xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : "หมอปอ" งานแต่งเป็นงานศพ | "ตูน" ฝ่าฟันสองพันกิโล | โคตรจะแมนต่อยลูกสาวแท็กซี่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

หมายเหตุ : เนื่องจากเว็บไซต์ MGR Online กำลังปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ ต้องการชมเนื้อหาย้อนหลัง คลิก https://bit.ly/mgrtop7 ขออภัยในความไม่สะดวก

สรุปข่าวประจำวันที่ 16 - 22 ธ.ค. 2560

อันดับ 1 : งานแต่งเป็นงานศพ "ไอ้เก่ง" หนุ่มการไฟฟ้าฯ ลั่นไกสังหารว่าที่เจ้าสาว "หมอปอ" ดับ

คดีอุกอาจสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. พบศพ น.ส.นนทิญา หรือ หมอปอ ครัวจัตุรัส อายุ 25 ปี เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลสุขภาพตำบลสลุย ถนนเพชรเกษม หมู่ 5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ภายในห้องนอนของบ้านพักด้านหลังที่ทำงาน สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่หน้าอก ซึ่งเจ้าตัวกำลังจะแต่งงานกับนายรณชัย หรือ เก่ง ปานชาติ อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอหลังสวน ในวันที่ 24 ธ.ค. ต่อมาตำรวจเชิญตัวนายรณชัยมาสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง กระทั่งจำนนต่อหลักฐานเสื้อผ้า หมวกไอ้โม่ง จึงรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่า น.ส.นนทิญา ด้วยตัวเอง โดยให้หญิงชู้ขับรถพาไปถึงที่ ก่อนเอาปืนไปทิ้งลงน้ำ







นายรณชัยอ้างว่า เหตุที่ลงมือยิง น.ส.นนทิญา เพราะไม่พอใจที่บังคับให้เลิกกับหญิงชู้ ที่ผ่านมาเป็นแฟนกันนาน 6 ปี มีปัญหากันมาตลอด ก่อนหน้านี้กู้เงินมาแต่งงาน 1.5 ล้านบาท มอบให้กับผู้ตายเก็บไว้ แม้กระทั่งบัตรเอทีเอ็ม บัญชีเงินเดือนก็จะเก็บไว้ จะใช้เงินต้องไปขอ เมื่อถามถึงเรื่องเงินก็ทะเลาะอย่างรุนแรง ส่วนหญิงชู้ทำงานที่เดียวกัน คบหามา 1 ปีและมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่เมื่อผู้ตายจับได้ ก็เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค. ตำรวจควบคุมตัว น.ส.นฤมล ช่วยสมบัติ อายุ 23 ปี หญิงชู้ของนายรณชัย สอบสวนให้การว่าเป็นคนซื้ออาวุธลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ราคา 7 พันบาทมาให้นายรณชัยที่อ้างว่าเอาไว้ป้องกันตัว และให้ขับรถไปหาที่บ้าน น.ส.นนทิญา เพื่อไปเคลียร์ปัญหา ไม่คิดว่าจะทำเช่นนั้น แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ

