xs
xsm
sm
md
lg

“ศศิน” รับไม่ได้กลุ่มล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ไม่เกรงกลัว กม.กระทำการอุกอาจ เชียร์ จนท.เอาผิดอย่าไว้หน้า (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ศศิน” เผยการล่าสัตว์ของ “บิ๊กอิตาเลียนไทย” ผิดปกติจากการล่าทั่วไป บอกเป็นแขกวีไอพี เจ้าหน้าที่ไม่กล้าตรวจค้น ยืนยันอาวุธที่พกเข้าป่านั้นสามารถล่าสัตว์ได้มากกว่า 3 วัน เป็นการทำลายการอนุรักษ์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ซ้ำไม่เกรงกลัวกฎหมาย ยังไม่เกรงใจคนพาเข้าป่า ยืนยันการจับกุมของเจ้าหน้าชุดนี้ทำดีที่สุดแล้ว

วันนี้ (6 ก.พ.) คืนนี้ รายการ “คนเคาะข่าว” ติดตามประเด็นร้อนที่เป็นข่าวใหญ่ทุกหน้าสื่อทุกประเภทตลอดทั้งวันที่ผ่านมา กับเรื่องราวของผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย คุณเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก ที่ถูกจับกุม และถูกตั้งข้อหาในการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มาพูดคุยกับ อาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ปกติ ไม่ปกติตรงนี้ก็คือ แบบพิเศษ แบบปกติก็คือมีพราน เพราะว่าเนื่องจากทุ่งใหญ่นเรศวร มันมีเสือ มีสัตว์ป่าชุกชุม ทุ่งใหญ่ฯ-ห้วยขาแข้งมันเป็นป่าเดียวกัน เชื่อมต่อขึ้นไปที่ป่าด้านเหนือ ลงมาทางใต้ถึงเมืองกาญจนบุรี ถึงสลักพระ เอราวัณ ไทรโยค แถบนี้เรียกป่าตะวันตก ป่าที่มีการดูแลดี ดูแลดีมีสองอย่าง 1. เอาไว้ท่องเที่ยว เป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ และก็มีคนเข้าไปล่าสัตว์ เจ้าหน้าที่เขาก็จะตรวจตรา ตักเตือน ยิงกัน จับกุม อันนี้เป็นเหตุการณ์ปกติของการเข้าไปล่า จริงๆ มาจากเวียดนาม มีใบสั่งมา จะมาเอาเสือ อันนี้เหตุการณ์ปกติ เจ้าหน้าที่จะทำงานกัน แต่ประเภทที่ว่าแอบอ้างว่าเป็นแขกของเจ้าหน้าที่และขออนุญาตเข้าไป ใครๆ ก็เข้าไปได้ เสียค่าธรรมเนียมเข้าไปกางเต็นท์นอนในเขตรักษาพันธุ์ฯ ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร แต่ทีนี้เข้าไปแล้วไปมีพฤติกรรมล่าสัตว์ มันเป็นเรื่องที่แทบจะไม่เคยเกิด ถ้าคนปกติ ผู้หลักผู้ใหญ่ในกรมแค่ขออนุญาตและฝากเข้าไป ให้เจ้าหน้าที่เทกแคร์ดูแล เขาคงไม่กล้าที่จะให้คนที่ฝากฝังเข้าไปเดือดร้อน อันนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่เคยเจอ ประหลาดพิสดารมาก

เมื่อถามถึงเจ้าหน้าที่ที่นำเข้าไปนั้นจะทราบหรือไม่ว่าจะเกิดการล่าสัตว์ อาจารย์ศศินกล่าวว่า ไม่มีทางรู้ เจ้าหน้าที่จะอ้างว่าให้ไปล่าสัตว์ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องแดงขึ้นมา เขาก็อยู่ไม่ได้ ต่อให้มีอิทธิพลขนาดไหน ตนไม่เชื่อว่ากรมอุทยานฯ ยุคนี้จะมีใครกล้าทำ แต่ว่าประเภทว่าฝากไปเป็นพิเศษ หาข้าวหาน้ำ ห้องน้ำห้องท่า อันนี้เป็นเรื่องปกติ ผมเข้าไปเขาก็ดูแลดี

เมื่อถามถึงมีพรานเข้าไปล่าเป็นเรื่องปกติ อาจารย์ศศินกล่าวว่า มันเป็นเรื่องปกติ ล่าสุด สัก 2-3 ปี ที่แล้วที่มีตำรวจเข้าไปที่แก่งกระจาน มีการถ่ายวิดีโอก็ยังไม่ถึงขนาดนี้ อย่างน้อยก็เข้าไปเที่ยวปกติ ไม่ใช่ขออนุญาตจากกรมเข้าไป แล้วอันนั้นเข้าไปกรมอุทยานฯ ก็เข้าง่าย เข้าเขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่ ใครๆ ก็รู้ว่าคุณสืบเขียนรายงานเป็นมรดกโลก เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มันมีสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น เป็นป่าที่ใหญ่ที่สุด ดีที่สุด ในเซาท์อีสต์เอเชีย แล้วไปล่าในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากหน่วยพิทักษ์ป่า อันนี้ไม่น่าเกิดขึ้นได้ เพราะพื้นที่ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่พื้นที่ที่กางเต็นท์ หรืออนุญาตให้เข้าถึงได้ หากออกไปตอนกลางวันขับรถออกไปดูนก รอบๆ หน่อย แล้วไปกางเต็นท์ตรงนั้นเลยก็มีความเป็นไปได้ แต่ดีตรงที่นักเที่ยวกลุ่มนี้หายไปแล้ว ออกไปตามจึงพบการกระทำผิด ไปพบซากหมูซ่อนไว้ แล้วเจอกระสุนเยอะมาก

อาจารย์ศศินกล่าวต่อว่า พฤติการณ์เหล่านี้ไม่มีการเกรงกลัวกฎหมายและไม่เกรงใจคนที่ตัวเองขออนุญาตเข้ามา หรือแนะนำเข้ามา หากพูดถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะบกพร่องก็ตรงที่ปล่อยให้มีปืนเหล่านั้นเข้าพื้นที่มาได้อย่างไร มันควรที่จะตรวจ แต่ตรงนี้มันเป็นวีไอพี ตรวจได้อย่างไร เจ้าหน้าที่เป็นชาวบ้าน พี่น้องกะเหรี่ยง เจ้าหน้าที่ซี 7 ซีอะไรก็ไม่กล้าตรวจ เพราะว่าผู้ใหญ่ในกรมฯ ฝากมา ข่าวมาว่าอย่างนั้น โดยบอกว่าแขกชุดนี้เป็นวีไอพีของผู้ใหญ่ในสำนักงานสำนักหนึ่ง ได้ข่าวว่าออกมาปฏิเสธแล้ว นึกถึงคนในป่า สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี เพื่อนโทร.มาบอกก็ต้องรับ บอกว่าเป็นการรับแขกที่ฉุกละหุกมาก โดยไม่แน่ใจว่าได้รับอนุญาตหรือยัง ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างเราถ้าขออนุญาตก็เข้าไปได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ช่วงที่เขาปิด นี่แบบมีพฤติกรรมประหลาด

อาจารย์ศศินกล่าวต่ออีกว่า พฤติกรรมเหล่านี้เป็นคนที่เคยล่า ตนไม่รู้จักคุณเปรมชัยเลยไม่ทราบว่าท่านเป็นคนอย่างไร พอเสิร์ชเข้าไปถึงทราบว่าเป็นถึงซีอีโออิตาเลียนไทย ผมเป็นคนที่รู้เรื่องพวกนี้น้อยมาก การเข้าไปล่าสัตว์ป่าในลักษณะนี้ของคุณเปรมชัย เราจะไปรู้ได้อย่างว่ามีพรานหรือไม่ บางทีคุณเปรมชัยอาจจะเป็นพรานเองก็ได้ เพราะว่ามันเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฉะนั้น พรานในพื้นที่มันหมดสมัยแล้ว นิยายป่า ถ้าพูดถึงแง่การอนุรักษ์ ที่เสือดำ ไก่ฟ้า เรื่องระบบนิเวศ ไม่สะเทือน แต่เรื่องที่เขาอนุรักษ์มาตั้งนาน และมีพฤติกรรมแบบนี้สะเทือน ทำไมยังคิดเข้าไปล่า ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เกรงใจคนที่อ้างอิง แล้วก็ไม่ละอายว่าเขาอนุรักษ์กันทั้งประเทศ และก็ไม่ใช่สัตว์ป่าที่มีมากมาย แบบนี้คืออนุรักษ์กันจนพื้นที่นี้อุดมสมบูรณ์ขึ้นมา ความหลากหลายทางชีวภาพ การล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่ฯ เหมือนการไปขโมยของในห้างสรรพสินค้าที่ในสมัยนี้ไม่น่าทำกันแล้ว

