xs
sm
md
lg

ควรยุบ สคบ.!! “เกษมสันต์” ลั่น “เข้าข้างนายทุน หรือประชาชน?”

เผยแพร่:

เปิดความคืบหน้า ภายหลังเกิดกระแสสืบเนื่อง อย่างไม่มีที่ท่าว่าจะยุติลงของกระบวนการร้องเรียนความยุติธรรมของ “สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค” หรือ สคบ. จนกลายเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงเวลาทบทวน “ยุติ” บทบาท เนื่องจากไม่สามารถคุ้มครองและดูแลประชาชนผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรม โดยนายเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง AEC หนึ่งในแกนนำร้องเรียนแทนประชาชนที่เดือนร้อนจากการโฆษณาเกินจริง เข้าข่ายหลอกลวงของการซื้อสินค้ากระทะเทพชื่อดังในช่วงกลางปีที่ผ่านมา

รายการ “เป็นเรื่อง!” ทางช่อง News1 จึงไม่รอช้าที่จะต่อสายตรงถึงนักวิชาการคนดังกล่าว เพื่อถกประเด็นร้อน หลังคดีความไม่คืบหน้า จนต้องออกมาโพสต์กล่าวความรู้สึกในโลกโซเชียล

พิธีกร : เราเกริ่นไปเรียบร้อยแล้วว่าอาจารย์สู้เรื่องกระทะเทพมานานแล้วก็บุกไปถึง สคบ. หลายครั้งทีเดียว แต่สุดท้ายที่อาจารย์มาโพสส์เฟส จนเป็นเหตุให้คนตกใจกันทั้งบ้านทั้งเมือง ก็คือ อาจารย์โพสต์ว่า สคบ. ควรยุบซะ ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะครับอาจารย์

เกษมสันต์ วีระกุล : เมื่อวาน ทุกคนก็สัมภาษณ์ รองเลขา สคบ.นะ รู้สึกเหมือนผมไหมล่ะครับว่าควรจะยุบสักที

พิธีกร : ซื้อกลับไปบ้าน พยายามนึกนะว่าจำชื่อของ สคบ.ผิดหรือเปล่า จริงๆ คือสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคใช่ไหมคะ แต่ภารกิจหลักๆ ดูเหมือนว่าจะเอาเราไว้ลำดับสอง

เกษมสันต์ วีระกุล : คือผมได้ยินประโยคที่ผู้ใหญ่พูดในรายการนี้ แล้วก็ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งซึ่งอยู่ในคณะกรรมการขายตรง และตลาดแบบตรง ก็พูดแบบเดียวกันว่าเราต้องดูธุรกิจด้วยหน้าที่เรานี่ไม่อยากให้ธุรกิจมันล่มสลายไป คือผมคิดว่าอันนี้เป็นทัศนคติที่ผิดอย่างมาก เพราะว่าในการค้าขายปัจจุบัน ถ้าพูดกันตรงๆ ก็คือว่าพ่อค้าก็มักจะมีเล่ห์เหลี่ยมมาหลอก ให้ผู้บริโภคหลงซื้อสินค้ากันอยู่เรื่อยๆ

เพราะฉะนั้น ทัศนคติที่ถูกต้องของคนทำงาน สคบ. ต้องยืนอยู่ข้างผู้บริโภคเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เปิดโอกาสให้บริษัทมาหลอกเราได้เลย นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องทำอย่างมาก ทีนี้ ที่ผมโพสต์ล่าสุด ที่บอกว่าควรยุบ จริงๆ แล้ว ผมเริ่มรณรงค์เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม แล้วนี่ถึงเดือนกันยายน กี่เดือนแล้วล่ะครับ เห็นไหมครับเงียบแล้ว ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ที่ซ้ำร้ายก็คือว่า วันนี้ บริษัทที่ว่านี้เขาออกมารณรงค์การขายใหม่แล้ว

