xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : (ชดเชย) เสียงระฆังคอนโดสะเทือน | เปิดศึกทนายดัง "อัจฉริยะ-ษิทรา" | ใหญ่คับขนส่งขู่แกร็บคาร์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 1-7 ต.ค. 2561)

หมายเหตุ : เนื่องจากมีเหตุขัดข้องบางประการ จึงเผยแพร่สรุปข่าวล่าช้า ขออภัยในความไม่สะดวก

อันดับ 1 : โวยเสียงระฆัง คอนโดทั้งหลังสะเทือน พิพาท วัดไทร VS สาวสตาร์วิว

ความขัดแย้งระหว่างวัดกับผู้พักอาศัยคอนโดมิเนียมหรูครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ต.ค. น.ส.วันทนีย์ สว่างตระกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม ส่งหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดไทร ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ระบุว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมสตาร์วิว ร้องเรียนผ่านศูนย์ กทม.1555 ว่าได้รับความเดือดร้อนกรณีตีระฆังส่งเสียงดังรบกวน ตั้งแต่เวลา 03.30-04.00 น.เป็นประจำทุกวัน จึงขอความร่วมมือพิจารณาปรับลดระดับเสียง และช่วงระยะเวลาในการตีระฆังให้เหมาะสม ทำให้วัดต้องหยุดตีระฆัง 1 วัน



เมื่อหนังสือฉบับดังกล่าวเผยแพร่ในโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตวิจารณ์หนัก มีรายงานว่าผู้ร้องเป็นสาวผู้ปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมให้ต่างชาติ กระทั่งนายอนันต์ กายพรรณ ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม ได้เดินทางเข้าไปกราบขอขมาพระอธิการปรีชา ปุณณสีโล เจ้าอาวาสวัดไทร ก่อนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะกราบนมัสการและทดสอบตีระฆังเพื่อพิสูจน์ ยืนยันว่าวัดตีระฆังต่อได้เพราะเป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ ด้านนิติบุคคลและผู้พักอาศัยอย่าง เพชร กรุณพล ก็ชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน

อันดับ 2 : เปิดศึกทนายดัง "อัจฉริยะ" ร้องเอาผิด "ษิทรา" กล่าวหาวิ่งคดี

หลังจากที่แตกหักกันไปด้วยประเด็นที่เข้าไปว่าความให้นักแสดงสาว "เอมี่-อาเมเรีย จาคอป" ในคดียาเสพติด จนศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษาความผิดเฉพาะข้อหาเสพยาไอซ์ และยกฟ้องข้อหาจำหน่าย เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าร้องเรียนต่อกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับ "ทนายตั้ม" นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ อ้างว่าเรียกรับเงิน 5 แสนบาท จากนายสมนึก และนางวาสนา ไม่ระบุนามสกุล นักธุรกิจส่งออกอาหารทะเล ให้วิ่งเต้นคดีถูกโกงแชร์

ต่อมาวันที่ 4 ต.ค. นายอัจฉริยะ ยังไปร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่เพิ่มรับตำแหน่งใหม่ อ้างว่าทนายตั้มกล่าวหาตำรวจ สภ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร ยัดยาเสพติดและปล้นทรัพย์สองสามีภรรยาชาวสมุทรสงคราม เมื่อปี 2559 และอ้างว่าตำรวจทั้ง 8 นายเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของทนายตั้มได้หายไปจากสื่อ โดยให้สัมภาษณ์กับเดลินิวส์ออนไลน์ว่าไปพักผ่อน ขอยังไม่ให้ข้อมูลใดๆ เนื่องจากกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อมาหักล้างกับที่นายอัจฉริยะกล่าวหา

อันดับ 3 : ใหญ่คับขนส่ง ตุ๊กตุ๊ก-รถแดงเชียงใหม่ล้อมขู่แกร็บคาร์ ต่อหน้าฝรั่งกลางขนส่งอาเขต

บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นแม้จะยังผิดกฎหมาย แต่ได้รับความนิยม จนกระทบกระทั่งรถรับจ้างสาธารณะที่มีภาพลักษณ์เอาเปรียบผู้บริโภค เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ชาวอเมริกันโพสต์ร้องเรียนไปยังกลุ่มเฟซบุ๊กจังหวัดเชียงใหม่ว่า คนขับตุ๊กตุ๊กและรถแดงประจำสถานีขนส่งอาเขต เข้ามาล้อมรถ ข่มขู่แกร็บคาร์ ใช้เท้าถีบรถ และบังคับให้ชาวต่างชาติลงจากรถ กลายเป็นที่วิจารณ์ว่าทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ในที่สุดขนส่งจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจ สภ.แม่ปิง ก็ทำได้แค่เรียกคนที่เข้ามาล้อมรถไปตักเตือน ดำเนินคดีเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น