อันดับ 2 : ใกล้จะถึงแม่สาย "ตูน บอดี้สแลม" ฝ่าลมหนาวมุ่งสู่ 2,000 กิโลเมตร

กิจกรรมวิ่งการกุศล "ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" ของนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง จาก อ.เบตง จ.ยะลา ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่งทั่วประเทศ นอกจากจะเกินเป้าหมาย 700 ล้านบาทไปก่อนหน้านี้แล้ว ความพยายามของเขาได้ก้าวเข้าสู่ 2,000 กิโลเมตร ที่ถนนพหลโยธิน ในพื้นที่หมู่ 4 ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง เมื่อเช้ามืดวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น โดยมีประชาชนคอยให้การต้อนรับและบริจาคเงินตลอดทาง ขณะที่แฟนคลับต่างก็ร่วมบริจาคเงินจนเข้าสู่ 900 ล้านบาทไปแล้วเมื่อเช้าวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ด้านคนบันเทิงอย่าง เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ มอบเงินบริจาคที่ระดมทุนจากภาคตะวันออก 13 ล้านบาท, จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก มอบเงินบริจาคที่วิ่งเก็บตกจากชาวราชบุรี-กาญจนบุรีอีก 4.1 ล้านบาท และ อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ดารานักแสดง มอบเงินบริจาคที่วิ่งเก็บตกจากชาว จ.สมุทรสาครอีก 1.3 ล้านบาท แม้จะพบกับอุปสรรคจากอากาศหนาวจัด ต้องวิ่งลงข้างทางเพื่อไปผิงไฟกับชาวบ้าน รวมทั้งอาการบาดเจ็บที่ขาจากการวิ่งขึ้นเขาในระยะทางไกล และเริ่มมีไข้ก็ตาม แต่เจ้าตัวก็มีกำหนดที่จะวิ่งไปถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 25 ธ.ค. ซึ่งจะถือว่าครบ 2,191 กิโลเมตรตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

อันดับ 3 : โคตรจะแมน! "แก๊งดงกระสือ" แค้นแทนเพื่อน ปล่อยหมัดลูกสาวโชเฟอร์แท็กซี่

ทำเอาผู้คนบนโลกโซเชียลพากันเดือด กับพฤติกรรมป่าเถื่อนไม่เว้นแม้แต่สตรี เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thantong Rodluk โพสต์ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายโชเฟอร์รถแท็กซี่ และลูกสาว หลังกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาชนท้ายจนได้รับบาดเจ็บ เพื่อนของผู้บาดเจ็บจึงตามมารุมทำร้าย และทุบทำลายรถแท็กซี่จนได้รับความเสียหายต่อหน้าเจ้าหน้าที่กู้ภัย และตำรวจที่มาระงับเหตุ เหตุเกิดที่หน้าเต็นท์รถเบนซ์ 99 ถนนพุทธมณฑล สาย 1 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ คลิปดังกล่าวทำเอากระแสสังคมโลกโซเชี่ยลต่างประณามและวิพากษ์วิจารณ์วัยรุ่นชายทำร้ายชกต่อยผู้หญิงจนบาดเจ็บหน้าตาบวมปูดและให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมาย



ในที่สุดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเสาธง จับกุม นายธนากร ภิรมย์ หรือ ดำ ดงกระสือ อายุ 23 ปี และนายณัฐวุฒิ รำพึงกิจ หรือ แฟรงค์ ดงกระสือ อายุ 20 ปี สารภาพว่าวันเกิดเหตุรับโทรศัพท์จากเพื่อนแจ้งว่าขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถแท็กซี่บาดเจ็บสาหัส จึงขี่รถจักรยานยนต์ตาม เมื่อเห็นเพื่อนนอนจมกองเลือด คิดว่าโชเฟอร์แท็กซี่น่าจะเป็นฝ่ายผิด เลยต่อยโชเฟอร์ แต่มีคนเข้ามาขวางโดยไม่รู้ว่าเป็นลูกสาวจึงชกมั่วไปหมด หลังเหตุการณ์สงบลง ตนเพิ่งสำนึกผิดจึงมามอบตัว ต่อมาวันที่ 21 ธ.ค. ศาลจังหวัดตลิ่งชันอนุญาตให้ฝากขังทั้งสองผัดแรก พร้อมคัดค้านประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมอุกอาจและไม่เกรงกลัวกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายหญิงซึ่งถูกทำร้ายร่างกาย มีแผลใต้ตา และลูกตากระทบกระเทือนต่อการมองเห็น

อันดับ 4 : ติดหนวด ป.ป.ช.! ต่ออายุ "วัชรพล" และพวก 9 ปี - สนช. ค้านแหลกดักฟังข้อมูล