ผมอยากให้เราย้อนกลับไปดู ถ้าจำกันไมได้ สิ่งที่ สคบ.ว่าผิด มีดังนี้

ประการที่ 1 เฟค ออริจินัล ไพรส์ (Fake Original Prize) อยู่ดีๆ คุณประกาศราคาแพง เกือบสองหมื่นบาท ทั้งๆ ที่คุณไม่เคยขายแบบนี้ เมืองนอกเขาจับติดคุกทุกรายไปหมดแล้ว

ประการที่ 2 ปัญหาเรื่องคุณภาพ ก็คือว่า จำนวนชั้นของการเคลือบไม่ตรงตามโฆษณา เรื่องของกันลื่นมากขึ้น 300 เปอร์เซ็นต์ พิสูจน์แล้วไม่ได้อ่ะ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และถ้าจำได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พอเกิดเรื่องราวใหญ่โต พี่น้องสื่อมวลชนทั้งหลายก็มีการประชุมกันเรื่องนี้ บริษัทเองก็หลบ ส่งแต่ทนายมา ไม่ส่งคนที่แจงเทคนิคมา เพราะฉะนั้น คำตอบมันก็เลยยังไม่ออกสักที ว่าตกลงแล้ว คุณภาพที่มันไม่ตรง มันไม่ตรงอย่างไรบ้าง แล้วเรื่องก็หายไป

ทราบไหมครับว่า จริงๆ แล้ว สคบ. มีเอกสาร จากหน่วยราชการ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิทยาศาสตร์บริการ ศูนย์เทคโนโลยีและโลหะแห่งชาติ ที่ให้ไปตรวจสอบ รวมทั้งอาจารย์ “เวชัย ครุฐิวงค์” อาจารย์ที่เกษตรศาสตร์ เอกสาร ผมก็แอบเห็นแล้วว่าก็คือการเคลือบจำนวนชั้นที่ไม่ตรงกับโฆษณา แล้วก็ไม่เห็นจะมีเรื่องหินอ่อนอะไรเลยหลักการคุยด้วยวาจานะ เขาก็ยังพบว่าบางส่วนของกระทะ เหมือนมันไม่ทนความร้อน แล้วก็ละลายด้วย

ท่านรองเลขา สคบ.คนที่มาให้สัมภาษณ์เมื่อวาน พูดกับผมเองแล้วบอกว่า โอ้โห... ช่องทางนี้มีโอกาสเอาโทษทางอาญาได้เลยนะอาจารย์ ผมจะไม่สนใจ โทษปรับแพ่งมันน้อย ผมจะเอาโทษอาญาเลย สุดท้ายเป็นไงครับ จนป่านนี้แล้ว สคบ.ลงโทษอะไร การปรับ 1 แสนบาทและบริษัทยังไม่ยอมจ่าย ยังไม่ได้เงินด้วยซ้ำ เฉพาะค่าเงินนี่ก็ประหลาด ต้นทุนการค้าอย่างที่ทุกคนทราบดี 300 กว่าบาท ขาย 3,000 บาท ขายเป็นล้านใบ กำไรก็เป็นล้านแล้ว เพราะฉะนั้น ปรับแสนบาทยิ่งทำให้คนอื่นเขาขำมากขึ้น

ประการที่ 3 คำสั่งของ สคบ.สั่งให้บริษัทนี้โฆษณาแก้ไขความเข้าใจผิด ไม่ได้ให้โฆษณาขายของใหม่นะครับ ภาพโฆษณาของเดิม ใช้โฆษณาแก้ไขความเข้าใจผิดแปลว่าอะไร แปลว่าเขาก็ต้องมาบอกว่ากระทะฉันไม่ได้เคลือบ 8 ชั้น กระทะฉันไม่ได้ลื่น 300 เปอร์เซ็นต์นะ ตรงนี้บริษัทเขายังไม่ทำ มิหนำซ้ำ วันนี้มาลดแลกแจกแถมบอก ลดล้างสต็อก

