xs
xsm
sm
md
lg

โดนใจทาสแมว! “KoFuKu cat hotel” โรงแรมน้องเหมียวระดับพรีเมียม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ทาสแมวยิ้มร่า น้องเหมียวยิ้มหวาน เมื่อพบกับ “บ้าน” หลังที่สอง ที่เมื่อใดเจ้าของต้องเดินทาง “โคฟูกุ แคท โฮเต็ล” ก็คือสถานที่พักซึ่งคนรักแมวสามารถนำไปฝากไว้อย่างไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น

จากความน่ารักน่าชังของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “แมว” รวมไปถึงแนวโน้มสังคมที่คนนิยมอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น ทำให้น้องๆ สี่ขา โดยเฉพาะแมว กลายเป็นเพื่อนคู่ชีวิตมิตรข้างกาย

และจากความคิดนี้ นำไปสู่การบริการที่ยกระดับเท่ากับมนุษย์ โดยเริ่มจากความรักความชอบและความผูกพันที่มีต่อน้องแมว ก่อเกิดเป็นไอเดียต่อยอดเพื่อสร้างพื้นที่ให้น้องแมวได้รับความปลอดภัยและความสุขที่สุด แม้ตัวเจ้าของแมวจะอยู่ไกลนับร้อยกิโลเมตร

พบกับเรื่องราวของ “อ๊อฟ-อำพูล เอื้อจงมานี” และ “น๊อต-นัฐภูมิ โล่กันภัย” เจ้าของและหุ้นส่วน “Kofuku cat hotel” ผู้ให้กำเนิดโรงแรมของคนรักแมวระดับพรีเมียมที่สุดเจ้าหนึ่งของเมืองไทย...

(1)
ชีวิตมักไม่เป็นอย่างที่เรา “คิด”
แต่ชีวิตมักเป็นอย่างที่เรา “ทำ”
“จุดเริ่มต้นก็รักชอบแมวมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะแถวบ้านจะมีแมวจรเยอะ ที่บ้านก็ให้อาหารเลี้ยง ก็ทำให้เราชอบ”
“อ๊อฟ-อำพูล เอื้อจงมานี” เจ้าของไอเดียก่อร่างสร้างธุรกิจ กล่าวถึงจุดเริ่มต้น แม้ว่าหลายๆ คน เมื่อรักชอบสัตว์ก็จะเลือกเรียนในสายงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างสัตว์แพทย์ แต่เขากลับเลือกร่ำเรียนในด้านบริหารธุรกิจ

“เพราะว่าที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้ว และส่วนตัวผมก็ชอบค้าขายด้วย นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่คนหนึ่งเคยบอกกับเราว่า ชีวิตมักไม่เป็นอย่างที่เราคิด แต่ชีวิตมักเป็นอย่างที่เราทำ ก็เลยมีความรู้สึกว่าการเรียนทางสายนี้น่าจะตรงกับเรามากที่สุด ซึ่งตอนที่เรียนก็ช่วยที่บ้านทำธุรกิจ และพอเรียนจบปุ๊บ เราก็มาทำงานที่บ้านเต็มตัว ก็มาดูทางด้านส่งออก การปรับปรุงแบรนด์ให้ดีขึ้น”

คำว่า “ดีขึ้น” ที่ว่านี้ ไม่ใช่แค่เพียงธุรกิจของครอบครัว หากแต่ยังหมายถึงความรักและความรู้ที่มีต่อน้องแมว ก็พัฒนาขึ้นทั้งจำนวนและสายพันธุ์

“ขณะที่เราโตขึ้น เราก็เลี้ยงแมวจรเยอะขึ้น” (ยิ้ม)
“ทีนี้ เราก็รู้สึกว่าอยากจะมีแมวสวยๆ อย่างเขาบ้าง ก็เลยตัดสินใจไปซื้อแมวมา ก็ตั้งชื่อว่าสมชาย เพื่อจะเลี้ยงดีๆ เลี้ยงแบบระบบปิดในบ้าน แต่ด้วยการที่เราต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย ก็ต้องนำไปฝากเลี้ยง อย่างไรก็ดี พอเราเลี้ยงเขาแล้ว ความรู้สึกที่เรามีต่อเขามันแน่นแฟ้นมากขึ้น เขาเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว การที่เราจะเอาเขาไปฝากใครก็ตาม เรารู้สึกว่าที่ที่เราจะเอาไปฝาก เราต้องไว้ใจได้

“ต้องดูสถานที่ก่อน ถ้าเขาอยู่จะเป็นอย่างไรบ้าง เปิดเช็กดูโรงแรมแมวในเว็บไซต์ที่อยู่ในเมืองไทย บางทีเราก็เดินเข้าไปดูบ้าง ก็จะเห็นเรื่องที่อาจจะต้องปรับปรุงให้ครบครันและดีกว่านี้ เราก็เลยมีความรู้สึกว่ามันมีโอกาสอยู่”

