xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 13-19 ม.ค.2562

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

1.อำมหิตผิดมนุษย์! โจรใต้บุกกราดยิงกุฏพระวัดรัตนานุภาพ นราธิวาส พระมรณภาพ 4 รูป รวมเจ้าอาวาส!
พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ (ท่านหว่าง) เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ  และเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี
เมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค. เวลา 20.30 น. มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน แต่งกายชุดดำ ขี่รถจักรยานยนต์บุกเข้าไปในวัดรัตนานุภาพ ตั้งอยู่ที่บ้านโคกโก หมู่ที่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก่อนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงถล่มใส่กุฏิพระ ส่งผลให้พระสงฆ์มรณภาพ 4 รูป ประกอบด้วย 1.พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ (ท่านหว่าง) เจ้าอาวาส และเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี 2.พระสมุห์อรรถพร ขุนอำไพ (ท่านอู๊ด) 3.พระประเวศ สุขแก้ว (หลวงพ่อแดง) 4.พระธนโชติ ชุมเลิศ (พระยาน)

ขณะที่ชาวบ้าน เผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นชายฉกรรจ์แต่งชุดดำ ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังกันมา เมื่อขี่เข้าประตูวัด ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กุฏิจำนวนหลายสิบนัด จนเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวเป็นระยะๆ ชาวบ้านพากันหวีดร้อง และวิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้าน โดยมีคนเห็นว่า พระถูกจ่อยิงในระยะเผาขน บางรูปถูกจ่อยิงที่ศีรษะ จากนั้นชาวบ้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่ ตชด.447 ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดให้มาที่วัด แต่พบว่าคนร้ายหลบหนีไปแล้ว

มีรายงานว่า พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยประสานพระให้งดออกบิณฑบาตทั่วพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมขอให้พี่น้องไทยพุทธจัดสำรับภัตตาหารไปถวายพระที่วัดแทน นอกจากนี้ยังสั่งให้กำลังทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยวัด และพระสงฆ์เป็นการด่วน

สำหรับวัดรัตนานุภาพ มีพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เป็นเจ้าอาวาส มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา 7 รูป ซึ่งเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2561 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพิ่งมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙

หลังเกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงพระวัดรัตนานุภาพจนมรณภาพถึง 4 รูป สร้างความเศร้าสลดต่อชาวพุทธทั่วประเทศเป็นอย่างมาก พร้อมแสดงความอาลัยต่อการมรณภาพของพระสงฆ์ในครั้งนี้

ด้านสำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำอันเหี้ยมโหดและไร้มนุษยธรรมของผู้ก่อเหตุไม่สงบ พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติของผู้สูญเสียทุกคน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงยุติการทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์และผู้นำศาสนาของทุกศาสนาทันที, ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยกันปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์, ให้รัฐบาลและเอกชนเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกศาสนา เพื่อธำรงสันติสุขและความมั่นคง เพราะไม่มีศาสนาใดสอนให้ฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ และขอให้รัฐบาลเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมาย และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพ เพื่อหาทางออกจากความรุนแรงที่ยืดเยื้อมานาน

มีรายงานว่า พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ และเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี ได้โพสต์ข้อความก่อนหน้านี้ในลักษณะจะมุ่งมั่นทำความดี ไม่หวั่นอันตรายที่อาจจะเกิดในพื้นที่ “ถ้าไม่ตาย ไม่ขอเลิกทำความดี” และ “ผมไม่หนี ผมถือว่าตรงนั้นเป็นแผ่นดินไทย ปู่ย่าตายายผมเป็นคนพุทธ เกิดตรงนี้ขอตายตรงนี้”

2.กทม.-ปริมณฑล ผจญฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 แพทย์แนะใส่หน้ากาก N95 -เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง!
(ล่าง) หน้าตาหน้ากาก N95
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ปัญหาที่ทำให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตื่นตัวในการหาทางป้องกันและบรรเทาปัญหา ก็คือ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ที่หลายพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑลกำลังประสบอยู่ ซึ่งมาตรฐาน ต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร แต่ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่วัดได้ในหลายพื้นที่ อยู่ที่ 59-97 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จึงมีคำแนะนำให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย N95 ขณะอยู่กลางแจ้ง เพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคา (กทม.) ให้มีการฉีดน้ำเพื่อลดฝุ่นละออง พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และสำรวจว่าต้นตอของฝุ่น PM 2.5 มาจากไหน

ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยลดฝุ่นละอองด้วยการห้ามใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด ห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภทอย่างเด็ดขาด รวมถึงลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลด้วย หากประชาชนพบเห็นควันดำจากรถยนต์ โปรดแจ้งสวนด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 หากเป็นรถเมล์ ขสมก.ควันดำ โปรดแจ้งสวนด่วน ขสมก.1348 หากมีข้อสงสัยเรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ สอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือสายด่วนกรมอนามัย 1675

ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เผยวิธีป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 ว่า ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ซึ่งกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้ป่วยด้วยโรคประจำตัว เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจ หากออกจากบ้านให้สวมหน้ากากป้องกัน และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อยๆ หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ ขอให้ไปพบแพทย์

ทั้งนี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ม.ค. กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เริ่มปฏิบัติการทำฝนหลวง เพื่อลดฝุ่นละออง ซึ่งทำให้มีฝนตกในบางพื้นที่

ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งคณะทำงานวางแผนติดตามจัดการมลพิษ ฝุ่นละอองจากโรงงาน พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ตรวจโรงงานที่มีความเสี่ยงต่อการปล่อยฝุ่นละออง หากตรวจพบโรงงานใดมีการปล่อยมลพิษทางอากาศเกินกว่ากฎหมายกำหนด จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมมอบหมายให้ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงาน ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมทำงานควบคู่กับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศด้วย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ด้านกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเฝ้าระวังโรคและผลกระทบสุขภาพจากภาวะฝุ่น PM 2.5 โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ เช่น โรงพยาบาล รวมถึงโซเชียลมีเดีย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเช่นกัน

ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ว่า ได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบกจัดทีมตรวจรถโดยสารควันดำในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และตรวจสอบรถ ขสมก.ให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน จะต้องไม่มีรถโดยสาร ขสมก.ที่ควันดำวิ่งเด็ดขาด และให้ ขสมก.ปรับเครื่องยนต์เพื่อใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 เพื่อลดมลพิษทันทีเมื่อวันที่ 15 ม.ค. จำนวน 815 คัน และให้แล้วเสร็จในวันที่ 1 ก.พ.อีก 1,260 คัน รวม 2,715 คัน และให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันก่อนรอบปกติ เพื่อลดมลพิษ นอกจากนี้จะเร่งประสานขอรับรถเอ็นจีวีในส่วนที่เหลืออีก 119 คัน เพื่อบริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วย ไม่เท่านั้นยังขอความร่วมมือผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีเหลือง และสีชมพู ในพื้นที่ถนนลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ รามอินทรา รามคำแหง ศรีนครินทร์ งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เช่น งานถมดิน ในช่วงวันที่ 16-22 ม.ค.ด้วย

ขณะที่ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่า ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อร่างกายระยะสั้นคือ ทำให้เกิดผื่นคันทางผิวหนัง แสบตา เคืองตา ไอจาม แสบจมูก อาจส่งผลให้มีอาการหอบและความดันสูงได้ ส่วนผลระยะยาวคือ เพิ่มอัตราการตายสูงขึ้นจากการเป็นมะเร็งปอด และโรคหัวใจ พร้อมแนะว่า “หากใส่หน้ากากอนามัยไม่แน่น ก็เหมือนไม่ใส่ ควรใส่ให้ถูกต้อง กรณีที่ขาดแคลนหน้ากาก N95 สิ่งที่ทดแทนได้คือ การนำหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาใส่ทิชชูไปสองชั้น ก็สามารถกรองได้ถึง 91% ใกล้เคียงกับ N95”

ด้านกรมควบคุมพลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในวันที่ 19 ม.ค.ว่า คุณภาพอากาศโดยรวมใน กทม.และปริมณฑล อยู่ในระดับ ‘ดี’ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง แต่คาดการณ์ว่า คุณภาพอากาศในวันที่ 20 ม.ค. จะอยู่ในระดับ "ปานกลาง" ถึง "เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ" ในบางพื้นที่ เนื่องจากอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้เกิดสภาวะอากาศปิด ส่งผลให้ฝุ่นละอองอาจเพิ่มขึ้นได้

3.รัฐกลับลำ เลื่อนขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ทุกประเภท “ขสมก.-รถร่วม-บขส.” ออกไปอีก 3 เดือน หวั่นเพิ่มปัญหาฝุ่นละออง!

