xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 21-27 ต.ค.2561

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

1.แร็ปต้านเผด็จการ ผุดเพลง “ประเทศกูมี” โจมตี รบ.-ประจาน ปท. ด้านภริยา ผบ.หน่วยซีล ฟังแล้วเดือด ขณะที่ “สมจิตร จงจอหอ” ขอแร็ปรักเมืองไทย!
(ภาพใหญ่) ภาพจากคลิปเพลง ประเทศกูมี (ภาพเล็ก) สมจิตร จงจอหอ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2002 ที่เกาหลีใต้
สัปดาห์ที่ผ่านมา โลกโซเชียลได้แชร์คลิปมิวสิควิดีโอเพลง "ประเทศกูมี" ของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า Rap Against Dictatorship หรือแร็ปต้านเผด็จการ ซึ่งเพลงดังกล่าวมีเนื้อหาเสียดสีสังคม โจมตีประเทศและรัฐบาลด้วยถ้อยคำที่รุนแรง บางคำหยาบคาย มีการใช้คำด่าในหลายท่อนของเนื้อเพลง ไม่เว้นแม้แต่ใช้คำด่าต่อท้ายคำว่า "ประเทศ" ซึ่งทำให้หลายคนรับไม่ได้ที่ผู้แต่งมีการด่าประเทศด้วย

ทั้งนี้ ทุกท่อนของเนื้อเพลง ล้วนแต่ยกสิ่งที่ผู้แต่งมองว่า เป็นด้านที่ไม่ดีของประเทศนี้ โดยเฉพาะรัฐบาล ซึ่งเนื้อเพลงชัดเจนว่า อิงการเมืองฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นประชาธิปไตย และโจมตีรัฐบาลทหาร นอกจากนี้ ช่วงท้ายเพลง ยังใส่ข้อความว่า “การแบ่งแยกประชาชนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย คือไม้ตายของอำนาจรัฐที่ฝักใฝ่เผด็จการ เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อำนาจทั้งหมดของประชาชนจะถูกพรากจากไป ด้วยความระลึกถึงทุกชีวิตที่ตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมโดย รัฐ ทุกเหตุการณ์”

ไม่เท่านั้น เพลงดังกล่าว ยังนำภาพจำลองเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่ศพถูกแขวนใต้ต้นไม้ และมีคนอยู่รอบๆ เชียร์การทารุณศพ มีการนำเก้าอี้ฟาดศพ ซึ่งตรงนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้บางฝ่ายติงถึงความไม่เหมาะสมของเพลงนี้ที่จำลองเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาไว้ในเพลงให้เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่ไม่เกี่ยวกัน เหมือนต้องการนำเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาเป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาลในยุคนี้ ซึ่งด้านหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า การฉายภาพดังกล่าวซ้ำ เท่ากับเป็นการย่ำยีศพผู้เสียชีวิตในยุคนั้นอีกครั้ง

หลังเพลงดังกล่าวมีการแชร์อย่างกว้างขวาง และมีผู้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเนื้อเพลงดังกล่าว ขณะที่ทางรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเพลงแร็ปดังกล่าวว่า รัฐบาลรู้สึกเสียใจที่เยาวชนทำเพลงในลักษณะนี้ ไม่แน่ใจว่าทำความตั้งใจของตัวเองหรือมีใครอยู่เบื้องหลัง พร้อมฝากเตือนและให้ข้อคิดว่า คนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากเพลงนี้ ไม่ใช่รัฐบาล แต่เป็นประเทศไทย เพราะมีการเผยแพร่ไปทั่วโลก ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายคงเข้าไปดู

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในฐานะรองโฆษก บก.ปอท.กล่าวถึงคลิปเพลง “ประเทศกูมี” ว่า เบื้องต้น พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รรท.ผบก.ปอท ได้สั่งการให้ฝ่ายสอบสวนพิจารณาว่าเข้าข่ายข้อกฎหมายใด เพราะเนื้อหาค่อนข้างให้ร้ายประเทศ ทำให้ประเทศเสียหายอยู่หลายเรื่อง จากการตรวจสอบน่าจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะอาจกระทบกระเทือนกับเศรษฐกิจ อาจทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ส่วนเรื่องการร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายเข้ามาแจ้งความได้ หากพิจารณาแล้วเข้าข่ายความผิดดังกล่าว จะต้องเชิญกลุ่มศิลปินที่อยู่ในคลิปเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ยังเตือนผู้ที่ส่งต่อโพสต์ที่เข้าข่ายความผิดด้วยว่า จะมีโทษอัตราเดียวกับผู้โพสต์ คือ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Sasivimon Youkongkaew” หรือนางศศิวิมล อยู่คงแก้ว ภริยาของ ผบ.หน่วยซีล และแอดมินเพจ “Thai NavySEAL” ได้ออกมาโพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยกับเพลง “ประเทศกูมี” โดยระบุว่า “ประเทศกูมี” เรื่องราวดีๆ มากมาย ทำไมไม่เอามาพูดว่ะ ฟังแล้วเดือด มันล้างสมองด้วยเสียงเพลง เกมการเมืองยุค 4.0”

