xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : "ใบเตย" เพลงที่มีคุกออกมา | สลด! หนุ่มใหญ่พรากเด็ก 14 | เชือด "ราเยวัช" สังเวยบอลไทย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 5-11 ม.ค. 2561)

อันดับ 1 : เพลงที่มีคุกออกมา! จับกุม "ใบเตย เพลงที่มีงู" พัวพัน-ฟอกเงินแก๊งค้ายาเสพติด

จากเน็ตไอดอลสู่เรือนจำ 10 ม.ค. ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จับกุม "น้องใบเตย" น.ส.สุพัตรา บัวแก้ว อายุ 21 ปี เน็ตไอดอลที่สร้างชื่อเสียงจากคลิป "เพลงที่มันมีงูออกมา" ร่วมกับ นายพรชัย คุ้มครอง อายุ 39 ปี แฟนหนุ่ม หลังตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านมัณฑนา ซอยสายไหม 56 กรุงเทพฯ พบของกลางยาเคตามีน 3.8 กรัม รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน ทองรูปพรรณและนาฬิกาโรเล็กซ์ รวมมูลค่า 10 ล้านบาท หลังผู้ร่วมขบวนการ 2 คนที่ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด และไอซ์ 8 กิโลกรัมให้การซัดทอด

พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่มีข้อมูลพยานหลักฐาน และความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด เนื่องจากทรัพย์สินหลายรายการมีชื่อ น.ส.สุพัตรา เป็นเจ้าของ หลังพบยาเสพติดภายในบ้านพัก อีกทั้งนายพรชัยมีหมายจับคดีปล้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และค้ายาเสพติดในระดับท้องถิ่น ต่อมาตำรวจตรวจปัสสาวะทั้งคู่ไม่พบสิ่งเสพติด ก่อนยื่นฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ขณะที่ทนายความใบเตยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ไม่ได้ยื่นประกันตัวเพราะยังไม่ทราบรายละเอียดในสำนวนคดีที่ชัดเจน

อันดับ 2 : สลด! หนุ่มใหญ่พรากเด็ก 14 หายไป 15 วัน พ่อโร่ร้องกองปราบฯ สุดท้ายเจอตัวที่เชียงใหม่

จากการประกาศคนหาย กลายมาเป็นคดีพรากผู้เยาว์ที่สังคมติดตาม เมื่อโลกโซเชียลแชร์ภาพประกาศตามหาเด็กหญิงวัย 14 ปีรายหนึ่ง หายไปจากโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 หลังสอบกลางภาคเสร็จสิ้น ต่อมามีจดหมายถึงพ่อ ส่งทางไปรษณีย์ถึงบ้าน มีเนื้อหาน้อยใจแม่ที่ชอบหาเรื่องตลอดเวลา ขอไปเที่ยวกับเพื่อนก็ไม่ให้ไป บังคับให้อยู่บ้านเลี้ยงน้อง ถ้าตนมีเงิน มีบ้าน จะมารับพ่อไปดูแล ทำให้พ่อและอาตัดสินใจไปร้องกองปราบปรามให้ช่วยตามหา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. กระทั่งตำรวจทำการแกะรอยค้นหา

กระทั่งเวลา 20.00 น. ตำรวจพบตัวเด็กพร้อมกับชายวัย 52 ปี ที่ห้องพักรายวันใน จ.เชียงใหม่ หลังหายไปนานถึง 15 วัน จึงนำตัวเด็กไปอยู่ในความดูแลของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เชียงใหม่ โดยฝ่ายชายสารภาพว่า เด็กเป็นเพื่อนกับลูกสาวตน และได้ชักชวนไปเที่ยวโดยพาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จากกรุงเทพฯ แวะตามทางจังหวัดต่างๆ ก่อนจะมาถึงเชียงใหม่เมื่อ 3 วันก่อน ตำรวจแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ ส่ง สน.พลับพลาไชย 1 ดำเนินคดี ส่วนเด็กพบว่ายังเครียด ไม่พร้อมให้พ่อแม่มาพบหน้า พม. จึงดูแลอย่างใกล้ชิด

(หมายเหตุ : เนื่องจากองค์กรวิชาชีพสื่อขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าว ในการสรุปข่าวครั้งนี้จึงขออนุญาตสงวนรายละเอียดบางส่วน ให้เหลือเฉพาะพฤติการณ์สำคัญเท่านั้น)

