xs
xsm
sm
md
lg

กษัตริย์ผู้เก่งกล้าชนะศึก แต่กลับพ่ายแพ้อิสตรี! ถูกวางยาพิษโดยเมียที่มีชู้ขณะไปสงคราม!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค

โปรตุเกสถือปืนไฟในกองทัพสมเด็จพระไชยราชา
พงศาวดารกล่าวว่า ในปี พ.ศ.๒๐๘๑ พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ กษัตริย์หนุ่มผู้ฮึกเหิมของพม่า เห็นว่ามอญกำลังอ่อนแอเพาระขัดแย้งกันภายใน จึงยกทัพเมืองตองอูมาตีเมืองหงสาวดี ครั้นตีได้แล้วจึงย้ายราชธานีมาตั้งที่เมืองหงสาวดี ผนวกเมืองมอญเข้ากับพม่า และยังมายึดเอาเมืองเชียงกรานที่เป็นเมืองชายแดนของไทยไปอีกเมือง เพราะเห็นว่ามีคนมอญอยู่มาก สมเด็จพระไชยราชาธิราช กษัตริย์พระองค์ที่ ๑๓ ของกรุงศรีอยุธยา จึงทรงยกทัพไปตีเอาคืนมาได้ ซึ่งเป็นสงครามครั้งแรกของไทยกับพม่า และยังรบกันต่อมาเป็นร้อยๆ ปี ในสงครามครั้งแรกนี้ก็มีหน่วยอาสาโปรตุเกสถือปืนไฟร่วมไปในกองทัพด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๐๘๘ พระเจ้าเชียงใหม่ถูกลอบปลงพระชนม์ เจ้าเมืองลำปาง เชียงราย และเมืองพาน ได้เข้ามาบงการตั้งเจ้าผู้ครองนครคนใหม่ สมเด็จพระไชยราชาทรงเกรงว่าล้านนาจะถูกครอบงำ จึงยกกองทัพขึ้นไปจัดการ ซึ่ง เฟอร์เนา เมนเดส ปินโต นักผจญภัยชาวโปรตุเกส ได้บันทึกว่าเขาได้ถือปืนไฟร่วมไปกับกองทัพของสมเด็จพระไชยราชาในครั้งนี้ด้วย ในฐานะกองทหารรักษาพระองค์ แต่เมื่อเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยาขณะที่ประชาชนเตรียมเฉลิมฉลองชัยชนะของพระองค์อย่างเอิกเกริกมโหฬารนั้น พระราชินีซึ่งลอบมีชู้กับคนส่งอาหารในวังจนทรงครรภ์ ก็ลอบถวายยาพิษเพื่อให้ตัวพ้นความผิด

ปินโตเล่าว่า ขณะที่เขาเดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยาได้เดือนกว่า กำลังรอคอยฤดูที่จะนำสินค้าไปขายที่จีนและญี่ปุ่น ก็มีข่าวสำคัญเกิดขึ้น เมื่อเกิดกบฏขึ้นทางเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าแผ่นดินรับสั่งให้ระดมพลภายใน ๑๒ วัน ไม่แต่คนไทยเท่านั้น บรรดาชาวต่างประเทศไม่ว่าชาติไหนก็ไม่ได้รับการยกเว้น หากชาวต่างประเทศคนใดไม่ต้องการจะไปร่วมรบ ก็จะต้องถูกบังคับให้ออกจากประเทศไปภายในเวลา ๓ วัน

ปินโตว่าสำหรับชาวโปรตุเกสนั้น ในฐานะที่ได้รับความนับถือมากกว่าชาติอื่น พระเจ้าแผ่นดินทรงส่งหนังสือมาถามความต้องการของชาวโปรตุเกส ว่าพวกเขาจะร่วมเดินทางไปกับพระองค์ในครั้งนี้อีกหรือไม่โดยจะให้พวกเขาเป็นกองทหารรักษาพระองค์ เนื่องด้วยทรงเห็นว่าพวกเขาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากกว่าพวกอื่น และเพื่อบังคับให้พวกเขายินดีมากขึ้น พระองค์ทรงให้คำมั่นสัญญาที่น่าสนใจมาหลายอย่าง เช่น เงินเลี้ยงชีพ ความโปรดปราน การอนุเคราะห์ เกียรติยศ และผลประโยชน์หลายอย่าง เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ จะทรงอนุญาตให้พวกเขาสร้างโบสถ์ในอาณาจักรของพระองค์ได้ จนทำให้ชาวโปรตุเกสซึ่งมีจำนวน ๑๓๐ คน ตกลงไปสงครามครั้งนี้ถึง ๑๒๐ คน