ด้านสมจิตร จงจอหอ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2002 ที่เกาหลีใต้ ก็ได้ออกมาเขียนเนื้อเพลงเพื่อตอบโต้เพลง "ประเทศกูมี" โดยเนื้อหาเป็นการพูดถึงสิ่งดีๆ ของประเทศไทย ซึ่งมีสิ่งดีๆ ในทั่วทุกภาค เช่น "(มาดูกูแร็ป) เพราะกูเป็นคนในแผ่นดินนี้ และกูก็รักในประเทศนี้ ถ้ากูจะพูดถึงกรุงเทพ ที่เป็นเมืองศิวิไลมีวัดวาอารามมากมายที่ใครใครก็อยากเข้ามาประเทศกู..."

"...กลับมาภาคตะวันออกกูจะบอกให้มึงรู้ มึงจะร้องอู้ฮู้นี่หรือประเทศไทยมีภูเขาน้ำตก และก็ทะเล ที่มันไม่เคยรวนเร เพราะมันคือแผ่นดินไทย กูอยากจะบอกให้พวกมึงรู้ ให้มึงได้ดูคนที่มีน้ำใจ จะอยู่ไหนไหนก็ไม่เท่าประเทศไทย มึงเชื่อกู ประเทศกูมี มึงลองคิดดูนะ คิดดูให้ดีดีว่าไม่มีที่ใดในโลกนี้มีผลไม้มีกินตลอดปี เพราะประเทศกูมี ประเทศกูมี (แร็ปมั่วๆ เพราะผมรักประเทศไทย) เฉียบ ปล. อยากให้ทุกคนรักประเทศไทยและคนไทยรักกัน"

2.เซอร์ไพรส์! “บิ๊กบัง” ขนสมาชิกพรรคมาตุภูมิย้ายซบ ชทพ. ด้าน อนค.จี้เลื่อนสอบ GAT/PAT ชนวันเลือกตั้ง!
(บน) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) (ล่าง) ภาพจากแฟนเพจในเครือข่ายพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคำพิพากษาศาลฎีกาฯ จำคุก 2 ปีคดีซื้อที่รัชดาฯ และถูกออกหมายจับหลายคดี ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่น ที่ฮ่องกง โดยแสดงความมั่นใจว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า พรรคเพื่อไทย (พท.) และเครือข่ายจะได้รับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร โดยพลังจากความต้องการประชาธิปไตยในประเทศจะกลายเป็นเสียงส่วนใหญ่ และระบบการเมืองที่มีกองทัพเป็นผู้นำจะล่มสลายลงในไม่กี่สัปดาห์หลังการเลือกตั้งนั้น

ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาส่งสัญญาณให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบว่า พฤติการณ์ของนายทักษิณเข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทย ที่จะนำไปสู่การถูกยุบพรรคหรือไม่ "ไม่มีอะไรอยากจะพูดถึงนายทักษิณ มีแต่อยากให้สื่อพูดและเขียนว่า สิ่งที่พูดและทำ กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงอย่างไร ...การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกี่ยวกับทุกพรรค พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคตรงข้ามด้วย เพราะพูดให้กระทบกระเทือนทั้งนั้น สื่อกระทุ้ง กกต.สิ..."

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งจากภาพถ่าย คลิป และข่าว รวมถึงความเห็นของบุคคลต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา และว่า การจะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ กกต.จะพิจารณาว่า พรรคการเมืองนั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมหรือไม่ หากเข้าข่ายความผิด จะส่งผลให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบพรรค

ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ยืนยันว่า นายทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งหรือเกี่ยวกับพรรค พท. ส่วนการแสดงความคิดเห็นนั้น มองว่าเป็นการแสดงความคิดในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักและห่วงใยบ้านเมือง เป็นสิทธิของคนไทยทุกคน นายทักษิณไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรค ส่วนที่มีอดีต ส.ส.เดินทางไปพบนายทักษิณที่ต่างประเทศนั้น อาจเป็นเพราะสมาชิกของพรรคบางคนยังเคารพนับถือ การพบปะเยี่ยมเยียนนั้นเป็นการส่วนตัว พรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นอกจากเรื่องนายทักษิณครอบงำพรรค พท.หรือไม่ หรือ พท.จะถูกยุบพรรคหรือไม่แล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีกรณีแฟนเพจเครือข่ายพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ออกมาเรียกร้องให้สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เลื่อนวันสอบ GAT/PAT ของนักเรียนทั่วประเทศ หลังจาก สทศ.ประกาศวันสอบวันที่ 23-26 ก.พ.2562 เนื่องจากจะตรงกับวันเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 จะส่งผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่ที่จะออกไปใช้สิทธิกำหนดอนาคตของตนเอง

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยืนยันว่า รัฐบาลกำลังดูอยู่ โดยให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ไปดูร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการว่า จะหาทางออกอย่างไร

ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคอื่นๆ นั้น เมื่อวันที่ 26 ต.ค. พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเลือก น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค และนายประภัตร โพธสุธน เป็นเลขาธิการพรรค

นอกจากนี้ ยังมีเซอร์ไพรส์ คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่เดินทางมาร่วมการประชุมใหญ่ของพรรค ชทพ.ในครั้งนี้ด้วย พร้อมกับนำอดีตสมาชิกของพรรคมาด้วย 15 คน

พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค ชทพ. เนื่องจากรอกระบวนการยื่น กกต. ให้พรรคมาตุภูมิสิ้นสภาพความเป็นพรรคก่อน อย่างไรก็ตาม ตนได้นำอดีตสมาชิกพรรคจำนวน 15 คน มาร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนาก่อน และว่า ส่วนตัวชื่นชอบนโยบายการสร้างความปรองดองและความเป็นกลางของพรรค ชทพ. ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกส่วนตัวที่ต้องการร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในชาติ จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรค ชทพ.

ขณะที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ได้แถลงเปิด “ปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดินทั่วประเทศ” เมื่อวันที่ 24 ต.ค. เพื่อเดินสายพบปะประชาชน หลัง กกต.เห็นชอบให้พรรค รปช.เป็นพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 22 ต.ค.

3.ศาลพิพากษาจำคุก “เสก โลโซ” นับโทษรวม 3 คดี 2 ปี 21 เดือน ก่อนได้ประกันตัว!
นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง อายุ 44 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ฏิบัติตามหน้าที่ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 และ 140, ฐานเสพยาเสพติด อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 และ 72

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.60 เวลาประมาณ 18.00 น. จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนออโตเมติกอีก 6 นัด และจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน กับเสพ 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้จำเลยยังต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ด้วย เหตุเกิดที่แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลานัด เสก โลโซ ได้มาศาล พร้อมน้องอีฟ ภรรยา เเละทนายความ

ซึ่งศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนในชื่อของผู้อื่นซึ่งมีใบอนุญาตครอบครอง คดีจึงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่า ความผิดข้อหาเสพเมทเเอมเฟตามีน เเละเสพ 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน (ยาอี) ผลตรวจพิสูจน์ปัสสาวะของจำเลย บ่งชี้ว่า มีสารประกอบของเมทเเอมเฟตามีนอยู่ในปัสสาวะ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า สารเสพติดถูกนำเข้าไปในตัวจำเลยด้วยวิธีเสพ ไม่ใช่การใช้ยารักษาโรคทั่วไปที่มีสารเสพติดผสม

ส่วนความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงานนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้ไปขอหมายค้นบ้านพักของจำเลย เเละพนักงานสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คันนายาวมาเบิกความว่า เมื่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ออกหมายจับจำเลย คดียิงปืนขึ้นฟ้า ผู้บังคับบัญชาก็ให้พยานไปขอหมายค้นบ้านของจำเลยที่อยู่ในหมู่บ้าน นันทวัน ซอยสุขาภิบาล 5 เเขวงท่าเเร้ง เขตบางเขนเเล้ว เมื่อได้หมายมาก็ได้ไปยังบ้านจำเลย เเต่ครั้งเเรกยังไม่มีคนเปิดประตู ตำรวจจึงได้ปีนรั้วบ้านเข้าไป เมื่อถึงตัวบ้านก็ได้เคาะเรียกจำเลย จนมีคนดูเเลบ้านสองคนออกมา ซึ่งพยานโจทก์ก็ได้เเสดงทั้งหมายค้นเเละหมายจับให้ทราบเเล้ว เเต่ตัวจำเลยยังไม่ออกมาพบกับเจ้าหน้าที่