อันดับ 3 : "สมยศ" เชือด "ราเยวัช" สังเวยบอลไทย แพ้อินเดีย 1-4 ในรอบ 33 ปี

อีกหนึ่งความพินาศชิบหายของวงการฟุตบอลไทย ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. การแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปรากฎว่าทีมชาติไทยพ่ายแพ้ให้แก่ทีมชาติอินเดีย 1-4 นับเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรกในรอบ 33 ปี นับตั้งแต่ที่ไทยเคยแพ้อินเดียในฟุตบอลเมอร์เดกา คัพ เมื่อปี 2529 เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้แฟนบอลชาวไทยต่างวิจารณ์อย่างหนัก เรียกร้องให้ พล.ต.อ.สมยศ และ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รับผิดชอบ

แต่แล้วในช่วงเช้ามืดวันรุ่งขึ้น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงการณ์ปลดนายราเยวัช ออกจากการเป็นหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่า การแข่งขันนัดล่าสุด ไม่ใช่รูปแบบการเล่นของทีมชาติไทยที่สมาคมฯ และผู้สนับสนุนต้องการ พร้อมแต่งตั้งให้นายศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย โดยมี นายโชคทวี พรหมรัตน์ เป็นผู้ช่วยโค้ช นัดต่อมาวันที่ 10 ม.ค. ทีมชาติไทยเอาชนะบาห์เรน 1-0 ก่อนที่นัดต่อไปจะพบกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 14 ม.ค. เพื่อลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

อันดับ 4 : มองต่างมุม! "กรุงเทพคริสเตียน" ทดลอง 1 เทอม แต่งชุดไปรเวทมาเรียนทุกวันอังคาร

ประเด็นการศึกษาที่ฮือฮาไปทั่วประเทศ ยกให้กับกรณีโรงเรียนเอกชนชายล้วน "โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย" ทดลองให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาเรียนทุกวันอังคาร เป็นเวลา 1 ภาคเรียนโดยไม่บังคับ โดยนายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ชี้แจงว่า เป็นการวิจัยศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากฝ่ายเครื่องแต่งกายที่ไม่ใช่เครื่องแบบนักเรียนมาเรียนหนังสือ จะส่งผลต่อการพัฒนาของนักเรียนในเชิงสร้างสรรค์อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ หากพบว่าผลการเรียนแย่ลง หรือได้รับผลกระทบต่อการเรียนหนังสือก็จะยกเลิกทันที

แม้จะเป็นเพียงแค่การทดลอง แต่ก็เป็นที่วิจารณ์ไปกันคนละทิศทาง ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่า การแต่งชุดไปรเวททำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและอวดแฟชั่น ขณะที่ฝ่ายเห็นด้วยมองว่า การแต่งกายถือเป็นสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน จะแต่งเสื้อผ้าแบบไหนก็ไม่เกี่ยวกับผลการเรียน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ขอให้ทบทวนและชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากกระแสสังคมทั้งบวกและลบ ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงเรียนระบุว่า กำลังสอบถามทุกฝ่าย คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป

อันดับ 5 : "ทนายตั้ม" แจ้งกองปราบฯ! เอาผิด "อัจฉริยะ-ตำรวจ" คุ้ยทะเบียนราษฎร์เสียบประจาน

ศึกแตกหักระหว่าง "ทนายตั้ม" นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ กับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหนื่ออาชญากรรม เมื่อวันที่ 7 ม.ค. นายษิทรานำผู้เสียหาย 2 คน ไปแจ้งความดำเนินคดีกับกองปราบปราม เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายทั้ง 2 คน ถูกนายอัจฉริยะให้นายตำรวจรายหนึ่งค้นทะเบียนราษฎร์นำไปกลั่นแกล้งในเครือข่ายนายอัจฉริยะ หาว่าเป็นแอดมินเพจสายดาร์ค หลังแจ้งความที่ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นายตำรวจรายนั้นก็สร้างหลักฐานเท็จ ลงบันทึกประจำวันย้อนหลัง

