xs
xsm
sm
md
lg

พาชมบ้านใหม่ “ศูนย์พักพิงสุนัข อุทัยธานี” หลังย้ายจากซอยชินเขต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กทม.นำสื่อมวลชนสัญจร ติดตามชีวิตของหมาจรจัดจาก ซ.ชินเขต กว่าร้อยตัว พร้อมคนเลี้ยงผู้เมตตา “ลุงแก้ว-ป้าขวัญ” ที่จะมาสาธิตฝึกหมาให้เชื่อฟังคำสั่ง ณ ศูนย์พักพิงสุนัข อุทัยธานี

วันนี้ (15 พ.ย.) กรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร โดยมีนางจินดารัตน์ ชโยธิน โฆษกของกรุงเทพมหานคร นำคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมศูนย์พักพิงสุนัข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เพื่อติดตามความเป็นอยู่ของสุนัขจรจัดกว่า 150 ตัว ที่ย้ายไปจากชุมชนซอยชินเขต เขตหลักสี่ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีนายสัตวแพทย์ศิวะ ไม้สนธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย ร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน พร้อมทั้งนำชมคอกสุนัขภายในศูนย์ฯ ร่วมพูดคุยกับ “ลุงแก้ว-ป้าขวัญ” คนเลี้ยงสุนัข โดยวันนี้ได้มีการสาธิตฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่ง และการตัดขนสุนัขโดยจิตอาสาคนรักสุนัขด้วย

สำหรับศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (อุทัยธานี) มีขนาดพื้นที่ 200 ไร่ ประกอบด้วย คอกสุนัข 16 โดม รองรับได้โดมละ 500 ตัว รวม 8,000 ตัว ปัจจุบันมีสุนัขอยู่ 4,871 ตัว ศูนย์แห่งนี้จะให้ที่พักพิงสุนัขจรจัดจากกรุงเทพมหานครจนหมดอายุขัย พร้อมทั้งดูแลและฟื้นฟูสุขภาพสุนัขภายในศูนย์ฯ ตลอดจนส่งเสริมให้มีผู้รับสุนัขไปอุปการะเลี้ยงดูต่อไป

นายสัตวแพทย์ศิวะ ไม้สนธิ์ กล่าวว่า จากสถิติพบว่ามีเรื่องร้องเรียนสุนัขจรจัดตามพื้นที่สาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร ปีละ 4,500-5,000 คำร้อง และยังไม่มีแนวโน้มลดลง และยังพบปัญหาการนำสุนัขไปปล่อยตามพื้นที่สาธารณะ เช่น วัด ตลาด อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดข้อขัดแย้ง โต้เถียง ระหว่างคนรักสัตว์กับผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่บ่อยครั้ง ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จับสุนัขจรจัดออกจากพื้นที่สาธารณะมาไว้ที่ศูนย์ควบคุมสุนัข เขตประเวศ ปีละ 6,000-8,000 ตัว มีประชาชนเลี้ยงสุนัขปล่อยปละละเลยจนสุนัขถูกจับ และมาติดต่อรับคืนปีละ 2,000-2,500 ตัว และส่งต่อสุนัขจรจัดไปเลี้ยงดูที่ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด (อุทัยธานี) ปีละ 3,500-4,000 ตัว ซึ่งในช่วงเดือน ม.ค.-ต.ค. 2561 พบสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้าในเขตกรุงเทพมหานคร 17 ตัวอย่าง โดยพบในสุนัข 16 ตัวอย่าง และแมว 1 ตัวอย่าง แต่ในช่วง 2 ปีนี้ไม่พบคนเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในกรุงเทพมหานคร (รายสุดท้าย ก.ย. 2559) ในขณะที่ปี 2561 มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าทั่วประเทศ 18 ราย

สำหรับการฝึกสุนัขนั้น นายสัตวแพทย์ศิวะกล่าวว่า สุนัขทุกตัวสามารถฝึกได้หมด แต่อยู่ที่ว่าจะยากหรือง่าย ขึ้นอยู่กับของสุนัข อันดับแรกเราจะให้มันคุ้นเคยกับคนก่อน และค่อยๆ ปรับทัศนคติ แต่สุนัขจรจัดสอนให้ตรวจสอบสารเสพติดได้ยากกว่าสุนัขทั่วไป

นอกจากนี้ หากผู้ที่สนใจอุปการะสุนัข นายแพทย์ศิวะเปิดเผยว่า คนที่มาอุปการะมีน้อย ใน 1 ปีมีผู้อุปการะไป 100-200 ตัว ขั้นตอนแรกที่จะสามารถนำไปเลี้ยงได้ ทางคุณหมอต้องมีการซักถามผู้เลี้ยงต่างๆ รวมถึงพื้นที่บริเวณบ้านของผู้เลี้ยง และทางเราจะมีการฝังชิปในตัวสุนัขให้ และรักษาให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับผู้ที่อุปการะไปเท่านั้น แต่หากเป็นคนอุทัยธานีสามารถนำมารักษาได้ฟรีเช่นเดียวกัน เป็นข้อตกลงระหว่างศูนย์ฯ กับทางจังหวัด

ส่วนเอกสารที่ผู้อุปการะต้องเตรียมมารับสุนัขไปเลี้ยงดู คือ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน

ทั้งนี้ ภายในศูนย์ฯ มีแหล่งน้ำ เป็นสระเก็บน้ำ 3 สระ มีบ่อบาดาล การกำจัดซาก ที่ย่อยสลายได้ยาก ใช้เตาเผาซากแบบปลอดมลพิษ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายต่อปีนั้น นายสัตวแพทย์ศิวะกล่าวว่า แต่ละปีจะงบประมาณมา โดยแบ่งเป็นค่าอาหารประมาณ ประจำปี 12 ล้าน หากเทียบกับที่ศูนย์ฯ ประเวศ เป็นเพียง 1 ใน 5 และแบ่งเป็นเวชภัณฑ์ 5 ล้าน ยา การบริการคลินิก 

ขณะที่ปัญหาอุปสรรคของศูนย์ฯ ทัพทัน จะเป็นส่วนของน้ำเท่านั้น ถ้าปีไหนแล้งจะต้องจำกัดการใช้น้ำ หากย้อนไปเมื่อก่อนจะเป็นแค่เรื่องครุภัณฑ์เท่านั้นในการขนย้าย แต่ปัจจุบันดีขึ้นเพราะถนนหนทางสะดวกสบายมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนย้ายจากกรุงเทพฯ มาอุทัยธานี มีเรื่องของการเสียชีวิตเท่าไหร่ นายสัตวแพทย์ศิวะกล่าวว่า น้อยครั้งในการเสียชีวิต ทางศูนย์ฯ ใช้รถบรรทุก กำหนดขนาดในการขนย้าย ใส่สุนัขในกรง 3-4 ตัว มีเครื่องจักรในการเคลื่อนย้ายกรงลงจากรถบรรทุก

ด้านนายผลัด กัณทะวงศ์ หรือลุงแก้ว และ น.ส.กัลยาณี เจริญสุข หรือป้าขวัญ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ตนย้ายจากซอยชินเขต ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ประมาณ 6 เดือน มายังศูนย์พักพิงฯ ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ทั้งตัวสุนัขเอง และทั้งตัวป้าขวัญกับลุงแก้ว

ทั้งนี้ ป้าขวัญเดิมที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีใจรักเมตตาสุนัข ชอบที่ให้อาหารสุนัขและคอยรับเลี้ยงดูจนสุนัขเพิ่มขึ้น ปัจจุบันป้าขวัญเป็นพนักงานในสังกัดศูนย์ควบคุมสุนัข เขตประเวศ ของกรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยในปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีนโยบายให้เร่งรัดแก้ไข โดยล่าสุดได้ให้กรุงเทพมหานครจัดประชุม 50 สำนักงานเขต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงกระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ คณะสัตวแพทย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ และชมรมคนรักสัตว์ เพื่อร่วมหารือในการแก้ไขปัญหาให้เห็นผลจริง โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้เขตฯ จัดทำแผนบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด พร้อมทั้งสำรวจจำนวนสุนัขจรจัดในแต่ละพื้นที่ หากพบว่าไม่มีเจ้าของ ไม่มีคนรับดูแล เป็นสุนัขพลัดหลงตามหาเจ้าของไม่ได้ หรือสุนัขที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่นก็ให้จับไปบำบัดพักฟื้นที่ศูนย์ควบคุมสุนัขจรจัดประเวศ เพื่อคัดกรองโรค ฉีดวัคซีน ทำหมัน ให้เรียบร้อย ก่อนจะขนย้ายไปที่ศูนย์พักพิงสุนัขกรุงเทพมหานคร อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี อีกทั้งให้จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 50 เขต เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือจับสุนัขจรจัดอย่างเพียงพอและเข้าถึงพื้นที่ได้เร็วขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่มีทักษะและความชำนาญมีจำนวนน้อย ทำให้ประชาชนที่ร้องขอเข้ามาต้องรอคิวนาน

ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อเกิดข่าวสุนัขจรจัดกัดประชาชนในแต่ละครั้งได้สร้างความหวาดกลัวให้พี่น้องประชาชนในวงกว้าง กรุงเทพมหานครไม่เคยนิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พยายามแก้ไขปัญหาโดยมุ่งเน้นการป้องกันเป็นหลัก ด้วยการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า มีการออกหน่วยสัตวแพทย์ให้บริการ ตั้งแต่ ม.ค.-ต.ค. 2561 (หน่วยทำหมัน หน่วยฉีดวัคซีน และหน่วยวันเสาร์) ฉีดวัคซีนโรคป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปีละ 300,000 โดส และทำหมันฟรีปีละ 26,615 ตัว การทำหมันสุนัขจรจัดเพื่อตัดวงจรไม่ให้มีการขยายพันธุ์ และการจับสุนัขจรจัดไว้ที่ศูนย์ควบคุมสุนัขจรจัดประเวศเพื่อดูอาการและฟิ้นฟู ทำหมัน ฉีดวัคซีน จากนั้นส่งไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงสุนัขทัพทันจนกว่าจะสิ้นอายุขัย โดยกรุงเทพมหานครยืนยันว่าไม่ได้จับสุนัขไปฆ่าหรือทรมาน แต่นำไปดูแล ให้บ้าน ให้ที่พักพิง และยังเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้สุนัขถูกทารุณกรรมจากคนที่ไม่รักสุนัขด้วย นอกจากนี้ยังมีสุนัขหลายตัวได้รับการฝึกให้มีระเบียบวินัย เพื่อรอเจ้าของใหม่ที่พร้อมจะรับไปดูแลอีกด้วย







กำลังโหลดความคิดเห็น...