xs
xsm
sm
md
lg

ปิดฉาก ๗๙ ปีเขาดิน! เปิดตำนานตั้งแต่ครั้งเป็นทุ่งสามเสน เป็นที่ตากอากาศของ ร.๕!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค


เมื่อสุดสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ก็จะสุดสิ้นเขาดินวนา หรือสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ซึ่งพระราชทานที่ดินของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จำนวน ๑๑๘ ไร่ให้กรุงเทพมหานครเมื่อ ปี ๒๔๘๑ จัดทำเป็นสวนสัตว์ เพื่อเป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน เชื่อว่าไม่มีเด็กคนไหนในกรุงเทพฯไม่เคยไปเขาดิน แม้เด็กต่างจังหวัดก็อยากมาเขาดินกันทั้งนั้น เขาดินจะปิดลงในสิ้นเดือนนี้เพื่อย้ายไปสถานที่ใหม่ซึ่งกว้างขวางถึง ๓๐๐ ไร่ที่คลอง ๖ รังสิต ปทุมธานี โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระราชทานโฉนดที่ดินให้กับสวนสัตว์ดุสิต

บริเวณเขาดินวนา เดิมเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งสามเสน แม้ย่านนี้จะมีผู้คนอาศัยมานานแล้ว แต่ก็อยู่กันตามริมฝั่งแม่น้ำ ส่วนที่ลึกห่างแม่น้ำเข้ามามีการบุกเบิกเป็นนาเป็นสวนบ้าง มีผู้คนอยู่กันอย่างเบาบาง จนในราวปี ๒๔๔๐ ทุ่งสามเสนก็เป็นที่สนใจของพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางข้าราชการทั่วไป เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้ซื้อที่ชายทุ่งระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมไปจดคลองสามเสน แล้วสร้างพลับพลาที่ประทับชั่วคราวขึ้น รับสั่งว่าที่นี่เย็นสบายดี พระราชทานนามว่า “สวนดุสิต” ตามนามสวรรค์ชั้น ๔ ทั้งนี้แพทย์ประจำพระองค์ได้กราบบังคมทูลว่า ในพระบรมมหาราชวังที่ประทับนั้น มีพระตำหนักปลูกอย่างแออัด ปิดทางไม่ให้ลมถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ให้พระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ประชวรอยู่เป็นประจำ จึงควรเสด็จไปประทับในที่โล่งแจ้งบ้าง
หลังจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกในปี ๒๔๔๐ ได้ทอดพระเนตรกิจการสวนสัตว์ของประเทศต่างๆ เมื่อเสด็จกลับมาจึงโปรดเกล้าฯให้ขุดสระใหญ่และคลองในบริเวณด้านตะวันออกของสวนดุสิต นำดินขึ้นไปถมไว้ที่เกาะกลางน้ำ เรียกว่า “เขาดิน” นำพรรณไม้นานาชนิดมาปลูกแบบสภาพป่าธรรมชาติ และนำสัตว์จำนวนไม่มากนักมาเลี้ยงไว้ เป็นที่พักผ่อนส่วนพระองค์และข้าราชบริพารฝ่ายใน เรียกบริเวณนี้ว่า “เขาดินวนา”

เมื่อเสด็จฯมาประทับที่สวนดุสิตบ่อยครั้ง จึงทรงสร้างเป็นพระราชนิเวศน์ที่ประทับถาวรขึ้น พระราชทานนามว่า “วังสวนดุสิต” พร้อมกับโปรดเกล้าฯให้ตัดถนนสามเสน ถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินใน ถนนซังฮี้ เพื่อการคมนาคมของวังสวนดุสิต เมื่อใช้สถานที่แห่งนี้ประกอบพระราชพิธีเช่นเดียวกับพระบรมมหาราชวังแล้ว จึงเปลี่ยนนามวังสวนดุสิตเป็น “พระราชวังสวนดุสิต” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าฯให้รียกว่า “พระราชวังดุสิต”

ด้านตะวันตกของลานพระราชวังดุสิตในปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของ “สวนอัมพร” ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ จากสถานที่เดิมเป็นที่เลี้ยงกวางดาวของรัชกาลที่ ๕ ซึ่งทรงนำมาจากชวา ใช้เป็นสถานที่จัดงานราตรีสโมสรและงานประจำปีที่สำคัญของของกรุงเทพฯ เช่นงานลีลาศการกุศล งานกาชาด งานฉลองรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ปัจจุบันสวนอัมพรก็ยังเป็นที่จัดงานกาชาด งานเมาลิดกลาง และพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง

ส่วนด้านตะวันออกของลานพระราชวังดุสิต ติดกับเขาดินวนา เป็นที่ตั้งของ “สนามเสือป่า” ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมของเสือป่าในสมัยรัชกาลที่ ๖ สนามเสือป่ายังเป็นที่โปรดเกล้าฯให้ชัก “ธงไตรรงค์” ขึ้นเป็นแห่งแรกด้วย เพื่อให้ผู้พบเห็นได้วิพากษ์วิจารณ์กันว่าสมควรจะใช้เป็นธงชาติหรือไม่

ในสมัยรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนสัตว์แห่งนี้เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าชม จนหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.๒๔๗๕ รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เห็นว่ากรุงเทพฯมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสาธารณะไม่เพียงพอกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานเขาดินวนาให้เทศบาลนครกรุงเทพดำเนินการจัดทำเป็นสวนสัตว์ ที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้พระราชทานเขาดินวนาพร้อมสนามเสือป่าและสวนอัมพร ให้เทศบาลนครกรุงเทพนำจัดเป็นสวนสัตว์และสวนสาธารณะเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๘๑ เรียกสวนสัตว์แห่งนี้ว่า “สวนสัตว์ดุสิต” ต่อมาในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ ได้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นองค์การสวนสัตว์ ให้เรียกชื่อว่า “องค์การสวนสัตว์ดุสิต”

ในฐานะที่สมัยเด็กผู้เขียนอยู่แถวสามเสน จึงคุ้นเคยกับเขาดินเดินเข้าออกอยู่เป็นประจำ พอโตก็ยังเคยใช้เขาดินเป็นฉากถ่ายหนังที่สร้างด้วย พอแก่ก็ยังใช้สิทธิผู้สูงอายุเข้าเขาดินไม่เสียเงินซะอีก ในวันที่จะไม่มีเขาดินอยู่ตรงนี้แล้วก็ใจหายเหมือนกัน แต่ทุกอย่างก็ต้องมีการพัฒนา วันนี้ต้องดีกว่าวันวาน เขาดินชานเมืองคงจะปลอดโปร่งโล่งใจทั้งสัตว์ที่อยู่อาศัยและคนไปเที่ยว แต่อย่าลืมเอาสัญลักษณ์ “เขาดิน” ไปด้วยก็แล้วกัน