เมื่่อวันที่ 18 ม.ค. นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เผยหลังประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางว่า ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนการปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะออกไปอีก 3 เดือน จากมติเดิมที่อนุมัติให้ปรับค่าโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.นี้ โดยให้ปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ มติเลื่อนการปรับขึ้นค่าโดยสารดังกล่าว จะครอบคลุมรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ได้แก่ รถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), รถโดยสารประจำทางที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (รถเมล์เอ็นจีวี) ของ ขสมก., รถร่วมบริการ ขสมก.ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล, รถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และรถโดยสารร่วมบริการของ บขส.

สำหรับสาเหตุที่คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ต้องเรียกประชุมด่วนและมีมติให้เลื่อนการปรับขึ้นค่าโดยสารออกไปอีก 3 เดือน เนื่องจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถโดยสารสาธารณะ และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เกรงว่าหากปรับค่าโดยสารขึ้นในช่วงนี้ อาจทำให้ประชาชนหันไปใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งสร้างฝุ่นละออง รวมถึงสร้างปัญหาจราจรมากขึ้น

นายพีระพลเผยด้วยว่า ที่ประชุมไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมเสนอให้กระทรวงคมนาคมขอให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขยายกรอบเวลาการสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) เป็นเชื้อเพลิง ในอัตรา 6.02 บาทต่อกิโลกรัม ต่อไปอีก จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.ค.นี้ เป็นจนถึงวันที่ 21 เม.ย.แทน

ด้านนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง กล่าวว่า การให้เลื่อนปรับค่าโดยสารรถร่วมบริการเอกชนออกไปด้วย เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ถือว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพราะไม่มีอะไรยืนยันว่า การที่ไม่ให้รถร่วมฯ ขึ้นราคา 1 บาท ตามมติคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง จะทำให้ประชาชนงดใช้รถยนต์ส่วนตัว แล้วหันมาใช้รถสาธารณะ หรือทำให้ประชาชนไม่ซื้อรถยนต์ หรือจะทำให้ค่าฝุ่นละอองดีขึ้นจริง ที่สำคัญ รถร่วมฯ ใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิง จึงไม่มีเหตุผลให้เลื่อนออกไป และว่า คำสั่งเลื่อนดังกล่าวกระทันหันมาก เพราะจะปรับราคาวันที่ 21 ม.ค.นี้ เพิ่งมาบอก ทำให้ผู้ประกอบการเสียหาย เพราะได้พิมพ์ตั๋วไว้แล้ว ตรงนี้มีอะไรเยียวยาผู้ประกอบการบ้าง ส่วน ขสมก.ไม่เดือดร้อน เพราะมีงบรัฐอุดหนุน

4.ป.ป.ช.มีมติไต่สวน “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-เยาวภา” คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจีล็อต 2 ขยายผลจาก “บุญทรง”!
(ขวา) นายทักษิณ ชินวัตร (กลาง) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ขวา) นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ
เมื่อวันที่ 18 ม.ค. สำนักข่าวอิศรารายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยถึงความคืบหน้าคดีทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจีล็อตสอง และคดีระบายมันสำปะหลังแบบจีทูจี สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรว่า เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงมติไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม ได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์, นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ แกนนำพรรคเพื่อไทย โดยเป็นการขยายผลข้อมูลจาก พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปไต่สวนนายบุญทรงในเรือนจำ เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมคดีระบายข้าวจีทูจี และมันสำปะหลังจีทูจี

สำหรับกรณีของนายทักษิณนั้น ในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คดีระบายข้าวจีทูจีล็อตแรก มีเอกชนบางรายให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนว่า เคยบินไปพบนักการเมืองใหญ่ที่ดูไบ เพื่อเจรจาซื้อขายข้าว โดยนักการเมืองใหญ่รายนี้บอกว่า ให้มาซื้อกับนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ได้โดยตรง ซึ่งเสี่ยเปี๋ยงเป็นจำเลยคดีข้าวจีทูจีล็อตแรก ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนนางเยาวภา เป็นแกนนำกลุ่มวังบัวบาน ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นสังกัดกลุ่มทางการเมืองของนายบุญทรง โดยในทางการเมืองว่ากันว่า นางเยาวภา เปรียบเสมือนเจ้านายของนายบุญทรง

