xs
xsm
sm
md
lg

จากภูมิปัญญาชาวบ้าน “ตุ้มหูจักสานจิ๋ว” สู่งานฝีมือระดับอินเตอร์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคอีสาน ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น...ถึงแม้ว่าจะเริ่มค่อยเห็นมากนักปัจจุบัน แต่ด้วยวิธีการคิดประยุกต์ไปสู่อีกรูปแบบ ผลลัพธ์แห่งการสร้างสรรค์จึงบังเกิดเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โปรดักต์ “ตุ้มหูจักสานจิ๋ว” ภายใต้การกำกับดูแลของ ฟลุ้ค-เขมิกา ชัญโต หนึ่งในลูกหลานชาวอีสานรุ่นใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการรังสรรค์ผลงานที่ส่งต่อไปสู่วงกว้างจนเป็นที่ยอมรับทั้งคนในและนอกประเทศในที่สุด

 • ช่วยเล่าถึงช่วงชีวิตก่อนหน้านี้สักนิดครับ

หลังจากที่เรียนจบก็ลงไปทำงานที่ จ.ชลบุรี ก็ไปเป็นลูกจ้างเขา แล้วก็ไปค้าขายตามตลาดนัด จนมีเหตุบางประการที่ทำให้ต้องกลับมาที่บ้าน ซึ่งทางบ้านก็ทำเกี่ยวกับสินค้าโอทอปของ จ.ยโสธรอยู่แล้ว เราก็เลยอยากจะกลับมาช่วยดูแลเรื่องการตลาด เพราะว่าในกลุ่มสมาชิกของคุณแม่ไม่มีใครมาช่วยดูแลเรื่องนี้ เราเลยมาช่วยตรงนี้ พอได้ออกตลาดขายตามงานต่างๆ เราก็ทำหน้าที่ออกตลาดแทนเขาเพราะเขาเริ่มเหนื่อยกัน เวลาที่ออกตลาดในแต่ละครั้งก็ค่อนข้างที่จะใช้แรงเยอะ แล้วในกลุ่มก็ไม่ค่อยมีเด็กรุ่นใหม่เข้ามาดูและตรงนี้ แล้วเราก็ได้มาเจอคุณแม่ที่เป็นประธานกลุ่มตุ้มหูสานจิ๋ว เรารู้สึกว่ามันน่าจะไปต่อได้อีกไกล เราก็เลยถามคุณแม่ว่าเคยมีคนไปรับมาขายมั้ย แม่ก็บอกว่าก็นิดๆ หน่อยๆ แต่ช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้ก็มีไปเมืองนอกเหมือนกัน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะด้วยหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการขนส่ง  หรือเรื่องภาษา แม่ก็เลยหยุดไปตรงนั้นและเพิ่งกลับมาใหม่

 • โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบการค้าขายด้วย

เราเป็นคนที่ชอบขายของอยู่แล้ว พอเลิกจากงานก็จะไปขายของตามตลาดนัดแบบตามกระแส เราก็จะขายดี แล้วก็จะสนุก พวกเครื่องสำอาง เสื้อผ้า ครีม สบู่ เราเคยขายหมด มันเลยทำให้เป็นจิตวิญญาณของเราในการขายของ จนมีเหตุที่เราไปขายไม่ได้ เราเลยรู้สึกว่า เวลาเงินไม่เข้าก็จะรู้สึกไม่ค่อยดี ก็มีคิดว่าจะทำยังไง เราก็เลยลองขายในเฟซบุ๊กสิ เราก็เริ่มขายในเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อน พอเริ่มมีคนซื้อแล้วก็ทำให้เป็นกิจจะลักษณะ คือ ทำเพจ คือไม่ได้ได้ทำจักสาน แต่เป็นการขายออนไลน์ คือเริ่มขายมาบ้างแล้ว ตอนนี้ก็นอกจากของเหล่านี้แล้วก็มีมาลัยข้าวตอก สบู่โลชั่นน้ำต้นไผ่ เจ้าแรกในเมืองไทยที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง เป็นสินค้าโอทอปของยโสธรด้วย เพราะว่าไม่อยากให้มันหลุดจากตัวตนของเรา