ระหว่างนั้น มีการเผยเเพร่ภาพไลฟ์สดของจำเลยพร้อมกับระบุว่า มีอาวุธปืน เเละขู่ว่าหากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาก็พร้อมจะยิง โดยจำเลยอ้างว่า รู้จักกับ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในขณะนั้น เเละมีการเจรจาผ่านทางโทรศัพท์ เเต่ก็ไม่เป็นผล ซึ่งจำเลยได้ซุกตัวอยู่ที่ห้องนอนชั้น 2 ล็อคประตูเเละนำโซฟามาขวางประตูกันประตูไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเคาะประตูหลายครั้งเเละกระเเทกประตู จนต้องทำลายลูกบิดประตูเพื่อควบคุมตัวจำเลย ซึ่งระหว่างนั้นจำเลยได้ถืออาวุธปืน 9 มม. มีกระสุนปืนในรังเพลิง 1 นัด เเละอาวุธปืนนั้นได้ปลดล็อคไว้เเล้ว โดยเจ้าพนักงานได้ยินเสียงสไลด์ปืน นิ้วขวาของจำเลยอยู่ในโกร่งไกปืน เล็งไปที่ประตูห้องตลอดเวลา ซึ่งพยานโจทก์ดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา

ศาลเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จึงพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน, จำคุก 6 เดือน ฐานเสพเมทเเอมเฟตามีนเเละเสพ 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน (ยาอี) เเละจำคุก 1 ปี ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ แต่จำเลยให้การรับสารภาพข้อหานี้ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือ 6 เดือน รวมโทษจำคุกทุกกระทงความผิด 1 ปี 18 เดือน เเละให้บวกโทษต่อจากคดีอาญาที่ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 3 เดือน กรณีทำร้ายร่างกาย น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง หรือทอมบี สาวคนสนิทของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยาของจำเลยด้วย โทษจึงเป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือน เเละให้นับโทษจำเลยในคดียิงปืนขึ้นฟ้า ซึ่งศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิพากษาจำคุก 5 วัน เเละปรับ 2,000 บาทด้วย ซึ่งคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์

หลังศาลอ่านพิพากษา น.ส.อภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์ หรืออีฟ ภรรยาเสก โลโซ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวเสก ระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลจังหวัดมีนบุรีได้ส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งในที่สุด ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากจำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยตีราคาประกัน 5 แสนบาท และไม่มีการกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวแต่อย่างใด

เป็นที่น่าสังเกตว่า นางกานต์ วิภากร อดีตภรรยาเสก โลโซ ได้เดินทางมาให้กำลังใจอดีตสามี พร้อมเผยว่า เสกยังมีอาการป่วยโรคซึมเศร้าเเละยังต้องกินยาอยู่ ที่ผ่านมาได้รักษาอาการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อสัปดาห์ที่เเล้วเพิ่งไปพบเเพทย์ตามนัด จากปกติที่ต้องไปพบ 2 ครั้งต่อเดือน

ทั้งนี้ ระหว่างรอคำสั่งของศาลอุทธรณ์ว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ เสก โลโซ ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไว้ ซึ่งญาติของอีฟ ภรรยาเสก ได้นำยารักษาอาการโรคซึมเศร้ามาให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตรวจดู และให้เสกรับประทานพร้อมอาหารด้วย

4.ผู้พิพากษาลงมติท่วมท้น ถอด “ชำนาญ รวิวรรณพงษ์” พ้น ก.ต. หลังถูกกล่าวหาก้าวก่ายหน้าที่-ข่มขู่ผู้พิพากษาคดีมรดก!
(ล่าง) นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา (บน) บรรยากาศการนับคะแนนผลการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.
จากกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คน ได้นำรายชื่อผู้พิพากษากว่า 1,700 คน ยื่นขอถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต. ต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า นายชำนาญมีพฤติการณ์ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษาองค์คณะคดีมรดกของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งต่อมา สำนักงานศาลยุติธรรมได้ติดประกาศคำร้องถอดถอนพร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมถอดถอน และคำชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายชำนาญที่ศาลทั่วประเทศ พร้อมจัดส่งบัตรลงคะแนนให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศทางไปรษณีย์ เพื่อลงมติว่า จะถอดถอนนายชำนาญหรือไม่ และให้ส่งบัตรลงคะแนนกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรมภายในวันที่ 25 ต.ค.นั้น

