xs
xsm
sm
md
lg

“สอบเป็นตำรวจ เพราะพ่อ!” เปิดใจ “ส.ต.ต.อาร์ม”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จากคดีฆาตกรรมหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อกว่า 20 ปีก่อน หนึ่งในนั้นเป็นบิดาของตนเอง นำมาเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กหนุ่มได้ทำตามความฝันของพ่อว่าอยากจะให้ได้รับราชการตำรวจ มาจนวันนี้ สิบตำรวจตรี อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ หรือ หมู่อาร์ม ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ได้ทำตามความฝันนั้น พร้อมด้วยเป็นหนึ่งในทีมงานที่สามารถปิดคดีดังกล่าวในตอนท้ายด้วยเช่นกัน

 • คุณมีความคิดที่อยากจะเป็นตำรวจตั้งแต่เมื่อไหร่

น่าจะเป็นช่วง ม.3 ครับ คือเราชอบมาตั้งแต่เด็กแล้ว ชอบคนในเครื่องแบบ เราเห็นแล้วเราอยากจะใส่ชุดแบบนี้บ้าง บวกกับที่บ้านอยากให้เป็น แล้วผมก็ชอบด้วย แถมที่บ้านก็สนับสนุน คือถ้าไม่ได้เป็นตำรวจก็คงเป็นทหารนะครับ คือแค่ได้ใส่เครื่องแบบก็พอแล้วครับ แต่ในระหว่างทางที่จะเป็นนั้น ผมสอบทหารไม่ติด 2 ครั้ง แต่ว่ามาสอบติดตำรวจ คือข้อสอบทั้งสองจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ที่สอบทหารไม่ติดเพราะว่าช่วงนั้นไม่ค่อยได้อ่านหนังสือครับ แต่ถามว่าทำไมถึงไม่มุ่งสอบทหารต่อ เพราะว่าผมมีแรงบันดาลใจตรงที่ว่าวันนั้นตรงกับในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จสวรรคต ผมเลยตั้งใจอ่านหนังสือสอบแบบหามรุ่งหามค่ำเลย 1 เดือน แล้วก็มีการใช้สมาร์ทโฟนมาช่วยด้วย อย่างแนวข้อสอบที่ได้มาก็มาจากแฟนเพจเฟซบุ๊กต่างๆ นี่แหละครับ

 • น้องอาร์มโตมากับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แล้วในครอบครัวมีใครบ้างครับ

มีน้องสาวต่างพ่อ กับพ่อเลี้ยง คือจริงๆ เราก็คิดตั้งแต่ตอนอนุบาลแล้วว่าเขาเป็นพ่อเราจริงๆ  จนกระทั่ง ม.3 แม่บอกความจริง พอแม่บอกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อที่แท้จริงของเรา แต่กับพ่อเลี้ยงเราก็ยังรักและเคารพเหมือนเดิม เพียงแค่ตกใจแค่นั้นเอง ก่อนหน้านั้นก็มีหลายครั้งครับที่เราอยากรู้เรื่องของพ่อเรา แต่ว่าไม่ได้จี้แม่มากไป จนมาถึงช่วง ม.3 เราก็คิดว่าน่าจะรู้เรื่องพอสมควรแล้ว แม่เลยยอมเล่าให้ฟัง พอแม่เล่าให้ฟังว่าพ่อถูกฆาตกรรม เราก็ไม่รู้สึกเสียใจหรือเคียดแค้นนะครับ เพราะคิดว่ามันจบไปแล้ว เหมือนกับคุณแม่ได้สอนว่าเรื่องมันจบไปแล้วก็ให้มันจบไป

 • ตอนที่คุณพ่อโดนฆาตกรรม คุณแม่เล่าให้ฟังไหมว่าเกิดขึ้นบ้าง

จากที่คุณแม่เล่าให้ฟัง ท่านเล่าว่าพี่เขยของพ่อเป็นคนขับรถส่งของ วันนั้นคุณพ่อติดรถไปเที่ยวกับพี่เขยของพ่อเฉยๆ จนแม่เอะใจว่าทำไมพ่อหายไปหลายวัน ไม่รู้ข่าวอะไรเลย จนกระทั่งมีหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าชาย 2 คนโดนถุงดำครอบหัว แล้วเอามือไพล่หลังและโดนปาดคอเอาไปทิ้งที่สระน้ำที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 2 อาทิตย์ ในระหว่างนั้นทางมูลนิธิเก็บศพก็ทำการฝังไปแล้วเพราะว่าไม่สามารถหาญาติได้ จนกระทั่งทราบข่าวว่านำศพทั้งสองคนไปทำพิธีที่ จ.ชุมพร คือเท่าที่ฟังมาก็คือพี่เขยของพ่อมีปัญหากับคนในกลุ่มนั้นแต่ไม่ทราบว่าใคร เป็นปัญหาส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน เหมือนกับว่าพ่อของผมโดนหางเลขไปด้วย จนกระทั่งมีการฆาตกรรมแล้วก็ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุเลย

 • พอสอบติดตำรวจแล้ว ขั้นตอนในการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างไรบ้างครับ