 • ตอนที่ไปบุกเบิกเป็นยังไงบ้าง

แรกๆ เลยคือคุณแม่ท่านมีภูมิคุ้มกันในเรื่องการโดนโกงมา แล้วไม่ค่อยเปิดใจให้คนภายนอกเข้ามายุ่ง แต่ด้วยความที่บ้านใกล้กัน เราก็เลยใช้วิธีเข้าไปหาที่บ้าน เราใช้ความจริงใจว่าเราอยากทำจริงๆ อยากมาช่วยเรื่องการตลาดออนไลน์ แรกๆ ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ พอเริ่มหลังๆ มาเราใช้ความจริงใจเข้าไปว่า เราอยากจะมาช่วยตรงนี้จริงๆ แล้วให้มันเกิดผลจริงๆ เวลาครึ่งปีได้ ถึงจะยอมให้เรามามีส่วนร่วม เราก็ไม่ได้ไปวุ่นวายขนาดนั้น แต่จะคอยเสนอแนะว่าถ้ามีแบบใหม่ แม่ลองทำมั้ยคะ หรืออันนี้เป็นข้อติติงจากลูกค้ามา แม่ลองเปลี่ยนดูมั้ย ประมาณนั้น

ในตอนแรกสุดเริ่มทำเป็นตะกร้าไซส์เล็กๆ จากนั้นก็มาเป็นเข็มกลัดพวงองุ่น พอไม่มีไซไปจับปลาแล้ว เขาก็จะมีพัฒนาชุมชนของจังหวัด เข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ว่าเป็นเข็มกลัดดูมั้ย ทำเป็นพวงองุ่นอย่างที่บอก สักพักเริ่มพัฒนาเป็นสร้อยคอ, ที่ติดผม จนมาจบที่ตุ้มหู เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด ก็จะมีแบบใหม่ๆ อยู่ตลอด ถ้าทางกลุ่มทำได้เขาก็จะทำให้เรา

 • อยากให้ช่วยขยายความหน่อยว่างานคราฟต์คืออะไร

ถ้าเอาตามความเข้าใจของเรานะคะ คือการทำงานฝีมือทุกขั้นตอน อย่างงานจักสาน อย่างของที่บ้านจะเป็นมาลัยข้าวตอกที่ทำด้วยเปลือกข้าวเหนียว แล้วเอามาร้อยทีละเม็ด แล้วก็มานั่งทำเป็นพวงมาลัย แล้วก็มาทำดอกไม้ พับทีละดอก คือเป็นงานคราฟต์ที่ฝึกเอง เข้าใจ แล้วรู้สึกว่าเขามีมูลค่าในสินค้านั้นๆ เป็นอะไรที่เราเห็นสินค้า แล้วเรารู้สึกว่ามันสวยนะ แล้วมันน่าจะไปได้ไกลกว่ามานั่งขายแค่คนกันเอง