อนึ่ง เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวระหว่างร่วมกิจกรรมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบบรรณาธิการสื่อ ที่จัดโดยสถาบันอิศรา ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ถึงความคืบหน้าคดีทางการเมืองต่าง ๆ ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันมีคดีทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการไต่สวนประมาณ 87 สำนวน คาดว่าจะมีการตีตกข้อกล่าวหา ประมาณ 20 สำนวน เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ สำหรับสำนวนที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ ได้แก่ คดีให้เอกชนดำเนินการปรับปรุงข้าวเพื่อส่งมอบให้ประเทศอินโดนีเซีย หรือข้าวบูล็อค ตามสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวน 3 แสนตัน สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาแล้ว คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ยังมีคดีระบายข้าวแบบจีทูจีล็อตสอง และคดีระบายมันสำปะหลังแบบจีทูจี สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ กับพวกแล้ว อยู่ระหว่างรอคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเช่นกัน

น.ส.สุภา กล่าวอีกว่า คดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ได้แก่ คดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมิชอบ มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ถูกกล่าวหา, คดีอดีต ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการโหวตร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท, คดีปราศรัยแบ่งแยกประเทศ มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย กับพวก เป็นผู้ถูกกล่วาหา, คดีออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีอดีต ส.ส. 40 ราย เป็นผู้ถูกกล่าวหา, คดีเอกชนให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐกรณีสัมปทานเหมืองทอง ซึ่งคดีเหล่านี้รวบรวมข้อมูลเสร็จทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนคดีปลูกปาล์มอินโดนีเซีย ที่มีอดีตผู้บริหารระดับสูงใน ปตท. เป็นผู้ถูกกล่าวหานั้น มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างไต่สวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่วนคดีขุดลอกคูคลองสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มี พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว กำลังพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่

ส่วนคดีที่พิจารณาเสร็จแล้ว กำลังรอเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น น.ส.สุภา กล่าวว่า มีอย่างน้อย 2 คดี ได้แก่ คดีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และคดีประกันราคาข้าวสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

5.ก.ล.ต.ลงดาบ “หมอปราเสริฐ-ลูก” ปั่นหุ้นบางกอกแอร์เวยส์ ปรับเกือบ 500 ล้านบาท!
(บน) นายปราเสริฐ หรือ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ(ล่าง) น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ลูกสาว นพ.ปราเสริฐ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยถึงการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดจำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 2.น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ และ 3.นางนฤมล ใจหนักแน่น กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) ว่า ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างวันที่ 13 พ.ย. 2558-12 ม.ค.2559 นายปราเสริฐ, น.ส.ปรมาภรณ์ และนางนฤมล ร่วมกันซื้อขายหุ้น BA อย่างต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายหลักทรัพย์ BA ระหว่างกันเอง ในลักษณะอำพรางการซื้อขาย ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา หรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น BA ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด การกระทำของบุคคลทั้งสามเป็นความผิดตามมาตรา 243 (1) (2) ประกอบมาตรา 244 ต้องระวางโทษตามมาตรา 296 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และมาตรา 317/4 (1) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559

ซึ่งคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ได้มีมติให้ ก.ล.ต.นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับผู้กระทำความผิดทั้ง 3 ราย โดยกำหนดให้ผู้กระทำผิดชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 499.45 ล้านบาท ซึ่งหากผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ การที่ ค.ม.พ. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง ส่งผลให้นายปราเสริฐ, น.ส.ปรมาภรณ์ และนางนฤมล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. และจะต้องพ้นจากตำแหน่งตามขั้นตอนหลังจากนี้ต่อไป

สำหรับนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ล่าสุด วารสารการเงินธนาคาร ได้จัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย ฉบับเดือน ธ.ค.2561 ปรากฏว่า นพ.ปราเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 2561 ซึ่งเป็นการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดย นพ.ปราเสริฐถือครองหุ้นมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวม 77,129.32 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 13,602.02 ล้านบาท หรือ 21.41%

มีรายงานว่า หุ้นที่ นพ.ปราเสริฐถือครองมี 4 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 18.47% รวมมูลค่า 73,786.86 ล้านบาท, บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 10.61% มูลค่า 2,985.22 ล้านบาท, บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) 0.79% มูลค่า 75.48 ล้านบาท และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) 24.60% มูลค่า 281.75 ล้านบาท

6.กลุ่มติดอาวุธ บุกถล่ม “โรงแรมดุสิต” ในเคนยา มีผู้เสียชีวิต 14 ศพ คนไทยปลอดภัย!
(บน) รถยนต์หน้าโรงแรมดุสิต ดี 2 ถูกกลุ่มติดอาวุธปาระเบิดเข้าใส่ (ล่าง) ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. กลุ่มติดอาวุธได้บุกโจมตีโรงแรมดุสิต ดี 2 ในกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา ก่อนก่อเหตุกราดยิงผู้คนในโรงแรม จนมีผู้เสียชีวิต 14 ราย โดยภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขณะเกิดเหตุ ชายฉกรรจ์ 4 คน พร้อมปืนไรเฟิล ได้บุกเข้าไปในโรงแรมดังกล่าว ก่อนก่อเหตุสะเทือนขวัญ

ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศได้เผยแพร่ภาพห้องอาหารของโรงแรมที่ถูกกลุ่มติดอาวุธบุกกราดยิงจนเสียหายยับเยิน ขณะที่ผู้เคราะห์ร้ายหลายรายถูกยิงเสียชีวิตคาโต๊ะอาหาร

ด้าน Daily Nation รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธได้เดินทางมายังโรงแรมหรู 5 ดาวดังกล่าวด้วยรถยนต์ จากนั้นได้กราดยิงใส่ รปภ.ตรงประตูทางเข้าโรงแรม ก่อนปาระเบิดทำลายรถยนต์หลายคันที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถด้านนอกโรงแรม และบุกเข้าไปกราดยิงในโรงแรม ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้นำกำลังมาควบคุมสถานการณ์ ยิงต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธที่ยึดโรงแรมไว้โดยใช้เวลาหลายชั่วโมง ซึ่งเสียงระเบิดและกระสุนปืนดังสนั่นจนถึงเช้าวันที่ 16 ม.ค.

กระทั่งต่อมา ประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา แห่งเคนยา ได้แถลงเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า เหตุการณ์โจมตีโรงแรมดุสิต ดี 2 ยุติลงแล้ว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย สามารถช่วยเหลือประชาชนออกจากโรงแรมได้ถึง 700 คน อย่างไรก็ตาม สภากาชาดเคนยา ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวถึง 24 ราย

สำหรับเหตุบุกโจมตีโรงแรมดังกล่าว เบื้องต้น กลุ่มอัล ชาบับ ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังมุสลิมติดอาวุธของโซมาเลียออกมาอ้างว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้

ด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า โรงแรมดุสิต ดี 2 อยู่ห่างจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไนโรบี ประมาณ 5 กิโลเมตร กระทรวงได้รับรายงานจากสถานทูตว่า ขณะเกิดเหตุ มีพนักงานไทยอยู่ระหว่างทำงานภายในโรงแรม 4 คน และได้อพยพออกจากที่เกิดเหตุไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย สถานทูตไทยในเคนยารายงานด้วยว่า โรงแรมดุสิต ดี 2 เป็นโรงแรมในเครือดุสิตธานี มีร้านอาหารไทยและสปาไทย ปัจจุบันมีพนักงานคนไทย 7 คน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้สื่อข่าวได้ไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า
การกระทรวงกลาโหมถึงกรณีกลุ่มติดอาวุธบุกกราดยิงในโรงแรมดุสิต ดี 2 ที่กรุงไนโรบี พล.อ.ประวิตร ตอบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีคนไทยเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่กลุ่มก่อการร้ายพุ่งเป้าก่อเหตุที่โรงแรมดังกล่าว พล.อ.ประวิตร พลั้งปากตอบว่า “ไม่รู้สิ อาหารอร่อยมั้ง” ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า คำตอบของ พล.อ.ประวิตรไม่เหมาะสม หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประวิตร เหมือนออกอาการงอน โดยหยุดให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไม่ว่าจะถามเรื่องใดก็ตาม
กำลังโหลดความคิดเห็น...