xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : ยกฟ้อง "หมอนิ่ม" แม่คุกตลอดชีวิต | โซเชียลไล่โกง #ทะเลรีวิว | "เณรคำ" นิมิตพบพระอินทร์ คุก 114 ปี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 4 - 10 ส.ค. 2561)

อันดับ 1 : ยกฟ้อง "หมอนิ่ม"-แม่คุกตลอดชีวิต แค้นแทนลูกหลานจ้างวานฆ่า "เอ็กซ์ จักรกฤษณ์"

คดีที่ "เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม" นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ถูกยิงเสียชีวิตคารถยนต์หรู ที่ปากซอยรามคำแหง 166 เขตมีนบุรี กทม. เมื่อ 11 ก.ค. 2556 ก่อนจับกุม นางสุรางค์ ดวงจินดา แม่ของ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยากับพวก หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ประหารชีวิตหมอนิ่มและทนายความไปแล้ว ล่าสุด 6 ส.ค. ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษายกฟ้องหมอนิ่ม และจำคุกตลอดชีวิตนางสุรางค์ ฐานจ้างวานฆ่า โดยให้เหตุผลว่า จำเลยยังมีความรักใคร่กับผู้ตายอยู่ เคยพาบุตรสาวไปเยี่ยมผู้ตายที่เรือนจำทหารระหว่างถูกดำเนินคดีทำร้ายร่างกายจำเลย และไม่คัดค้านการประกันตัว อีกทั้งพยานหลักฐานแวดล้อมฟังไม่ได้ว่าเป็นคนจ้างวาน

ส่วน นางสุรางค์ ศาลเห็นว่าเป็นผู้จ้างวานให้คนกลางติดต่อทนายอี๊ด หรือนายสันติ ทองเสม ได้รับมอบเงิน 2 งวด รวม 1.2 ล้านบาท ว่าจ้างมือปืนและคนขับขี่รถจักรยานยนต์ไปยิงนายจักรกฤษณ์ สารภาพได้เงินค่าจ้างคนละ 2 แสนบาท สาเหตุเพราะโกรธแค้นที่นายจักรกฤษณ์ ลูกเขยทำร้ายร่างกายหมอนิ่มและหลานสาวบาดเจ็บหลายครั้ง เชื่อว่าไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมได้ ต่อมาศาลให้ประกันตัวนางสุรางค์เพื่อสู้คดีในชั้นฎีกา โดยวางเงินประกัน 1 ล้านบาท ส่วนมือปืนและคนขับขี่รถจักรยานยนต์พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิต และทนายอี๊ดพิพากษายืนประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม ทนายอี๊ดได้หนีประกัน ศาลจึงให้ออกหมายจับมีอายุความ 20 ปี

อันดับ 2 : อย่าให้คนโกงมีที่ยืน! กดดัน "น้องเรย์" โกงของออนไลน์ สอบติด ม.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ในโซเชียลมีเดีย มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ สโมสรนักศึกษาวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า มีนักศึกษาใหม่นามว่า น.ส.เรย์ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ชาวบ้านร้องตอง อ.ภูเพียง จ.น่าน หลอกขายสินค้าพรีออเดอร์จากประเทศเกาหลีใต้ เช่น เครื่องสำอาง แผ่นซีดีเพลงของศิลปินเกาหลี ผ่านทวิตเตอร์ 3 บัญชี และใช้แฮชแท็ก #ทะเลรีวิว #Pimjai_Review กลับไม่ส่งสินค้าให้ลูกค้าที่โอนเงินให้แล้ว ทำให้มีผู้เสียหายนับร้อยคน ความเสียหายรวมกันนับแสนบาท กระทั่งมีผู้พบเห็นว่าผู้ก่อเหตุเป็นนักศึกษาใหม่ บรรดาผู้เสียหายจึงต่างพากันแชร์รูปดังกล่าวและโพสต์ทวงถามความรับผิดชอบ

หลังเกิดเรื่อง วิทยาลัยต้นสังกัดปฏิเสธที่จะชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับกรณีนี้ ขณะที่โลกโซเชียลพากันกดดันอย่างหนัก กระทั่ง รศ.โรม จิรานุกรม รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ ระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอเวลาตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อมาบ่ายวันที่ 8 ส.ค. ผู้ปกครองและ น.ส.เรย์ ได้เข้าพบผู้บริหารวิทยาลัย โดยได้แสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสียชื่อเสียง พร้อมกันนี้ได้แจ้งลาออกจากนักศึกษาเป็นลายลักษณ์อักษร และคณบดีได้อนุมัติแล้ว โดยมหาวิทยาลัยฯ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทาหรณ์และบทเรียนในการดำเนินชีวิตให้แก่ทุกคน

อันดับ 3 : คุก 114 ปี "อดีตหลวงปู่เณรคำ" ยึดทรัพย์ 43 ล้าน คดีฉ้อโกงเงินบริจาคประชาชน

