ย้อนอดีตไปเมื่อปี 2529 สมหมาย ชลสินธุ์ ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน ให้เข้ามาเป็นผู้ใหญ่บ้าน และด้วยความตระหนักถึงภัยคุกคามของยาเสพติดและความเด็ดขาด จึงได้เป็นผู้นำในการลงมือปราบปรามเรื่องอบายมุข โดยกวาดล้างแหล่งลักลอบปลูกกัญชาแหล่งใหญ่บนเขาหลวงและเขาพลายดำ จ.นครศรีธรรมราช ที่ดำเนินการโดยกลุ่มคนจากนอกพื้นที่ และรอดพ้นการจับกุมของทางราชการมาตลอด โดยร่วมกับชาวบ้าน และกองร้อยตำรวจชายแดนที่ 424 อ.สิชล ใช้วิธีระเบิดหินเพื่อสร้างเส้นทางขึ้นไปถึงแหล่งปลูกกัญชา ทำให้สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ และยึดกัญชาของกลางได้เป็นจำนวนมากเกือบ 20 ตัน
การเป็นมือปราบแห่งความดีจึงทำให้ได้ใจจากชาวบ้าน และหันมาร่วมทำงานอนุรักษ์ด้วย เริ่มตั้งแต่การแก้ปัญหาบุกรุกขยายที่ทำกินที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ จนบางปีทำให้น้ำแห้งขอด ด้วยการจัดการอย่างจริงจังโดยผู้ใหญ่บ้านสมหมายสามารถยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก 100 ไร่คืนมาได้ และมีการตั้งกลุ่มอนุรักษ์ป่าเพื่อดูแลเขาพลายดำซึ่งเป็นป่าต้นน้ำประมาณ 6,000 ไร่ ซึ่งมีระบบนิเวศเชื่อมต่อกับท้องทะเล และปลูกต้นไม้ทดแทน พร้อมวางกฎกติกาห้ามจับสัตว์ป่าทุกชนิด รวมถึงห้ามตัดไม้ในพื้นที่ป่า
นอกจากนี้ เพื่อสร้างปราการป้องกันการบุกรุกป่าในระยะยาว ในปี2539 ผู้ใหญ่บ้านสมหมายจึงได้ชักชวนให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาจัดตั้งสถานีและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งต่อมาในปี 2540 ยกระดับเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่านครศรีธรรมราช เพื่อเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติในชุมชน
| “ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตลอดทั้ง 30 ปี เราทำด้วยใจมาตลอด ทั้งเรื่องป่าไม้ สัตว์ป่า และทะเล ผมเริ่มต้นจากอนุรักษ์นกก่อน ใครยิงนกในตำบลก็ปรับตัวละ 500 บาท ต่อมาอนุรักษ์กวาง ซึ่งตอนนี้เพิ่มจำนวนเป็นร้อยตัวแล้ว ผมทำมา 30 ปี กว่าจะได้เป็นพื้นที่ในตำบล หมู่บ้านที่สัตว์ไม่ล่า ป่าไม้ไม่โค่น การพนันไม่มี ยาเสพติดไม่มี เพราะเราทำอย่างจริงจัง ชาวบ้านก็เห็นว่าเราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ เพราะผมดูแลมาตลอด ตอนนี้ป่าไม้ที่เขาหลวงสิชล สมบูรณ์มาก ส่วนทะเลในพื้นที่ตรงนั้นก็อุดมสมบูรณ์ปลาชุกชุมมาก จึงมีเรือจากต่างถิ่นมาลากอวนหาปลา ผมก็ตั้งเป็นประธานอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลของอำเภอสิชล ตั้งกฎระเบียบว่าห่างจากฝั่ง 3 กิโลห้ามเข้ามาลากอวน ตอนนี้กฎนี้ก็ยังใช้อยู่ “สิ่งที่เราทำคือทำไว้ให้คนรุ่นหลัง ทั้งป่าไม้ สัตว์ป่า ทะเลที่สมบูรณ์ ให้เด็กรุ่นต่อ ๆ มาได้เห็นต้นไม้ใหญ่ ๆ เห็นสัตว์ป่า และอยากให้มีคนรุ่นหลังสืบทอด ซึ่งตัวผมเองก็จะยังทำเรื่องนี้ต่อจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ผมอยากให้พื้นที่บ้านผมสมบูรณ์ อยากให้เยาวชนได้ดู ถ้าในพื้นที่สมบูรณ์ชาวบ้านก็อยู่ดีมีสุข และอยากให้พื้นที่ทุ่งใสเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นหลัง ผมก็ได้เริ่มทำไว้ให้ เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตคนเรา เรามาแล้วก็ตายไป และเราได้ทำสิ่งที่ดีๆ ไว้ให้คนรุ่นหลัง ผมภูมิใจมาก” --- นายสมหมาย ชลสินธุ์ ผู้ใหญ่บ้านและกำนันแหนบทองคำ ‘มือปราบ’ แห่งทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รางวัลประเภทบุคคล |
