xs
xsm
sm
md
lg

เด็กดีของชาติ : ฮีโร่วัยเรียน โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จากกรณีที่ทางกลุ่มประธานนักเรียนของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชายชาวจีนที่พยายามที่จะฆ่าตัวตาย ให้เปลี่ยนใจในการกระทำในภายหลัง นำมาซึ่งคำสรรเสริญและชื่นชมผ่านทางโลกออนไลน์ บ้างว่าเป็นกลุ่มฮีโร่ก็มี แต่อย่างไรก็ตาม มองในมุมหนึ่งถือว่าการช่วยเหลือของนักเรียนกลุ่มนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการปิดทองหลังพระเลยก็ว่าได้



“ตอนวันเกิดเหตุ วันนั้นเป็นวันที่ 17 ธันวาคม เวลาประมาณ 1 ทุ่มครึ่งครับ วันนั้นพวกเราไปเล่นดนตรีเปิดหมวก คือช่วงนั้นพวกเราแสดงดนตรีเปิดหมวกกันเสร็จแล้ว กำลังเก็บของกลับโรงเรียน แล้วก็มีนักท่องเที่ยวจีนคนหนึ่งนำเงินมาให้ประมาณ 1,600 หยวน และนำโทรศัพท์มือถือมาให้ พวกเราก็มีการคุยกันว่าทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ พอเขาให้เสร็จ พวกผมก็เดินตามไปและตัดสินใจว่าจะนำโทรศัพท์และเงินไปคืน ผมก็เลยไปสอบถามว่าเป็นมาอะไรยังไง เขาก็เล่าให้ฟังว่าทั้งพ่อและปู่ของเขาเสียชีวิตที่เมืองไทย เขารู้สึกคิดถึงพ่อของตัวเองเลยอยากจะตามพ่อของเขาไป พอผมรู้สาเหตุก็เลยเรียกเพื่อนๆ มาคุยกัน เลยพาเขาไปนั่งสงบสติอารมณ์จากท่าเรือไปที่ทางขึ้นไปบีทีเอสครับ เลยนั่งคุยกับเขาและปลอบไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงได้ครับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาพอดี แล้วทางเขาก็ทำหน้าที่ไปครับ

โดยส่วนตัวก็รู้สึกดีใจกับคำกล่าวว่าเป็นฮีโร่ครับ แต่ผมเชื่อว่าต่อให้เป็นกลุ่มเด็กนักเรียนจากที่ไหนก็ตามก็คงจะช่วยเหลือเหมือนกันครับ คงไม่ปล่อยให้คนคนนั้นได้จากเราไปหรอกครับ ด้วยความที่ว่าจิตสำนึกของเรากับมนุษย์ทุกคน ก็ล้วนที่จะมีการช่วยเหลืออยู่ในใจอยู่แล้ว ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่แค่พวกผมที่ได้รับการเป็นฮีโร่นะครับ คิดว่าทุกคนก็น่าจะให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเหมือนกับที่ผมทำครับ

“ก็รู้สึกภูมิใจนะครับที่ทุกคนเรียกพวกเราว่าฮีโร่ แต่วันนั้นเราแบ่งโซนกันทำงาน ถ้าไม่มีเพื่อนที่เหลือไปเปิดหมวก พวกเราก็ไม่สามารถที่จะไปเล่นดนตรีเปิดหมวกได้ คือทุกอย่างมันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังครับ ไม่อยากให้คนมองแค่ด้านหน้าอย่างเดียว อยากให้เขามองถึงด้านหลังด้วย คือเหมือนกับคนที่ปิดทองน่ะครับ ถ้าเรามัวแต่ปิดแค่ด้านหน้า พระพุทธรูปองค์นั้นก็จะไม่มีความงดงามหรอกครับ อีกอย่างผมก็รู้สึกดีใจครับที่เราได้ทำเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่ง ได้ทำให้ประเทศชาติมีชื่อเสียงมากขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวของไทยก็ดีขึ้น แล้วก็ทำให้ภูมิใจกับทุกคนครับที่ช่วยกัน คือถ้าไม่มีทุกคนก็ไม่มีวันนี้ครับ ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมแรงกัน มันก็จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”