 • พอลองเอามาขายครั้งแรกก็ได้ผลตอบรับเลย แน่นอนว่าปัญหาก็ตามมาด้วยเช่นกัน

เห็นผลเลยค่ะ คือพอเขาไปได้สินค้ามาแล้วก็มาทำการตลาดเลย คือได้เสียงตอบรับดีจนเราไม่มีของให้เขา แต่ปัญหาส่วนใหญ่ คือ ถ้าตัวสินค้าไปอยู่ในมือลูกค้าเลย มันจะมีความสมบูรณ์ ตัวสินค้าจะอยู่ได้นาน แต่จะมีปัญหาในเรื่องการขนส่ง คือด้วยบางผลิตภัณฑ์จะมีความเปราะบางมาก ส่วนใหญ่ก็จะมีลักษณะประมาณว่าหักนิดหน่อย เราก็หาคำตอบได้ว่าน่าจะมาจากที่เราจัดแพ็คไม่ดี เราเลยแก้ไขด้วยการจัดแพกฯ ให้ดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว กรรมวิธีในการทำ พอเสร็จแล้วคุณแม่เขาจะใช้วิธีแบบเคลือบชัน ประมาณว่าให้คนสมัยก่อนสามารถนำไปตักน้ำได้ เพื่อความคงทนและกันมอด อย่างตะกร้ารูปทรงที่มีขา ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่ามันจะขายดี จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เราไปเจอคุณแม่ แล้วเจอ 5 คู่ เราก็เลยขอกลับมา แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ประมาณ 20 นาที ไม่เหนื่อยเลย แล้วทุกคนก็จะถามว่าทำไมทำมาน้อย หรืออย่างสุ่ม เป็น Best seller ของงานนี้เลย

 • ตอนนี้ขายมานานแค่ไหนแล้วครับ

ถ้าจริงจังเลยก็ประมาณ 6 เดือนได้ ในช่วงเวลานี้เรารู้สึกว่าดีมากๆ เลย ไม่คิดว่าได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ คือตอนแรกแค่อยากขายให้มาเสริมกับสินค้าที่เรามีอยู่แล้ว เพราะว่างานคราฟที่บ้าน จะมีการขายแค่หน้าเทศกาลแค่นั้น แต่ว่าจะขายได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งปี ไม่บูมเท่าตุ้มหู เราก็เลยอยากหาอะไรที่มันเป็นตัวเราเอง เราชอบงานที่เป็นงานฝีมือ และอยากจะดันสินค้าของคนภาคอีสาน จนเราได้มาเจอตุ้มหูของคุณแม่ เราก็ลองดู เผื่อมันขายได้ ส่วนเรื่องคุณภาพ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรากังวล เพราะเรากลัวตรงที่มีออเดอร์เข้ามาเยอะๆ เราบอกคุณแม่ว่า เราไม่เน้นจำนวน เราเน้นงานสวย เพราะว่าเราจะเป็นคนที่กลัวการตำหนิจากลูกค้า ประมาณว่าทำไมไม่เห็นเหมือนในรูปตัวอย่างสินค้าเลย เรากลัวเรื่องนี้มากๆ ซึ่งเราเลยบอกกับลูกค้าว่าในรูปอาจจะไม่สวย แต่ตอนส่งขอให้สวยที่สุด


 • นอกจากเป็นที่ชื่นชมกับคนไทยแล้ว ทราบมาว่างานนี้ก็โกอินเตอร์ด้วย

มี จีน อังกฤษ และอเมริกา คือเป็นคนไทยที่ซื้อไป เพราะว่าเขาเห็นในเพจนี้ค่ะ เราเลยตัดสินใจที่จะไปตีตลาดดู ที่แรกที่อเมริกา เขาบอกว่าฝรั่งเขาจะชอบอะไรที่มันใหญ่ๆ หน่อย เลยลองทำแบบไซส์ใหญ่ส่งไปให้ ทางเขาก็อยากได้ที่เป็นแบบไซส์ของจริงเลย จากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่วนทางอังกฤษ เขาจะชอบของที่เล็ก ละเอียด สวย ต้องตรงปก เน้นความเนี้ยบ เราส่งไป 200 คู่ แต่ใช้ได้ 70 คู่ ที่เหลือโดนตีกลับเพราะว่าไม่ตรงปก เราก็ให้เหตุผลว่ามันเป็นงานฝีมือนะ ความยากอีกอย่างก็คือการที่จะมาจับคู่ให้มันเท่ากัน