หนำซ้ำหนึ่งในผู้ก่อเหตุ คือ นายรุ่งรุจ จินาเรือน อายุ 37 ปี คนขับรถตุ๊กตุ๊ก มีประวัติถูกจับกุมเมื่อปี 2559 เพราะแซงรถกระบะ ชูนิ้วกลาง และไม่มีใบขับขี่รถสามล้อเครื่อง ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนจะกลับมาเช่ายืมรถตุ๊กตุ๊กมาใช้ เจ้าตัวอ้างว่ารู้สึกอัดอั้นที่แกร็บคาร์แย่งผู้โดยสาร จึงบอกให้เชิญลูกค้าลงจากรถดีๆ ก็ไม่ยอม บอกว่าพี่ไม่มีสิทธิ์มาทำอย่างนี้กับผม ยืนยันว่าเราทำถูกต้องจะให้ทำอย่างไร วันหนึ่งเราหาเงิน 200-300 บาท ครอบครัวจะกินอะไรกัน ขณะที่ตำรวจเตรียมเรียกตัวเจ้าของรถแกร็บคาร์มาดำเนินคดีข้อหาใช้รถผิดประเภท

อันดับ 4 : มุราคามิ ดอกเดียวเหยียบพัน แฟชั่นยอดนิยมวัยรุ่น สะพัดของปลอมและจงใจเลียนแบบ

กลายเป็นที่พูดถึงสำหรับวัยรุ่น เมื่อกระแสแฟชั่นดอกไม้หลากสีสัญชาติญี่ปุ่นที่ชื่อว่า "มุราคามิ" กำลังมาแรง ลักษณะเป็นดอกไม้ผ้าหน้ายิ้มหลากสีสัน ฝีมือการออกแบบของ Takashi Murakami ศิลปินดังแนวป๊อปอาร์ตชาวญี่ปุ่น แต่ก็พบว่าเมื่อนำมาจำหน่ายในเมืองไทยจะอยู่ที่ 1,200-1,700 บาท เลยทีเดียว หนึ่งในต้นตอกระแสดอกไม้เครื่องประดับสุดแพงมาจากเพจที่มีขื่อว่า "หมิง ขั้วโลก" ทำวีดีโอหัวข้อ “ไปสยาม แต่งตัวร่วมแสน !!!?” สัมภาษณ์คนที่มาช้อปปิ้งที่สยาม พบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่สวมใส่ของแบรนด์เนม หนึ่งในนั้นก็คือดอกมุราคามิ



กระแสดอกมุราคามิ ทำเอาคนดังแห่แหนประดับบนเสื้อ แต่ก็มีคนทำของปลอมออกมาขายเช่นกัน ทำให้บางเพจมีวิธีการดูดอกมุราคามิของแท้ ให้สังเกตที่เป็นผ้าเนื้อแข็ง มีน้ำหนัก เส้นกลีบชัดเจน ใช้วิธีการเย็บเดี่ยว หรือ จักรหัวเดียว ตะเข็บตรงเข็มกลัดจึงมีเพียงแถวเดียวและตรงป้าย ของแท้จะไม่มีสี ดวงตาของดอกมุราคามิ ของแท้จะมีความตั้งใจให้ตาขาวเล็กไม่เท่ากัน และวิธีการเย็บเข็มกลัดจะใช้การเย็บแบบจักรหัวเดียว มีความแน่นมาก ส่วนของปลอมตาจะเท่า มีจุดแตกในตาขาว รูปทรงไม่ได้รูปสีอ่อน ขนผ้าไม่ละเอียด เส้นด้ายหนากว่า

อันดับ 5 : ปิดคดีรถตู้มรณะ 25 ศพ ศาลสั่ง บขส.-ทายาทโชเฟอร์จ่าย คิวรถตู้รอด เหยื่อจ่ออุทธรณ์

เหตุสลดรถตู้สายกรุงเทพฯ-จันทบุรี เสียหลักข้ามเลนพุ่งไปชนประสานงากับรถกระบะ ก่อนไฟลุกท่วมคร่าชีวิตเหยื่อรวม 25 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2560 เหตุเกิดที่ถนนสาย 344 บ้านเนินหนองขนุน หมู่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ศาลจังหวัดจันทบุรี พิพากษาในคดีแพ่ง ให้ทายาทของนายสุมนต์ เอี่ยมสมบัติ คนขับรถตู้ที่เสียชีวิต และ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 14 คน ค่าทำศพ ค่าขาดรายได้ และค่าเลี้ยงดูอุปการะแต่ละคนลดหลั่นกันไป รวมเป็นเงิน 26 ล้านบาท