สำหรับพวกเรา...หน้าที่พลเมือง น่าจะเป็นสิ่งที่เราปลูกฝังมาครับ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนล้วนรู้หน้าที่ของตัวเองดีครับ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไรเราสามารถมีสิ่งเหล่านี้เข้าไปอยู่ในชีวิตเสมอครับ ซึ่งหน้าที่พลเมืองไม่ว่าจะเป็นเรื่องวินัยการมีน้ำใจ เราทุกคนมีอยู่ในตัวเองอยู่แล้วครับ”

“ผมมองว่าหน้าที่พลเมืองไม่ใช่แค่เรื่องการช่วยชีวิตคน แต่มันหมายถึงการใช้ชีวิตในสังคมด้วย อย่างเช่นเรื่องขยะ ที่ทุกวันนี้ตามที่สาธารณะยังเต็มไปด้วยขยะ ถ้าเราเห็นเราก็จะเก็บขยะทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง หรือว่าในเรื่องการขับขี่ยานพาหนะ อย่างการขี่บนทางเท้า หรือการฝ่าไฟแดง เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผมคิดว่าอยากให้ทุกคนทำให้ได้

ถ้าถามว่าในฐานะที่พวกผมเป็นกลุ่มประธานนักเรียนแล้วเป็นแบบอย่างที่ดีมั้ย ผมคิดว่าพวกเราน่าจะยังไม่ใช่แบบอย่างที่ดีหรอกครับ เพราะว่าคนเราก็ไม่ใช่คนดี 100% อยู่แล้ว พวกเราก็จะไม่ใช่เป็นคนที่ดีเลิศอะไร แต่ว่าจังหวะนั้นมันต้องทำครับ พวกเราอาจจะมีด้านที่ไม่ดีบ้าง เนื่องจากพวกเราก็อยู่ในวัยรุ่นอยู่ ไม่ต้องเอาพวกผมเป็นต้นแบบก็ได้ คิดว่าตัวเองมีหน้าที่อะไรก็ทำไปครับ มีอะไรที่พอจะช่วยได้หรือปรับปรุงได้ก็ทำเถอะครับ อย่าคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่ทำดีกว่า อย่างนั้นไม่ใช่ครับ”

“สำหรับผมคิดว่าการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหน้าที่ของทุกคนครับ เชื่อว่าสิ่งที่ทำทุกคนก็ทำเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ออกมาจากการกระทำของเราจริงๆ เป็นจิตสำนึก อยากฝากไว้ว่าการเป็นตัวอย่างที่ดีไม่ใช่ว่าเราจะช่วยเหลือคนอื่นตลอดเวลา คือด้วยความเป็นเด็กจะให้ทำดีตลอดก็ไม่ใช่ มันก็มีทั้งด้านดีด้านลบบ้าง พวกผมก็เป็นเด็กธรรมดาทั่วไป อย่างที่ประธานนักเรียนบอกครับ อาจจะมีเรียนบ้างเกเรบ้าง แต่มันก็เป็นธรรมดาของเด็กวัยรุ่นนะครับ แต่พวกผมทำในสิ่งที่ต้องทำ

ผมคิดว่า “จิตอาสา” น่าจะเป็นข้อพื้นฐานของการเป็นมนุษย์นะครับ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วเรื่องจิตอาสาก็จะถูกปลูกฝังจากครอบครัวของเราครับ เรื่องนี้เราควรที่จะทำจากในคนใกล้ตัวก่อนครับ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว พ่อแม่ หรือว่าญาติ การที่จะมีจิตอาสาได้ ต้องเริ่มจากตัวเราแล้วจะกระจายไปสู่คนอื่นครับ ถ้าทุกคนหันมาสนใจในข้อนี้ได้ ประเทศเราก็จะน่าอยู่ยิ่งขึ้นครับ”
เรื่อง : สรวัจน์ ศิลปโรจนพาณิช
ภาพ : ธัชกร กิจไชยภณ



กำลังโหลดความคิดเห็น...