เมื่อครบกำหนดระดมพล ๑๒ วันแล้ว พระเจ้าแผ่นดินได้เสด็จไปยังสมรภูมิด้วยกองทัพอันมีกำลังพล ๔๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติเสีย ๗๐,๐๐๐ คน แต่เมื่อสำรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางไปถึง ปรากฏว่าพระองค์มีกำลังพลถึง ๕๐๐,๐๐๐ คน เพราะมีสมทบตามรายทางอีก ทรงมีช้าง ๔,๐๐๐ เชือก มีเกวียนบรรทุกปืนใหญ่กระบอกสั้น ๒๐๐ เกวียน

ผลของสงครามครั้งนี้ ปรากฏว่าสมเด็จพระไชยราชาทรงจัดการหัวเมืองฝ่ายเหนือได้เรียบร้อยราบคาบ ทรงนำทัพกลับกรุงศรีอยุธยาอย่างมีความสุข ขณะที่ประชาชนต่างเตรียมการเฉลิมฉลองการเสด็จกลับมาของพระองค์อย่างหรูหรา

แต่อนิจจา..ปินโตได้บันทึกในตอนนี้ไว้ว่า

“...ระยะเวลา ๖ เดือนที่พระองค์ไม่อยู่ พระราชินีผู้เป็นพระชายาของพระองค์ได้ประพฤติผิดประเวณีกับคนส่งอาหารให้พระราชวังของพระนาง ชื่อ ออกขุนชินราช และครั้นพระเจ้าแผ่นดินกลับมา พระนางทรงรู้สึกพระองค์ว่าได้ทรงครรภ์กับออกขุนชินราชได้ ๔ เดือนแล้ว พระนางกลัวว่าพระเจ้าแผ่นดินจะทรงทราบการกระทำของพระนาง ดังนั้นเพื่อรักษาตนให้รอดพ้นจากอันตรายที่พระนางจะทรงได้รับ จึงทรงแก้ปัญหาโดยจะวางยาพิษพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นพระสวามีของพระนางเสีย ดังนั้นพระนางจึงได้กระทำการตามเจตนาร้ายนั้นโดยไม่รอช้า พระนางถวายน้ำนมให้พระเจ้าแผ่นดินเสวย ซึ่งแสดงฤทธิ์ให้เห็นผล เพราะพระเจ้าแผ่นดินได้เสด็จสวรรคตภายในเวลา ๕ วันหลังจากเสวยน้ำนมไปแล้ว ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวนั้น พระองค์ได้ถือปฏิบัติตามคำรับสั่งของพระองค์สำหรับงานที่สำคัญที่สุดของราชอาณาจักร และทรงปฏิบัติตามข้อตกลงซึ่งพระองค์ทรงให้ไว้แก่บรรดาชาวต่างประเทศซึ่งรับใช้พระองค์ในการสงครามเชียงใหม่ครั้งนี้ ในคำรับสั่งนั้น เมื่อตอนที่พระองค์ทรงกล่าวถึงพวกเราชาวโปรตุเกสนั้น พระองค์คงจะต้องการให้มีอนุประโยคนี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วยว่า

