สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเป็นกษัตริย์ที่สนพระทัยในความก้าวหน้าของชาวยุโรปเป็นอย่างมาก ทรงเป็นกษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ใช้กล้องดูดาวทอดพระเนตรจันทรุปราคา และโปรดฯให้สร้างหอดูดาวขึ้นที่กรุงศรีอยุธยา และละโว้
คณะบาทหลวงที่เข้ามากับราชทูต เดอ โชมองต์ ซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ส่งเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีใน พ.ศ.๒๒๒๘ ได้บันทึกไว้ว่า คณะราชทูตชุดนี้มีผู้เชี่ยวชาญวิชาสาขาต่างๆ อาทิ แพทย์ นักเคมี นักคณิตศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องดาราศาสตร์ คือ บาทหลวงเยซูอิท ๖ รูปได้เข้ามาด้วย สมเด็จพระนารายณ์ทรงโปรดปรานให้บาทหลวงชุดนี้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์อย่างใกล้ชิดที่เมืองละโว้ โดยไม่ต้องถอดรองเท้า
ตอนหนึ่งของคำกราบบังคมทูล บาทหลวง เดอ ฟองเดอเนย์ กล่าวว่า
“อันวิชาที่คณะอาตมายึดถือเอาเป็นอาชีพอยู่นี้ เป็นที่ยอมรับรับถือกันทั่วไปในทวีปยุโรป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรามีพระราชนิยมถึงขนาดให้สร้างหอดาราศาสตร์ในพระมหานครหลวง และโปรดพระราชทานนามของพระองค์เป็นชื่อของวิทยาลัยแห่งคณะของเราที่ทำการสอนวิชาการเหล่านี้อยู่ พวกเราได้ศึกษากันมาแต่อายุยังเยาว์...”
สมเด็จพระนารายณ์ทรงสนพระทัยดาราศาสตร์ตามที่บาทหลวงกราบทูล โดยเฉพาะใคร่จะทอดพระเนตรจันทรุปราคาที่จะเกิดขึ้นในวันที่ ๑๑ ธันวาคมในปีนั้น
คณะบาทหลวงได้เลือกเอาตำหนักทะเลชุบศรซึ่งเป็นที่โล่งกว้าง เห็นท้องฟ้าได้รอบทิศ เป็นที่ถวายให้ส่องกล้องยาว ๕ ฟุตทอดพระเนตรจันทรุปราคา พระองค์ทรงพอพระทัยเป็นพิเศษที่ได้ทอดพระเนตรเห็นจุดต่างๆบนดวงจันทร์ โดยเฉพาะกำหนดเวลาจันทรุปราคาตรงตามที่คณะบาทหลวงคำนวณไว้ ทรงถามปัญหาที่ข้องพระทัยว่า เหตุไฉนดวงจันทร์จึงเห็นกลับทางกันในกล้องดูดาว...เหตุใดเรายังเห็นดวงจันทร์อยู่อีกเป็นบางส่วนเมื่อจับเต็มคราสแล้ว...ขณะนี้เป็นเวลาที่กรุงปารีสกี่โมงแล้ว...การสำรวจที่กระทำขึ้นพร้อมๆกันในที่ห่างไกลนั้น จะเกิดประโยชน์อะไรขึ้นได้บ้าง...
ที่สำคัญทรงถามปัญหาที่คณะบาทหลวงตอบไม่ได้ คือ
“ขณะเกิดคราส ทำไมดวงจันทร์จึงมีสีแดง”
นอกจากนี้ยังมีพระราชประสงค์จะศึกษาทางทฤษฎีจากกล้องส่องดาวขนาด ๑๒ ฟุตที่บาทหลวง เดอ ฟองเดอเนย์ใช้อยู่ด้วย ซึ่งบาทหลวงก็ปรับกล้องให้ทอดพระเนตร
คณะบาทหลวงได้บันทึกไว้ด้วยว่า การเกิดจันทรุปราคาครั้งนี้ซึ่งเต็มดวงยาวนานประมาณ ๑ ชั่วโมง ๔๒ นาที มีพราหมณ์คนหนึ่งซึ่งเป็นโหรในเมืองละโว้ ได้พยากรณ์จันทรุปราคาผิดไปเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่คำควณเวลาที่คราสจับนั้นผิดไปอักโข ทำให้คณะบาทหลวงสนใจใคร่รู้ว่าพราหมณ์ใช้วิธีใดคำนวณ แต่การทำความเข้าใจในวิชากาของพราหมณ์ไม่รู้เรื่องกัน
พราหมณ์ได้ตั้งปุจฉากับคณะบาทหลวงว่า ได้อ่านพบในหนังสือจีน กล่าวว่ามีดาวดวงหนึ่งฉายแสงจรัสอยู่กับที่ เหนือพระบรมราชวังของพระเจ้ากรุงปักกิ่ง เรื่องนี้เป็นความจริงเพียงไร บาทหลวงตอบว่า เรื่องนี้เป็นแค่นิยาย
หลังจากได้ทอดพระเนตรจันทรุปราคาแล้ว สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงสนพระทัยในเรื่องดาราศาสตร์อย่างมาก รับสั่งให้สร้างหอดูดาวขึ้นที่กรุงศรีอยุธยา ส่วนที่กรุงละโว้ คณะบาทหลวงได้สร้างขึ้นที่วัดสันเปาโล ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงเสด็จมาเร่งงานด้วยพระองค์เองให้เสร็จโดยเร็ว
พอเปลี่ยนแผ่นดินมาเป็นพระเพทราชาขึ้นครองราชย์ ชาวต่างประเทศทุกชาติที่เดินกันขวักไขว่อยู่ในกรุงศรีอยุธยาและกรุงละโว้ จนเหมือนแผ่นดินอินเตอร์ ก็ถูกขับไล่ออกจากประเทศทั้งหมด บาทหลวงที่นำวิทยาการใหม่ๆเข้ามา ถูกจับขัง ถูกทรมานแสนสาหัส ความสัมพันธ์ของชาวยุโรปกับไทยก็ขาดตอนไป กลับมาฟื้นฟูใหม่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์