ต่อมาวันที่ 10 ม.ค. นายษิทรา ไปร้องเรียนกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เพื่อร้องเรียนพฤติกรรมดังกล่าว รวมทั้งให้ดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเคยโพสต์ข้อความกล่าวหาว่าตำรวจพกยาบ้าไว้ทุกโรงพักเพื่อเรียกสินบน และมีพฤติกรรมรับจ้างคัดทะเบียนราษฎร์ คิดค่าบริการรายละ 1,000 บาท ล่าสุด พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งเด้ง พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน และ พ.ต.ท.เรืองยศ เกษรบัว รอง ผกก.(สืบสวน) แล้ว หลังถูกร้องเรียนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

อันดับ 6 : คิดมาอุราช้ำหนัก! สาวซาอุฯ หนีคลุมถุงชน ลี้ภัยไปออสเตรเลีย ตม.กักตัวที่สุวรรณภูมิ

เกือบจะกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. มีรายงานว่า น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน ชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 18 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกักตัวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทาง ตั๋วเดินทางเที่ยวกลับ หรือเงินทอง หลังหลบหนีการถูกบังคับให้แต่งงาน บินจากคูเวตมาลงที่กรุงเทพฯ เธอใช้ทวิตเตอร์ขอความช่วยเหลือ อ้างว่ามีวีซ่าเข้าออสเตรเลีย แต่หนังสือเดินทางถูกยึดโดยนักการทูต และเมื่อรู้ว่าจะถูกส่งกลับไปคูเวต ครอบครัวจะฆ่าเธอเพื่อรักษาเกียรติตามวัฒนธรรม

เมื่อเป็นข่าวไปทั่วโลก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงกลับลำไม่ส่งตัวกลับไปคูเวต โดยมีผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ลงมาให้ความช่วยเหลือ ประสานไปยังประเทศต่างๆ ที่อาจจะตอบรับคำขอลี้ภัย ส่วนบิดาและพี่ชายของ น.ส.กูนุน เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. เพื่อคัดค้านคำขอลี้ภัยและขอพบลูกสาวเพื่อพากลับประเทศ แต่ น.ส.กูนุน ปฏิเสธ ภายหลังประเทศแคนาดาตอบรับให้ที่พักพิง น.ส.กูนุน จึงออกจากประเทศไทย ภายใต้การดูแลของ UNHCR เมื่อวันที่ 11 ม.ค. เรียบร้อยแล้ว

อันดับ 7 : สู้เพื่อลิซ่า! แฟนคลับแบล็คพิงค์ติดแฮชแทก #RespectLisa หลังถูกเหยียดเชื้อชาติ

ปรากฎการณ์ที่วงการเค-ป๊อบเป็นที่พูดถึงตั้งแต่ต้นปี คงต้องยกให้กรณีวงไอดอล 4 สาวนามว่า "แบล็คพิงค์" (BLACKPINK) ที่หนึ่งในสมาชิกคือ “ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล” เด็กไทยที่เป็นศิลปินต่างชาติคนแรกของค่ายเพลงใหญ่ในเกาหลีใต้ YG entertainment เมื่อวันที่ 5 ม.ค.เดินทางไปร่วมงาน Golden Disk Awards 2019 ก่อนที่สื่อเกาหลีใต้จะเขียนชื่นชมความสวยของลิซ่า แต่กลับมีชาวเกาหลีวิจารณ์ว่า ลิซ่าเป็นหญิงสาวที่มาจากประเทศด้อยพัฒนา และเป็นแค่คนไทยที่เข้าไปกอบโกยเงินจากเกาหลีใต้ไม่ต่างจากแรงงานผิดกฎหมาย

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้แฟนคลับวงแบล็คพิงค์ทั่วโลก ต่างออกมาโจมตีความเห็นดังกล่าว พร้อมติดแฮชแท็ก #RespectLisa จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อับดับต้นๆ ในหลายประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสฟีเวอร์ในหมู่แฟนคลับชาวไทย เพราะลิซ่าและสมาชิกในวงได้มาทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองไทย มีกระแสตอบรับล้นหลาม จนต้องประกาศเพิ่มรอบการแสดงจาก 2 รอบ เป็น 3 รอบ ช่วง 11-13 ม.ค. อีกทั้งเธอยังติดดิน ก่อนทัวร์คอนเสิร์ตขอบินไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ จ.บุรีรัมย์ ขากลับก็มีภาพที่เธอกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถทัวร์รอบค่ำอีกด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...