จากจุดนั้น...เจ้านายที่รักใคร่ของทาสแมวจึงแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสที่มองเห็นถึงการทำธุรกิจ ผสมร่วมกับความรัก

“หลังจากนั้น เราก็คิดว่าถ้าเกิดเราจะทำธุรกิจโรงแรมแมวจริงๆ มันจะทำได้ขนาดไหน เพราะว่าความรักกับความชอบมันต่างกัน ฉะนั้นพอเราจะเริ่มทำขึ้น เราเริ่มจากการสำรวจดูว่าจำนวนประชากรแมวใน กทม. มีเท่าไหร่ ผลสรุปคือประชากรแมวที่มีเจ้าของ มีถึงประมาณ 4 แสนตัว

“และเทรนด์ของคนฝากแมวก็จะมีหลายออปชัน ฝากคลินิก ฝากคนอื่นเลี้ยง ฝากโรงแรมสัตว์ ชอยส์ที่คนจะไปฝากมากที่สุดจะเป็นโรงแรม แต่โดยปกติโรงแรมที่มีอยู่ก็จะเป็นคนเลี้ยงแมวอยู่แล้วและกั้นห้องเพิ่มเพื่อจะรับฝากที่บ้าน ซึ่งถามว่าโรงแรมดีๆ ในเมืองไทยมีไหม มี แต่ราคาก็จะสูงไปเลย และบางที่ บางทีความต้องการมันเยอะมาก อย่างช่วงปีใหม่หรือเทศกาลสงกรานต์ คิวจองเต็มข้ามปี”

ในระหว่างที่นึกคิดว่าจะมีไหมที่โรงแรมราคาไม่แพง และมีมาตรฐานจริงๆ “Kofuku cat hotel” ก็เลยเกิดขึ้นรางๆ ในห้วงความคิด และเมื่อผสมสานเข้ากับทาสแมวคู่ซี้ “น๊อต-นัฐภูมิ โล่กันภัย” จึงกลายเป็นบ้านหลังที่สอง ที่แปลจากภาษาญี่ปุ่นว่า ‘ความสุข’ ท่ามกลางโลโก้แมวที่กำลังนอนหลับสบาย ในกรอบบ้านไม้ที่ให้มู้ดแอนด์โทนแบบครอบครัว ทั้งคนเลี้ยงและสัตว์เลี้ยงในทุกๆ ด้าน

“คือโอกาสการเติบโตของครอบครัวเดี่ยวมีมากขึ้น หรือคนไม่แต่งงานก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การที่คนจะมีสัตว์เลี้ยงก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ถ้าเราไปดูเทรนด์ทุกวันนี้ เราจะพยายามมีสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเรื่อยๆ เรามีการรีเสิร์ชตามโรงพยาบาลสัตว์ ของกรุงเทพฯ ชั้นใน เคสของคนที่มาหาสัตว์แพทย์ เป็นเคสของแมวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราดูหลายๆ อย่าง จนเชื่อมั่นว่า ในอนาคต ตลาดจะค่อนข้างใหญ่พอสมควร

“และที่สำคัญ เดี๋ยวนี้มีฟาร์มแมวเยอะขึ้น มีแมวเกิดใหม่ขึ้นทุกวัน มันเหมือนมีประชากรเกิดขึ้นทุกวัน ก็จะมีธุรกิจรองรับเกิดขึ้นตรงนี้ ธุรกิจนี้มันยังสามารถไปได้ และอีกอย่างหนึ่ง เราทำเพื่อสังคม การที่เราอยู่ในสังคมนี้ เราต้องตอบแทนคืนให้สังคม ทุกการเข้าพักทุกคืน เราจะมีการบริจาคเงินบางส่วนจากทุกคืน ให้กับ ‘โครงการรักแมวปันน้ำใจให้แมวจร’ เพราะเราคิดว่าวันนี้เราทำธุรกิจ เราต้องตอบแทนคืนให้สังคมบ้าง เราไม่ได้ทำเพื่อประสบความสำเร็จ ธุรกิจเราเกิดจากความรัก และเมื่อรัก เราก็ควรจะแบ่งปันให้สังคม”

(2)
โอกาสก็เหมือนไอติม ไม่ชิมก็ละลาย
หากรักแล้วจะรออะไร
จากความชอบสู่ความรักและธุรกิจที่เคียงคู่มุ่งหวังสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับคนและสัตว์ แน่นอนว่า มาตรฐานงานการบริการต่างๆ รวมไปถึงฟังก์ชันของโรงแรม “Kofuku cat hotel” ย่อมไร้ที่ติ และกลายเป็นต้นแบบมาตรฐานเบื้องต้นของโรงแรมสัตว์ในเมืองไทย

