ในยุคที่คนระดับผู้นำของไทยเตรียมตัวรับมือกับฝรั่งที่จะแผ่อิทธิพลเข้ามาในตะวันออกนี้ เป็นที่รู้กันว่าคนที่ทุ่มเทศึกษาเรื่องราวของชาวตะวันตกมากที่สุด ก็คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะที่ทรงผนวชอยู่ และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอนุชา ขณะทรงรับตำแหน่งสำคัญในกองทัพสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งมีหนังสือของชาวตะวันตกหลายคนกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ หนึ่งในจำนวนนี้ก็คือ “ราชสำนักสยามในทรรศนะของหมอสมิธ” ซึ่งเขียนโดย นายแพทย์มัลคอล์ม สมิธ แพทย์หลวงในสมัยรัชกาลที่ ๖
นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ มิชชันนารีอเมริกันที่เข้ามาในสมัยรัชกาลที่ ๓ ก็เคยบันทึกไว้ในไดอารีเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๘๙ มีข้อความตอนหนึ่งว่า
“เย็นวันนี้ ฉันกำลังนั่งเรียนหนังสือไทยเงียบๆอยู่ในห้องแต่ผู้เดียว ก็ได้ยินเสียงฝรั่งร้องทักมาจากระเบียงหน้าบ้านว่า “Hello Doctor! How do you do” ฉันลุกขึ้นไปดูอยากรู้ว่าคนอังกฤษที่ไหนที่มาแสดงเป็นกันเองกับฉันเช่นนี้ ก็แลเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งรูปร่างสันทัดแต่ผิวคล้ำ แต่งกายด้วยชุดนายทหารเรืออังกฤษใหม่เอี่ยม ห้อยกระบี่ด้ามทอง ยืนท่าทางผึ่งผายอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน ฉันเดินเข้าไปหาและกล่าวคำปฏิสันถาร แต่นายทหารเรือผู้นี้กลับหัวเราะลั่นด้วยความชอบใจ ฉันจึงจำได้ว่ามิใช่คนอังกฤษใครที่ไหนเลย ที่แท้ก็คือ เจ้าฟ้าน้อย นั่นเอง พระองค์ท่านทรงชุดนายทหารเรืออังกฤษ ซึ่งทรงสั่งจากนอกมาถึงใหม่ๆ และรีบเสด็จเยี่ยมฉันทันที ทรงสนทนาปราศรัยกันอยู่พักใหญ่ แล้วจึงเสด็จกลับ”
“เจ้าฟ้าน้อย” ผู้นี้ คือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ซึ่งต่อมาก็คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าแผ่นดินคู่ในรัชกาลที่ ๔ นั่นเอง
พระองค์รับสั่งเป็นภาษาอังกฤษ หลังจากทรงศึกษาได้ไม่นาน ด้วยสำเนียงที่คนอเมริกันยังฟังไม่ออกว่าเป็นคนไทยหรือคนอังกฤษพูด
ส่วนหมอสมิธก็กล่าวสรรเสริญไว้ไม่แพ้กันว่า
“...พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทั้งตรัสและเขียนภาษาอังกฤษเหนือกว่าพระเชษฐาอยู่มาก ลายพระหัตถ์ของพระองค์ที่ปรากฏในพระราชสาสน์ที่ทรงเขียนถึงเซอร์ จอห์น เบาริ่ง นั้นเป็นตัวอย่างของแม่พิมพ์ทองแดงที่สมบูรณ์แบบ พระองค์ทรงใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนได้อย่างเป็นเลิศ...”
และยังได้กล่าวสรรเสริญถึงความสง่างามและความเป็นชายชาตรีของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ไว้ว่า
“จากเรื่องทุกเรื่องที่เราอ่านพบ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ทรงมีบุคลิกลักษณะอันงดงามยิ่งนัก พระวรกายสง่าผ่าเผยผิดบุคคลธรรมดา การสนทนาพูดคุยตลอดจนพระจริยาวัตรดูเหมือนชนชาติที่มีอารยธรรมทั้งหลาย พระองค์ทรงมีพระนิสัยเมตตากรุณาและสุภาพอ่อนโยนต่อสตรี และไม่เคยที่จะทรงแสดงความดุร้ายให้เป็นที่ปรากฏ พระองค์โปรดการล่าสัตว์ซึ่งเป็นกีฬาที่ไม่เคยอยู่ในความสนพระทัยของทั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
ส่วนความคิดเห็นในด้านการเมืองของกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ หมอสมิธเขียนไว้ว่า
“เจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ วีรบุรุษในอุดมคติของพระองค์คือ จอร์จ วอชิงตัน พระองค์ทรงมีพระทัยฝักไฝ่ในวีรบุรุษผู้นี้อย่างแรงกล้า จนถึงกับพระราชทานนามพระโอรสองค์ใหญ่ตามนามของจอร์จ วอชิงตัน ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปริ๊นซ์ยอช วอชิงตันทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จกรมพระราชวังบวร แต่หากจะพิจารณากันในด้านพระปรีชาสามารถแล้ว ก็ยังมิอาจเทียบได้กับพระนามที่ทรงได้รับการเรียกขาน หรือเทียบกับพระราชบิดามิได้เลยแม้แต่น้อย”
ปริ๊นซ์ ยอช วองชิงตัน มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ ซึ่งทิวงคตใน พ.ศ.๒๔๒๘ ขณะทรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรวิไชยชาย ซึ่งทรงเป็นกรมพระราชวังบวรพระองค์สุดท้ายของกรุงรัตนโกสินทร์ หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็ทรงยกเลิกตำแหน่งนี้ และสถาปนาสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิสขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช


