคั่งจะเกิดขึ้นขนาดไหน แพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย กัญชา 1 ต้น ถ้าทำได้ดีจริงๆ และเข้าใจจริงๆ สามารถออกดอกได้ 1 กิโลกรัม

พิธีกร- ต้นเดียวออกดอกได้ 1 กิโลกรัม แล้วดอกนั้นเอาไปสกัดเป็นน้ำมัน

ปานเทพ- เอาไปสกัดเป็นน้ำมัน แล้วดอก ตอนนี้ที่อเมริกาเป็นระบบปิดนะครับ ขายกิโลกรัมละ 1 แสนกว่าบาท และถ้าเป็นระบบเปิด ก็ประมาณ 5-7 หมื่นบาทต่อ 1 กิโลกรัม หมายถึงว่าถ้าเรามีภูมิปัญญารื้อฟื้นกลับมาได้ ก็จะเป็นอนาคตของมนุษยชาติได้ ด้วยเหตุผลนี้ เขาต้องขจัดสิทธิบัตรกัญชาที่แอบมาจดเมืองไทยไว้ให้หมดก่อน เพราะมันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งที่เมืองไทยจะทำต่อไป จะถูกฟ้องร้องว่าละเมิดสิทธิบัตรต่างชาติหมด

พิธีกร- โอเคครับ พักสักครู่ครับ เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาพูดคุยกันต่อถึงเรื่องราวของกัญชาว่ามันมีโอกาส แล้วเมื่อไรที่เมืองไทยจะปลดล็อกนี้ จะมี พ.ร.บ.นี้เมื่อไร รวมถึงเขาบอกว่าที่ดินเมืองไทยเหมาะที่สุดที่จะปลูกกัญชา เดี๋ยวกลับมาครับ /////

กลับมาสู่รายการโหนกระแส วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ได้ความรู้จริงๆ นะครับ เกี่ยวกับเรื่องราวของกัญชา และผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนที่ค่อนข้างจะมีอคติ หรือมีข้อบ่งชี้ในใจว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก แล้วจะเอากัญชามาควบคุมกันอย่างไร วันนี้ได้ฟังประโยชน์แล้ว ซึ่งเป็นประโยชน์ที่สามารถจับต้องได้จริงๆ และมีเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ผ่านทาง อ.ปานเทพ ที่เล่าให้ฟัง

อาจารย์ครับ เห็นบอกว่ากัญชามีหลายสายพันธุ์ มันใช้ได้หมดไหม

ปานเทพ- ครับ คือประเทศไทยปลูกง่ายมาก กัญชา หนึ่ง มันขึ้นง่าย สองก็คือ มันออกฤทธิ์สารสำคัญที่เรียกว่า THC ที่ทำให้เมา สูงมาก สูงกว่านานาชาติเขา เพราะฉะนั้นมันออกฤทธิ์เป็นยาได้มาก แต่เวลาเราบอกว่ามันดีหรือไม่ดี มันขึ้นอยู่กับว่าใช้ทำอะไร ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเขาจะชิมยาครับ ชิมรสยา 9 รส ว่ารสแบบนี้มีผลเสียอย่างไร ต้องมาแก้ด้วยอะไร จึงมาปรุงเป็นตำรับ ดังนั้นตำรับยาไทยก็เหมาะกับกัญชาไทย ไม่เหมาะกับกัญชาต่างชาติ อันนี้ข้อที่หนึ่ง ข้อที่สอง พอฟังถึงตอนนี้ บอก โอ้โห กัญชาเมืองนอก 1 กิโลฯ แสนนึง ต้นหนึ่งของกัญชาถ้าทำได้สูงสุด 1 กิโลกรัม ก็รวยเลย คนก็คิดว่าน่าจะปลูกได้ ต้นละแสน ลองดูว่า 1 ไร่ จะขนาดไหน ถ้ามันมีมูลค่าขนาดนั้น เอาล่ะ แต่มันไม่สูงขนาดนั้นหรอกครับ เพราะว่านั่นคือระบบปิดโรงเรือน ถ้าออกนอกหลังคาเปิด เขาคิดกิโลกรัมละ 50,000 บาท ก็ยังสูงอยู่ดี แต่เมืองไทย กัญชาอัดแท่งที่เขาแอบขายกันอยู่ กิโลกรัมละ 1-2 หมื่นบาท คำถามก็คือว่า มันถูกมากเลย ดังนั้นทั่วโลกเขากลัวประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยถ้ามันเกิด มันขึ้นง่าย ปลูกง่าย ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องอาศัยโรงปิดด้วย อาศัยแสงปกติ มันขึ้นได้ทั้งปี ต่างชาติก็เลยมีความคิดอยากจะมาจดสิทธิบัตรในประเทศไทย เพื่อบล็อกเอาไว้ ไม่ให้คนไทยปลูกได้ หรือปลูกมาสกัดยามาได้ก็ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรให้ต่างชาติ ซึ่งตอนนี้จดไปแล้วประมาณ 30 คำขอ และตอนนี้ก็กำลังดำเนินการเพื่อ ... ภาคประชาสังคม รวมถึงผมด้วย ก็เรียกร้องให้ยกเลิกก่อน เพราะในขณะที่ผ่านมาเป็นยาเสพติด ถ้าคนไทยยังวิจัยในมนุษย์ไม่ได้ ทำไมปล่อยให้ต่างชาติมาจด บอกว่ารักษาไม่ได้ทำไมปล่อยให้ต่างชาติมาจด นี่คือด้านหนึ่ง

