xs
xsm
sm
md
lg

เป็นเรื่อง! สาวแฉเพจดัง ขายยาลดอ้วน กินแล้วหลอน อึ้งหนัก! แจ้ง สคบ.กลับโดนแนะ ไปเคลียร์กับเพจเอง!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เรียกได้ว่ายังคงสร้างปัญหาให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับ ‘ยาลดความอ้วนเถื่อน’ เช่นเดียวกับกรณีของน้องสาวของคุณเอ (นามสมมุติ) ที่ได้ตกเป็นเหยื่อของร้านขายยาลดความอ้วนเถื่อน จนท้ายที่สุด น้องสาวของเธอก็ได้มีอาการผลข้างเคียง

และนี่คือคำสัมภาษณ์ของคุณเอ ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเป็นเรื่อง! ทางช่อง News 1

“ตอนที่น้องสาวได้สั่งซื้อ เราไม่รู้ค่ะ เราเพิ่งมารู้ตอนที่เป็นเรื่องแล้วค่ะ คือน้องสาวสั่งซื้อยาตัวสูตรธรรมดาเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน แล้วเขารู้สึกว่า น้ำหนักของเขาลดไม่ทันใจ พอมาถึงเดือนสิงหา เขาก็สั่งซื้อเป็นสูตรสอง คือสูตรเร่งด่วน แล้วเป็นช่วงที่เขามีอาการแล้ว เขาโทรกลับมาหาพี่สาวว่ามีอาการแปลกๆ หลังจากทานยา ตอนนั้นหนูคิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก อาจจะเป็นเพราะมีความเครียดอะไรหรือเปล่า

“แต่พอหลังจากที่กินเข้าไปครึ่งเดือน เขาบอกว่าตอนนี้เขาหยุดงานแล้ว ไม่สามารถทำงานได้แล้ว หนูก็เลยถามเขาว่ามันเป็นอาการยังไง คือเขาไม่รู้ว่า เหมือนเขารู้สึกว่าทุกคนพูดถึงเขา หรือว่าเขาคิดไปเอง แล้วเขาก็จะมีอาการนอนไม่หลับ และมีอาการหวาดระแวง หนูก็เลยคิดว่า ไหนๆ เขาก็ไม่ได้ทำงานแล้ว เลยเอาเขามาดูแล

“ทีนี้เราก็เห็นด้วยตาของเราว่าน้องเราเริ่มมีอาการที่ไม่ปกติแล้ว ไม่เหมือนคนเดิมที่เรารู้จัก ไม่เหมือนคนที่เราโตมาด้วยกันแล้ว แล้ววันที่เขามาบอกหนู เขาบอกว่าเขามีอาการใจเต้นเร็ว เขานอนไม่ได้ ช่วยด้วย ช่วยพาเขาไปหาหมอหน่อย แล้วเขาก็เอ่ยมาว่า เขาได้กินยาลดความอ้วนเข้าไป ซึ่งตอนนั้นเขาพูดรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่จับใจความว่าเขากินยาลดความอ้วนเขาไป พี่ช่วยหนูได้มั้ย ตอนนี้หนูนอนไม่ได้ ใจสั่น เราก็พาเขาไปโรงพยาบาล ซึ่งในระหว่างนี้ เขาก็มีการหวาดระแวง คุยกันไม่รู้เรื่องบ้าง เราก็รู้สึกมีความร้อนใจ และคิดว่าอาการของน้องสาวเราเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว

“เราก็รีบพาเขาไปในตอนเช้ามืด ในวันที่เขามาหาหนูเลยค่ะ คือเขาไม่ได้นอนเลยค่ะ แล้วเขาก็จะพูดว่าใจเต้นเร็วตลอด พอถึงตอนเช้ามืด ก็พาเขาไปหาหมอเลย ช่วงที่พาไปหาหมอ เราก็มีความกังวลว่า เขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า เราก็ไปปรึกษาหมอ หมอก็ถามว่า ทานอะไรมา เราก็ตอบไปว่าทานยาลดน้ำหนัก ตรงนี้น้องสาวก็พูดขึ้นมาเองเลยว่า มีอาการแปลกๆ ทางความคิด คุณหมอเลยทำเรื่องส่งไปที่จิตแพทย์ด้วยค่ะ จนสุดท้ายมีผลคือ มีอาการทางจิตจริงๆ ค่ะ

“ก็รู้สึกตกใจค่ะ ว่าถึงขั้นมีอาการทางจิต เราก็มีความรู้สึกที่ห่วงน้องเลย แล้วก็นึกถึงตอนที่เขาบอกว่าทานยาตัวนี้มา เราก็มีความคิดว่าจะโทรไปที่แหล่งผลิตเลยว่า จ่ายยายังไง จนน้องเรามีอาการ เพราะกลัวว่าน้องไม่หาย ช่วงนั้นคือสับสน เพราะว่าต้องพาน้องไปรักษาตัวด้วย ก็พยายามที่จะติดต่อไปที่เพจที่ขายยาด้วยค่ะ ให้เขาได้รับทราบว่า ทานยาของคุณแล้วมีอาการอย่างงี้