และที่น่าเจ็บใจที่ สคบ. ต้องฆ่าตัวตาย คือผมให้ทีมไปแอบซื้อมา เขาส่งมาบนกล่องมันคือกล่องเดิม ๆ บอกว่าเคลือบ 8 ชั้น ลื่นไหล 300 เปอร์เซ็นต์อยู่เหมือนเดิม ไม่ได้แก้อะไรเลย มีเฉพาะแก้ตรงราคา เอาสติ๊กเกอร์มาแปะเฉยๆ เป็น 3,000 บาท ไม่ใช่ 18,000 บาท เหมือนแต่ก่อนแล้ว สคบ. ยังเฉยอยู่ได้ยังไง แล้วเมื่อวานนี้ผมได้ยิน มีพิธีกรเป็นนักสืบอยู่ร้อยกว่าคน คดีเขาบอกมี 7-8 พันคดี ใน 7-8 พันคดีมันเป็นคดียิบย่อยไง บ้าน 1 หลัง นับ 1 คดี ทาวน์เฮาส์ 1 หลังนับ 1 คดี

ทำไมคดีแบบกระทะ ลูกค้าเป็นล้านๆ คนเดือดร้อนกันหมด ไม่เร่งรัด จัดการคดีรถฟอร์ดลูกค้าหลายร้อยราย ทำไมไม่จัดการ ถ้าฉลาดพอ มีประสิทธิภาพพอ มันต้องจัดการคดีใหญ่ๆ คนเขาจะได้รู้ว่า สคบ.เอาจริงเอาจัง ผมว่าอันนี้คือสาเหตุที่ผมบอกว่ายุบเถอะ อย่างนี้ไม่ไหวหรอกมันทำร้ายจิตใจผู้บริโภคเกินไป

พิธีกร : อาจารย์คิดว่า ทำไม สคบ. ถึงขยับแบบงึกๆ งัก สคบ.เขาไปเจออะไรหรือเปล่าครับ อาจารย์วิเคราะห์ได้ไหม

เกษมสันต์ วีระกุล : ผมอยากให้ สคบ.ลงตรวจสอบตรงๆ ผมไปหาผู้ตรวจการแผนดิน เพราะผมอยากให้ผู้ตรวจการแผนดินเอาเอกสารทั้งหมดที่ผมเคยเห็น เรียกมาตรวจสอบดู เพราะมันต้องมีคนมาตรวจสอบ คนที่มีหน้าที่ตรวจสอบอย่าง สคบ. DSI , ปปช. คนพวกนี้ ผมว่าคนที่มีหน้าที่แบบนี้ต้องโดนตรวจสอบแล้ว ต้องโดนมากกว่าคนอื่นแล้ว

การที่ สคบ. ติดสินแค่นี้ เป็นไปได้หรือว่าอำนาจมีแค่นี้ ผมได้ยินว่า มีกรรมการ สคบ.บางท่านได้เขียนไว้ในเฟซบุ๊กของท่าน เขียนไว้ในเอกสารว่าการลงโทษจะนับว่าโฆษณาทั้งหมดเป็นพันล้าน เป็นความผิดกำเดียวหรือทุกครั้งที่โฆษณาเป็นความผิดวาระหนึ่งกำ ถ้าคิดแบบที่ 2 ลงโทษไม่จบเลยนะ ปรับทีละแสนบาทเนี่ย เขาโฆษณากี่หมื่นครั้ง ก็ทำได้เลย