อาจารย์ศศินกล่าวต่ออีกว่า สำหรับเหตุการณ์นี้ในเรื่องของการดำเนินคดี เชื่อว่าต้นทางดี ปลายทางก็ดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตั้งข้อกล่าวหา วิธีการที่เขาเกร็งๆ กันก็คือ มีผู้กระทำผิดและมีผู้ร่วมกระทำผิด มีผู้ร่วมจะเป็นใครก็ได้ใน 4 คนนั้น ผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ได้เพราะว่าไม่มีหลักฐาน ถ้ามีเขม่าดินปืน แต่มันผ่านมาแล้ว 3 วัน เรื่องของการวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีนี่เป็นธรรมดา อันนี้ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ แม้จะตรวจตราอาวุธในขั้นต้นไม่ได้ เพียงเพราะเป็นการฝากมาจากผู้ใหญ่ และในเรื่องระยะเวลาในการปรากฏเป็นข่าวว่า ผู้กระทำผิดเป็นใครบ้างที่เพิ่งออกสื่อวันนี้ เพราะว่ากว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานในป่านั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก สแกนพื้นที่หาข้าวของที่ซุกซ่อนไว้ หาของมาให้ครบ หากจะมาอ้างว่าเสือดำบุกแคมป์ ยิงเพื่อป้องกันตัวนี่เป็นไปไม่ได้ เพราะเสือดำมันตัวเท่าเด็ก 140 เซนติเมตร และการนำไรเฟิลหลายๆ กระบอกเอาเข้าป่าเพื่อป้องกันตัวยิ่งเป็นไปไม่ได้ และจำนวนกระสุนนี่สามารถล่าได้อีกหลายวัน ขออนุญาตเข้าทุ่งใหญ่ 2 วัน 1 คืน แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาเข้าไปมากมาย เพราะเรานอนใกล้หน่วยมหาราช ไม่มีกรณีที่สัตว์ป่ามาทำลาย ถ้าเราอยู่ในพื้นที่เขาอนุญาตให้อยู่ จะให้มีเสือกระโดดมา นั้นในหนังแล้ว

เมื่อถามต่อว่า มีอีกทฤษฎีหนึ่งที่หลายคนเริ่มพูดถึงเหมือนเรื่องกรณีคุณเปรมชัยไม่ได้เกี่ยวข้อง เป็นฝีมือของลูกน้อง แบบนี้อาจารย์เป็นห่วงไหม คดีมันจะมายังไง อาจารย์ศศินกล่าวต่อว่า ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แล้วแต่คำให้การ พยานหลักฐาน

เมื่อถามถึงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนกลางเองจำเป็นจะต้องมาดูเรื่องของกฎหมาย หลายคนตั้งคำถามกลับไป ล่าสัตว์แบบนี้ทำไมกฎหมายไม่รุนแรงเลย อาจารย์ศศินกล่าวว่า ก็แล้วแต่ บางคนก็คิดว่าแค่เข้าไปยิงสัตว์แค่นี้ สมมติว่าถ้าไม่ได้เป็นเสือ ไปปรับเขาสัก 3 แสน แล้วจำคุกสัก 3 ปี มันหนักไหม แต่เสือกับไก่ฟ้า โทษน่าจะเท่าๆ กัน เป็นสัตว์คุ้มครองเหมือนกัน มันก็เป็นไปตามขั้นกฎหมาย

เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าจริงๆ แล้วอาจารย์ก็เห็นว่ากฎหมายเป็นไปตามนั้น ไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรก็ได้ อาจารย์ศศินกล่าวต่อว่า ไม่ต้องเปลี่ยน แต่ว่าปัจจุบันมันก็มันเป็นเรื่องของความรู้สึก สมมติเราไปล่าอะไร ที่ความรู้สึกมันเล็กๆ น้อยๆ แล้วไปติดคุก สมมติเป็นชาวบ้านเข้าไปหาของป่า แล้วยิงเม่นสักตัวออกมากิน แล้วต้องติดคุก 3 ปี ปรับ 3 แสน ความรู้สึกของคนทั้งหมู่บ้านมันก็แบบหนึ่ง ซึ่งมันก็เป็นกฎหมายฉบับหนึ่ง

เมื่อถามต่อว่า กฎหมายอันเดียวกันด้วย อาจารย์ศศินกล่าวว่า อันเดียวกัน แต่ถ้าเกิดว่าเราเหลือเสือโคร่งอยู่สัก 80-100 ตัวในป่า แล้วไปมีพรานไปล่ามาเกิน 1 ตัว ก็เกิน 1% แล้วนะ มา 10 ตัว กว่า 10% แล้วปรับแค่ 2 แสนอย่างนี้ เรื่องเสือโคร่งราคาถ้าเอาออกไปชำแหละขายตลาดต่างประเทศ ตัวหนึ่งก็อาจจะเกิน 1 ล้านบาท ปรับเป็นแสนมันก็คุ้ม ถ้าเกิดรอดออกไปหรือแม้แต่โดนจับก็ยังคุ้ม แต่ว่ากฎหมายมันเป็นกฎหมาย ต้องบังคับใช้เท่าเทียมกัน

เมื่อว่าถ้าอย่างนั้นเราจะควรป้องกันยังไง อาจารย์ศศินกล่าวว่า ไม่ต้องป้องกัน เราควรจะภูมิใจว่าเรามีเจ้าหน้าที่กล้าที่จะดำเนินการ พอนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไปจากพื้นที่พักแรมก็ไปตรวจตราดูแล เสร็จแล้วก็กล้าแม้ที่จะรู้ว่าเป็นแขกของผู้ใหญ่ ก็กล้าที่จะดำเนินการ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ตัดสินใจได้ เพระาว่าในป่าไม่มีสัญญาณ ไม่มีกล้องวงจรปิด เหมือนในเมือง แต่เขาก็ทำหน้าที่ แล้วเคสนี้เป็นเคสพิเศษจริงๆ ถ้าคนปกติจริงๆ เขาคงไม่ทำ แต่ว่าถ้าที่เข้ามาล่าสัตว์โดยอาชีพพราน ไม่ได้มีอาชีพเป็น CEO บริษัท ก็มีระบบลาดตระเวนดูแลอยู่ ทำอยู่แล้ว

ทราบมาว่าก่อนหน้านี้อาจารย์ได้มีการหารือกับกน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับลาดตระเวนเส้นทางต่างๆ ในป่าเพื่อคุ้มครองดูแล โดยอาจารย์ศศินกล่าวต่อว่า ในป่าตะวันตก ทางมูลนิธิสืบฯ ก็มีโครงการรวมกันกับอุทยาน แล้วก็ไปขอสนับสนุนกับบริษัทเอกชน ไม่ใช่หมายถึงบริษัทนี้ ช่วยพัฒนาการลาดตระเวนมาโดยตลอด ภาพรวมก็ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เคสนี้นอกจากสงสารเรื่องสัตว์ป่า เสือดำที่โดนทำร้าย เป็นเคสที่ดี ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล สถานชนให้ความสนใจ แล้วมันยังมีสัตว์ป่า แสดงว่าที่เรารักษาไว้ยังอุดมสมบูรณ์ สังเกตได้ว่าเคสนี้มีไม่เยอะ ต้องเป็นคนที่ผิดปกติจริงๆ ที่กล้าทำ แล้วประเทศไทยจะมีเหนืออภิสิทธ์ใครในเรื่องพวกนี้

