คึกคักยิ่งใหญ่อลังการกับประเพณีหนึ่งเดียวในโลก “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2561” ณ บริเวณอนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีจางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่สมคำล่ำลือ 67 ไอยรา โดยมีผู้สนใจหลากหลายสาขาอาชีพเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวสุรินทร์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน ต่อยอดด้วยกิจกรรม “เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก@สุรินทร์-บุรีรัมย์” กับ ททท.สำนักงานสุรินทร์ บุรีรัมย์
เมื่อวันที่ 26 - 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ บริเวณอนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีจางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมี นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในการเปิดงาน รวมถึงข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างมาร่วมสะสมบุญวันเข้าพรรษาในงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2561” เพื่อเป็นกรสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ โดย นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ นำ นางสาวปานตะวัน สิงห์เสน มิสแกรนด์สุรินทร์ 2018 และสื่อมวลชนทั้งไทยและจีนร่วมชมงานและสังเกตุการณ์อย่างใกล้ชิด ต่อด้วยการเดินทางไปร่วมกิจกรรม “เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก@สุรินทร์-บุรีรัมย์” กับ ททท.สำนักงานสุรินทร์ บุรีรัมย์ นำเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดสุรินทร์ถิ่นช้างและผ้าไหมหลากหลายชุมชน
นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ เปิดเผยว่า การจัดงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2561” เราจัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 12 แล้ว ก็ถือว่าเป็นขบวนแห่ที่ทางคุ้งวัดต่างๆ รวมทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดต้นเทียนอย่างสวยงามเพิ่มเป็นประจำทุกปี
แต่ว่าจุดเด่นของจังหวัดสุรินทร์ก็คือขบวนช้าง เพราะว่าสุรินทร์เป็นถิ่นช้างใหญ่ เพราะฉะนั้นการร่วมบุญร่วมงานบุญอะไรต่างๆ ก็จะต้องมีช้างเข้ามาอยู่ในขบวนแห่ อยู่ในกิจกรรมของงานบุญในแต่ละงานด้วย ที่นี่เราก็จะมีเอกลักษณ์ของการแห่ช้าง 67 เชือก เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย ซึ่งก็จะเป็นขบวนที่สื่อถึงพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลปัจจุบันที่มีอัจฉริยะภาพและมีพระคุณต่อประเทศชาติอย่างไร ซึ่งก็จะตกแต่งขบวนช้างมณฑปประดับไฟ ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทยในเรื่องของขบวนแห่เทียนพรรษา
และเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ได้ร่วมตักบาตรบนหลังช้างซึ่งก็มีที่เดียวในโลกนี้เช่นกัน เป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ท่านจะได้มาตักบาตรใส่ของที่จะถวายพระลงในบาตรพระที่พระท่านนั่งอยู่บนหลังช้าง ถือเป็นอนิสงค์บุญใหญ่เหมือนกันที่จะมารับบุญในวันเข้าพรรษานี้
สำหรับท่านที่พลาดไม่ได้มางานในปีนี้ปีหน้าเราก็ยังจัดอีก ก็ขอเชิญชวนท่านให้ได้มาถึงจังหวัดสุรินทร์มาร่วมบุญในเรื่องของการแห่เทียนพรรษา ถวายเทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มาถึงสุรินทร์แล้วห้ามพลาดคือต้องซื้อผ้าไหม ที่นี่ผ้าไหมสวยงามมากรวมทั้งเครื่องเงินซึ่งอยู่ในชุมชนที่เราสามารถเดินทางได้ ใกล้แค่นี่เองภายในระยะประมาณ 20 กิโลเมตรเท่านั้น ท่านก็ไปถึงชุมชนในแต่ละชุมชนแล้ว และได้ซื้อในราคาผู้ผลิตโดยตรงอีกด้วยค่ะ
สำหรับโครงการ “เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก@สุรินทร์-บุรีรัมย์” เริ่มโครงการวันที่ 1 สิงหาคม จนถึง 30 กันยายน ปี 2561 นี้ เพียงท่านมาเที่ยวชุมชนที่น่ารักของเราในจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ ซึ่งเรากำหนดไว้ในคู่มือ และในคู่มือสามารถขอรับได้ที่ ททท.สำนักงานสุรินทร์และ ททท.สำนักงานในประเทศทุกแห่งทั่วประเทศ สามารถไปเที่ยวชุมชนและแชะ แชร์ ถ่ายภาพตรงจุดที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ อย่างที่สุรินทร์จะมีประมาณ 8 ชุมชน ที่บุรีรัมย์ จะมี 5 ชุมชน ถ่ายรูปและแฮชแท็กไปที่ “เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก@สุรินทร์-บุรีรัมย์” หรือแฮชแท็กไปที่ ททท. สำนักงานสุรินทร์ และตั้งเป็นสาธารณะด้วย เราจะเข้าไปดูภาพและเลือกภาพมา เพื่อที่จะได้รับของที่ระลึกเป็นกระบอกน้ำสุขใจลดโลกเลอะ จาก ททท.สำนักงานสุรินทร์ 400 ท่านแรกเท่านั้น อย่าช้าค่ะ” นางสาวบุณยนุช กล่าว