พิธีกร : แล้วอย่างนี้ประชาชนจะพึ่งใคร

เกษมสันต์ วีระกุล : นี่ไงครับ...ผมถึงไปหาผู้ตรวจการแผนดินแล้วผู้ตรวจการแผนดิน ก็แน่นอน เมื่อท่านมีเอกสารมา ผมก็มอบเอกสารทุกอย่างให้ แล้วถ้าผู้ตรวจการแผนดินยังไม่ได้อีกผมจะไป ปปช. เรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าโดยขั้นตอนต้องเป็นแบบนั้น ทีนี้ผู้ตรวจการแผนดินกำลังเรียกเอกสารมาตรวจสอบ แล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่รายการเป็นเรื่อง! ได้ทำ นับเป็นผู้กำกับการต่อสังคม เพราะว่าวันนี้ ภาพกระทะยี่ห้อนี้ที่แปลงโฆษณาแก้โฆษณาใหม่ ทำให้ทีวีหลายช่องไม่กล้านำเสนอข่าวเหล่านี้ เพราะเกรงว่าจะกระทบเงินโฆษณา ปัจจุบันนี้ ธุรกิจแย่ โฆษณาแย่ บริษัทก็รู้แกว ก็โฆษณาอีกนะครับ กระทะใบละ 300 กว่าบาท ต้นทุนนี่ ขาย 3 ใบ 3,000 บาท ยังกำไรมหาศาลเลย มีเม็ดเงินเหลือเฟือเยอะแยะ

และที่สำคัญ ถ้ารู้ความจริงว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผมนะ ตั้งแต่เมษายน 2559 ก็มีคนร้องเรียนเรื่องนี้แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้านับตั้งแต่ตอนนั้น มันก็ 1 ปี กับ 5 เดือนเข้าไปแล้ว ที่เรืองนี้คาราคาซังอยู่ที่ สคบ. เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า สมควรยุบ สคบ.อย่างยิ่ง

พิธีกร : คือเมื่อกี้อาจารย์บอกว่าได้คุยกับรองเลขาธิการตอนแรกก็ดูแบบว่า ไม่แพ่งแล้วจะอาญาเลย เอ้า ถ้ามันผิดจริง แล้วทำไมอยู่ดีๆ ความสัมพันธ์ของอาจารย์กับเลขาธิการ สคบ.ถึงค่อยๆ ถอยออกไปครับ

เกษมสันต์ วีระกุล : เรื่องนี้คุณน่าจะถามเมื่อวานนี้ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ตอนประชุมร่วมกันเป็นวงในนะครับ มีคุณ “สาลี องค์สมหวัง” แล้วก็คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทางด้าน MGO หลายคน มีผมและทีมงาน มีท่านรองเลขาฯ มีฝ่ายกฎหมาย สคบ.นั่งเปิดกฎหมายกันนะครับ สั่งการเป๊ะๆ เราก็อุ่นใจอันนั้นอันนึง

อันที่ 2 ที่เจ็บใจ รู้ไหมคืออะไร ตอนนี้ผมรู้ว่าทุกคนหลงซื้อกระทะเป็นล้านใบ คนไหนซื้อแล้วชอบพอใจไม่ว่ากัน แต่เขารู้ความจริงว่า มันไม่ได้เคลือบ 8 ชั้น แล้วก็ไม่ใช่ราคา 18,000 บาท แต่มันราคา 300 กว่าบาทเนี่ย ถ้าเขาอยากคืน เขาต้องได้คืนทุกคน ไม่มีสภาพว่ากระทะจะต้องดีแกะกล่องจะต้องครบ ใบเสร็จอะไรแบบนี้

เพราะว่านึกถึงภาพ ถ้าคุณซื้อกระทะไปแล้ว ให้เอาไปคืนที่ สคบ. ให้เอาไปคืนที่บริษัท บริษัทส่งกลับมาว่าจะพิจารณาว่าจะคืนเงินเท่าไร เป็นแบบนี้ เวลามา มีค่ารถ มีค่าไปรษณีย์ คนเขาก็ไม่มากัน เขาก็กลัวไม่ได้เงิน สิ่งที่ผมตกลงกับท่านรองเลขาฯ วันนั้นคืออะไร รู้ไหมครับ ผมบอกท่านรองออกระเบียบง่ายๆ ใครอยากคืน ขอแค่ซีร็อกซ์บัตรประชาชนมา เพราะการที่คุณกล้ายื่นบัตรประชาชน แสดงว่าคุณมาของจริง เอาบัตรประชาชนมา แสดงว่าคุณหลงซื้อของจริง ก็เอามาว่าหลงซื้อกี่ใบ 2 ใบ 8 ใบ แล้ว สคบ. รวบรวมจำนวนไปเอาเงินเต็มจำนวนคืนจากบริษัทเอกชน แล้วเมื่อได้เงินมา ก็นัดหมายกันเลย

