xs
xsm
sm
md
lg

จากเด็กหลังครัว สู่เชฟมืออาชีพ “เชฟบิว ภูเตโช”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ถ้าเอ่ยถึงรายการ “เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย” หรือ “Iron Chef Thailand” ซึ่งเป็นเกมโชว์การทำอาหาร โดยรายการได้รับลิขสิทธิ์จากบริษัท ฟูจิ ครีเอทีฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ในการผลิตรายการนี้ และเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักรายการดังรายการนี้ ที่รวมเชฟสุดยอดฝีมืออันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่ได้ชึ้นชื่อว่าเป็น “เชฟกระทะเหล็ก” มาแข่งทำอาหารโชว์กันในรายการ แต่ใครล่ะจะเป็นผู้หาญกล้ามาท้าชิงกับเชฟกระทะเหล็กยอดฝีมือเหล่านั้นได้ หากฝีมือไม่เยี่ยมยุทธจริงๆ ก็คงไม่ถูกเชิญไปร่วมรายการแน่นอน

และหนึ่งในผู้เยี่ยมยุทธ์ยอดฝีมือนั้นก็ยังมีรายชื่อของเชฟหนุ่มที่มีนามว่า “เชฟบิว” หรือ “ภูเตโช กาญจนกิจติกูล” ปรากฏในผู้ท้าชิงด้วย ซึ่งเป็นเครื่องการรันตีได้ว่าเชฟหนุ่มผู้นี้ต้องมีอะไรดีๆ ที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ในตัวแน่นอน อย่ากระนั้นเลยเรามาทำความรู้จักกับเชฟหนุ่มผู้หาญกล้ามาท้าชิงเชฟกระทะเหล็กกันเลยดีกว่า

“ภูเตโช กาญจนกิจติกูล” หรือ “เชฟบิว” ที่หลายๆ คนรู้จักและเคยได้รับเกียรติเป็นถึงผู้ท้าชิงเชฟจากรายการ “เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย” มาแล้ว เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า

“เริ่มแรกตอนสมัยเด็กๆ นั้น ผมค่อนข้างเป็นเด็กที่เกเรมากคนหนึ่ง งานแรกของผมคือ เด็กขายราดหน้า เด็กล้างจาน จนวันหนึ่งผมมีโอกาสได้ทำงานโรงแรมอโนมา กรุงเทพ ซึ่งเป็นพนักงานรายวัน หน้าที่ของผมคือ ปอกมัน ผัก และผลไม้ วันๆ ทำอยู่แค่นี้จริงๆ ครับ


จนวันหนึ่งก็มีงานเลี้ยงผมต้องอยู่ช่วยงานรอบเย็นจึงได้เห็น ซึ่งมันได้จุดประกายในตัวผม เปลวไฟจากการผัดอาหาร และการตกแต่งจานอาหารที่ทำให้อาหารธรรมดา กลายเป็นอาหารที่มีสีสันและการตกแต่งสวยงาม จนไม่กล้ารับประทานเลยครับ จึงทำให้ผมมีแรงบรรดาลใจว่า “วันหนึ่งผมต้องเป็นเชฟ และต้องทำอาหารออกมาให้สวยงามแบบนี้ให้ได้”

เส้นทางของการเป็นเชฟ

เมื่อผมได้มาทำงานที่โรงแรมอโนมา ผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ใช่ ผมหลงรักการทำอาหาร ผมอยู่ที่โรงแรมอโนมา มา 5 ปี ผมโชคดีที่ได้ย้ายไปทำและเรียนรู้หลายแผนกของครัว จนทำให้ผมมีทักษะการทำอาหารได้หลายรูปแบบ และที่โชคดียิ่งไปกว่านั้น ผมได้เรียนรู้และฝึกฝนการทำอาหารจาก เชฟประชัน Executive Chef ของโรงแรมอโนมา กรุงเทพ และได้รับความเมตตาจาก เชฟเล็ก Executive Sous Chef ของโรงแรมอโนมา ที่ท่านทั้ง 2 แนะนำและสอนอาหารผมให้ผมได้มีความรู้มากขึ้น

เพราะเชฟทั้ง 2 ท่านนี้ จึงทำให้ผมได้รับโอกาสไปเป็น Executive Chef โรงแรม Myanmar Treasure Hotel หลังจากนั้นเมื่อกลับมาเมืองไทย มาทำงานเป็น Executive Chef ที่โรงแรมปาร์คพลาซ่า โรงแรมโกลด์ออร์คิด เครือแอคคอร์ โรงแรมรามาด้า สุขุมวิท และ โรงแรมเมอร์เคียวเกาะช้าง หลังจากนั้นก็ผันตัวเองมาเปิดสถาบันสอนอาหารเกาะช้าง

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ได้รับ

ถ้าพูดถึงรางวัลที่ภาคภูมิใจ คือ วันนั้นที่ผมพาน้องๆ ไปแข่งขันทำอาหารที่กรุงเทพ น้องๆ ทำได้ดีมากๆ ได้รับเหรียญรางวัลกลับมาทุกคน และที่สำคัญ ครั้งนั้นเชฟประชัน พูดกับผมว่า เก่งมาก วันนี้บิวคือเชฟคนหนึ่งที่เชฟภูมิใจ และผมก็ดีใจมากๆ ที่ในที่สุด ผมก็ทำสำเร็จ

เป็นผู้ท้าชิงแข่งทำอาหารกับเชฟจากรายการเชฟกระทะเหล็ก

วันนั้นมีทางรายการโทรมา ความรู้สึกแรก ตื่นเต้นมากๆ และนี่คือความท้าทายและเป็นเกียตริรวมทั้งความภาคภูมิใจของครอบครัว และเมื่อผมมารู้ว่า ต้องไปท้าชิงกับเชฟป้อม อาหารจีน ผมไม่ลังแลที่ตอบรับเลยครับ