การผลักดันร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.บ. ป.ป.ช.) พบความไม่ชอบมาพากลหลายประเด็นในชั้นกรรมาธิการวิสามัญที่มี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร เป็นประธาน โดยพบว่า กมธ.เสียงข้างมาก จากอดีตนายตำรวจ และอดีตนายทหาร ที่มีความสนิมสนมและใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โหวตให้ กรรมการ ป.ป.ช. ที่มีคุณสมบัติหมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญ ปี 60 รวม 7 คน จากทั้งหมด 9 คน โดยเฉพาะ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกเป็นเวลา 9 ปี แหล่งข่าวระบุว่า ผู้มีอำนาจอยากจะให้อยู่ต่อ



อีกด้านหนึ่ง กมธ. ในสัดส่วนของ ป.ป.ช. ยังได้เสนอเพิ่มอำนาจให้สามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูล นักการเมือง ข้าราชการ และประชาชนได้ทั้งหมด ทำให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. สมาชิก สนช. อภิปรายคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากละเมิดสิทธิประชาชน จะถูกนำไปใช้แบล็คเมล์ทางการเมือง แต่ พล.ต.อ.วัชรพล ยืนกรานว่าจะไม่ถอน อ้างว่าการใช้คำว่าดักฟัง เป็นการสร้างภาพที่น่ากลัว แต่สุดท้ายผ่านไป 2 วันก็ยังลงมติไม่ได้ เมื่อ กมธ. ไม่ต้องการให้ สนช. เสียเวลา ตัดสินใจตัดประเด็นดังกล่าวทิ้ง แต่เรื่องการต่ออายุ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงได้เลื่อนประชุมเพื่อลงมติในวันที่ 25 ธ.ค. นี้

อันดับ 5 : ไม่สง่างาม! ตำรวจชั้นผู้น้อยโวย ต่อคิวซื้อปืนอนาถา ถอดรองเท้าจอง

กลายเป็นประเด็นดรามาบนโลกโซเชียล เมื่อตำรวจชั้นผู้น้อยนับพันรายเดินทางไปรับอาวุธปืนสั้น ซิกซาวเออร์ พี 320 เอสพี ซึ่งเป็นปืนสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ ที่จัดหาในยุค พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็น ผบ.ตร. ให้ซื้อได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด ที่กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ย่านสามเสน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พบภาพอันน่าอนาถใจ ตำรวจวางรองเท้าเพื่อต่อคิว บางคนยืนรอ นอนลงกับพื้น ตำรวจไม่ประสงค์จะออกนามเขียนความในใจว่า นอกจากต้องจ่ายเงินซื้อปืนเองแล้ว ต้องมานอนค้างตามข้างอาคาร เพื่อแย่งชิงคิวแบบทุลักทุเล แถมสถานที่แออัด พร้อมกับเรียกร้องให้จัดการส่งมอบปืนให้สมศักดิ์ศรีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์



อย่าไรก็ตาม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า ต้องขอโทษในกรณีดังกล่าว เนื่องจากสถานที่คับแคบ ยอมรับว่าตำรวจเดินทางมาจากหลายจังหวัด ใครมาถึงก่อนก็กดบัตรคิวและเข้าแถว เมื่อมีตำรวจมารอคิวจำนวนมากทำให้ระบบค่อนข้างวุ่นวาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ควบคุมการดำเนินการแจกจ่ายอาวุธปืนให้เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว อย่าให้มีเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้นด้วย ต่อมาวันที่ 23 ธ.ค. ได้จัดระเบียบขึ้นมาใหม่ ทำให้การแจกจ่ายปืนเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้นถึงชั่วโมงละ 400 กระบอก และเตรียมใช้ระบบออนไลน์เพื่อกำหนดคิวเข้ารับวันละ 2,500 คน

