xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ แบน “น้ำปลาไทย” ไม่เป็นความจริง แค่ อย.มะกันรอคำชี้แจงจากผู้ผลิตบางราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ปฏิเสธแจ้งเตือนนำเข้าน้ำปลาจากไทย พบเมื่อ 4 ปีก่อนเตือนน้ำปลายี่ห้อดัง กระบวนการผลิตไม่เป็นไปตามข้อกำหนด แต่ผู้ปลิตส่งเอกสารไปแล้วยังถูกกัก อธิบดีกรมประมง ยันไม่ได้แบนน้ำปลาไทยทั้งระบบ และไม่ได้สุ่มตรวจพบสารก่อมะเร็ง

จากกรณีที่มีสื่อมวลชนสำนักหนึ่งรายงานเมื่อวันที่ 22 ต.ค. อ้างแหล่งข่าวจากนายนพดล ทองมี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระบุว่า Office of Compliance, Center of Food Safety and Applied Nutri-tion ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาจากไทย เนื่องจากต้องการให้ไทยตรวจสอบพิสูจน์สารปนเปื้อนจากการหมักน้ำปลาว่าไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง เพราะการหมักน้ำปลาจะใช้เป็นปลาตัวเล็กจึงไม่สามารถชำแหละเอาไส้ปลาออกได้ ทำให้ร้านอาหารไทยหลายแห่งหันไปใช้เกลือแทน

นอกจากนี้ยังอ้างว่ามีบริษัทผู้ส่งออกน้ำปลาไทย 4 ราย ถูกขึ้นบัญชี Import Alert และกักกันการนําเข้าเนื่องจากละเมิดกฎระเบียบ HACCP สําหรับสินค้าอาหารทะเล โดยระบุว่ากระบวนการผลิตน้ำปลาอาจจะก่อให้เกิดสาร Histamine และสารพิษจากเชื้อแบคทีเรีย clostridium butolinum ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ล่าสุด วันนี้ (25 ต.ค.) สำนักข่าวอยซ์ ออฟ อเมริกา (VOA) รายงานว่า นายปีเตอร์ แคสเซลล์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารมวลชนขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่า หลังจากที่ได้ตรวจสอบระบบข้อมูลของหน่วยงาน ไม่พบว่ามีการแจ้งเตือนเรื่องการนำเข้า หรือ ‘Import Alert’ น้ำปลาจากประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งบางครั้งการขอข้อมูลเพิ่มอาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเข้ามายังสหรัฐฯ

โดยเรื่องนี้เป็นงานที่ฝ่ายศุลกากรสหรัฐฯ และ FDA มีอำนาจร่วมกัน ความเป็นไปได้หนึ่งคือ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อาจมีการเข้าใจที่แตกต่างในคำว่า ‘Import Alert’ ซึ่งจะตรวจสอบกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อไป

ขณะเดียวกัน บนเว็บไซต์ของ FDA สหรัฐฯ พบว่าเมื่อ 4 ปีก่อน องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ส่งหนังสือเตือนไปยังบริษัท ไพโรจน์ (ทั่งซังฮะ) จำกัด ผู้ผลิตน้ำปลาตราทิพรส ระบุว่า พบความผิดปกติของการผลิตน้ำปลา ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของเกณฑ์ที่ FDA ใช้อ้างอิงสำหรับมาตรฐานสินค้าอาหารทะเลภายใต้ HACCP

แต่ในเอกสารของสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้บริหารของบริษัท ไพโรจน์ (ทั่งซังฮะ) กล่าวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยว่า ได้ปรับปรุงมาตรฐานการควบคุมอันตราย รวมทั้งจัดส่งแผนด้านความปลอดภัยของอาหารตามแนวทาง HACCP แล้ว แต่สินค้าของบริษัทยังอยู่ในบัญชีที่ถูกกักกัน

ด้านนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าประมงก่อนส่งออกไปต่างประเทศ ได้เร่งประสานข้อเท็จจริง พบว่า สาเหตุที่ FDA ได้ขึ้นบัญชี Import Alert ผู้ผลิตน้ำปลาจากประเทศไทยบางแห่ง เนื่องจากมีการตรวจพบว่ากระบวนการควบคุมการผลิต (HACCP) ของโรงงานไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดการควบคุมความปลอดภัยของ FDA