หลังจากที่ศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สั่งให้ส่งตัวนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ตามคำขอของประเทศไทย และได้มาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 ผ่านไป 1 ปี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก 114 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายฟอกเงิน แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกได้สูงสุด 20 ปี พร้อมให้ชดใช้เงินกับผู้เสียหาย 29 รายตามที่ฉ้อโกงไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ศาลแพ่งได้พิพากษาให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 43,478,992 บาทไปแล้ว

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยอ้างว่านิมิตพบพระอินทร์ ให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ตรวจสอบแล้ว พบว่าใช้หินอ่อนหินปูนในการก่อสร้าง ไม่ใช่หินหยกจากอิตาลี ตามที่จำเลยกล่าวอ้าง รวมทั้งที่อ้างว่าเป็นผู้มีบุญ พบพญานาคเทวดา สามารถเดินจงกรมบนน้ำหรือในอากาศได้ เป็นการอวดอุตริมนุสธรรม ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันว่าที่ร่วมทำบุญเพราะศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติดี มีปาฏิหาริย์ เป็นพระอรหันต์โดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก แต่กลับใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยปราศจากเหตุผล ซื้อเครื่องบินส่วนตัว รถยนต์หรู จึงเป็นการอ้างเท็จเพื่อให้ได้ทรัพย์สิน เข้าข่ายแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

อันดับ 4 : ดรามาแย่งลูกสะพัดโซเชียล สุดท้ายจบลง-ขอตกลงกันเอง

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. เฟซบุ๊ก “Arocha Reampong” ได้แพร่ภาพสดขณะตำรวจร่วมมือกับทหารใช้กำลังควบคุมตัวชายสวมเสื้อดำ ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างนั้นได้กล่าวว่า "อย่าเอาลูกผมไปไหน" ก่อนจะพาตัวขึ้นรถกระบะเพื่อควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจ ทราบชื่อภายหลังคือ นายธารา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ระบุว่า อดีตภรรยาได้แจ้งความเท็จต่อตำรวจ ในคดีฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก 2 คน และกล่าวหาว่ามีอาวุธปืนและมีอาชีพค้ายาเสพติด ต่อมาได้เข้าแจ้งความกลับอดีตภรรยา และบิดา รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่าตอนอายุ 17-18 ปีเคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดแต่ปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้แล้ว

ต่อมาแม่ของเด็กให้ข้อมูลกับเพจสายดาร์ค "อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return" ระบุว่า ไม่ได้แจ้งความกับตำรวจและทหาร แต่ไปปรึกษากับทหาร ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่บางละมุง อ้างว่าพ่อกีดกันไม่ให้เจอหรือพูดคุย และได้ให้ข้อมูลกับทหารว่า ค้ายาเสพติดในอดีต และชอบพกปืน เคยทำร้ายร่างตน โดยแม่เด็กไม่ได้ยินยอมยกลูกให้ตั้งแต่แรก และกล่าวหาฝ่ายชายว่ามีอาการทางจิต ไม่ประกอบอาชีพใดๆ เล่นการพนันฟุตบอล เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะที่ฝ่ายชายโต้กลับตอนนี้เปลี่ยนตัวเองหมดแล้ว เรื่องนี้ก็จบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายขอคุยกันเองไม่อยากเป็นข่าว เพราะเกรงว่าจะเกิดผลเสียหายตกไปถึงเด็กและครอบครัวทั้งสองฝ่าย

อันดับ 5 : จับ "บูม บิตคอยน์" ฉ้อโกงชาวฟินแลนด์ ลงทุนสกุลเงินดิจิตอลใหม่สูญเกือบ 800 ล้าน

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต อายุ 27 ปี ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ขณะกำลังถ่ายทำละครเรื่องใหม่ ที่โรงภาพยนตร์ย่านรัชโยธิน สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายอาร์นี ออตตาวา ซาอ์ริมาอ์ ชาวฟินแลนด์ ร้องต่อกองปราบปรามว่า ถูกนายบูมชักชวนให้ลงทุนเงินดิจิตอล ในชื่อ ดราก้อน คอยน์ อ้างว่าเป็นบริษัทที่สามารถทำกำไรได้สูง จึงร่วมลงทุนโดยโอนเงินบิตคอยน์ จำนวน 5,564 เหรียญบิตคอยน์ คิดเป็นมูลค่า 797 ล้านบาท ไปยังอีวอลเลทของกลุ่มผู้ต้องหา แต่กลุ่มผู้ต้องหากลับเงียบหาย ไม่ได้รับหุ้นตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ เมื่อทวงถามกลับบ่ายเบี่ยงตลอด ก่อนเข้าแจ้งความดังกล่าว