 • กลายเป็นว่าปัญหาในเรื่องคุณภาพของงานก็ตามมาด้วยเช่นกัน

ตอนแรกสุดที่เราเข้ามาดูแลในเรื่องการตลาด เราก็เข้าใจในเรื่องนี้แล้ว แต่ก็พยายามให้ลูกค้ามาเข้าใจเรา ด้วยการไลฟ์สด ผ่านทางแฟนเพจร้าน คุยกับลูกค้าว่ามันเป็นงานคราฟต์นะคะ บางทีอาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นัก แต่คนที่ชอบงานประเภทนี้อยู่แล้วจะเข้าใจ แล้วก็จะตรงกับกลุ่มลูกค้าเรา คือแม้ว่าลักษณะจะไม่ตายตัว ขนาดอาจจะลดหลั่นกันไป แต่ว่ารูปแบบจะเหมือนเดิม อย่างสีพื้นจะมีทุกไซส์ ส่วนแบบที่เป็นสีก็จะเป็นอีกรูปแบบ อย่างบางแบบที่มีสีนั้น เราก็จะแนะนำคุณแม่ว่า ขายวัยรุ่นเนอะ ต้องมีสีสันหน่อย แกก็บอกว่าเอาสีอะไรล่ะ ยอมย้อมต่อให้เลย แต่โดยรวมสีพื้นจะขายดีที่สุด และก็จะเข้าได้ทุกชุด

 • จากการดูงานมา ทำไมไม่เอามาจุ่มสีเลย

เราเคยบอกคุณแม่ว่าสานเสร็จแล้วเอาจุ่มสีเลยมั้ย แม่บอกว่าไม่ได้ ถ้าทำได้ง่ายก็ทำไปแล้วสิ เพราะมันมีงานหนึ่ง นักท่องเที่ยวเข้าเยอะ แล้วมันขายดีมากๆ และคุณแม่ก็ทำให้ไม่ทัน เพราะท่านก็ต้องทำออเดอร์ไปขายเองด้วย เราก็บอกแม่ไปอย่างที่บอก แม่ก็บอกว่าทำได้ทำเลย แต่ปรากฏว่าทำไม่ได้ มันต้องไปย้อมก่อน ต้องทำทีละเส้น แล้วค่อยไปตากแดด จากนั้นก็ส่งไปสานนะ

 • อีกปัญหาหนึ่งก็คือ แทบไม่มีคนจะมาสืบต่อแล้ว ทางคุณเองก็พยายามสืบต่อเช่นเดียวกัน

ใช่ค่ะ เพราะว่ามีความกังวลว่าถ้าไปเจอทุกคนที่เป็นสมาชิกในกลุ่มแล้วจะเป็นลักษณะว่า ถ้าหนูยังไม่รวยล่ะ หรือแม่ไม่อยู่แล้วล่ะ ท่านก็บอกว่าให้เข้ามาเรียนเลย เราก็พยายามเข้าไป เพราะอีกอย่างท่านก็เปิดหลักสูตรสอนการสานของจังหวัดศรีสะเกษเลย คือถ้าให้ท่านไปเป็นวิทยากรที่ไหนแกก็ไป อย่างเราก็เริ่มทำในส่วนตะกร้าก่อน เพราะว่าเป็นไซส์ที่มองเห็นได้มากที่สุด คือ การตอกจะเป็นเดียวกัน แต่ต้องจับให้เป็นตารางสี่เหลี่ยมหมากรุกก่อน ใช้เวลาประมาณ 1 วันได้ ซึ่งก็ยังไม่สวยงามเท่าไหร่ เพราะว่าถ้าทำไม่ถึงเกณฑ์ที่คุณแม่วางไว้ มันก็จะจับเป็นตะกร้าไม่ได้ ทำให้ข้ามไปขั้นตอนต่อไปที่เป็นการชุบชันไม่ได้ ส่วนแบบอื่นก็ตอกในลักษณะเดียวกัน แต่บางอย่างแม้ว่าจะทำไม่ยากแต่ก็ไม่ค่อยมีคนทำเหมือนกัน