“พอเราได้คุยกับทางเพจที่ขายยาตัวนี้ อันดับแรกคือ ตัวยานี้ใช่เพจพี่หรือเปล่าคะ ตัวแทนก็ตอบว่า ใช่ค่ะ หนูก็เลยถามต่อว่า น้องสาวหนูไปซื้อมาแล้วก็ทานไป และมีอาการแปลกๆ ทางเพจก็ถามกลับมาว่ามีอาการยังไงคะ เราก็บอกอาการที่น้องเราเป็นไปให้ฟังเลยค่ะ เขาเลยตอบกลับมาว่า เขาไม่เคยเจอเคสนี้เลย แล้วเขาบอกว่า น้องสาวคุณสั่งยาสูตรสองไปนะคะ ซึ่งเราเตือนว่าตัวยาแรงมาก คืองงว่า ยาตัวนี้แรงมาก แต่ก้ยังขาย หนูก็ถามต่อว่า ยาตัวนี้แรงมาก แต่ทำไมยังขาย แต่เขาเหมือนกับว่า ทางเราเป็นฝ่ายเรียกร้องที่อยากจะได้สูตรนี้ แล้วเขาก็ถามกลับมาว่า ได้ทานยาตามที่ตารางให้ไว้มั้ยคะ หนูก็ดูแชทของน้องสาว เขาก็ทำตามตารางจริงๆ ซึ่งในระหว่างที่เขามีอาการ เขาก็พยายามที่จะทักไปในเพจนี้ เขาก็มีถามเพจว่า หนูทานยาแล้วมีอาการจิตตกไป 1 วัน ทานแล้วจะมีอาการอะไรมั้ยคะ ทางเพจก็บอกว่าไม่

“แล้วเขาก็พยายามถามต่อว่า น้องเราทานอาหารครบ 5 หมู่ เราก็ตอบกลับไปว่าก็ทานนะ แต่ด้วยฤทธิ์ของยา ทำให้เขามีความรู้สึกว่า เขาไม่อยากทานอาหารเลย พอทานอาหารเขาก็มีความรู้สึกว่ามีอาการถ่ายออก ซึ่งเขาก็เหมือนกับปัดความรับผิดชอบว่า ไม่ทำตามที่เขาบอกหรือเปล่า พอมาถึงตอนนี้ เขาก็เงียบไปเลยค่ะ ให้เราส่งเอกสารการรักษาทั้งหมดไปให้เขา หนูก็ส่งเป็นไฟล์รูปไป แล้วเขาก็เงียบไปประมาณอาทิตย์นึงเลยค่ะ หลังจากนั้นก็มีโทรมาสอบถามว่า น้องเป็นยังไงบ้าง เราก็บอกอาการไปว่า ยังไม่หาย และยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นเลย เขาก็เหมือนกับย้อนถามเราว่า ถามจริงๆ ว่าทำตามที่บอกหรือเปล่า เพราะว่าทางเขาบอกว่า ไม่เคยเจอเคสแบบนี้เลย ถ้ามีจริงๆ เราจะเป็นเคสแรกของเขาเลย

“หลังจากที่เราคุยไปในคราวนั้น เขาก็เงียบไปเลยค่ะ ยังไม่มีเอกสารที่จะรับผิดชอบอะไรเลยค่ะ แต่มีทางตัวแทนเขาให้ผู้บริหารใหญ่เขาโทรมาหาเราครั้งนึง แต่เรารู้สึกว่า เขาคงอยู่ด้วยกันค่ะ แบบส่งสายต่อให้กันตรงนั้นเลย เขาก็พูดแบบเดิมค่ะ ว่า สอบถามอาการเราว่า เป็นยังไงบ้างตอนนี้ เราก็ตอบกลับไปว่า ก็ยังเป็นอยู่ อาการยังไม่ดีขึ้นเลย เขาก็บอกว่า ขอแสดงความเสียใจ และให้หายไวๆ นะคะ และยังไงก็ส่งหลักฐานไปให้ด้วยคะ เขารออยู่ แต่เราก็ไม่ได้ให้ไปค่ะ

“เวลาต่อมา เราก็โทรไปปรึกษากับทาง สคบ. ในหลังจากวันที่กลับมาจากโรงพยาบาล ก็โทรไปที่สายด่วน สคบ. ก็โทรไป 2-3 ครั้งค่ะ แล้วพอมีเจ้าหน้าที่รับสาย เขาก็แจ้งเรื่องไป เขาก็ขอชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เราก็แจ้งไป แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่า เรื่องนี้ให้ไปตกลงกับเพจยาก่อน เขามีหน้าที่ให้คำปรึกษา หนูก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างงั้น หนูก็ไปปรึกษาอีกหลายๆ ทางดูก็ได้ หนูเลยไม่ได้ติดต่อไปที่ทาง สคบ. อีกค่ะ

“ส่วนอาการล่าสุดของน้องสาวในปัจจุบัน ตอนนี้มีอาการที่ดีขึ้น แต่ยังไม่หายเป็นปกติ มีการได้รับการรักษา แต่แตกต่างจากวันแรกที่เราเจอค่ะ คือเขาจะสงบลง อาจจะไม่หวาดระแวงแบบที่เจอครั้งแรก แต่เขาก็มีการนั่งยิ้ม นั่งเหม่อ แต่ก็คุยรู้เรื่องบ้างแต่ไม่ทั้งหมดค่ะ ที่บ้านตอนนี้ก็รู้แล้วค่ะ และตอนนี้น้องสาวอยู่ในความควบคุมของคุณแม่ค่ะจะให้กลับไปอยู่คนเดียวก็ไม่กล้า เลยให้อยู่กับคุณแม่ค่ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...