ผมกับทีมที่มีคุณ สาลี่ กับ คุณหวัง อาสาจะไปตั้งจุดรับในกรุงเทพทั่วกรุงเทพฯ ตามต่างจังหวัดด้วย เอากระทะมากองๆ เอาหลักฐานมา เอาเงินคืนไป อย่างนี้ผมเชื่อว่ามันจะเป็นธรรมกับผู้บริโภค ซึ่งก็รับปากผมอีก ผ่านไป 1 อาทิตย์ ผมโทรไปถามว่าระเบียบเสร็จยังครับ บอกว่าคงทำไม่ได้หรอก ก็ให้แต่ละคนมาคืนเป็นกรณีๆ ไปก็แล้วกัน

พิธีกร : คือเหมือนอาจารย์ก็สู้อยู่นั่นแหละแต่พอถาม สคบ. มาก็เหมือนโดนตีกลับตลอดนะครับอาจารย์ คราวนี้ถ้าเกิดว่าให้อาจารย์ลองดูสิว่าถ้าเราจะออกแบบการทำงานของ สคบ.ดูเหมือนว่ามันติดนู่นติดนี่ ท่านรองเลขาธิการก็บอกว่าคนไม่พอกับงานถ้าจะปฏิรูป สคบ. จริง มันต้องเริ่มยังไง

เกษมสันต์ วีระกุล : สคบ.ต้องถูกปฏิรูปโดยการทำให้เป็นองค์กรที่โปรงใส ผู้บริโภคเห็นขั้นตอนทุกขั้นตอน เราต้องรู้ว่าขั้นตอนกระทะวันนี้ เรื่องอยู่ที่โต๊ะไหน อยู่กี่วันแล้ว ทำไมเอกสารการตรวจสอบเกี่ยวกับกรมวิทยาศาสตร์ ทั้งหลายที่ส่งให้ สคบ. ส่งมาเป็นเดือนๆ แล้ว สคบ. ถึงไม่มีข้อยุติไม่มีข้อสรุป ถ้าเรารู้เรื่องพวกนี้ สคบ.จะหนีเราไม่พ้นเลย

จำได้ไหมครับ เคยเอาคลิปโรงงานมาเผยแพร่ ยังทาสีไม่เสร็จ คนเห็นจุดบกพร่องเต็มไปหมด สงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง ถ้า สคบ.มีความโปร่งใสทุกขั้นตอนที่เรียกว่า สคบ.ไม่เคยติดต่อไปดูงานที่เกาหลีเลย ถ้าคุณเป็นคนทำงาน สคบ.เห็นคลิปมั่วๆ แบบนี้ คนสงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมืองทำไง เป็นเรา ก็คอมมอนเซ็นส์เลย ไปเกาหลีเลย ไปของดูโรงงานเคลือบแบบนี้จริงหรือ เป็นแบบนี้จริงหรอ ใช่ไหมครับ

นี่ครับ ถ้าทุกคนเห็นกระบวนการทำงานของ สคบ.ก่อน และรู้ว่าเรื่องอยู่ที่โต๊ะใคร แบบนี้ก็จะมุบมิบไม่ได้แน่ รถยนต์ฟอร์ด ก็จะไม่คาราคาซังขนาดนั้น ทุกเรื่องจะไม่คาราคาซัง

พิธีกร : คือตอนนี้ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ไปอยู่โต๊ะใคร ใครเป็นคนทำงาน ถามคนนู้นก็บอกว่าไปอยู่โต๊ะนู้น ถามคนนู้นก็บอกไปอยู่โต๊ะนั้น มันเป็นแบบนี้ ถามใคร เขาก็ไม่ค่อยมีข้อมูลใช่ไหมครับอาจารย์