ด้านที่สองที่คนกลัวมากที่สุดก็คือ มันดีหมดทุกอย่างเลย เกษตรกรปลูกไม่ได้ กลายเป็นว่าสุดท้ายเสร็จทุนใหญ่ ที่เป็นคู่สัมปทานรายใหญ่หมด อันนี้ก็เป็นความน่ากลัวที่ประชาชนกลัว ก็ปรากฏว่าทาง สนช.ได้ออกกฎหมายว่า 5 ปีนี้ นับตั้งแต่กฎหมายบังคับใช้ รัฐจะขอผูกขาดทั้งหมด

พิธีกร- รัฐทำเลย 5 ปี

ปานเทพ- ไม่ว่านำเข้า ส่งออก ปลูก ผลิต ทุกอย่าง ทั้งหมด ยกเว้นให้คนบางกลุ่มที่มีโอกาสร่วมกับรัฐได้ เช่น หมอแผนปัจจุบัน ใบประกอบวิชาชีพของไทย หมอแผนไทย หมอแพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยเอกชนที่ทำการศึกษาด้านการแพทย์และด้านการเภสัช

พิธีกร- นี่คือร่วมได้

ปานเทพ- ร่วมได้ รวมไปถึงเกษตรกรก็ปลูกได้ ถ้าร่วมกับรัฐในฐานะเป็นวิสาหกิจชุมชน คือเกษตรกรรวมตัวกัน เขาเรียกว่าเป็นการควบคุมไม่ให้มีการใช้นอกขอบเขต

พิธีกร- คือตีกรอบเอาไว้

ปานเทพ- ตีกรอบเอาไว้ แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงเพราะมันมีกฎหมายตามหลังมาว่าข้อความเหล่านี้ต้องลบทิ้งหมด ก็กำลังต่อสู้กันอย่างขะมักเขม้น และเข้มข้นมากในเวลาตอนนี้ อีกด้านหนึ่งก็คือแพทย์แผนไทย เพราะว่าเป็นแพทย์ที่มีภูมิปัญญาแต่เดิม ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ มีภูมิปัญญา มีบันทึกอย่างชัดเจน ปรากฏว่าเขาอนุญาตให้เป็นวิชาชีพเดียวที่ปรุงได้โดยไม่ต้องร่วมกับรัฐ ปรุงยาได้ แต่ว่าการปลูกยังทำไม่ได้

พิธีกร- ปรุงได้?