อันดับ 6 : ปฐมบท "รถไฟความเร็วสูง" จากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา ฝันปี 65 คงได้ใช้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือโอกาสใช้มอหลักหิน รัชกาลที่ 5 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ระบบรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) โดยเริ่มก่อสร้างตอนแรกที่สถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เป็นทางรถไฟระดับดิน มีกรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบ ใช้เวลาก่อสร้าง 6 เดือน ส่วนอีก 3 ตอนที่เหลือ ได้แก่ ปากช่อง-คลองขนานจิตร, แก่งคอย-นครราชสีมา และ กรุงเทพฯ-แก่งคอย จะเริ่มทยอยรับแบบก่อสร้างจากจีน ตั้งเป้าที่จะเปิดประกวดราคาได้ในช่วงกลางปี 2561



สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ - นครราชสีมา ระยะทางรวม 252.3 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และ นครราชสีมา ใช้ขบวนรถไฟ 8 ขบวน ขบวนละ 8 ตู้โดยสาร รองรับ 800 ที่นั่ง ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง งบประมาณก่อสร้างงานโยธา 1.25 แสนล้านบาท ระบบรางและจัดหาขบวนรถ 5.4 หมื่นล้านบาท คาดว่างานโยธาจะแล้วเสร็จปี 2564 ก่อนติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณปี 2565 และเปิดให้บริการได้ในปี 2566 ซึ่งค่าโดยสารจากกรุงเทพฯ ถึงปลายทางนครราชสีมา 535 บาทต่อเที่ยว

อันดับ 7 : "จ่าไอซ์" ปลัดน้ำดี เสียชีวิตปริศนา - บิดาทิ้งวลี "เกมนี้ลูกผมแพ้"

คดีปริศนาที่สร้างความความโศกเศร้าในหมู่นักปกครองเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 20 ธ.ค. เมื่อ จ.อ.ณัฐวุฒิ ศรีเกษม หรือ “ปลัดไอซ์” อายุ 31 ปี ปลัดอำเภอนาด้วง จ.เลย ฝ่ายความมั่นคง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าทางขมับขวาทะลุออกรูหูข้างซ้าย เสียชีวิตภายในรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าซิตี้ สีขาว ทะเบียน กฉ 4993 เลย ที่ถนนทางลงเนินภูมะแว บ้านห้วยม่วง หมู่ 11 ต.นาดินดำ อ.เมืองฯ จ.เลย ทีแรก ผกก.สภ.นาดินดำ ระบุผลการชันสูตรศพว่าเป็นการยิงตัวตาย แต่ครอบครัวไม่ปักใจเชื่อ เข้าพบพนักงานสอบสวน ในที่สุดข้อสรุปของตำรวจระบุว่า เป็นอุบัติเหตุปืนลั่น ซึ่งบิดาเชื่อเพราะเห็นบุตรชายมักขึ้นลำปืนไว้เสมอ ก่อนนำศพกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยทิ้งวลีเป็นปริศนาว่า “เกมนี้ลูกผมแพ้”



สำหรับ จ.อ.ณัฐวุฒิ เป็นชาว อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จบการศึกษาจากโรงเรียนชุมพลทหารเรือ นักเรียนจ่าทหารเรือ รุ่น 48 ต่อด้วย รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยรับราชการเป็นทหารเรือ ประจำกองบัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง จ.นครพนม มานาน 7 ปี ก่อนลาออกมา สอบติดปลัดอำเภอในปี 2559 เข้ารับตำแหน่งปลัดอำเภอครั้งแรกที่ อ.ปากชม จ.เลย ก่อนย้ายมาเป็นปลัดอำเภอนาด้วง จ.เลย เคยมีชื่อเสียงในโลกโซเชียลจากเฟซบุ๊กเพจ "ปลัดหล่อบอกด้วยปลัดสวยบอกที" นับเป็นการสูญเสียนักปกครองอนาคตไกลไปอีกราย
กำลังโหลดความคิดเห็น...