เกษมสันต์ วีระกุล : ก็ต้องอันนั้นอันที่ 1 นะครับ อันที่ 2 ในการลงมติทุกอย่าง คนทำงาน สคบ.เนี่ยต้องโปร่งใสนะ เพราะใน สคบ. มันมีทั้งตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน พวกนี้ใครลงมติแบบไหน ผมก็อยากรู้ด้วยว่าไอ้ที่ปรับแสนบาทเนี่ย ทำไมถึงลงเป็นมติวาระเดียว กำเดียว ทำไมไม่เป็นหมื่นแสนกำ ปรับมันสักห้าร้อยล้าน ทำไมไม่เป็นแบบนี้ จะมีไหมกรรมการสักคนหนึ่งที่จะทัก ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องลงโทษให้หนัก เพราะว่าบริษัทนี้หลอกลวงประชาชนเป็นล้าน กำไรเป็นพันล้าน มันต้องปรับหนักครับ อยากจะรู้ว่ากรรมการคนไหนพูดอะไรในที่ประชุม ถ้าเปิดเผยแบบนี้หมดนะ ผมว่า สคบ.ถึงจะปรับพฤติกรรม

พิธีกร : อาจารย์มองว่าที่นั่งอยุ่ในโต๊ะเนี่ย กรรมการไม่รู้กี่คนต่อกี่คนทำไมมันมีมติเดียว ทำไมไม่มีแย้งไม่มีค้าน ทำไมไม่มีความคิดว่าต้องโดนหนักกว่านี้ ทำไมมันเป็นทางเดียวกันตลอดใช่ไหมครับ

เกษมสันต์ วีระกุล : ถูกต้อง...เพราะฉะนั้น การประชุมแบบนี้มันต้องโปร่งใสในที่ประชุม ต้องบอกเลยว่าใครลงมติแบบไหน มีใครหรือไม่ที่ยืนอยู่ข้างผู้บริโภคอย่างจริงจัง แล้วพวกที่ปากหมุบๆ หมิบๆ ปากอมอะไรอยู่เนี่ย มีหรือเปล่า อยากจะรู้

พิธีกร : ถามแบบคนไม่รู้ ว่าปกติแล้ว คณะกรรมการคนที่เข้ามาทำงาน เขามีการแสดงบัญชีทรัพย์สินไหม

เกษมสันต์ วีระกุล : อันนี้เป็นอีกเรื่องที่ต้องถาม ผมไม่คิดว่าตอนนี้เขาต้องแสดง แต่ว่าวันหนึ่งข้างหน้า ผมจะร้องเรียนแน่นอน ถ้ายังไม่ไปไหนนะ ผมจะร้องเรียนไปเรื่อยๆ ให้ตรวจทรัพย์สินไปเลยว่าคนทำเรื่องเกี่ยวกับกระทะ ซึ่งผมมีข้อมูลเยอะที่สุดแล้วกรณีนี้ ที่ผมผลักดันที่สุด คือมันเป็นเรื่องที่โจ๋งครึ่มที่สุดในการหลอกลวงผู้บริโภค ถ้ากรณีอย่างนี้ยังไม่สามารถจัดหนักได้ ไม่ต้องมีความหวังในการคุ้มครองในสังคมไทยอีกแล้ว

และถ้ารู้อีกว่า ผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้เคยทำเรื่องแบบนี้มาแล้ว เคยขายตรงแล้ว ก็หลอกลวงผู้บริโภคแบบนี้มา แล้วตอนนั้นสั่งปรับเป็นหลักไม่กี่แสน แล้วก็มาทำอีก เห็นไหม มันก็ชัดเจนว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดซ้ำซาก เพราะ สคบ.เอนเอียงเข้าข้างบริษัท หรือผู้ผลิต มากกว่าผู้บริโภค

2 จากทั้งหมด 2 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...