xs
xsm
sm
md
lg

13 ตุลาคม สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ ( #MGRTOP7 )

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

หมายเหตุ : เนื่องจากเว็บไซต์ MGR Online กำลังปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ ต้องการชมเนื้อหาย้อนหลัง คลิก https://bit.ly/mgrtop7 ขออภัยในความไม่สะดวก

(สรุปข่าวประจำวันที่ 7 - 13 ต.ค. 2560)

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ 1 ปี 13 ต.ค. วันสวรรคต "ในหลวง รัชกาลที่ ๙"

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต เมื่อเวลา 15.52 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชย์สมบัติได้ 70 ปี อาจเรียกได้ว่าเป็นวันมหาวิปโยคของพสกนิกรชาวไทย ที่ต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ตั้งแต่เช้าวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศ ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และทำกิจกรรมการกุศล เพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่รัชกาลที่ ๙ ส่วนที่โรงพยาบาลศิริราช จัดงาน "ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์" โดยมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 199 รูป การจัดปาฐกถา การแสดงธรรมเทศนา กระทั่งเวลา 15.52 น. ได้ร่วมเจริญจิตตภาวนา เป็นเวลา 9 นาที ช่วงกลางคืนมีพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนเข้าสู่วันใหม่

สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 ประชาชนสามารถร่วมพิธีได้ที่ พระเมรุมาศจำลอง 85 แห่ง แบ่งออกเป็น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 9 แห่ง และส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด รวมทั้งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ช่วงแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. หยุดถวายดอกไม้จันทน์ เวลา 16.30-18.30 น. เพื่อเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จและร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เวลา 17.00 น. จากนั้นจะมีพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ช่วงที่สอง ตั้งแต่เวลา 18.30-22.00 น. โดยจะอัญเชิญดอกไม้จันทน์ของประชาชนทุกคนที่ร่วมกันถวายตลอดทั้งวันไปเผา ณ พระจิตกาธาน (เตาเผาดอกไม้จันทน์) ที่พระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ต่อไป สำหรับประชาชนที่จะเข้าร่วมพิธีที่ท้องสนามหลวง จะมีพื้นที่รองรับประชาชนเพียง 40,000 คนเท่านั้น โดยจะเปิดให้เข้าร่วมในพระราชพิธีตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป และสามารถนั่งกับพื้นประจำจุดได้ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2560

อันดับ 2 : เลือกตั้ง! พฤศจิกายน 2561 ประยุทธ์ยืนยัน สนช.ดันกฎหมายลูกให้เสร็จ

ทิศทางการเมืองไทยนับจากนี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อวันที่ 10 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศว่าเดือนตุลาคมนี้ เป็นช่วงที่คนไทยทุกคน อยู่ในช่วงเวลาโศกเศร้าอาลัย ขอให้ทุกอย่างอยู่บนสถานการณ์แห่งความสงบ ประมาณเดือนมิถุนายน 2561 จะมีการประกาศวันเลือกตั้ง และประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 จะมีการเลือกตั้ง ขอให้ทุกคน นักการเมือง พรรคการเมืองอยู่ในความสงบ ซึ่งก็จะมีผลต่อการพิจารณามาตรการในการผ่อนคลายต่างๆ พร้อมยืนยันว่าเป็นไปตามไทม์ไลน์ของโรดแมป ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุม คสช. สรุปว่า เป็นไปตามขั้นตอน และกำหนดเวลา โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือ กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศใช้แล้ว, พ.ร.ป.พรรคการเมือง รอราชกิจจานุเบกษาประกาศ เหลือเพียง 2 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.ป. การเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเดือนพฤศจิกายนนี้

อันดับ 3 : พ้นธงแดง! ICAO ปลดล็อกมาตรฐานการบินของไทย ฉลุยบินตรง "ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้"

นับเป็นข่าวดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากอุตสาหกรรมการบินของไทยประสบปัญหาชะงักจากการประกาศติดธงแดงประเทศไทยบนเว็บไซต์องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 2558 เนื่องจากยังไม่มีการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนอย่างเพียงพอ ส่งผลให้สายการบินต่างๆ ไม่สามารถทำการบินเพิ่มเติมได้ในบางประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยม อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ภายหลังรัฐบาลได้แก้ไขปัญหา โดยจัดตั้งองค์กรใหม่ คือ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2558 มีลักษณะเป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ แยกออกจากกรมการบินพลเรือนเดิม และเริ่มกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนืนการเดินอากาศใหม่ กับสายการบินที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ ล่าสุดการประชุม ICAO วันที่ 6 ต.ค. มีมติให้ปลดธงแดงประเทศไทย ออกจากรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน ก่อนที่นายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ICAO จะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ต.ค.



นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า จากนี้ไปจะต้องประสานการทำงานร่วมกับองค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) และองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ต่อไป ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จะเชิญ FAA มาตรวจสอบเพื่อปรับอันดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการขนส่งทางอากาศของไทยใหม่ ให้ทันกับที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะขออนุญาตทำการบินเส้นทางไปยังสหรัฐอเมริกา ในเดือนตุลาคม 2561 (ตารางบินดูหนาว) ด้านสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ต่างเตรียมความพร้อมเปิดทำการบินเส้นทางญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เช่น สายการบินนกสกู๊ต ที่จะทำการบินตรงจากดอนเมืองไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จากเดิมเป็นการแวะพักจากสิงคโปร์ สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ จะเปิดเส้นทางฮอกไกโดที่ระงับไปก่อนหน้านี้ และเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่น นอกจากโตเกียวและโอซากา รวมทั้งไทยไลอ้อนแอร์ ก็มีแผนเตรียมเปิดเส้นทางบินสู่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เช่นกัน

อันดับ 4 : อทินนาทานา! "พระราชรัชมุนี" วัดสวนดอก ที่แท้พระพม่าสวมบัตรประชาชน

เรื่องฉาวโฉ่ในวงการพระสงฆ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ต.ค. พ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ อดีต ผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ร้องเรียนให้ ตรวจสอบพระราชรัชมุนี หรือ เจ้าคุณนิมิต ทิพย์ปัญญาเมธี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ พบว่า มีหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนเลขเดียวกับ ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ ชาวบ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ทั้งที่ ด.ช.ดวงดีได้เสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2538 เป็นการสวมสิทธิ์คนตายหรือไม่ เพราะหลัง ด.ช.ดวงดีเสียชีวิต ก็ไม่ได้มีการแจ้งตาย กระทั่งในปี 2560 ได้ไปขอเอกสารรับรองการตาย พบว่ามีเลขที่บัตรประชาชนซ้ำกัน นอกจากนี้ยังพบว่า บิดาและมารดาของพระราชรัชมุนีเป็นคนสัญชาติพม่า ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงและกระทบวงการสงฆ์ของไทยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หลังตกเป็นข่าวพบว่า พระราชรัชมุนี ไม่อยู่ทั้งวัดสวนดอกและสำนักสงฆ์ดอยอ่างขาง รวมทั้งไม่สามารถติดต่อได้ โดยพระลูกวัดกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ลี้ภัย เป็นการเมืองพระ ไม่รู้จะกลับมาอีกหรือไม่





ต่อมาวันที่ 10 ต.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุว่า ได้สั่งการให้เพิกถอนบัตรประจำตัวประชาชนของพระราชรัชมุนีก่อน พร้อมให้นายอำเภอในพื้นที่แจ้งความทันที ต่อมา นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้ปลัดอำเภอแม่อาย ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของพระราชรัชมุนี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย ดำเนินคดีต่อพระราชรัชมุนี ในข้อหาขอมีบัตรประจำตัวประชาชนโดยไม่ได้มีสัญชาติไทยด้วยการปกปิดซ่อนเร้นข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จะออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาพบตามนัดหมายจะออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ พระราชรัชมุนี อุปสมบทที่วัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยมีพระเทพมังคลาจารย์ (สมาน กิตติโสภโณ) เจ้าอาวาสวัดท่าตอน เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับการผลักดันให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนดอก โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนเหนือให้การสนับสนุน

อันดับ 5 : ก้าวคนละดรามา! เสื้อแดงจวก “ตูน บอดี้สแลม” วิ่งช่วยโรงพยาบาลกลบปัญหารัฐ

หลังประสบความสำเร็จในการวิ่งการกุศลจากกรุงเทพฯ ไปยัง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเดือนธันวาคม 2559 เพื่อระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลบางสะพาน จนมียอดเงินบริจาคทะลุไปถึง 85 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 ต.ค. “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย ประกาศว่าจะดำเนินกิจกรรม ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ จาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึง 25 ธ.ค. 2560 รวม 55 วัน ตั้งเป้าระดมทุน 700 ล้านบาท ก็มีเสียงตอบรับจากแฟนคลับจำนวนมาก บางคนบริจาคผ่าน SMS ครั้งละ 10 บาทมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มวิ่งด้วยซ้ำ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์จากฝั่งที่โจมตีรัฐบาล เช่น นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การวิ่งของตูน บอดี้สแลม เป็นเรื่องที่โง่เง่า โลกสวย และแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เป็นการกลบปัญหาให้ฝั่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีงบประมาณมากมายไปซื้ออาวุธ แต่กลับไม่มีงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องสาธารณสุข