เมื่อถามว่า ในมุมที่อาจารย์ทำงานอนุรักษ์มูลนิธิสืบฯ เองควรจะใช้โอกาส ประเด็นนี้ถูกหยิบยกประเด็นใหญ่ สังคมขยายต่อ อาจารย์ศศินกล่าวว่า ผมก็รู้สึกว่าหนึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ เรื่องใหญ่ที่สุดของการทำลายธรรมชาติ คือ คนข้างใน คนข้างในคือคนของกรมอุทยานฯ ที่จะเลือกคบหากับใคร คัดกรองใครหรือว่าข้ออ้างในการฝากฝังใครเขามา ก็เป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องที่จะมีภัยจากข้างนอกเข้ามาทำอะไรป่า กรมอุทยานไม่ได้ เพราะมีหน่วยพิทักษ์ป่า มีคนดูแล ก็ต้องเป็นบทเรียนว่า กรมอุทยานฯ จะให้ใครเข้ามา ทำอะไรในพื้นที่ส่งผลเสียหาย ก็ถือเป็นบทเรียนใหญ่ที่ต้องคัดกรอง

เมื่อถามว่า หลายคนเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปโยงกับเหตุการณ์ทุ่งใหญ่ในอดีตตั้งแต่ 2516 ว่ามันลามปามไปฝ่ายการเมือง อาจารย์มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันจะถูกโยงไปเป็นภาพใหญ่ได้

อาจารย์ศศินกล่าวต่อว่า ป่าทุ่งใหญ่ก็ยังขลังอยู่ และเหตุการณ์นี้หลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่า 4 คนนี้ น่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำผิด เราไม่สามารถไปบอกว่า คุณเปรมชัยเป็นคนยิงหรือไม่ยิง อย่างนี้ไม่ได้ เราต้องพูดกับรัฐมนตรีว่าเป็นไปตามพยานหลักฐาน ตราบใดที่ไม่ได้ค้นพบเขม่าดินปืนเป็นหลักฐานหรือทั้ง 4 คน มีคนกระทำเพียงคนเดียว อันนี้ก็ไปปรักปรำคุณเปรมชัยอย่างเดียวไม่ได้ แต่ทั้งหมดมันก็ชัดว่าพฤติกรรมเอาปืนเข้าไป แล้วครอบครองสัตว์ป่า อยู่แคมป์เดียวกันทั้งหมดเป็นผู้ร่วมการกระทำผิด ต้นทางของเรื่องคดี ก็คือ กรมอุทยานฯ แล้วก็หัวหน้าวิเชียร ต้องเป็นต้นทางที่ต้องทำคดีให้แข็งแรง ทำสำนวนให้แข็งแรง แล้วสง่ให้อัยการ อัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่มันก็เป็นขั้นตอนหนึ่ง พอถึงศาลแล้ว ทางเขตทุ่งใหญ่กับกรมอุทยานฯ ก็ต้องหาข้อมูลให้เต็มที่ เพื่อที่จะหาความถูกความผิดออกมา ซึ่งเป็นเรื่องของกรมอุทยานฯ กรมอุทยานฯ จะทำเต็มที่หรือไม่เต็มที่ต้องเข้าใจว่า มันต้องมาจากกระทรวงหรือไม่ก็รัฐบาล ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามผิดตามถูก ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีท่าที ให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการเต็มที่ และอิตาเลียนไทยก็เป็นหน่วยงานที่มีคุณูปการ คุณเปรมชัย ก็คงมีบทบาทสูงในการพัฒนาประเทศชาติอีกทางหนึ่ง รัฐบาลเองจะเลือกรักษาเครือข่ายกันหรือรักษาความถูกต้องและยุติธรรม ซึ่งถ้าเกิดรัฐบาลมีท่าทีที่ดี ทำไปตามถูกก็ถูก ผิดก็ผิด ผมก็ว่ามันจะไม่ไปตามทางการเมือง

ในฐานะที่เป็นประชาชนคอยติดตามข่าวสาร ให้เป็นประโยชน์สูงสุดของส่วนตัว โดยอาจารย์ศศินกล่าวทิ้งท้ายว่า ก็ต้องตามดูท่าทีว่ารัฐบาลเองจะปล่อยให้ข้าราชการ กรมอุทยานฯ ต่อสู้กันในลักษณะไหน ต่อสู้อย่างโดเดียว หรือมาเป็นกำลังใจให้หัวหน้าวิเชียร จะมีท่าทีอย่างไรต่อหัวหน้าวิเชียร จะเลือกที่จะปล่อยไปถูกก็ถูก ผิดก็ผิด สังคมต้องจับตา นโยบาย สื่อมวลชนต้องตามความคืบหน้าอยู่เรื่อยๆ หลักฐานมันชัด ไม่ต้องสืบเยอะ สืบในช่วง 3 วัน โฟกัสไปที่ไหน อาวุธครอบครองผิดกฎหมาย

คำต่อคำ

ถาม- สวัสดีครับคุณผู้ชม ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการคนเคาะข่าว วันนี้เราพาคุณผู้ชมออกมานอกสถานที่อีกครั้ง มาติดตามประเด็นร้อนที่เพิ่งจะเป็นข่าวใหญ่ทุกหน้าสื่อ ทุกประเภท เมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง กับเรื่องราวของผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย คุณเปรมชัย กรรณสูต ที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหาในเรื่องของล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวร วันนี้ผมจึงพาคุณผู้ชมมาคุยกับอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์นั่งอยู่กับเราตรงนี้แล้ว ไปพบอาจารย์พร้อมกัน สวัสดีครับอาจารย์ศศิน

ศศิน- สวัสดีครับ

ถาม- อาจารย์ครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เอาความรู้สึกของอาจารย์ก่อน อาจารย์มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบนี้อย่างไร

ศศิน- เป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ ไม่ปกติก็คือว่า เวลาล่าสัตว์ แบบนี้เป็นแบบพิเศษ แบบปกติ คือมีพราน ทุ่งใหญ่ฯ มีเสือ มีส้ตว์ป่า ทุ่งใหญ่ฯ กับห้วยขาแข้งมันเป็นป่าเดียวกัน เชื่อมต่อขึ้นไปถึงป่าด้านเหนือ กำแพงเพชร ลงมาใกล้ถึงเมืองกาญจน์ สลักพระ เอราวัณ พิษณุโลก อันนี้เรียกว่าป่าตะวันตก เป็นป่าที่มีการดูแลดี ดูแลดีก็มีสองอย่าง ก็คือ เอาไว้ท่องเที่ยว เอาไว้เป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ แล้วก็มีคนเข้าไปล่าสัตว์ คนเข้าไปล่าสัตว์ เจ้าหน้าที่เขาก็ตรวจตรา เจอกันก็ตักเตือน มีการจับกุม อันนี้เป็นงานปกติ ที่ต้องมีคนเข้าไปล่า เขาเป็นพรานมืออาชีพ มาจากเวียดนาม มีใบสั่งจะมาเอาเสือ ก็ยิงเสือ นี่คืองานปกต แต่ประเภทที่ว่า แอบอ้าง หรืออ้างว่าเป็นแขกของเจ้าหน้าที่ แล้วก็ขออนุญาตเข้าไป ก็เข้าไปถูก เพราะว่าใครก็เข้าไปได้ เข้าไปก็คือเสียค่าธรรมเนียม เข้าไปกางเต็นท์นอน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ได้ ไม่ผิดกฎหมายอะไร ตรงนี้ แต่ทีนี้เข้าไปแล้วอ้างว่า ... เข้าไปมีพฤติกรรมไปล่าสัตว์ อันนี้แทบจะไม่เคยเกิด เพราะว่าถ้าคนปกติ ผู้หลักผู้ใหญ่ในกรมให้ขออนุญาตเข้าไปแล้วฝากฝังให้เจ้าหน้าที่ช่วยเทคแคร์ดูแล เขาคงไม่กล้าที่จะทำให้คนที่ฝากฝังเข้าไปเดือดร้อน นี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่เคยเจอเลย ประหลาด พิสดารมาก ไม่ละอายใจ ไม่อะไรกันเลย