สำหรับ 8 ชุมชน ที่น่าสนใจของจังหวัดสุรินทร์ที่ขอแนะนำ คือ หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง อ.ท่าตูม, หมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณบ้านท่าสว่าง อ.เมือง, หมู่บ้านผ้าไหมบ้านสวาย อ.เมือง, หมู่บ้านโพธิ์กอง อ.ปราสาท, หมู่บ้านเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ , หมู่บ้านอาลี อ.สำโรงทาบ, หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบ้านพญาราม อ.เมือง, หมู่บ้านเมืองลีง อ.จอมพระ ด้าน “จังหวัดบุรีรัมย์” จังหวัดนี้ก็เป็นจังหวัดที่ไม่ได้มีดีแค่ปราสาทพนมรุ้ง สนามฟุตบอล สนามแข่งรถ แต่ว่าที่นี่ยังมีวิถีชีวิตของชุมชนที่อยากให้ลองไปสัมผัสกันสักครั้ง วิถีแบบพื้นถิ่นที่นับวันจะหาดูได้ยาก ใน 5 หมู่บ้าน คือ บ้านสนวนนอก อ.ห้วยราช, บ้านเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ, บ้านโคกเมือง อ.ประโคนชัย, ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ “ผ้าซิ่นตีนแดง” อ.นาโพธิ์, ชุมชนบ้านหนองตาไก้ อ.นางรอง ซึ่งแต่ละชุมชนก็มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ที่น่าสนใจ อาธิ
หมู่บ้านเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ ชมการทำเครื่องเงิน บ้านลุงป่วน เจียวทอง หมู่บ้านเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปราชญ์ชาวบ้านสาขาศิลปหัตถกรรมและสิ่งทอเครื่องประดับเงินโบราณ ซึ่งได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 6 ซึ่งคุณลุงป่วน หมู่บ้านเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ หรือ “กลุ่มหัตถกรรมเครื่องเงินบ้านโชค” ได้รับการขนานนามว่า เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงินโบราณ โดยยังคงใช้กรรมวิธีการทำเครื่องประดับเงินแบบโบราณ ที่มีการสืบทอดมายาวนานจนถึงรุ่นที่ 6 ลวดลายที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ “ลูกประเกือม” หรือ “ลูกประคำ” ในภาษากลาง ด้วยความสวยงามโดดเด่นของลวดลายเหล่านี้ ทำให้ลูกประเกือมเงิน กลายเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเงินหมู่บ้านเขวาสินรินทร์
“หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณ บ้านท่าสว่าง” ชมศิลปะการถักทอเส้นไหมสลับช้อนดิ้นทองผสมลายราชสำนักโบราณอันวิจิตรงดงามจนกลายเป็นผืนผ้าไหมยกทองพร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาการย้อมสีจากธรรมชาติชาวสุรินทร์ ที่ “กลุ่มทอผ้ายกทองโบราณ จันทรโสมา” บ้านท่าสว่าง จ.สุรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหม สุดอลังการด้วยเทคนิคการทอผ้าไหมยกทองแต่ละผืนนั้นต้องใช้ตะกอในการทอถึง 1,416 ตะกอ ใช้คนทอแต่ละครั้งถึง 4 คน ในการทอ และทอได้ความยาว 3-4 เซ็นติเมตรต่อวัน เป็นการทอผ้าไหมที่หาชมยาก
“ชุมชนบ้านสวาย” ชุมชนทอผ้าชาวไทย-เขมร ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตผ้าไหมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของสุรินทร์ การทอที่สลับซับซ้อน ต้องใช้ความสามารถและอาศัยทักษะความชำนาญในการทอ ชมกระบวนการย้อมและทอผ้าไหมสีธรรมชาติ โดย “แม่สำเนียง บุญโสดากร” เปิดบ้านเป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจ เรียนรู้ขั้นตอนการทำผ้าไหมที่ศูนย์การเรียนรู้ผลิตผ้าไหม กลุ่มหัตกรรมสตรีทอผ้าไหมบ้านสวาย ชุมชนบ้านสวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์ สัมผัสชีวิตชุมชนคนน่ารักด้วยการมาพักโฮมเสตย์ที่นี่ ช้อปสินค้า “ตลาดไหมใต้ถุนเรือน” บ้านตารอด ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ที่รักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยปลายน้ำจะมีบ้านพักโฮมสเตย์ และ ตลาดไหมใต้ถุนเรือน บ้านตารอด ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมสินค้าชุมชนของหมู่บ้าน อาทิ ผ้าไหม สบู่โปรตีนไหม ฯลฯ ของกลุ่มสตรีแม่บ้านที่น่าสนใจมาจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์อีกด้วย
“กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพญาราม” ชมผ้าไหมลายพื้นเมืองลาย “โฮล” ลายน้ำไหล ลายใบไผ่ และชม “บ้านชิดชอบ” ซึ่งเป็นบ้านไม้โบราณของต้นกระกูลชิดชอบ ซึ่งเคยเป็นผู้คล้องช้างและเลี้ยงช้างจำนวนมาก มีศาลปะกำโบราณ อุปกรณ์การคล้องช้างสมัยโบราณ ยังอยู่ในสถานที่เปรียบเป็นพิพิธภัณฑ์ของผู้เลี้ยงช้างตำบลเพี้ยราม
สนใจสอบถามข้อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ (สุรินทร์-บุรีรัมย์) โทร. 044-51 4447-8 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ (08.30-16.30) E-mail tatsurin@tat.or.th, www.surin.go.th
เรื่อง/ภาพ : อรวรรณ เหม่นแหลม