ขณะเดียวกัน ยังมีนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ดำเนินรายการทางวอยซ์ ทีวี นำภาพห้องประชุมองค์กรแพทย์ที่มีสภาพหรูหรา ระบุว่า การวิ่งของ ตูน บอดี้สแลม สะท้อนปัญหาการจัดงบประมาณของภาครัฐหรือไม่ ก่อนที่โรงพยาบาลศูนย์บางแห่งจะบอกว่าตัวเองขาดทุน ย้อนไปดูว่าเป็นเพราะใช้งบฟุ่มเฟือย จัดซื้อยาเกินความจำเป็น หรือปรนเปรอหมอจนเกินกว่าเหตุ ที่สุดแล้ว โรงพยาบาลราชบุรี โพสต์ข้อความสัมภาษณ์ผู้บริจาคห้องประชุมองค์กรแพทย์ ที่มีภาพหรูหรา เพื่อใช้ในการประชุมวิชาการและการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ ยืนยันว่าตั้งใจ ดูแล้วสวยงาม ยืนยันว่าคนไข้ก็ช่วยเหลืออยู่แล้ว เครื่องมือแพทย์ก็บริจาค แต่อยากให้แพทย์ได้พักบ้างหลังจากทำงานหนัก ด้าน ตูน บอดี้สแลม เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า การวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิส่วนบุคคล จะบังคับให้ใครเห็นด้วยทั้งหมดไม่ได้ แต่ที่ออกมาวิ่งแค่อยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ช่วยเหลือตามกำลังของเรา น้อมรับคำติคำวิจารณ์ แต่ยืนยันว่าไม่ท้อ และต้องก้าวข้าม แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

อันดับ 6 : ทำธุรกิจเห็นแก่ได้? "บีทีเอส" ปรับผู้โดยสารเกินเวลา เหตุทำเล็บร้านค้าเช่าบนสถานี

กลายเป็นที่ถกเถียงกันถึงการอยู่ในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อวันที่ 9 ต.ค. กระทู้ในเว็บไซต์พันทิป มีผู้ใช้นามว่า "DryDrEaM" ร้องเรียนว่า ถูกรถไฟฟ้าบีทีเอสปรับเงิน ฐานอยู่ภายในสถานีเกินเวลา เนื่องจากไปทำเล็บที่ร้านแห่งหนึ่ง บนสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ขากลับตอนออกสถานี แตะบัตรออกไม่ได้ พนักงานแจ้งว่า อยู่บนสถานีเกินเวลา เสียค่าปรับสูงสุด 42 บาท เมื่อกล่าวว่ามาใช้บริการร้านบนสถานี เขาทำเล็บนาน พร้อมแสดงใบเสร็จจากร้านค้า กลับยืนยันอย่างเดียวว่ายังไงก็ต้องจ่าย จึงรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม พอรู้อยู่ว่าอยู่ในระบบรถไฟฟ้านานจะถูกปรับ แต่มาใช้บริการร้านค้าเช่าบนสถานี ควรลดหย่อนให้หน่อยหรือไม่ ทั้งนี้ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กำหนดว่า ผู้โดยสารที่แตะบัตรโดยสาร เข้ามาในระบบเดินทางแล้ว มีเวลาอยู่ในระบบได้ไม่เกิน 120 นาทีเท่านั้น หากเกินเวลาที่กำหนดต้องถูกปรับเป็นอัตราเดียวกับค่าโดยสารสูงสุดคือ 42 บาท



ด้านบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ผู้ใช้บริการสามารถนำใบเสร็จค่าปรับไปขอเงินคืนกับร้านทำเล็บที่ให้บริการได้ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาเช่าพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งทางบริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด ในฐานะผู้ให้เช่าพื้นที่ร้านค้าภายในสถานี ได้ระบุในสัญญาเช่า และแจ้งให้กับร้านค้าที่เช่าพื้นที่ทราบถึงเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งกำหนดให้ร้านค้าแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบว่า สามารถนำใบเสร็จค่าปรับมาขอเงินคืนได้ ถึงกระนั้น ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพราะผู้โดยสารต้องเสียเวลา และเสียค่าโดยสารย้อนกลับไปขอเงินคืนจากร้านค้าอีก นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรรายการไอทีชื่อดัง ระบุว่า เป็นเรื่องขาดจินตนาการ แต่ผู้บริหารบีทีเอส ที่ดูแลพื้นที่ร้านค้าและโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าอ้างว่า ลูกค้าได้เดินทางไปทำธุรกรรมต่างๆ ในหลายสถานี แล้วถึงมาใช้บริการทำเล็บ 30 นาที ซึ่งร้านค้าไม่ได้ให้บริการล่าช้าแต่อย่างใด นายพงศ์สุขจึงกล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น บีทีเอสต้องไม่รับลูกค้าเช่าพื้นที่ เป็นบริการที่ใช้เวลาบริการยาวนาน แบบร้านทำเล็บหรือร้านทำผม การชี้แจงจากบีทีเอสครั้งนี้จึงแสดงออกถึงความเห็นแก่ได้ออกมา ดังที่ประชาชนรู้สึกกัน