ถาม- อาจารย์ว่า ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ที่ขออนุญาตไปเขาก็ไม่รู้ใช่ไหมครับว่าจะเกิดการล่าสัตว์

ศศิน- มันไม่มีทางรู้หรอกครับ ประเภทเจ้าหน้าที่จะอ้างว่าให้เข้าไปล่าสัตว์ มันไม่ได้อยู่แล้วครับ เรื่องแดงขึ้นมา ใครก็อยู่ไม่ได้ เขาจะอิทธิพลขนาดไหน ผมไม่เชื่อว่ากรมอุทยานฯ ยุคนี้จะมีใครกล้าทำ แต่ประเภทว่า ฝากไปช่วยดูแลเป็นพิเศษหน่อยนะ หาข้าวหาน้ำ ดูแลห้องน้ำห้องท่า นี่ก็เป็นเรื่องปกติ ผมเข้าไปเขาก็ดูแล

ถาม- เท่าที่อาจารย์ติดตามมา ที่อาจารย์บอกเมื่อสักครู่ เรื่องของพรานที่เข้าไปล่า มันมีอยู่แล้ว เป็นปกติ

ศศิน- เป็นปกติ ลาดตระเวน ยิง อะไร ก็เป็นเรื่องปกติ

ถาม- ขณะที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง

ศศิน- ไม่มีหรอกครับ

ถาม- ไม่มีเลย?

ศศิน- ล่าสุดที่ได้ข่าวก็เมื่อสัก 2-3 ปีที่ตำรวจที่แก่งกระจานเข้าไป ก็ยังไม่ถึงขนาดนี้ครับ อย่างน้อยก็เข้าไปเที่ยวธรรมดา เป็นนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ว่าขออนุญาตจากกรมฯ เข้าไป แล้วนั่นเข้าไปในอุทยานฯ ก็เข้าง่ายหน่อย นี่เข้าเขตรักษาพันธุ์ฯ แล้วอย่างทุ่งใหญ่ฯ นี่ ... ทุ่งใหญ่ฯ นี่ใครก็รู้ว่าคุณสืบ นาคะเสถียร รายงานเสนอมรดกโลก เป็นมรดกโลกเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว แล้วมันมีสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น เป็นป่าใหญ่ที่สุด ดีที่สุดในเซาท์อีสต์เอเชีย มีการดูแล แล้วไปล่าในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากหน่วยพิทักษ์ป่า อันนี้มันเป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้น

ถาม- กำลังจะถามอาจารย์ต่อว่าจุดที่เกิดเหตุ มันเข้าถึงไม่ยากใช่ไหม เพราะมันอยู่ไม่ไกลจากหน่วยพิทักษ์ป่า

ศศิน- ใช่ คือ ถ้าเป็นคนอย่างเราก็ยาก แต่นี่มันก็เป็นหน่วยพิทักษ์ป่าตรงนี้ มันก็มี area ที่เขากางเต็นท์นอน แต่จุดที่เกิดขึ้นมันเป็นจุดที่นอกการอนุญาต ผมไม่ทราบเหตุการณ์ว่าเขาไปได้อย่างไร ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตหรอกครับ แต่สมมุติกลางวันออกไปขับรถเที่ยวรอบๆ หน่วยที่เขาอนุญาตกันได้ อย่างไปดูนก ขับไปกันได้ ทีนี้พอไปปุ๊บ ก็ไม่กลับมา แล้วไปกางเต็นท์เลย แต่ว่าเรื่องที่ดีคือเจ้าหน้าที่เขาตรวจพบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไป ก็ไปตาม แล้วก็พบการกระทำผิด ไปพบถุงซากสัตว์ป่าซ่อนไว้ แล้วพอไปดูปุ๊ป โอ้โห กระสุนเต็ม เยอะมาก

ถาม- จะบอกได้ไหมครับว่าพฤติการณ์แบบนี้มันคือไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เพราะว่าก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้อนุญาตให้ออกไปนอกพื้นที่ แต่ก็ออกไป

ศศิน - ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และไม่เกรงใจคนที่ตัวเองขออนุญาตเข้ามา หรือแนะนำเข้ามากันบ้างเลย ไม่เกรงกลัวกฎหมายนี่ก็ชัดอยู่แล้ว แต่ไม่เกรงใจนี่ นานๆ จะเจอคนแบบนี้เสียที

ถาม- กลับไปที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ เท่าที่อาจารย์ดู การทำงานของเจ้าหน้าที่มีปัญหาบกพร่องอะไรตรงไหนไหมครับ

ศศิน- ไม่มี

ถาม- หรือว่าเขาก็ทำปกติ

ศศิน- เจ้าหน้าที่บกพร่องก็คือ ปล่อยให้ปืนแบบนั้นเข้าไปได้อย่างไร อันนั้นล่ะที่บกพร่อง

ถาม- มันควรจะต้องมีการตรวจรถใช่ไหมครับ หรือเพราะว่าเป็น VIP

ศศิน- เป็น VIP จะตรวจได้อย่างไรเล่า เจ้าหน้าที่ในนั้นเป็นพี่น้อง ชาวบ้าน กะเหรี่ยง หัวหน้าอุทยานฯ สามสิบกว่าๆ ซี 7 ซีอะไรก็ไม่กล้าตรวจหรอกครับ เพราะว่าผู้ใหญ่ในกรมฝากมา ข่าวมาว่าอย่างนั้น ฝากมา ก็มีเพื่อนของหัวหน้านี่ล่ะ โทร.มาว่าแขกชุดนี้เป็น VIP ของผู้อำนวยการสำนักๆ หนึ่ง ซึ่งผมได้ข่าวว่าท่านก็ออกมาปฏิเสธแล้วนะ ว่าไม่ใช่ แต่นึกถึงคนในป่านะครับ สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี เพื่อนโทร.มาบอก ก็ต้องรับ แล้วก็ไม่รู้ว่าจดหมายขออนุญาตเข้าพื้นที่น่ะ อนุมัติจากพื้นที่หรือยัง เพราะว่าฉุกละหุกมาก ได้ข่าวมา แต่ว่าทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะอะไร เพราะว่าอย่างเราไม่ต้องมีจดหมายก็ขอเข้าไปได้ ถ้าไม่ใช่ในช่วงที่เขาปิด อันนี้มันแบบมีพฤติกรรมประหลาด

ถาม- แล้วอย่างพฤติกรรมที่อาจารย์บอกว่าพฤติกรรมประหลาด พอไปดูของกลาง มันมีทั้งปืนหลายกระบอก ทั้งเบ็ดตกปลา ทั้งอะไรแบบนี้

ศศิน- อันนี้ก็คือเป็นคนที่เคยล่า ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็ทำไม่ได้ ก็ต้องเป็นคนที่เคยล่า ผมไม่รู้จักคุณเปรมชัยไง ผมก็ไม่ทราบประวัติท่านว่าท่านเป็นอย่างไร พอเสิร์ชเข้าไปในกูเกิล เราก็พบว่าท่านเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง เป็น CEO อิตาเลียนไทย ซึ่งเราก็รู้บทบาทดีว่า ก็เป็นหน่วยงานที่เป็น ... คนที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติในเรื่องการก่อสร้างเยอะแยะ แล้วก็เป็น ชื่อเสียงอันดับ 1 ด้านก่อสร้าง แล้วทำไมทำแบบนี้ เราไม่รู้เรื่องเลย ก็มีคนในเพจก็ต่อว่าผม ว่าอาจารย์ศศินเป็นประธานมูลนิธิสืบฯ ทำไมไม่รู้ประวัติคุณเปรมชัย ซึ่งผมไม่ทราบจริงๆ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ไม่ทราบว่าท่านมีประวัติ ...