“ข้ามีความตั้งใจว่า บรรดาชาวโปรตุเกส ๑๒๐ คนซึ่งได้เฝ้าพิทักษ์รักษาคุ้มครองตัวข้าอย่างซื่อสัตย์ จะต้องได้รับสิ่งชดเชยการปฏิบัติงานที่ดีของพวกเขา คือพระราชทานบรรณาการของนางพระยาแห่งกีเบนซึ่งถวายให้ข้าครึ่งหนึ่ง และบรรดาสินค้าของพวกเขาซึ่งอยู่ในศุลกากรสถานของข้าจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมมีกำหนดเวลา ๓ ปี ยิ่งกว่านั้นข้ายังมีเจตนารมณ์ว่า บรรดาพระของพวกเขาซึ่งอยู่ทั่วทุกเมืองของอาณาจักรของข้า ให้ประกาศเผยแพร่พระธรรมตามแนวทางของพวกเขาได้ กล่าวคือพระธรรมของพระเจ้าซึ่งสร้างมนุษย์มาสำหรับการช่วยเหลือมนุษยชาติ ดังที่พวกเขาทั้งหลายได้รับรองแก่ข้าหลายครั้งแล้ว”

ปินโตบันทึกต่อไปอีกว่า ยิ่งกว่านั้น สมเด็จพระไชยราชาธิราชซึ่งรู้พระองค์ดีว่าจะสวรรคต ยังทรงรับสั่งให้ขุนนางทั้งหลายที่เข้าเฝ้า สถาปนา พระยอดฟ้า พระราชโอรสองค์ใหญ่ ซึ่งมีพระชนมายุ ๑๓ ปีขึ้นครองราชย์ และมีการทำพิธีกันอย่างเร่งด่วนก่อนที่พระราชบิดาจะสวรรคต

แต่แล้วยุวกษัตริย์พระองค์นี้ก็ถูกวางยาพิษสิ้นพระชนม์เช่นเดียวกับพระราชบิดา หลังจากครองราชย์มาได้ ๒ ปี โดยเจ้าแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ ผู้กุมอำนาจไว้ได้โดยเด็ดขาด ได้วางแผนจนส่งขุนชินราชขึ้นนั่งราชบัลลังก์ได้สำเร็จเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๕๔๕ (พ.ศ.๒๐๘๘)

ในที่สุดปินโตก็ได้บันทึกไว้ว่า

“...แต่อย่างไรก็ตาม สวรรค์ไม่เคยปล่อยให้การกระทำอันโหดร้ายนี้รอดพ้นจากการถูกลงโทษไปได้ ปีหนึ่งต่อมา คือปี ค.ศ.๑๕๔๖ เมื่อวันที่ ๑๕ เดือนมกราคม ออกญาพิษณุโลกและพระเจ้าคัมบายา (King of Cambaya) ได้สังหารพระนางและออกขุนชินราชในงานเลี้ยงใหญ่ ซึ่งบรรดาเจ้านายเหล่านั้นได้จัดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่ง ชื่อวัด Quiay Figrau ซึ่งกล่าวกันว่า ที่สำคัญคือวันนั้นเป็นวันฉลองเทพเจ้าแห่งละอองของดวงอาทิตย์ (God of the Atoms of the Sun) จากการสิ้นพระชนม์และการตายของพระนางและออกขุนชินราช กอปรกับบรรดาสมัครพรรคพวกของบุคคลทั้งสองที่ถูกบรรดาเจ้านายสังหารเสียพร้อมกัน ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืนสู่สันติสุขเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีสิ่งใดที่เป็นผลเสียหายแก่ประชาชนของอาณาจักรอีกต่อไป เป็นความจริงแต่เพียงว่ามันได้แย่งชิงเอาความมีภูมิธรรมสูงส่วนใหญ่ซึ่งก่อนนี้มีอยู่ไป โดยการคิดอ่านที่โหดร้ายและการกระทำอันร้ายกาจทั้งหลายซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวถึงมาก่อนแล้ว”

นี่ก็เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ไทยช่วงหนึ่งของฝรั่งที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่บางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจประเพณีไทยนัก ที่สำคัญยังถูกแปลเป็นหลายภาษา จนชื่อคนและสถานที่เพี้ยนไปจนไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เนื้อหาก็คงใกล้เคียงกว่าการบันทึกประวัติศาสตร์ภายหลังจากที่เหตุการณ์เกิดมาแล้วเป็นร้อยๆ ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...