xs
xsm
sm
md
lg

เจาะลึกเบื้องหลังแนวคิด ... ความงดงามของ “สิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์” โรงละครลอยได้แห่งแรกของโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ของ โรงละคร “สิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์” โรงละครลอยได้แห่งแรกของโลก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางพัทยา บนพื้นที่รวมกว่า 10 ไร่ ที่รวมพื้นที่ทำการแสดงไว้ถึง 1,000 ตารางเมตร พร้อมรองรับผู้ชมได้ถึง 1,400 ที่นั่งต่อรอบ ภายใต้คอนเซ็ปต์การแสดงสดที่นำเทคนิคระดับโลกมาใช้ในการแสดง ผสานกับเรื่องราววรรณคดีไทยชั้นยอด รวมไปถึงการผสมผสานกับศิลปะแห่งการออกแบบทั้งอนิเมชัน เครื่องแต่งกาย ศาสตร์การแสดงและเคลื่อนไหวทั้งนาฏยศิลป์ กายกรรม การเต้นรำร่วมสมัย เป็นต้น ตลอด 90 นาทีของโชว์ ในชื่อ “KAAN” โดยที่ผ่านมาได้รับการชื่นชม และกล่าวขานถึงความงดงาม อลังการ ของโรงละครแห่งนี้จากผู้ที่มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม จนอาจกล่าวได้ว่า การสะท้อนความฝันและจินตนาการผ่านการตกแต่งพื้นที่ ที่สอดรับกับงานแสดงแบบไลฟ์โชว์ของโรงละครแห่งนี้ กำลังจะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองพัทยา อีกแห่งหนึ่งในไม่ช้า

จากความตั้งใจของกลุ่มปัจลักษณ์ และนักลงทุน ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น ด้วยแนวคิดการออกแบบ “ที่มีความเรียบง่าย แต่กลับทรงพลัง ทั้งยังสื่อสารถึงสิ่งลวงตาได้ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด ด้วยสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ภายใต้แนวคิดของ Levitating” หรือ “การลอยตัว” ในการออกแบบจึงส่งผลให้ “SINGHA D’LUCK Cinematic Theatre (สิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์)” กลายเป็น Levitating Theatre โรงละครลอยได้แห่งแรกของโลก เป็นเรื่องที่ท้าทายนักออกแบบที่ต้องแต่งแต้ม เติมสี ให้เกิดความสัมพันธ์ตั้งแต่รูปทรงของสถาปัตยกรรม และการแสดงที่จะทำให้โรงละครแห่งนี้ โลดแล่นได้อย่างทรงคุณค่า และงดงามในทุกมิติ
<b><i>คุณศศิวิมล สินธวณรงค์ Design Principal of JARKEN  ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัทจาร์เค็น จำกัด</i></b>
นางศศิวิมล สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท จาร์เค็น จำกัด (JARKEN Co., Ltd.) บริษัทชั้นนำของไทยที่มีชื่อเสียงระดับสากล ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในทั้งหมดของโรงละครแห่งนี้ ได้เปิดเผยว่า “นับเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และน่าตื่นเต้น ให้กับทีมงานเป็นอย่างมากในครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ต่อยอดความงดงามของสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ ทำอย่างไรให้สถาปัตยกรรมภายในโรงละครสัมพันธ์กับตัวอาคารภายนอก และมีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาของการแสดง ซึ่งนั่นหมายถึงว่า เรากำลังร่วมกันดึงเรื่องราวของความเป็นไทยมานำเสนอในรูปแบบสากล

จากสถาปัตยกรรมภายนอกของโรงละคร ที่ถูกสื่อสารในคอนเซ็ปต์ MAGIC ILLUTIONหรือ “ภาพลวงตา” ให้ออกมาในรูปแบบของอาคารที่ดูเหมือนยกตัวลอยได้ โดยดึงคอนเซ็ปต์จากการแสดงที่นำมาจากตัวละคร KAAN ซึ่งเป็นการพูดถึงการกำเนิดใหม่ของทุกๆสิ่ง หรือ “อุบัติ” หมายถึงการก่อกำเนิดชีวิตทุกชีวิตที่เกิดขึ้นจากน้ำ จากการเคลื่อนไหว พัฒนาไปสู่การออกแบบดีไซน์ และนำคอนเซ็ปต์ FLOW มาเล่นกับพื้นที่ด้านหน้าของอาคาร ในส่วนของงานแลนด์สเคป ด้วย