ถาม- คือในแวดวงสัตว์ป่าอะไรแบบนี้ ไม่เคยมีชื่อคนนี้ปรากฏหรือเปล่า

ศศิน- ผมเป็นคนรู้พวกนี้น้อย ผมนี่ดูภาพรวม รณรงค์ให้คนอนุรักษ์ป่า แต่ไม่ได้มีงานที่จะต้องไปสืบประวัติว่าใครเป็นคนชอบล่าสัตว์ คนก็ตั้งข้อสงสัยมา ซึ่งอันนี้ต้องไปหาเอาเอง ก็ต้องไปดูที่บ้านคุณเปรมชัย ต้องไปขอดูว่าท่านมีประวัติอะไรแบบนี้หรือเปล่า ซึ่งผมไม่ทราบ

ถาม- แล้วในแง่ของพฤติการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การที่จะเข้าไปล่าสัตว์ป่าลักษณะแบบนี้ จำเป็นต้องมีพรานที่ชำนาญในพื้นที่?

ศศิน- เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคุณเปรมชัยเป็นพรานเองหรือเปล่า เราก็ไม่ทราบไง ไม่รู้เลย แต่ไม่จำเป็นต้องมีพรานในพื้นที่ จำเป็นไหม ผมว่าไม่จำเป็น เพราะว่ามันเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามานานแล้ว ประเภทพรานในพื้นที่อะไร มันหมดสมัยมาตั้งแต่สมัยนิยายป่าแล้ว

ถาม- ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ...

ศศิน- ก็ไปขอพัก แล้วก็ตั้งแคมป์ ก็รู้อยู่แล้วว่าพฤติกรรมสัตว์มันจะต้องลงมาที่แหล่งน้ำ ก็ไปดัก มันก็ไม่จำเป็นไง เพราะว่ามันก็ไม่ได้ห่างกับหน่วยพิทักษ์ป่า ทางเข้าไปก็เป็นทางเข้าไปตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว มันไม่จำเป็นต้องไปชำนาญทางอะไร เพราะมันมีทางเดียว คือทุ่งใหญ่ฯ นี่ เส้นทางหลักที่เข้าไปตรวจการณ์ก็คือ จากที่ทำการ เขาเรียกว่าที่หน่วย อยู่ใกล้ๆ บ้านคลิตี้ ที่ทองผาภูมิ แล้วก็ยาวเข้าไปในทางป่า ซึ่งติดพรมแดนพม่าที่สังขละ มันไม่มีแยกไปไหนแล้วครับ มันไม่ต้องมีชำนาญอะไร เอารถเข้าไป อ้างว่าไปท่องเที่ยว แคมปิงที่นี่ แล้วก็แอบออกไปนิดเดียว แล้วก็พักตามทาง

ถาม- ในแง่ของการอนุรักษ์ การที่เสือดำตัวหนึ่งถูกยิง ไก่ฟ้าตัวหนึ่งถูกฆ่า อาจารย์มองเรื่องนี้อย่างไร

ศศิน- เรื่องระบบนิเวศไม่กระเทือน แต่เรื่องระบบ ... เอ๊ย เขาอนุรักษ์กันมาตั้งนานแล้ว แล้วยังมีคนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ อันนี้กระเทือน กระเทือนว่า เอ๊ย! ยังมีคนที่ยังคิดจะเข้าไปล่าแบบนี้ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เกรงใจคนที่อ้างอิง แล้วก็ไม่ละอายว่า เขาอนุรักษ์กันทั่วประเทศ แล้วสัตว์ป่ามันก็ไม่ใช่ว่าจะมีมากมายอะไร อนุรักษ์จนกระทั่งพื้นที่นี้อุดมสมบูรณ์ขึ้นมา เป็นคลังของความหลากหลายทางชีวภาพ แล้วคุณเข้ามาล่าในพื้นที่ๆ ... เหมือน ล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่ฯ มันก็ไม่ต่างอะไรกับเดินไปขโมยของในห้างสรรพสินค้า ซึ่งสมัยนี้มันไม่น่าจะทำแล้ว

ถาม- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์เป็นห่วงในเรื่องของการดำเนินคดี?

ศศิน- ผมก็เชื่อนะว่า ต้นทางดี ปลายทางก็ดี ต้นทางก็หมายความว่า หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ คุณวิเชียร เขาตั้งข้อกล่าวหา ร้องทุกข์กล่าวโทษอะไรแบบไหน ถ้าเกิดเป็นการกระทำผิดร่วมกัน แต่ผมไม่เห็นสำนวนนะครับ ทีนี้วิธีการที่เขาเก็งๆ กันก็คือว่า มันจะต้องมีผู้กระทำผิด และมีผู้ร่วมกระทำผิด ผู้ร่วมกระทำผิดก็จะเป็นใครก็ได้ใน 4 คนนั้น ผู้กระทำผิดก็จะเป็นใครก็ได้ เพราะไม่มีใครมีหลักฐาน ถ้ามีหลักฐาน เขม่าดินปืน นี่ผ่านไปแล้วสามวัน ก็คงไม่มี

ถาม- เห็นในเฟซบุ๊กของอาจารย์เอง อาจารย์ก็โพสต์ในทำนองว่า มันมีความพยายามจะวิ่งเต้นช่วยเหลือ VIP คดีนี้อยู่

ศศิน- ก็เป็นธรรมดาแหล่ะครับ ถ้าเป็นผม ผมก็ต้องมีทนาย ก็ต้องมีฝ่ายกฎหมายมา จากหนักเป็นเบา จะทำอย่างไร ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ผมเป็นนักอนุรักษ์ ผมก็ต้องบอกสถานการณ์ให้สื่อมวลชนทราบว่าฝ่ายกฎหมายของอิตาเลียนไทย ไปทำตามหน้าที่ของเขาแล้วนะ เพราะว่าเรื่องในป่ามันเคลียร์กันได้ ก็ต้องตกลงอะไรกัน ก็ต้องเคลียร์ ก็ต้องติดตาม

ถาม- กรณีที่เกิดขึ้นแบบนี้ ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่อย่างมาก

ศศิน- ผมชื่นชมมาก หัวหน้าวิเชียร คือ เรื่องเล็กน้อยนะ สมมุติว่าทำไมไม่ตรวจก่อน มันตรวจไม่ได้ คนระดับนี้เราก็ต้องเข้าใจ แล้วมีนายฝากมา แล้วใครจะไปคิดว่าคนที่มีชื่อเสียงระดับนี้จะตั้งใจเข้าไปทำผิดกฎหมายเอง ด้วยตัวเอง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ผูกมิตรกันไว้ดีกว่า เรื่องอะไรจะต้องไปตรวจให้ ... แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะ ... ไปเอาปืนออกจากรถไปยิงสัตว์

ถาม- แต่ว่าในแง่ของการทำงานของเจ้าหน้าที่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า เอ๊ะ ทำไมคณะนี้เข้าไปตั้งแต่วันที่ 3 แล้วเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ไปพบคือวันที่ 4 แต่กว่าจะปรากฏเป็นข่าวออกมา มันคือวันที่ 5 มันมีการต่อรอง มันมีการยื้อเวลากัน อาจารย์มองเรื่องระยะเวลาตรงนี้อย่างไร

ศศิน- มีสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือถ้ามองตามความเป็นจริง กว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่ ก็ต้องใช้เวลานะ เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ในบ้าน มันอยู่ในป่า เพราะฉะนั้นข้าวของที่เก็บมาได้ขนาดนั้น ไปซุกอยู่ตรงไหน ก็ต้องสแกนพื้นที่ให้หมด ก็ใช้เวลาเป็นวันนะ จะมาหา 2-3 ชั่วโมงมันไม่ได้ ผู้ต้องหาก็ต้องควบคุมไว้ แล้วก็ไปหาของให้ครบ อาจจะมีอย่างอื่นอีกหรือเปล่า เพราะมันแค่วันเดียว อีกอันหนึ่งก็คือแน่นอนล่ะครับ ในป่า มันก็ต้องมีความพยายามว่า ... วันนั้นมันเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าเป็นวันจันทร์ เจ้าหน้าที่พานักกฎหมายออกมา ออกมาต่อรองกัน ช่วยกันทางกฎหมาย ซึ่งก็เป็นสิทธิ เป็นสิทธิของฝ่ายคุณเปรมชัย ไม่ได้ผิดอะไร