จากป่าบก เคลื่อนงานสู่ทะเลหน้าบ้าน
เมื่องานอนุรักษ์ป่าบกเดินหน้า ผู้ใหญ่สมหมายก็หันมาฟื้นป่าชายเลนและทะเลหน้าบ้าน โดยในปี 2536 ได้ปราบโจรสลัดที่ดักปล้นเรือประมงชายฝั่ง ร่วมกับแกนนำชาวบ้านจัดการกับเรืออวนรุนอวนลาก จำนวน 8 ลำ ที่รุกล้ำเข้ามาในเขตทะเลหน้าบ้าน หลังจากนั้น จึงวางกติกาการจับสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลทุ่งใสไปจนถึงอ่าวสิชล โดยห้ามเรืออวนลากอวนรุนเข้าในเขตระยะห่างจากชายฝั่ง 3,000 เมตร แบ่งเขตการทำมาหากินในทะเลระหว่างอวนปูกับอวนลากคู่ ฝั่งละ 15 วัน ทำให้บริเวณทะเลหน้าบ้านทุ่งใสไร้เรืออวนรุนอวนลาก และสร้างเครือข่ายเพื่อการเฝ้าระวังทะเลหน้าบ้าน โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายในอ่าวสิชล จัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลอำเภอสิชล และจัดตั้ง หน่วยป้องกันภัยทางทะเลเพื่อเฝ้าระวังทางทะเล
เมื่อมีการประกาศยุติสัมปทานป่าชายเลน นายสมหมายที่ขณะนั้นเป็นกำนันตำบลทุ่งใส ได้ร่วมกับชุมชนฟื้นป่าชายเลนประมาณ 1,000 ไร่ มีกิจกรมปลูกป่าชายเลนในวันสำคัญทุกปี การออกกฎห้ามตัดไม้ในป่า แต่สามารถหาสัตว์น้ำได้ และได้ชักชวนชาวบ้านมาร่วมกันปลูกต้นสนในพื้นที่สาธารณะงอกใหม่ประมาณ 80 ไร่ เป็นพื้นที่ริมทะเลในหมู่ 8 แนวสนช่วยกำบังลม และป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกหน้าหาด รวมถึงได้สร้างอนุสาวรีย์ “กรมหลวงชุมพร” (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) ในบริเวณดังกล่าว อันนับเป็นกุศโลบายที่แยบยลในการทำให้พื้นที่นั้นไม่มีการบุกรุก และจะได้อยู่ภายใต้การดูแลของชุมชนระยะยาว
นอกจากนั้น ยังประสานงานกับกรมประมงร่วมกับชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลทุ่งใส ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิม ในการวางแนวปะการังเทียม ที่ใช้ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กเก่าซึ่งรื้อทิ้งจากการซ่อมแซมถนนผสมกับทางมะพร้าว เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ แนวปะการังเทียมทำให้ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ชาวบ้านจับปลาทราย ปลาขี้ตัง และปลาสาก ได้มากขึ้น ต่อมา จึงร่วมกับ อบจ.นครศรีธรรมราช และมูลนิธิรักษ์ไทย จัดตั้งธนาคารปูในชุมชนหมู่ 1
ด้วยเกียรติประวัติ “ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม” และ “กำนันยอดเยี่ยม” (แหนบทองคำ) คือข้อพิสูจน์การทำงานในหน้าที่ราชการเพื่อส่วนรวม ยังไม่รวมงานอาสาสมัครอีกมากมาย ทุกวันนี้ แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ “สมหมาย ชลสินธุ์” ก็ยังคงทำหน้าที่สมาชิก อบจ.นครศรีธรรมราช และประธานสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเชื่อมประสานภาคีต่างๆ ให้งานเพื่อชุมชนเดินหน้าไม่หยุดยั้ง


