“วสันต์ สิทธิเขตต์” ล้อเลียนกรณี “ทรัมป์” รับรอง “เยรูซาเลม” เป็นเมืองหลวงอิสราเอล ขอออกประกาศในนามประธานาธิบดีของศิลปินกระจอกงอกง่อยแห่งโลก ให้ “วอชิงตัน ดี.ซี.” กลับไปเป็นเมืองหลวงปาเลสไตน์ดังเดิม โดยเปิดหลักฐานศิลาจารึกอายุกว่า 3,000 ปี ที่พบในป่าหลังบ้านน้ำครก ระบุชัด “วอชิงตัน ดี.ซี.” เคยเป็นเมืองหลวงปาเลสไตน์มาก่อน
จากกรณีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศรับรองให้นครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยละทิ้งจุดยืนที่อเมริกายึดถือมานานหลายสิบปีต่อข้อพิพาทระหว่างชาวยิวและปาเลสไตน์ และไม่ใส่ใจเสียงเตือนจากพันธมิตรทั่วโลกที่เกรงกันว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งนี้จะกระพือความขัดแย้งในตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. นายวสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินและนักเคลื่อนไหวทางสังคม ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กเป็นมุกขำๆ แต่โดนใจชาวเน็ตยิ่งนัก โดยล้อเลียนกรณีดังกล่าว ขอออกประกาศในนามของ ประธานาธิบดีของศิลปินกระจอกงอกง่อยแห่งโลก ให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์ ... โดยระบุว่า
ประกาศให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์
ในนามของศิลปินกระจอกงอกง่อยแห่งจักรวาลได้เห็นประธานาธิบดีโดนัลดั๊ก แถลงข่าวกึกก้องโลกประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล โดยอ้างหลักฐานตามที่เขียนไว้ในคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับพันธสัญญาเดิม
ข้าพเจ้า นายวสันต์ สิทธิเขตต์ และ นายจุมพล อภิสุข จึงได้ขุดค้นหลักศิลาจารึกที่ค้นพบในป่าหลังบ้านน้ำครก ที่มีอายุกว่า 3,000 ปี ที่ระบุไว้ว่า “นครวอชิงตัน คือ เมืองใหญ่ ศูนย์กลางการค้า เป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์” นั่นแสดงให้เห็นว่าหลักฐานนี้ได้ชี้ชัด อันปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้น เราจึงขอประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ทั่วกันว่า บัดนี้ มหานครวอชิงตันต้องกลับไปเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์ดังเดิม นับแต่วันที่ประกาศนี้เป็นต้นไป
ขอให้ทุกคนเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำประกาศนี้
ลงชื่อ Vasan Sitthiket
Chumpon Apisuk
ประธานาธิบดีของศิลปินกระจอกงอกง่อยแห่งโลก
7 ธันวาคม 2017