อาจจะก่อให้เกิดสารโบลูทินัม และสารฮีสตามีนในผลิตภัณฑ์ หากตรวจพบในปริมาณที่เกินมาตรฐานกำหนดจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งได้เสนอแนวทางแก้ไข โดยให้โรงงานผู้ผลิตน้ำปลาของไทยปรับกระบวนการผลิตให้มีขั้นตอนการผ่านความร้อน หรือนำเสนอข้อมูลในเชิงวิทยาศาสตร์มายืนยันว่ากระบวนการผลิตน้ำปลามีการควบคุมที่เทียบเท่ากับข้อกำหนด และสามารถป้องกันการเกิดสารพิษดังกล่าวได้

“ขณะนี้โรงงานฯ ได้จัดส่งเอกสารชี้แจงตามข้อกำหนดการควบคุมความปลอดภัยให้ FDA แล้ว แต่มีการเรียกขอข้อมูลเพิ่มเติม อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขและจัดส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม” นายอดิศรกล่าว

ในส่วนของกรมประมง อยู่ระหว่างการจัดทำและรวบรวมข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมกระบวนการหมักน้ำปลาที่สามารถป้องกันการเกิดสารโบลูทินัม และฮีสตามีนในผลิตภัณฑ์เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการนำเสนอแนวทางการป้องกันปัญหากับ FDA ต่อไป

ส่วนกระบวนการให้ความร้อนซึ่งเป็นอีกแนวทางที่ FDA เสนอนั้น ผู้ผลิตส่วนใหญ่ของไทยไม่นิยมนำมาใช้ปฏิบัติ เนื่องจากจะทำให้กลิ่นและรสเฉพาะของน้ำปลาเปลี่ยนแปลง ประกอบกับกระบวนการผลิตน้ำปลามีการใช้เกลือในปริมาณสูงเพียงพอที่จะยับยั้งการเกิดเชื้อโรค แและสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อีกทั้งกระบวนการผลิตน้ำปลาของไทย ไม่ได้ใช้วิธีการต้ม แต่ก็เป็นการผลิตตามมาตฐานการผลิตน้ำปลา ของ CODEX ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

ดังนั้น การออกประกาศเตือน Import Alert น้ำปลาไทยในครั้งนี้ จึงไม่ได้มีเหตุเชื่อมโยงที่จะนำไปสู่การห้ามนำเข้า (Import Ban) น้ำปลาจากประเทศไทยทั้งหมดอย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นการห้ามนำเข้าเฉพาะโรงงานที่อยู่ใน Import Alert เท่านั้น และไม่ได้มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสุ่มตรวจสารก่อมะเร็งแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะ FDA ไม่ได้มีข้อกำหนดให้ตรวจสารก่อมะเร็งในผลิตภัณฑ์น้ำปลาตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในการผลิตน้ำปลา

ประกอบกับประกาศ Import Alert ก็มิได้มีการกล่าวถึงการสุ่มตรวจสารก่อมะเร็งในน้ำปลาด้วย มิได้มีเหตุเชื่อมโยงที่จะนำไปสู่การประกาศ Import Ban ประเทศผู้ส่งออกแต่อย่างใด โดยเหตุผลหลักที่สินค้าถูกระบุ Import Alert แบ่งเป็น 2 ประเด็น ได้แก่ สินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยตามที่ FDA กำหนด และระบบการควบคุมการผลิตของโรงงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการควบคุมความปลอดภัยของกฎระเบียบ HACCP

พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้ผู้ส่งออกของไทยเคร่งครัดปฏิบัติตามกฎระเบียบของ FDA เพื่อให้สินค้าของตนเป็นไปตามเกณฑ์ที่สหรัฐฯ กำหนดและสามารถส่งออกไปขายสหรัฐได้ และขอให้ประชาชนผู้บริโภค อย่าเพิ่งวิตกกังวลต่อกรณีดังกล่าว