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดการนับคะแนนผลการลงมติถอดถอนนายชำนาญ โดยการจะถอดถอนได้ ต้องมีผู้ลงมติถอดถอนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของข้าราชการตุลาการทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งหลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เผยว่า คณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนฯ ได้รับบัตรลงคะแนนของผู้พิพากษากลับมาจำนวน 3,548 ใบ จากจำนวนบัตรลงคะแนนที่ส่งไปทั้งหมด 4,635 ใบ ซึ่งผลปรากฏว่า ผู้พิพากษาเห็นชอบให้ถอดถอนนายชำนาญออกจากการเป็น ก.ต.ในศาลฎีกา รวมทั้งสิ้น 3,165 คะแนน ซึ่งเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ส่วนผู้ที่ไม่เห็นชอบการถอดถอนมี 193 คะแนน และมีบัตรเสียทั้งสิ้น 190 ใบ

ทั้งนี้ การลงคะแนนดังกล่าว ส่งผลให้นายชำนาญต้องพ้นจากตำแหน่ง ก.ต.ในศาลฎีกา ตั้งแต่วันวันที่นับคะแนนเสร็จสิ้น คือ วันที่ 26 ต.ค.เป็นต้นไป ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของการเป็นผู้พิพากษา ซึ่งปัจุจุบันนายชำนาญดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ โฆษกศาลยุติธรรมตอบว่า ได้ เนื่องจากการนับคะแนนลงมติดังกล่าว เป็นเรื่องที่นายชำนาญถูกยื่นถอดถอนให้พ้นจากการได้รับเลือกเป็น ก.ต.ในศาลฎีกาเท่านั้น จึงเป็นคนละส่วนกับการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี นายชำนาญจึงยังคงปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาได้ต่อไป

5.โปรดเกล้าฯ ถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ “พ.ต.ท.สันธนะ” ด้าน “พล.ต.ท.สมหมาย” ได้เป็นนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ!
(ซ้าย) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล (ขวา) พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.)
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศอดีตข้าราชการตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

1. พ.ต.ท. สันธนะ ประยูรรัตน์ ออกจากยศตำรวจตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2545 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์ช้างเผือก

2. ร.ต.อ. กรินทร์ ทองมโนกูร ออกจากยศตำรวจตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดอาญาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนหรือรับของโจร และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก คดีถึงที่สุด และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

3. พ.ต.ท. ทรงรักษ์ ขุนศรี ออกจากยศตำรวจตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฏไทย

ทั้งนี้ วันต่อมา (25 ต.ค.) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล ได้เดินทางมาคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกล่าวว่า ตนน้อมใส่เกล้าใส่กระหม่อม จึงนำพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น พ.ต.ท. ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2536 ส่งมอบคืนให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมยืนยัน ยังเทิดทูนสถาบันเบื้องสูง และพร้อมปกป้องถวายชีวิตเพื่อรักษาสถาบันเบื้องสูงไว้ แม้จะไม่มียศราชการก็ตาม และตนยังเป็นสันธนะคนเดิม แม้จะมีคำนำหน้าว่านาย ก็พร้อมจะทำหน้าที่ปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 (10) ที่จะไม่ร่วมมือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งและชั้นยศใดก็ตาม และอยากให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นายสันธนะกล่าวด้วยว่า “ผมทำทุกวันนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อทุกคน หลายคนให้คำแนะนำว่า อยากให้ทำหน้าที่โดยลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ส่วนจะไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใดนั้น ตอนนี้บอกได้ว่า ไม่ใช่พรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ผมคุ้นเคยกับนักการเมืองหลายคน และยอมรับว่า มี 4-5 พรรคการเมืองที่ติดต่อมา แต่ยังไม่เคยปริปากเรื่องนี้กับใคร และไม่ได้ฉวยโอกาสมาแสดงตัวต่อสังคม แต่การที่ถูกกระทำที่ผ่านมาทำให้รู้สึกท้อ ดังนั้น จากนี้จะเดินหน้าพิสูจน์ให้กระจ่างว่า สิ่งที่ถูกกระทำ เป็นจริงตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร เป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ และนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 72 นาย แบ่งเป็น นายทหารราชองครักษ์ เหล่าทหารบก 35 นาย, นายทหารราชองครักษ์ เหล่าทหารเรือ 8 นาย, นายทหารราชองครักษ์ เหล่าทหารอากาศ 13 นาย และนายตำรวจราชองครักษ์ 16 นาย

สำหรับนายทหารและตำรวจที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ได้แก่ พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.), พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ฯลฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 2561 เป็นต้นไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...