ถาม- ในเรื่องของการสู้คดี หลายคนตั้งทฤษฎีออกมา อย่างเช่นยกตัวอย่างว่า เป็นไปได้ไหมที่เขาจะอ้างว่าเสือมาบุกแคมป์ เลยยิงเพื่อป้องกันตัว

ศศิน- ไม่ได้หรอกครับ เสือดำมันไม่บุกแคมป์หรอกมั้ง มันไม่บุกหรอก เสือดำมันตัวแค่ ... ตัวเท่าเด็กน่ะ 140 ซม. 148 ซม. หลังจากยืดหนัง แสดงว่าก่อนยืดมันน่าจะตัวสักเมตรหน่อยๆ ตัวใหญ่กว่าหมาไม่เท่าไร

ถาม- แสดงว่าข้ออ้างเรื่องการป้องกันตัว ตัดไปได้เลย

ศศิน- ก็ มันไม่ควรจะมีนะ แล้วอุปกรณ์ การนำไรเฟิลเข้าป่า มันจะตั้งใจป้องกันตัวเกินเหตุไปหน่อย เพราะมันไม่ได้หรอกครับ มีอะไรที่เล็กกว่านั้นก็ยังเข้าใจได้ แต่ขนาดไรเฟิลหลายๆ กระบอก แล้วกระสุนขนาดนั้น

ถาม- อาจารย์พูดถึงเรื่องปืน หลายคนวิเคราะห์ว่า ปืนขนาดนี้ เจอช้างก็ยิงตายได้

ศศิน- ไรเฟิลมันยิงได้หมดล่ะครับ แล้วกระสุนขนาดนี้นะ ล่าได้อีกหลายวัน เอาไปทำไมล่ะ ขนาดนั้น

ถาม- แสดงว่าที่เขาบอกว่า เส้นทางแบบนี้ที่จะขออนุญาตเข้าไปพักผ่อนสักแค่ 2 วัน 1 คืน จริงๆ แล้วด้วยพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น อาวุธที่เข้าไปขนาดนั้น มันมีแนวโน้มที่เขาจะ...

ศศิน- มันเกิดเหตุครับ คือเข้าไปทุ่งใหญ่ฯ นี่ ผมเข้าไปทุกปีครับ แต่ก่อนทำงานอยู่ เข้าไปก็เข้าไปกางเต็นท์นอน ไปทำงาน ไปประชุม ก็ไม่เห็นต้องเอาอะไรไป มีอันตรายอะไรขนาดนั้น

ถาม- คือถ้าคนทั่วไปไปเดินป่า อาวุธมันเป็นของต้องห้ามอยู่แล้ว?

ศศิน- ใช่

ถาม- มันไม่จำเป็นต้องเอาเข้าไป

ศศิน- ใช่ แล้วก็เข้าไปถึงหน่วยซ่งไท้ หรือหน่วยมหาราช ที่ว่านี่ ก็ไปกางเต็นท์นอน ก็ไปทำอาหารกับข้าวกับปลากิน เล่นน้ำห้วย แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ดูนก มันไม่ต้องเอาอะไรไปหรอก ก็ปลอดภัย

ถาม- มันจะไม่มีกรณีที่เข้าป่าแบบนั้น แล้วมีสัตว์ป่าลงมาทำร้าย?

ศศิน- มันไม่มีหรอกครับ ถ้าเกิดอยู่ในพื้นที่ที่เขาอนุญาตให้อยู่ หรือออกไปนอกพื้นที่เอง โอกาสที่สัตว์ป่าจะมาทำร้าย มันก็ไม่มีหรอกครับ จะมีก็มีช้าง ที่ว่าจะต้องปะทะกัน หรือว่ามีหมี นี่ก็อันตรายหน่อย แต่ว่ามีเสือกระโดดมา นี่มันในหนังแล้ว

ถาม- อีกทฤษฎีหนึ่งที่หลายคนเริ่มพูดถึงกันก็คือกรณีที่บอกว่า คุณเปรมชัยไม่ได้เกี่ยวข้อง เป็นฝีมือของลูกน้อง แบบนี้จะเป็นห่วงไหมครับว่าคดีจะมาอย่างไร

ศศิน- ก็เป็นไปได้ทั้งหมดครับ อันนี้ก็แล้วแต่คำให้การ พยานหลักฐาน

ถาม- จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนกลางเองจำเป็นจะต้องมาดูเรื่องของกฎหมายไหมครับ หลายคนตั้งคำถามกลับไปว่า ล่าสัตว์แบบนี้ทำไมกฎหมายดูไม่ค่อยรุนแรงเลย

ศศิน- ก็แล้วแต่ เพราะคนเขาก็คิดว่าแค่เข้าไปยิงสัตว์แค่นี้ สมมุติว่าถ้าไม่ได้เป็นเสือ ปรับเขาสักสามแสน แล้วก็จำคุก 3 ปี มันหนักไหม ก็หนักนะ แต่เสือ กับไก่ฟ้า มันก็โทษน่าจะเท่าๆ กัน เพราะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเหมือนกัน มันก็เป็นไปตามข้อกฎหมาย

ถาม- แสดงว่าอาจารย์ก็เห็นว่ากฎหมาย ... มันก็เป็นไปตามนั้น ไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรมันก็ได้

ศศิน- ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกครับ แต่ว่าปัจจุบันมันก็ ... มันเป็นเรื่องของความรู้สึก สมมุติเราไปล่าอะไรที่คนความรู้สึกมันเล็กๆ น้อยๆ แล้วไปติดคุก สมมุติเป็นชาวบ้านเข้าไปหาของป่าแล้วยิงเม่นสักตัวออกมากิน แล้วต้องติดคุก 3 ปี ปรับสามแสน ความรู้สึกของคนทั้งหมู่บ้านมันก็แบบหนึ่ง ซึ่งมันก็เป็นกฎหมาย

ถาม- กฎหมายอันเดียวกันด้วย

ศศิน- ครับ แต่ถ้าเกิดสมมุติว่า เราเหลือเสือโคร่งอยู่สัก 80 ตัว 100 ตัวในป่า แล้วมีพรานเข้าไปล่ามา 1 ตัว ก็เกิน 1 เปอร์เซ็นต์แล้วนะ ล่ามา 10 ตัว ก็คือ 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วปรับแค่สองแสน ซึ่งเสือโคร่งราคาถ้าออกไปชำแหละขายตลาดต่างประเทศ ตัวหนึ่งก็อาจจะเกิน 1 ล้านบาท ปรับแค่เป็นแสน มันก็คุ้ม ถ้าเกิดรอดออกไป หรือแม้แต่โดนจับก็ยังคุ้ม แต่ว่ากฎหมายมันเป็นกฎหมาย จะเม่นหรือจะเสือมันก็ว่ากันไป

ถาม- ถ้าอย่างนั้นเราควรจะป้องกันอย่างไร

ศศิน- ผมว่าไม่ต้องป้องกันหรอก เราควรจะภูมิใจว่าเรามีเจ้าหน้าที่ที่กล้าที่จะดำเนินการ พอนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไปจากพื้นที่พักแรม ก็ไปตรวจตราดูแล เสร็จแล้วก็ยังกล้าที่แม้ว่าจะรู้ว่าเป็นแขกของผู้ใหญ่ ก็ยังกล้าที่จะดำเนินการ ซึ่งถ้าจะเคลียร์ซะ ผมว่าก็อยู่ในวิสัยที่อาจจะตัดสินใจทำได้ เพราะว่ามันอยู่ในป่า ไม่มีสัญญาณ ไม่มีกล้องวงจรปิดเหมือนในเมือง แต่ว่าเขาก็ยังทำหน้าที่ แล้วอย่างที่ผมบอก เคสแบบนี้มันเป็นเคสพิเศษจริงๆ แล้วคนปกติจริงๆ เขาก็ไม่ทำ แต่ว่าเรื่องของการเข้ามาล่าสัตว์โดยคนมีอาชีพพราน ไม่ใช่มีอาชีพเป็น CEO บริษัท อันนี้เขาก็มีระบบลาดตระเวนดูแล มีทำอยู่แล้ว