ขณะเดียวกัน ศาลยกฟ้อง หจก.พลอยหยกคิวรถตู้ เพราะเป็นเพียงแค่การรวมตัวกันประกอบธุรกิจคิวรถตู้ ไม่ใช่นายจ้างหรือตัวตายตัวแทน การบังคับคดีจึงเน้นไปทาง บขส. ที่จัดทำสัญญาสัมปทานกับลูกของคนขับเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม นายโสภณ หนูรัตน์ ทนายความของสภาทนายความคุ้มครองผู้บริโภค ตัวแทนญาติผู้เสียชีวิต เตรียมยื่นอุทธรณ์ให้เอกชนร่วมรับผิดชอบ ขณะที่ นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. สั้งให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายนำคำตัดสินของศาลมาพิจารณาจ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิต คาดใช้เวลา 2-3 สัปดาห์

อันดับ 6 : เมียหลวงแก้เผ็ด ผัวเกาหลีติดพันหมอนวดไทยค้ากาม ล่อซื้อ-แจ้งตำรวจส่งกลับประเทศ

ยังมีเรื่องวุ่นๆ เกี่ยวกับคนไทยที่หลบหนีไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้แบบผิดกฎหมายเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่กรณีนี้นับว่าแปลก เมื่อวันที่ 2 ต.ค. เฟซบุ๊ก "Bongkot Phinit" บอกเล่าว่า ตนไปแต่งงานกับสามีชาวเกาหลี และมีบุตรด้วยกัน วันหนึ่งมีหมอนวดชาวไทยที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้ามาตีสนิท และมีเพศสัมพันธ์กับสามีของเธอ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา กระทั่งจับได้เมื่อเดือนมีนาคม 2561 พยายามขอให้เลิกแล้วต่อกัน แต่สามีกับหมอนวดชาวไทยรายนั้นก็กลับมาคบหากันอีก และจับได้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561



ระยะหลังเริ่มระแคะระคายสามีว่าไลน์ส่งหาด้วยสติกเกอร์หวานหยด นอนบริษัทแต่ออกไปโรงแรม หมอนที่นอนที่บริษัท รองเท้าเอาไปไว้หลายคู่ และดาวน์โหลดบทเรียนภาษาไทย กระทั่งวันที่ 1 ต.ค. พบหมอนวดหญิงพร้อมกับข่าวว่าตั้งครรภ์อ่อนๆ จึงมีความคิดส่งหมอนวดกลับประเทศ ตัดสินใจจ้างชายเกาหลีล่อซื้อบริการทางเพศหญิงคนดังกล่าว 2 ชั่วโมง 1 แสนวอน (ประมาณ 2,900 บาท) ก่อนจะเรียกตำรวจเกาหลีจับกุมและส่งกลับประเทศ ปิดฉากชีวิตในเกาหลีใต้ของหมอนวดไทยรายนี้ไปโดยปริยาย

อันดับ 7 : สิ้น “ปู่คออี้” นักเคลื่อนไหวทวงคืนถิ่นฐานแก่งกระจานวัย 107 ปี

นับเป็นการสูญเสียนักต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน เมื่อนายโคอิ มีมิ หรือ “ปู่คออี้” ชาวกระเหรี่ยงแห่งบ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ด้วยโรคปอดติดเชื้อ เมื่อเวลา 04.14 น. วันที่ 5 ต.ค. รวมอายุได้ 107 ปี โดยก่อนหน้านี้ ถูกนำตัวส่งโรงพยายาลแก่งกระจานตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถทานอาหารได้และไม่รู้สึกตัว ต่อมาได้ถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าในคืนวันเดียวกัน โดยแพทย์วินิจฉัยว่าปอดติดเชื้อและมีอาการหายใจช้า

สำหรับปู่คออี้ เป็นนักเคลื่อนไหวคัดค้านเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่บังคับย้ายชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในป่าแก่งกระจาน ก่อนที่จะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อปี 2524 อย่างไม่เป็นธรรม เพราะพื้นที่แห่งใหม่ไม่สามารถทำมาหากินได้ ปี 2554 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เปิดยุทธการตะนาวศรี เผาที่พักและยุ้งฉางของชาวกะเหรี่ยง และกล่าวหาว่าพัวพันยาเสพติด กระทั่งเดือนมิถุนายน 2561 ศาลปกครองตัดสินว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม แต่ปู่คออี้กลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้ เพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...