ก็มีการตรวจสอบร่างกายครับ ผมก็ไปวิ่งในมหาวิทยาลัยทุกวัน ก่อนหน้านั้นก็มีเตรียมความพร้อมด้วย คือในระหว่างการหนังสือ ผมก็วิ่งทดสอบร่างกายไปด้วยกัน พอสอบติดตำรวจแล้วผมก็ออกกำลังกายหนักขึ้นทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็นเลย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น คือการสอบตำรวจก็มีการเทสต์ คือ วิ่งระยะสั้น ว่ายน้ำ กระโดดไกล เพื่อเป็นการเช็กว่าร่างกายเราพร้อม ส่วนว่ายน้ำนั้นผมใช้เวลาฝึกซ้อมแค่ 1 วัน จากการที่ครูพักลักจำด้วยการไปดูเขาว่ายน้ำตามสระต่างๆ เสียค่าบำรุงสระน้ำแล้วไปฟังเทคนิคลงแบบใกล้ๆ จนวันต่อมาก็ไปสอบแล้วได้เลยครับ ใช้เวลาแค่ 18 นาที หลังจากนั้นก็เป็นเลย จนกระทั่ง 1 สัปดาห์ก็สอบผ่านสัมภาษณ์ จนได้มาเป็นกองร้อยที่ 1 ของศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 อยู่ 1 ปี จนตอนนี้มาเป็นตำรวจได้ 8 เดือนแล้วครับ

 • การฝึกเข้มงวดแค่ไหนกว่าที่จะได้ยศสิบตำรวจตรีมา

เข้มข้นมากครับ เน้นให้เราอดทนต่อความเจ็บใจ ส่วนด้านข้อเขียนก็มีเรียนในห้องเรียนครับ ทั้งในเรื่องทฤษฎี เรื่องกฎหมาย การเรียนทฤษฎีถือว่ายากสุดเพราะว่าตื่นเช้ามาก็มีการฝึกหนักแล้ว พอเข้าห้องเรียนก็เกิดอาการง่วงครับ ร่างกายอ่อนเพลีย แต่พอผ่านมันมาได้ก็รู้สึกภูมิใจมากครับ ที่บ้านก็มากันทั้งบ้านเลย ส่วนคุณแม่ก็ดีใจกับผมครับ แต่ท่านจะเป็นห่วงเรื่องการทำงาน กลัวว่าจะทำงานไม่ได้เพราะว่าเรายังเด็กอยู่ จนวันต่อมาก็ไปรายงานตัวที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 จังหวัดภูเก็ตเลยครับ ก็ใช้เวลาเสาร์-อาทิตย์กลับบ้าน

 • เราไปอยู่ในกองที่เราดูแลตอนไหนครับ

หลังจากที่ไปปรับพื้นฐานทางร่างกาย 1 เดือน ปรับพื้นฐานในเรื่องปฏิบัติการพิเศษ 35 นาย มีการถือปืน กลางคืนก็มีการซ่อมให้ร่างกายแข็งแรงครับ เพื่อที่จะคัดตัวเพื่อไปเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 20 นาย แต่ผมเป็นหน่วยหาข้อมูลของ 15 นายที่เหลือ พอถูกย้ายมาหน่วยนี้ ส่วนมากจะเป็นคดียาเสพติดก่อน แต่มาทำคดีของพ่อจริงๆ ก็ตอนที่คนนั้นเริ่มปรากฏตัว ผมก็เริ่มทำคดีเลยครับ

 • หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ

เขาเริ่มปรากฏตัวในท้องที่ มีคนมาบอกผม ก็รู้สึกว่าอยากจะทำคดีต่อ แต่ไม่ได้ทำเพราะความแค้นนะครับ ที่ทำต่อเพราะว่าคดีความมันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเราด้วย ประจวบเหมาะกับเขามาหาแม่ที่บ้าน แล้วเขามาในตอนดึกด้วยอาการเมา ตะโกนเรียก แต่แม่ไม่กล้าออกมา ช่วงเวลานั้นแม่ก็อยู่กับน้องสาว พอเราได้ยินจากปากแม่ก็รู้สึกเป็นห่วง

 • หลังจากนั้นก็เริ่มทำคดีเลย

เราก็หาข้อมูลจากที่ทำงาน และคนแถวบ้าน จนเอาข้อมูลจากทั้งสองด้านมารวมกัน เลยสนธิกำลังจับกุม ตัวจัดการสนธิกำลังระหว่างสืบกองบังคับการภาค 1 ชุด บวกกับของกองปราบปรามประสานกำลังกัน มีการทำงานมาตลอด แล้วผมก็ได้ข้อมูลที่แน่ชัดแล้วว่าเขาอยู่ตรงนี้จริงๆ จนถึงวันที่จับกุมเขา เราก็รู้สึกสงสารครับเพราะว่าเขาก็อายุเยอะแล้ว แต่ว่าก็ต้องจับเพราะเป็นหน้าที่ครับ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธมาตลอดว่าเขาไม่ได้ทำ เขาอาจจะไม่ได้ทำจริงๆ แต่ว่าเป็นหน้าที่ของชั้นศาลดีกว่าครับ

 • พอทำคดีนี้เสร็จเรารู้ตัวว่าเริ่มเป็นที่สนใจในวงกว้างแล้ว

จริงๆ เขาลงข้อมูลผิดครับ แล้วบางคอมเมนต์ก็ติติงหน่วยงานด้วยครับว่าทำไมไม่ทำงาน ทั้งๆ ที่เขาไม่ทราบเลยว่าตำรวจก็ทำงานอยู่ตลอด ส่วนคุณแม่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ก็รู้สึกสบายใจว่าปลอดภัยในชีวิตแล้ว เหมือนกับยกภูเขาออกจากอก ประมาณนั้นเลยครับ และขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจแก่ผมในเฟซบุ๊กด้วยครับ




กำลังโหลดความคิดเห็น...