ถาม- ทราบมาว่าก่อนหน้านี้อาจารย์ก็ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องของการลาดตระเวนเส้นทางต่างๆ ภายในป่า เพื่อคุ้มครองดูแล

ศศิน- ใช่ครับ ในป่าตะวันตก ทางมูลนิธิสืบฯ เขามีโครงการร่วมกับกรมอุทยานฯ แล้วไปขอสนับสนุนจากบริษัทเอกชน แต่ไม่ใช่บริษัทนี้นะ ก็ช่วยพัฒนาการลาดตระเวนมาโดยตลอด

ถาม- สถานการณ์ภาพรวมมันดีขึ้น / เลวลง

ศศิน- ดีครับ เคสนี้นอกจากเรื่องของสงสารสัตว์ป่า เสือดำ ที่โดนทำร้าย เป็นเคสที่ดี ที่ดีคือ หนึ่ง เรามีเจ้าหน้าที่ที่ดูแล อันที่สอง สาธารณชนให้ความสนใจ สามก็คือ มันก็ยังมีสัตว์ป่า แค่ออกไปนิดเดียวก็ยังมีเสือดำมา ก็แสดงว่าป่าที่เรารักษาไว้ยังอุดมสมบูรณ์ แล้วเคสแบบนี้มันไม่ได้มีเยอะหรอกครับ มันต้องเป็นคนที่ผิดปกติจริงๆ ถึงกล้าทำ

ถาม- โดยปกติแล้ว คนที่เขาล่าสัตว์ เขาจะเป็นแบบนั้นโดยพื้นฐาน โดยนิสัย?

ศศิน- มันเป็นเรื่องของคนอายุสักหกสิบ อย่างผมนี่อายุห้าสิบ ผมก็ไม่มีพฤติกรรมอย่างนั้น เพราะว่าสมัยผมโตขึ้นมาก็ไม่เคยเห็นป่าอะไรแบบนั้น แต่ว่าคนที่อายุมากกว่าผมสักสิบปี มันเป็นช่วงรอยต่อ ยังได้เห็นภาพ ได้อ่านหนังสือ ยังเห็นคนอีกเจเนอเรชันหนึ่ง มีความสุขกับการไปล่า ความสุขกับการไปเอาหัวกระทิงมาแขวนไว้ มีหนังสือในครอบครอง แล้วก็แสดงว่าตัวเองมีความกล้าที่จะไปเผชิญกับชีวิต out door แต่คนรุ่นผมนี่เกิดมา out door ก็ไปกางเต็นท์ ต้มน้ำกินกาแฟ กินน้ำซะ ก็ฟิล (filled) แล้ว เดินป่าทางไกลเพื่อที่จะไปชื่นชม ไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ อะไรแบบนี้ แต่เมื่อก่อนมันต้องถึงใจกว่านั้น กิจกรรมมันก็จะต้องใช้ร่างกาย ใช้จิตใจ ไปปะทะกับความลำบาก แล้วก็หาสัตว์ร้ายมาเป็นคู่ประลอง มันก็ต้องเป็นคนรุ่นนั้นล่ะ

ถาม- แสดงว่าโดยแนวโน้ม ค่านิยมอะไรแบบนี้มันค่อยๆ จะน้อยลงไปเรื่อยๆ

ศศิน- ก็แทบจะไม่มีแล้วล่ะ ผมถึงบอกว่าเป็นกรณีผิดปกติ

ถาม- หลายคนพูดไปถึงกรณีก่อนหน้านี้ อิตาเลียนไทยได้รับงาน เรื่องของทางเชื่อมป่า ที่จะให้รถกับสัตว์ป่าอยู่ด้วยกันได้ อาจารย์เป็นห่วงไหมครับว่าเรื่องนี้มันจะถูกไปโยงกับเรื่องอนาคตสัตว์ป่าจะไม่ปลอดภัย อะไร อย่างไร

ศศิน- ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย อิตาเลียนไทยทำงานนี้ก็ดีแล้ว สัตว์ป่าที่ทับลานจะได้เดินมา แล้วนี่เป็นเรื่องบุคคลครับ ไม่ใช่เรื่องความผิดของอิตาเลียนไทยนะ ผู้ต้องหาก็คือคุณเปรมชัย ไม่ใช่ผู้ต้องหาเป็นอิตาเลียนไทย อิตาเลียนไทยก็ยังคงเป็นบริษัทที่ดี มีประโยชน์ เป็นเรื่องขององค์กร มันเป็นเรื่องของบุคคล คงไม่โยงกัน

ถาม- ท่าทีของรัฐมนตรีกระทรวงฯ ล่าสุดที่ออกมาพูดทำนองว่า อย่าเพิ่งปรักปรำ ให้กระบวนการดำเนินการไปก่อน ต้องดูพยานหลักฐาน ลักษณะแบบนี้อาจารย์เป็นห่วงไหม

ศศิน- ไม่เป็นห่วงครับ เพราะว่าผมตามอ่านข่าวละเอียด รัฐมนตรีเขาก็พูดถูกแล้วนี่ ก็พูดเหมือนผมพูดทุกประการนั่นล่ะ ว่าทั้งหมดก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน กระบวนการยุติธรรมก็เป็นไปตามพยานหลักฐาน รัฐมนตรีเขาไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไร ยิ่งเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องดูตามพยานหลักฐาน รัฐมนตรีก็ยังไม่ได้ไปให้ข่าวว่าเขาคงไม่ทำ ถ้าพูดอย่างนั้นสิ ค่อยว่ากัน

ถาม- อาจารย์ใกล้ชิดกับเรื่องของป่า เรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เขาทำงานด้านนี้มานาน ก็มีคนที่พูดอยู่เหมือนกันว่ากระทรวงลักษณะแบบนี้มันมีเรื่องของการเล่นพรรคเล่นพวก ในอนาคตอาจารย์เป็นห่วงไหมว่าเจ้าหน้าที่ที่เขาออกมาทำแบบนี้ เอาล่ะช่วงนี้ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ ได้รับคำชื่นชม แต่ในอนาคตจะลำบาก

ศศิน- เป็นห่วง เป็นห่วงวิเชียร เป็นห่วง วิเชียรทำงานดี ตั้งแต่มาอยู่ทุ่งใหญ่ฯ ผมมีแต่ความชื่นชมเขา กล้าจับผู้มีอิทธิพล เป็นคนหนุ่มที่ตอนแรกผมไม่ไว้ใจเขาเลย จะไหวเหรอ ทุ่งใหญ่ฯ มันไม่ธรรมดา แล้วก็เป็นเขตที่หินที่สุด ปรากฏว่าเขาเข้ามาจะปีหนึ่ง มีแต่ผลงานที่ดี เห็นได้ชัดเลย แล้วก็รับไม้ต่อจากหัวหน้าคนเก่า ก็คือหัวหน้าวีรียา โอชะกุล ซึ่งก็เป็นหญิงแกร่ง คนเก่งของเรา ได้แบบสมบูรณ์แบบมาก แล้วงานคราวนี้ก็เป็นบทพิสูจน์ว่า คนนี้คือของจริง แต่ที่เป็นห่วงก็คือเรื่องเล็กเรื่องน้อย ซึ่งมันก็ผิดจริง อย่างเช่น อนุญาตให้คณะนี้เอาปืนเข้าไปอย่างไร อันนี้ผิด อันนี้น่าจะเป็นข้อบกพร่อง ซึ่งก็เป็นบทเรียนของคนทำงาน แต่ว่ามันก็เป็นเหตุสุดวิสัย เพราะว่าเป็นแขกของใครล่ะ เขาอ้างมา ใครล่ะ

ถาม- สังคมช่วยอะไรในเรื่องนี้

ศศิน- ผมว่าช่วยเยอะแล้วนะ แค่นี้ก็ ... ผมว่าสังคมรับไม่ได้กับการที่ใครจะมีอภิสิทธิ์ในเรื่องแบบนี้