ผมตอบรับแข่งขันในอาหารที่ผมไม่เคยได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง ซึ่งอาหารจีนผมได้เคยเรียนรู้ที่โรงแรมอโนมา แต่ก็ถือว่าไม่ชำนาญมาก จึงได้ปัดฝุ่นอาหารจีนกันยกใหญ่ ผมได้กลับมาซ้อมและหาข้อมูลอาหารจีนจนถึงวันออกรายการ สิ่งที่ภูมิใจที่สุดสำหรับผม ไม่ใช่การชนะหรือแพ้ แต่เป็นคำชมของกรรมการที่ชมอาหารและนั่นแหละครับคือการพิสูจน์ตัวผมในการทำอาหารจีน


ชีวิตปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้ผมเปิดสถาบันความรู้ภูตรี เป็นสถาบันที่สอนทำอาหาร เทควันโด และภาษาอังกฤษครับ ส่วนการเรียนทำอาหารของสถาบันของผม ก็มีน้องๆ ตั้งแต่ 6 ขวบเรียนทำคุกกี้ จนถึงผู้ใหญ่ที่มาเรียนทำอาหารไปสมัครงานและไปเมืองนอก และนอกจากนี้ ผมได้เป็นวิทยากรสอนอาหารและเครื่องดื่มของศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จ.ตราด ฝึกอบรมพนักงานเพื่อมีวิชาชีพและเทคนิคในการไปต่อยอดวิชาชีพการทำงานต่อไป”


“โรแมนติกดินเนอร์หรูกลางทะเล”

โครงการนี้จุดประกายจากการถ่าย pre-wedding บนเรือ ซึ่งเป็นการที่ผมไปช่วยพี่เฮ้า เจ้าของเกาะช้างฟลอริสและเวดดิ้งแพลนเนอร์ และเนื่องด้วยคุณต้น เจ้าของไอยรา กรุ๊ป มีเรือพาลูกค้าชมหิ่งห้อยอยู่แล้ว จึงผุดไอเดียดินเนอร์ท่ามกลางทะเล ชมพระอาทิตย์ตกดินและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะช้างนี้ขึ้นมาครับ ซึ่งผมเป็นคนรักการทำอาหารและชอบนำเสนออาหารสวยๆ มันจะเป็นการที่ดีมากๆ


ถ้าผมจะเปลี่ยนอาหารธรรมดามาเป็นศิลปะบนจานในวันสำคัญๆ และเพื่อความโรแมนติกให้กับลูกค้า เป้าหมายของการทำ Chef’s Table (Exclusive Dinner by Chef Bill) นั้น คือ ความโรมแมนติก ความเป็นส่วนตัว และความสุขของลูกค้า
ส่วนผลตอบรับเริ่มดีมากๆ ครับ ลูกค้ามีสอบถามและจองกันมาเรื่อยๆ ครับ ลูกค้าทุกท่านที่มาใช้บริการ นั่งเรือชมเชฟปรุงอาหาร ในท่ามกลางบรรยากาศส่วนตัวแสนโรแมนติก และ ชมพระอาทิต์ตกดิน มันเป็นกิจกรรมที่หายากมาก ซึ่งคุ้มค่ามากๆ

และโครงการต่อไป คือผมและทางคุณต้น ไอยราซีฟู๊ด ปรึกษากันว่าจะมีดินเนอร์สุดหรู ตั้งอยู่บนโซนส่วนตัวของทางร้านไอยราซีฟู๊ด ซึ่งลูกค้าสามารถชมผมทำอาหารและชมพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งหากเป็นโซนบนร้านอาหาร จะรับได้ไม่เกิน 5 คู่ครับ

เทคนิคปรุงรส สไตล์เชฟบิว

เทคนิคของผม ไม่มีอะไรมากครับ คือการดึงรสชาติของผัก ผลไม้ และวัตถุดิบต่างๆ ให้ออกมาให้มากที่สุด เพราะทุกอย่างธรรมชาติรังสรรค์ให้มีความอร่อยในตัวเอง มีรสชาติเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่แล้ว ผมจึงคำนึงถึงรสชาติจากธรรมชาติเป็นหลัก และนำมาผสมผสานกับวิธีการปรุงของผมให้รสชาติออกมากลมกล่อม นอกจากนี้ผมจะเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีมาปรุงอาหารครับ ส่วนเรื่องการตกแต่งอาหารผมจะเน้นความอ่อนช้อยของ ใบไม้ ดอกไม้ ให้ความสวยงามของธรรมชาติที่เราไม่สามารถเลียนแบบได้ มาช่วยเสริม เช่นต้นอ่อนทานตะวันจะมีความโค้งตามธรรมชาติ ซึ่งเราไม่สามารถตกแต่งหรือเลียนแบบได้

สำหรับผู้ที่สนใจจะมาชิมอาหารสุดอร่อยฝีมือของ “เชฟบิว” หรือ “ภูเตโช กาญจนกิจติกูล” สัมผัส “โรแมนติกดินเนอร์หรูกลางทะเล” ที่ไอยรา รีสอร์ท บนเกาะช้าง สามารถติดตามขอมูลหรือสำรองดินเนอร์ โทร.092-045-1888 หรือ ร้านอาหารไอยรา ซีฟู้ด เกาะช้าง โทร.081-751-0058

เรื่อง/ภาพ : อรวรรณ เหม่นแหลม

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก “เชฟบิว” ภูเตโช กาญจนกิจติกูล 
และ “พรานจืด” อำนวยพร บุญจำรัส)





กำลังโหลดความคิดเห็น...