xs
xsm
sm
md
lg

ไม่มีวันใดไม่คิดถึงพ่อ! พสกนิกรหลั่งไหลนำพวงมาลัย-ดอกไม้มาถวายสักการะที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์อย่างต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พสกนิกรเป็นจำนวนมากพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง ทยอยเดินทางนำพวงมาลัย-ดอกไม้ มาถวายสักการะที่เบื้องพระบรมฉายาลักษณ์เป็นจำนวนมาก แม้ช่วงบ่ายจะมีสายฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่พสกนิกรก็ยังคงต่อแถวเพื่อนำพวงมาลัย-ดอกไม้มาถวายสักการะด้วยความสำนึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ “ในหลวง รัชกาลที่ ๙” ที่ถนนหน้าพระลานริมกำแพง พระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูมณีนพรัตน์ เพื่อให้ประชาชนได้ถวายสักการะและวางดอกไม้ แสดงความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นประจำทุกวันนั้น

วันนี้ (13 ต.ค.) อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีพสกนิกรเป็นจำนวนมากพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองทยอยเดินทางนำพวงมาลัย-ดอกไม้มาถวายสักการะที่เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เป็นจำนวนมาก แม้ช่วงบ่ายจะมีสายฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่พสกนิกรก็ยังคงต่อแถวเพื่อนำพวงมาลัย-ดอกไม้มาถวายสักการะด้วยความสำนึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ด้านนายกฤชจ์พนธ์ อัฎฐาธนมงคล อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ที่เดินทางมาถวายสักการะในหลวง ร.๙ ที่เบื้องซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมกับเพื่อนอีก 3 คน กล่าวว่า นับตั้งแต่ที่มีซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ ตนและเพื่อนได้เดินทางมาสักการะที่ซุ้มแห่งนี้หลายครั้งแล้ว และวันนี้เป็นวันคล้ายวันสวรรคต จึงได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาถวายสักการะในหลวง รัชกาลที่ ๙ อีกครั้งหนึ่งด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ นานัปการอย่างมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อย เพื่อความอยู่ดีกินดีของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ

“นับตั้งแต่วันที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต วันที่ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 2 ปี ไม่เคยมีวันไหนที่เราจะลืมพระองค์ท่านเลยแม้แต่วันเดียว โดยเฉพาะเวลาที่เราดูข่าวในพระราชสำนักหรือพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ถึงแม้ว่าเราเกิดไม่ทันช่วงนั้นก็ตาม แต่ผมรู้สึกว่าคงไม่มีพระราชาพระองค์ไหนในโลกใบนี้ที่ทรงธรรมเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนได้มากเท่ากับในหลวง รัชกาลที่ ๙ อีกแล้ว และทุกวันนี้ผมได้น้อมนำหลักการทรงงานของพระองค์ท่านในเรื่องการคิดก่อนทำ ต้องไม่ทำตนให้ผู้อื่นเดือดร้อนมาเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิต”

ด้าน น.ส.ชูศรี พาราทิพย์เจริญชัย ชาวกรุงเทพมานคร เดินทางมาจากเขตราษฎร์บูรณะ พร้อมน้องชายพิการทางการได้ยิน นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองและดอกไม้สด มาถวายสักการะต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.๙ กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 13 ตุลาคม ได้ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตเป็นปีที่ 2 ที่วัดใกล้บ้าน และตั้งใจมาถวายพวงมาลัยแม้ฝนจะตกหนักอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่เปลี่ยนใจด้วยรักและเทิดทูนในหลวง ร.๙ แม้จะผ่านมา 2 ปีที่ประชาชนทั่วไทยมาร่วมรำลึกถึงพระองค์อย่างเนืองแน่น ทุกคนยังคิดถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรมมากเหลือเกิน จิตอาสาที่ทำความดีอยู่เบื้องหลังคอยแจกน้ำดื่ม อาหาร บอกทางให้แก่ผู้ร่วมงานที่สนามหลวงก็ยังมีให้เห็นตลอดเส้นทาง ถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานแห่งการให้ อยากให้คนไทยระลึกและนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน ดังแนวทางที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติ

ด้าน น.ส.เจิดจรรย์ ธรรมเจริญ ข้าราชการวัย 53 ปี เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยลูกสาว เด็กหญิงปุญญิศา อายุ 12 ปี กล่าวทั้งน้ำตาคลอว่า เดินทางมาโดยรถประจำทางถึงกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวาน (12 ต.ต.) ตั้งใจมากราบพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“คิดถึงพระองค์ท่านมาก ถึงวันนี้พระองค์จะไม่อยู่แล้ว แต่ยังคิดว่าพระองค์ท่านยังคงอยู่ในใจเราเสมอ และยังคงยึดถือแนวพระราชดำริเรื่องความพอเพียงอยู่ตลอด ทั้งยังสอนลูกหลานให้รู้จักประหยัด ขยัน และอดทนตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” น.ส.เจิดจรรย์ กล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