ปานเทพ- ปรุงได้

พิธีกร- แล้วจะไปเอามาจากไหนล่ะครับ

ปานเทพ- นั่นล่ะครับ ก็เลยต้องต่อสู้กันอยู่ ก็ให้ชุมชนเกษตรกรปลูกไป ปลูกไปแล้วก็ส่งทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาต เพราะฉะนั้นก็ยังเปิดช่องอยู่ในเวลาตอนนี้ และคิดว่าอีกไม่นานหลังจากสังคมได้เรียนรู้ว่ามันมีกระบวนการควบคุมอย่างถูกต้องแล้ว ป้องกันได้ไม่ให้เกิดการรั่วไหล และเกิดประโยชน์ทางการแพทย์จริง ภูมิปัญญากลับนำมาใช้ได้ สารสกัดสำคัญเอามาช่วยผู้ป่วยได้ ก็จะเป็นผลทำให้คนไทยได้เรียนรู้ ทุกๆ 6 เดือนภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ จะมีการทบทวน ปรับปรุง เพื่อทำให้เกิดการผ่อนปรนเอามาใช้ทางการแพทย์ได้มากขึ้นครับ

พิธีกร- สุดท้ายครับ เห็นบอกที่ดินในประเทศไทยนี่ล่ะ เป็นดินที่สามารถปลูกกัญชาได้ดีที่สุดในโลก อันนี้จริงหรือเปล่าครับ

ปานเทพ- ก็เป็นอย่างนั้นครับ เพราะว่า หนึ่ง เราไม่ต้องอาศัยโรงปิดเลย เรามีแสงแดดเพียงพอ เรามีอากาศที่ดี ดังนั้นเราสามารถปลูกกัญชาได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยระบบปิดเหมือนกับต่างชาติที่เขามีหิมะ มีอากาศที่แปรปรวน เรามีอากาศที่ดี ขึ้นได้ตลอด ขึ้นง่าย สอง มีภูมิปัญญาการปลูกที่สามารถปลูกได้ 1 ต้น 1 กิโลกรัม แปลงตัวผู้ให้กลายเป็นตัวเมียได้ด้วย ต่างชาติไม่รู้ภูมิปัญญานี้เลย สาม มีตำรับยาที่มีโอกาสที่จะรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย มีคุณภาพดี และมีประสิทธิภาพ รวมถึงงานวิจัยของ ม.รังสิต ซึ่งเป็นความหวังมากในตอนนี้ จะประกาศผลในเดือนมีนาคม ในการทดลองในหนูว่ารักษาได้ไหม ดีขึ้นไหม แล้วจะใช้เท่าไรในการทดลองในมนุษย์ต่อไป

พิธีกร- สุดท้ายในสุดท้ายจริงๆ นับจากวินาทีนี้ ไปถึงวันนั้น จะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนครับ ในการที่เราจะรู้ว่าคนไทยจะได้ใช้กัญชามาเป็นยาวิเศษ

ปานเทพ- ก่อนการเลือกตั้งครับ ต้องรู้แน่นอน

พิธีกร- ก่อนการเลือกตั้ง? เลือกตั้งนี่คือแน่นอนแล้วนะ

ปานเทพ- เพราะว่ามันเป็นจุดชี้ขาดที่ฝ่ายการเมืองจะต้องเอาชนะใจประชาชนให้ได้ ดังนั้นก่อนมีนาคมก็รู้แล้วว่าสามารถมีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไรครับ

พิธีกร- เอาล่ะครับ ก็ไม่แน่นะครับคุณผู้ชม วันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งไม่รู้วันไหน ประเทศไทยอาจจะเป็นประเทศมหาอำนาจก็ได้ ติดตามให้ดีๆ นะครับเรื่องนี้ถือว่าสำคัญจริงๆ เพราะว่าฝรั่งไม่รู้ตำรับที่จะต้องปรุงร่วมกับกัญชาทำการรักษาโรค แต่มีที่ไทยที่เดียว และมีมา 300 ปีแล้ว เป็นรากเหง้าของคนไทยจริงๆ วันนี้ขอบคุณอาจารย์ครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...