อันดับ 7 : หนีตามผู้ชาย! แม่ร่ำไห้ "กุญแจซอล" ท้องก่อนแต่ง "กัปตันไทยสมายล์"

มีไม่บ่อยนักแต่ก็ถือว่าผ่านตามาเยอะ สำหรับข่าวดาราท้องก่อนแต่ง แต่ที่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ก็คงจะเป็นนักแสดงสาวช่อง 7 สี "กุญแจซอล ป่านทอทอง บุญทอง" วัย 27 ปี ก่อนหน้านี้มีภาพถ่ายคู่กับแฟนหนุ่ม "กัปตันนัท นาวาอากาศโท ฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย" อดีตทหาร และนักบินสายการบินไทยสมายล์ วัย 38 ปี ในอินสตาแกรม ขณะนั่งทานก๋วยเตี๋ยว พบว่ากุญแจซอล มีรูปร่างอ้วนผิดปกติ แล้วมีเพื่อนคอมเมนท์มาว่า "เป็นไงบ้าง ใกล้คลอดยัง" ก่อนที่คอมเมนท์จะหายไป สร้างความแปลกใจแก่แฟนคลับ แต่ที่ช็อกทั้งวงการ คือ นางมุกดา บุญทอง มารดานางเอกสาว ให้สัมภาษณ์เป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสี เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ระบุว่า กุญแจซอลท้องจริง ที่ผ่านมาไม่ได้เจอลูกสาวมานาน 8 เดือน ฝ่ายชายพาไปยกเลิกสัญญาการเป็นนักแสดงกับช่อง 7 และพยายามกีดกัน พร้อมระบุว่า กุญแจซอลกับกัปตันนัทคบกันตอนไปเที่ยวสถานบันเทิงถนนข้าวสาร ซึ่งพ่อพูดว่าไวไปหรือไม่ แต่ไม่คิดว่าจู่ๆ จะมีเพศสัมพันธ์และท้องก่อนจะมาสู่ขอ และมาทราบภายหลังว่า จดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตสายไหม เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา



ต่อมา นางมุกดาเปิดเผยอีกว่า ตอนแรก ลูกสาวคบกันครอบครัวไม่ได้ขัดขวาง กระทั่งฝ่ายชายจะมาสู่ขอ แม่ได้พูดคุยกับครอบครัวฝ่ายชายที่บ้านเกิด จ.สุราษฎร์ธานี แต่เมื่อกลับมากรุงเทพฯ พ่อกล่าวว่า "เพิ่งคบกันเอง มันไม่ไวเกินไปหน่อยเหรอ ดูๆ กันไปก่อนดีมั้ย" จึงทำให้เกิดปัญหา ฝ่ายชายพากุญแจซอลออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมาไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะคิดว่าทั้งสองคนคงจะสำนึกได้ แต่กลับตรงกันข้าม เมื่อมีคนบอกว่า กลับมาบ้านเถอะ พ่อแม่คิดถึง กลับได้รับคำตอบว่า "ต้องปรึกษาพี่นัทก่อน" นอกจากนี้ ครอบครัวฝ่ายชายอ้างว่า "ลูกไม่ให้ยุ่ง" และมีคนไปพูดให้เสียหายว่าฝ่ายหญิงเรียกสินสอด 20 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ความจริงเรียกแค่ 2 ล้านบาท เสียใจว่าทำไมผู้ชายถึงทำแบบนี้ อุตส่าห์ไว้ใจว่าเป็นทหารก็น่าจะให้เกียรติกันบ้าง ขณะที่น้องสาว โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ที่แม่ออกมาพูดเพราะครอบครัวอดทนมานานถึง 8 เดือนแล้วไม่ได้เจอกัน ทุกคนเครียดกันหมด พ่อเป็นโรคหัวใจ แม่หัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนร้องไห้ทุกวัน หวังว่าทุกคนคงเข้าใจความรู้สึกพวกเรา ด้านกุญแจซอลยอมรับกับสื่อว่าตั้งครรภ์จริง โดยสามีพาไปฝากครรภ์ และอัลตราซาวนด์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และรู้สึกโอเคโอเคที่แม่ออกมาให้ข่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...