รูปแบบการบริการตั้งแต่เริ่มเข้า กระทั่งออก ต้องเตรียมตัวอะไรยังไงกันบ้าง

ก็เริ่มจากเช็กอินทำประวัติ เมื่อทำประวัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว อันดับต่อมาก็แนะนำเรื่องกฎของการเข้าพัก เพราะเราต้องการให้น้องแมวที่มา ไม่ติดตัวอื่นด้วย
1. น้องแมวที่เข้ามาต้องอายุเกิน 4 เดือนและได้รับวัคซีนครบ 4 เข็ม ฉีดพิษสุนัขบ้าแล้ว
2. น้องแมวสุขภาพดีไม่ป่วย ไม่มีโรคติดต่อ ไม่เป็นรา ไม่มีเห็บหมัด เพื่อความปลอดภัยของน้องแมวตัวอื่นๆ
3. เป็นน้องแมวที่เลี้ยงในระบบปิดเท่านั้น (เลี้ยงในบ้าน) อันนี้คือเบื้องต้น

นอกจากเราก็จะมีบริการกล้องวงจรปิดที่ลูกค้าสามารถดูน้องแมวของตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง และในระหว่างที่น้องแมวเข้าพัก หากเกิดอาการป่วย ทางโรงแรมจะแจ้งให้เจ้าของทราบทันทีและสามารถนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ใกล้เคียงที่เราเป็นพาร์ตเนอร์ตลอด 24 ชั่วโมง

ราคารูปแบบห้องพักเป็นอย่างไร

มีทั้งหมด 44 ห้อง แบ่งเป็น 4 แบบ
แบบแรกคือ ห้องเพนต์เฮาส์ ราคา 1,000 บาทต่อคืน สามารถพักอยู่ได้สูงสุด 8 ตัว ก็เฉลี่ยตกตัวละ 100 กว่าบาท
แบบที่สองคือ ห้องสวีต ราคา 700 บาทต่อคืน สามารถพักได้สูงสุด 6 ตัว
รองลงมาก็ราคา 350 บาทต่อคืน ห้องดีลักซ์ พักได้สูงสุด 3 ตัว
และท้ายที่สุด ห้องแคปซูล ห้องเดี่ยวตัวเดียว ราคา 250 บาทต่อคืน
ทุกห้องจะเป็นการเลี้ยงระบบปิดเปิดแอร์ 24 ชั่วโมง

ยิ่งกว่านั้น ทางโรงแรมมีบริการถาดอาหารและถาดน้ำรองรับตามจำนวนน้องแมวและทุกครั้งทุกวันของการเข้าพัก เราจะมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคเหมือนโรงแรมคนเลย (ยิ้ม) นอกจากนี้ก็มีเครื่องฟอกอากาศเชื้อไวรัส มาตรฐานเดียวกับในห้องไอซียู เพราะเราคำนึงถึงสุขภาพน้องแมว โรคที่อยู่ในอากาศตรงนี้สามารถรองรับได้

ทราบมาว่า นอกเหนือจากเรื่องมาตรฐานของโรงแรม ในเรื่องของการบริการพนักงาน เราก็จัดให้ไปฝึกอบรมด้วย

ใช่ครับ เราส่งพนักงานไปอบรมเรื่องการดูแลแมวเบื้องต้นด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย เพราะเราต้องการสร้างมาตรฐานของโรงแรมแมวให้ได้ระดับ ทำให้อีกจุดเด่นอันหนึ่งของเราคือเราจะทำงานร่วมกับฟิวรีเวย์ มีการติดเป็นน้ำมันหอมระเหย แต่ไม่มีกลิ่น ตัวนี้จะสกัดมาจากฮอร์โมนข้างแก้มของน้องแมว ซึ่งแมวเวลาได้กลิ่นพวกนี้จะรู้สึกปลอดภัยและคลายเครียด

เข้าใจว่าต้องการสร้างมาตรฐาน แต่ในแง่ของธุรกิจสัตว์เลี้ยง แน่นอนว่าอาจจะต้องเจอคำถามที่ว่าจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้หรือไม่

ที่เราทำแบบนี้ใหญ่ขนาดนี้ อย่างแรกเลย เราต้องการยกมาตรฐานของโรงแรมแมวในเมืองไทยให้มีระดับมากยิ่งขึ้น ใครคนไหนคิดจะเปิดตาม เราก็ยินดี แต่โรงแรมที่จะเปิดใหม่ เขาต้องทำสแตนดาร์ดมาตรฐานให้ได้เท่ากับเรา ไม่อย่างนั้น เขาก็อยู่ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ คำว่า “มาตรฐาน” ก็คือประโยชน์ที่จะเกิดกับคนเลี้ยงแมวในอนาคต เขามีโรงแรมแมวที่ดี ราคาไม่แพง มีคุณภาพ

เปิดมาถึงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และเล็งผลอย่างไรในรูปแบบธุรกิจนี้ในอนาคต

ก็เริ่มมีลูกค้าทยอยบุ๊กกิ้งเข้ามาแล้ว อย่างที่บอกว่า มียอดจองช่วงปีใหม่และสงกรานต์ปีหน้าเข้ามาบ้างแล้วที่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ถ้าถามว่าธุรกิจเรามองอย่างไรในอนาคต คือความต้องการของโรงแรมแมวในเมืองไทยยังน้อยอยู่ ตลาดยังใหญ่อยู่และคนที่ให้บริการทางด้านนี้ยังน้อย สำหรับการเติบโต เราก็มีแพลนว่าจะขยายเป็นแฟรนไชส์ตามหัวเมืองต่างๆ ซึ่งตรงนี้ เราทำเพราะว่าเราเห็นโอกาสทางธุรกิจด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง คนที่รักน้องแมวจริงๆ เขาก็อยากที่จะมีเวลาไปไหนจริงๆ อยากมีที่ที่ไว้วางใจได้ ฝากน้องแมวได้

ความรักอย่างเดียวอาจจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้อยาก ต้องมีการประเมินความเสี่ยงและมองถึงโอกาสด้วยคือที่กำลังแนะนำ

ครับ เพราะชีวิตมักไม่เป็นอย่างที่เราคิด ชีวิตมักเป็นอย่างที่เราทำ และเวลาที่เราทำ เราก็ต้องเต็มที่ ถ้าเราเต็มที่ เราก็สามารถจัดการทุกอย่างได้

(3)
คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย
ยุครวมพลังสร้างธุรกิจให้ยั่งยืน
“เราเกิดมาจากไอเดียที่ว่า เราอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองและเรื่องของโอกาส ซึ่งจริงๆ แล้วต้องบอกว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ธุรกิจก่อเกิดขึ้นสำเร็จได้เรื่องของพาร์ตเนอร์หรือหุ้นส่วน นี่คือสิ่งสำคัญ”

สองทาสแมวกล่าวเสริมยืนยันในเรื่องของการทำธุรกิจที่รักให้ประสบความสำเร็จในปัจจุบันที่ควรคำนึง

“การที่เราจะทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จก็คือ ถ้าเราทำด้วยตัวเองจะค่อนข้างลำบาก แต่ถ้าเราอาศัยทีมอาศัยพาร์ตเนอร์ การเติบโตไปด้วยกัน จะค่อนข้างมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าและยั่งยืน อย่างที่เขาบอกว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จเร็ว ให้ทำคนเดียว แต่ถ้าอยากยั่งยืน ไปถึงจุดหมาย ต้องทำเป็นทีม

“อีกประการหนึ่ง เมื่อเราทำ เรามีโอกาสที่เจอะเจอทุกวัน แต่การที่เราจะรู้ว่าโอกาสนั้นมันเป็นของเราไหม เราก็ต้องลงไปดูในรายละเอียด ถ้าเราเจอโอกาสที่เราเจอ เราจะทำโอกาสนั้นไหม ถ้าเราทำ สุดท้ายแล้วเราก็จะต้องมีอุปสรรคระว่างทางที่มันเกิดขึ้น ณ วันที่เริ่มลงมือทำ เราเจออุปสรรค ผมมีความรู้สึกว่าจุดนั้นมันเป็นจุดวัดจุดหนึ่ง ที่สุดท้ายเราเดินมาครึ่งทางแล้ว เราจะเดินต่อไปไหม

“ก็อยากจะฝากว่า ถ้าใครกำลังทำธุรกิจ เจอปัญหาอุปสรรค ให้คิดว่ามันเป็นทางผ่าน เพราะไม่มีความสำเร็จใดที่ไม่เคยมีอุปสรรคเกิดขึ้นมาก่อน ทุกความสำเร็จต้องผ่านอุปสรรคทั้งนั้น ฝากกำลังใจให้เพื่อนๆ ที่เห็นโอกาสและหยิบโอกาสนั้นมาทำ ก็ตั้งใจทำโอกาสนั้นอย่างเต็มที่ และความสำเร็จจะเกิดขึ้นในที่สุด”

ข้อมูล : รายการ “คนล่าฝัน”
เรียบเรียง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

กำลังโหลดความคิดเห็น...