ถาม- ล่าสุดหุ้นอิตาเลียนไทยตกไป 4 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ อาจารย์ว่ามีผลมาจากเรื่องนี้เลยไหมครับ

ศศิน- ไม่ทราบครับ ไม่ได้เล่นหุ้น ไม่รู้เลย

ถาม- ในมุมที่อาจารย์ทำงานอนุรักษ์ มูลนิธิสืบฯ ควรที่จะต้องใช้โอกาสที่ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมขยายต่อไหมครับ

ศศิน- ผมก็รู้สึกว่า หนึ่งก็คือ มันก็เป็นเรื่องที่ ... เรื่องใหญ่ที่สุดของการทำลายธรรมชาติ ก็คือคนข้างในนั่นล่ะ คนข้างในก็คือคนของกรมอุทยานฯ เอง ที่จะเลือกคบหากับใคร จะคัดกรองใคร หรือว่าข้ออ้างในการที่จะฝากฝังใครเข้ามา นั่นคือเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องที่จะมีภัยจากข้างนอกเข้ามา มันทำอะไรป่า กรมอุทยานฯ ไม่ได้หรอก เพราะว่ามันมีหน่วยพิทักษ์ป่า มีคนดูแล ก็ต้องเป็นบทเรียนว่า กรมอุทยานฯ เองจะให้ใครเข้ามาทำอะไรในพื้นที่ที่จะส่งผลเสียหาย อันนี้ก็เป็นบทเรียน บทเรียนใหญ่ที่ต้องคัดกรอง

ถาม- หลายคนเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปโยงกับเหตุการณ์ทุ่งใหญ่ฯ ในอดีต ตั้งแต่ 2516 ว่ามันลามปามไปฝ่ายการเมือง ไปนู่นไปนี่

ศศิน- ป่าทุ่งใหญ่ฯ ก็ยังคงขลังอยู่

ถาม- อาจารย์มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะถูกโยงไปเป็นภาพใหญ่ไหม

ศศิน- คือเหตุการณ์นี้ หลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่าทุกคนในสี่คนน่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำผิด เราไม่สามารถจะบอกว่าคุณเปรมชัยเป็นคนยิงหรือไม่ยิง ไม่ได้ อันนี้ต้องพูดแบบรัฐมนตรีว่าเป็นไปตามพยานหลักฐาน ถ้าตราบใดที่ไม่ค้นพบเขม่าดินปืนที่เป็นหลักฐาน หรือมีทั้งสี่คน หรือมีคนเดียว หรืออะไรอย่างนี้ นี่ก็ไปปรักปรำคุณเปรมชัยไม่ได้ แต่ทั้งหมดนี้มันก็ชัดว่าพฤติกรรมที่เอาปืนเข้า ครอบครองสัตว์ป่า อยู่แคมป์เดียวกัน ทั้งหมดก็เป็นผู้ร่วมกระทำผิด ใช่ไหมครับ อันนี้ก็คือ ต้นทางในเรื่องของรูปคดีก็คือกรมอุทยานฯ แล้วก็หัวหน้าวิเชียร ก็จะต้องเป็นต้นทางที่จะต้องทำคดีนี้ให้แข็งแรง ต้องทำสำนวนให้แข็งแรง คราวนี้ตำรวจที่มา แล้วก็ส่งอัยการ อัยการจะสั่งฟ้อง สั่งไม่ฟ้อง จะดำเนินการอะไร มันก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง แล้วพอสั่งฟ้องถึงขั้นศาล ทางเขตทุ่งใหญ่ฯ กับกรมอุทยานฯ ก็ต้องทำข้อมูลให้เต็มที่ เพื่อที่จะเอาความถูกความผิดออกมา อันนั้นเป็นเรื่องของกรมอุทยานฯ แต่กรมอุทยานฯ จะทำเต็มที่หรือไม่เต็มที่ ก็ต้องเข้าใจว่ามันมาจากกระทรวงและรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีท่านก็ไลน์มานะ ท่านไลน์มาบอกผมว่า ผมไม่ปกป้องคนผิด พวกปรักปรำมันก็เป็นไปตามหลักการ แต่ว่าทั้งหมดต้องเป็นไปตามผิดตามถูก ดังนั้นถ้ากระทรวงมีท่าที ต้องใช้คำว่าท่าที ใช้คำว่านโยบายไม่ได้ มีท่าทีที่ให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการเต็มที่ มันก็ไปเต็มที่ ทีนี้กระทรวงมันก็คือภาพเดียวกับรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องเลือกว่า ... เพราะอิตัลไทย อิตาเลียนไทย ก็เป็นหน่วยงานที่มีคุณูปการ คุณเปรมชัยเองก็คงจะมีบทบาทในการพัฒนาประเทศชาติอีกทางหนึ่ง รัฐบาลจะเลือกที่จะรักษาคอนเนกชัน นี้ หรือรักษาความถูกต้อง หรือยุติธรรม มันก็จะส่งสัญญาณมาเป็นทอดๆ จนในที่สุดกรมอุทยานฯ จะทำงานให้ข้อมูล หรือขั้นต่อสู้ในชั้นศาลอย่างสบายใจ มันก็โยงไปถึงท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี ที่ส่งมาเป็นทอดๆ ผมว่าสังคมก็จับตา

นั่นคือที่โยงการเมือง ซึ่งถ้าเกิดรัฐบาลมีท่าทีที่ดี ที่ปล่อยให้ถูกไปตามถูก ผิดไปตามผิด ผมว่ามันก็จะไม่ไปหาการเมือง การเมืองจะทำอะไรเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ถ้ามันไม่มีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ

ถาม- จะถามอาจารย์ต่อว่า ให้อาจารย์ช่วยขยายความนิดหนึ่งว่าในฐานะประชาชนที่ติดตามข่าวสาร เราควรจะต้องตามประเด็นนี้ต่อไปอย่างไรให้มันได้ประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม

ศศิน- ก็ต้องตามดูท่าที ตามดูท่าทีนั่นล่ะ ว่ารัฐบาลเองจะปล่อยให้ข้าราชการกรมอุทยานฯ ต่อสู้ในลักษณะไหน ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวไหม จะมาเป็นกำลังใจให้หัวหน้าวิเชียรไหม จะมีท่าทีอย่างไร่ต่อหัวหน้าวิเชียร จะมีท่าทีอย่างไรต่ออธิบดีกรมอุทยานฯ จะเลือกที่จะคอมโพรไมซ์กับพลังทางอีกฝ่ายหนึ่ง หรือจะเลือกที่จะปล่อยถูกไปตามถูก ผิดก็ผิด อันนี้สังคมก็ต้องจับตานโยบาย แล้วสื่อมวลชนก็ต้องตามความคืบหน้าอยู่เรื่อยๆ เพราะอย่าลืมว่าคดีแบบนี้มันก็ไม่ทราบว่าจะยาวนานหรือไม่ยาวนาน

ถาม- กำลังจะถามต่อเป็นความรู้เลยครับอาจารย์ ...

ศศิน- ผมว่าไม่หรอก หลักฐานมันชัด ไม่ต้องสืบอะไรกันเยอะ มันสืบอยู่ในช่วงแค่ 3 วันเอง ไม่ได้ต้องสืบย้อนกลับไปอะไรเยอะมากมาย

ถาม- ชัดเจนนะครับ ในประเด็นที่ว่าจะต้องโฟกัสไปที่ไหน ต้องให้กำลังใจใคร แล้วก็ติดตามประเด็นนี้อย่างไร

ศศิน- ครอบครองอาวุธ ในพื้นที่ครอบครองสัตว์ป่า มันผิดอยู่แล้ว

ถาม- วันนี้ขอบคุณอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ ครับ ต้องช่วยกันติดตามต่อเนื่องนะครับ อย่างที่อาจารย์ศศินบอกว่า หลักฐานชัดเจน สุดท้ายแล้วอยู่ที่ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ที่รัฐบาล ว่าจะให้เรื่องนี้เดินหน้าต่อไปอย่างไร วันนี้ผมและอาจารย์ศศิน ลาคุณผู้ชมไปก่อน สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...