สืบสวนพบว่ามีการโอนเงินถ่ายเทไปยังพ่อแม่ญาติพี่น้อง โดยมีนายปริญญา จารวิจิต พี่ชาย และ น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต พี่สาว ที่ยังจับกุมตัวไม่ได้รวมอยู่ด้วย และมีผู้ร่วมขบวนการอีก 4 ราย หนึ่งในนั้นคือนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ บุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอ้างว่าตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ ต่อมาวันที่ 10 ส.ค. ตำรวจกองปราบฯ ส่งฝากขังนายบูมโดยคัดค้านการประกันตัว ส่วนญาตินายบูมได้ยื่นประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ที่สุดศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ขณะที่ ปปง. ได้อายัดบัญชีเงินฝากของกลุ่มผู้ต้องหา 51 บัญชี และที่ดิน 15 แปลง มูลค่ารวมประมาณ 176 ล้านบาท

อันดับ 6 : ปิดตำนาน 80 ปีสวนสัตว์ดุสิต เปิดให้บริการถึงสิ้นสิงหาคม ก่อนจะย้ายไปที่ใหม่

กลายเป็นการปิดตำนานสวนสัตว์ที่หลายคนต่างก็มีความทรงจำในวัยเด็ก สำหรับสวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา แหล่งท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อมีผู้แชร์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า “สวนสัตว์ดุสิต” จะปิดตัวในสิ้นเดือน ส.ค. 2561 ภายหลังฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวนสัตว์ดุสิต ชี้แจงว่า ตามแผนปฏิบัติงานจะเปิดให้บริการจนถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2561 เพื่อทยอยดำเนินการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกไปจัดแสดงที่สวนสัตว์ 6 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา อุบลราชธานี และ ขอนแก่น สำหรับพื้นที่แห่งใหม่ บริเวณคลอง 6 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 300 ไร่ ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษากำลังเข้ามาสำรวจข้อมูลในด้านต่างๆ

สำหรับสวนสัตว์ดุสิต เป็นสวนสัตว์แห่งแรกในไทย เดิมคือสวนดุสิต หรือ เขาดินวนา เป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2438 ในสมัยรัชกาลที่ 5 กระทั่งรัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริบำรุงสวนนี้ให้กว้างขวาง และเปิดให้ประชาชนมาพักผ่อนหย่อนใจ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขอพระราชทานสวนดุสิตจัดทำเป็นสวนสาธารณะ ก่อนที่พระองค์เจ้าทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ อนุมัติให้เทศบาลนครกรุงเทพรับมาจัดเป็นสวนสาธารณะ ก่อนย้ายสัตว์ชนิดต่างๆ มาจากสวนอัมพร และสวนสราญรมย์ ก่อสร้างและเปิดให้บริการเมื่อ 18 มี.ค. 2481 เรียกว่า สวนสัตว์ดุสิต มาถึงปัจจุบัน

อันดับ 7 : 4 สมาชิกหมูป่าได้สัญชาติไทย - "หม่อง ทองดี" ยังร้องเพลงรอ มท.ขอหนังสือราชการ

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก อายุ 25 ปี หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี 1 ใน 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับการอนุมัติสัญชาติไทย พร้อมกับ ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน อายุ 14 ปี, ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม หรือน้องมาร์ค อายุ 13 ปี และ ด.ช.พรชัย คำหลวง หรือน้องตี๋ อายุ 16 ปี แม้นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย ชี้แจงว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่ใช่เกิดเหตุการณ์ติดถ้ำหลวงแล้วถึงอนุมัติ แต่สังคมก็สงสัยถึงมาตรฐานการให้สัญชาติไทย เปรียบเทียบกับนายหม่อง ทองดี อดีตแชมป์พับกระดาษที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ผ่านมา 9 ปีแล้วก็ยังไม่ได้สัญชาติไทย

อย่างไรก็ตาม นายวีนัส ศรีสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า กฎหมายสัญชาติเมื่อปี 2559 ด.ช.มงคล และ ด.ช.พรชัย มีแม่เป็นกลุ่มไทลื้อ อพยพเข้ามาอยู่ในไทยตั้งแต่ปี 2538 เกิน 15 ปี ส่วน ด.ช.อดุลย์ เป็นเด็กไร้รากเหง้าที่พ่อแม่ทอดทิ้ง แต่เรียนหนังสือในไทยไม่น้อยกว่า 10 ปี โค้ชเอกพิสูจน์ได้ว่าเกิดในไทย พ่อที่เสียชีวิตไปก็ได้สัญชาติไทยแล้ว ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ แต่สำหรับนายหม่อง พ่อแม่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ต้องเรียนจบปริญญาตรีในประเทศไทยก่อน หรือไม่เช่นนั้นก็ทำคุณประโยชน์ ต้องหนังสือรับรองจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐขณะนี้ทางกรมรอเอกสารจากส่วนราชการอยู่


กำลังโหลดความคิดเห็น...