โดยในส่วนของงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน ทีมงานจาร์เค็นได้หยิบยกเอาศิลปะการแสดงไทย หรือ นาฎยกรรมสมัยโบราณที่เรียกว่า “รำประเลง”ซึ่งเป็นการรำเบิกโรงของ “ละครใน” ในสมัยก่อน (ละครชาววังในอดีตเพื่อสิริมงคล และปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกที่จะเป็นอุปสรรคออกไปจากการแสดง) มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบด้วยนัยยะที่ได้ของการร่ายรำจากการใช้ผู้ร่ายรำ 2 คน แต่งกายด้วยชุดสีเขียวมรกต สวมหน้ากากสีเหลืองทองและเขียวเพื่อปกปิดใบหน้าในการแสดง นำไปสู่การสร้างคอนเซ็ปต์การออกแบบ “การซ่อน ปกปิด อำพราง”และการถือกำหางนกยูงสะบัดตวัดไปมาเป็นท่าร่ายรำ นำไปสู่คอนเซ็ปต์ของการออกแบบที่ใช้ “เส้นโค้งตวัด” ในการเชื่อมต่อดีไซน์จากภายนอก สู่ภายในเช่นเดียวกับแนวคิดของ “การลอยตัว” ที่ไม่ใช่เพียงตัวโรงละครเท่านั้นที่ลอยได้ แต่ยังรวมถึงทุกรายละเอียดของงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนลอยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแสงเงา ฝ้า ผนัง กระจก และพื้นผิวต่างๆ”นางศศิวิมล กล่าวและเพิ่มเติมว่า

ทางทีมงานได้ดึงเอาลักษณะเส้นโค้งของสถาปัตยกรรมไทยอย่าง “การย่อมุมไม้สิบสอง”มาใช้ในงานตกแต่งในส่วนของโถงล็อบบี้ และใช้กระจกในงานตกแต่งห้องน้ำภายในโรงละครเพื่อเชื่อมโยงส่วนของงานตกแต่งจากตัวสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน ทำให้ผู้ที่เข้ามาในบริเวณห้องน้ำเกิดความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้ามาอยู่ในมิติมายากล รวมถึงการเพิ่มไฮไลท์บางอย่างก่อนการแสดง โดยใช้ลวดลาย “กบิลปักษา” ซึ่งอ้างอิงกับ เนื้อเรื่องการแสดง บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครหนุมาน และปักษา ตัวละครใน KAAN มาเชื่อมโยงกับการตกแต่ง เบื้องต้น ผู้ชมอาจจะเห็นเป็นลายไทยทั่วไป แต่จริงๆ แล้วผนังไม้แต้มด้วยสีทองจะถูกออกแบบโดยการเจาะรูทำเป็นลายต่างๆ และจัดแสงจากด้านบนในการช่วยสร้างบรรยากาศ ให้ผู้ชมได้เตรียมตัวก่อนที่จะถึงเวลาที่ ละครฉายซึ่งแต่เดิมในโรงละครจะไม่มีฝ้า และจะมืดสนิทเมื่อการแสดงเริ่ม ดังนั้น เมื่อผนังส่องสว่างก็จะเป็นการล่อหลอกสายตาคนจากฝ้าและเวทีที่ค่อยๆมืดลง

และปิดท้ายด้วย ส่วนของร้านขายของที่ระลึก ที่ยังคงรักษาอารมณ์จากการดูโชว์ เพื่อที่จะให้ผู้ที่เข้ามาซื้อของ ยังรับรู้ได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของละครต่อเนื่อง ด้วยการนำฉากๆ หนึ่ง ในเนื้อเรื่องของละครมาเป็นคอนเซ็ปต์ ในการตกแต่งเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงให้ถึงความรู้สึกภายในอย่างมีมิติที่เราพยายามสร้างความต่อเนื่องให้ทั้งผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ได้รู้สึกสนุกและประทับใจตั้งแต่จุดแรกเห็นจนจุดสุดท้ายของโรงละคร ที่เราพยายามสื่อสารให้ถึงกันให้ได้มากที่สุด ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทรงคุณค่าของจาร์เค็นในปีนี้ ที่นอกจากจะได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า จาก SINGAPORE INTERIOR DESIGN AWARDS (SIDA) สาขา Public Space ซึ่งจัดโดย Society of Interior Designers, Singapore (SIDS) ภายในงาน SingaPlural Celebrating Design 2017 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แล้ว เรายังหวังว่า การสร้างสรรค์งานในครั้งนี้ จะทำให้คนไทยได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวในเชิงประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า อีกด้านหนึ่งของเราด้วย” นางศศิวิมล กล่าวปิดท้าย





กำลังโหลดความคิดเห็น...