xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : “คืนบาป” ที่ด่านช้าง | “คณะราษฎร” หมุดหาย | ไม่ธรรมดา! “ไชยา” ลูกสาวปังมาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง www.manager.co.th และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 15 - 21 เม.ย. 2560)
น.ส.ปวีณ์สุดา ขันสาทะ หรือแก้ม อายุ 20 ปี และนายธนพัตร แสนคำ หรือเจ๊บีม อายุ 31 ปี สองผู้ต้องหาคดีเด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกวัยรุ่นรุมโทรมแล้วค้าประเวณี
อันดับ 1 : คืนบาปที่ด่านช้าง! ด.ญ. วัย 14 จากรุมโทรม ข่มขืนเดี่ยว จบลงที่ขายตัวให้เสี่ยค้าไม้

คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 14 ปี แบบโทรมหญิง ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นมีการค้าประเวณีเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 14 เม.ย. เฟซบุ๊กเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4” เปิดเผยถึงมีผู้ร้องเรียน ว่า คดีข่มขืนกระทำชำเราไม่มีความคืบหน้า ระบุว่าเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2559 ถูกกักตัวไว้และมีผู้ชายนับสิบคนข่มขืนกระทำชำเราแบบรุมโทรม ที่ร้านเกมแห่งหนึ่งใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี จนเพื่อนอีกคนที่ตามหาจนเจอ แล้วรีบพาแจ้งความ แต่ตำรวจดำเนินคดีเพียงแค่ นายประมวล (ไก่) ขันซาทะ อายุ 22 ปี โดยผู้ปกครองเดินทางไปร้องเรียนทุกที่ แต่คดีกลับไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนเพื่อนผู้หญิงที่มารับแล้วไปส่งที่ร้านเกม ย้ายโรงเรียนหนีไปที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งสภาพจิตใจของเด็กหญิงผู้เสียหายต้องพักอยู่บ้านพัก กินยานอนหลับทุกวัน วันต่อมา เฟซบุ๊ก “ตำรวจภูธร ด่านช้าง” ระบุว่า เด็กหญิงผู้เสียหายไปโรงเรียนไม่ทัน จึงไปที่ร้านเกมหลังตลาดด่านช้าง มีการดื่มสุราจนถึงเช้า แล้วไปต่อที่หาดทรายด่านช้างจนมึนเมา ก่อนขอกลับมานอนบ้านนายไก่ แล้วถูกกระทำชำเรา ทำให้ต่างวิจารณ์กันว่า ตำรวจน่าจะเข้าข้างไปทางคนร้าย



ต่อมาวันที่ 18 เม.ย. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำมารดาเด็กหญิงผู้เสียหาย ร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากบิดาของนายไก่เป็นอดีตนายตำรวจ ลูกหลานคนมีสี มีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหาย พยายามไกล่เกลี่ยและขัดขวางไม่ให้ดำเนินคดี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งเปลี่ยนพนักงานสอบสวนใหม่ กระทั่งวันที่ 18 เม.ย. ได้จับกุม นายสุนัย (เจ) บุญแป้น ชาว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และนายธนวัฒน์ (มิ้ง) กำแหงคุมพล ชาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เมื่อสอบสวนพบว่าเด็กหญิงผู้เสียหาย ถูกลวงเป็นเหยื่อในการค้ามนุษย์ โดยมีการนำให้กลุ่มผู้ต้องหา 4 คน ร่วมกันรุมโทรมก่อนนำตัวไปให้นายไก่ข่มขืน ต่อมาวันที่ 20 เม.ย. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จับกุม น.ส.ปวีณ์สุดา (แก้ม) ขันซาทะ อายุ 20 ปี และนายธนพัตร (เจ๊บีม) แสนคำ อายุ 31 ปี ในข้อหาค้ามนุษย์ กระทั่งตำรวจสุพรรณบุรีออกหมายจับ นายอนุชาติ หงษ์ทอง อายุ 53 ปี เสี่ยค้าไม้ที่ซื้อบริการทางเพศจากเจ๊บีม โดยเจ้าตัวได้เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 21 เม.ย. เบื้องต้นยังให้การภาคเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพียงพอ ก่อนฝากขังต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเวลา 12 วัน และไม่อนุญาตให้ประกันตัว

สอบสวนทราบว่า วันที่ 12 พ.ย. 2559 เวลาประมาณ 17.00 น. เด็กหญิงผู้เสียหายออกจากบ้านมาหาเพื่อนที่โรงเรียน จากนั้นก็ไปนั่งคุยกันบริเวณหลังร้านเกม โดยมีนายธนวัฒน์ดื่มสุราจนมึนเมา ก่อนร่วมกับนายสุนัย, นายธีรพัฒน์ (เต้ย) ศรีสงกา และนายเพชร สอนที รวม 4 คน ร่วมกันรุมโทรมจนสำเร็จความใคร่ ถึงเช้าวันที่ 13 พ.ย. 2559 นายสุนัยขับรถไปส่งที่บ้านพักของนายไก่ ซึ่ง น.ส.ปวีณ์สุดา อาศัยอยู่ด้วย กระทั่งเวลา 16.00 น. นายไก่กระทำชำเราเด็กหญิงผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ จากนั้น น.ส.ปวีร์สุดาได้ติดต่อไปหาเจ๊บีม แม่เล้าที่รู้จักกันให้นัดหมายลูกค้า คือนายอนุชาติ เสี่ยค้าไม้มาซื้อบริการเด็ก ราคา 1,500 บาท จึงให้ น.ส.ปวีร์สุดา พาเด็กหญิงผู้เสียหายขี่จักรยานยนต์ไปที่โรงแรมเอพีวิลล่า ม่านรูดตรงข้าม บขส.ด่านช้าง เพื่อร่วมประเวณีกับลูกค้า ก่อนรอรับกลับไปส่งที่บ้านนายประมวลอีกครั้ง เจ๊บีมอ้างว่าได้รับการติดต่อจากเด็กหญิงผู้เสียหายว่าต้องการหาเงินใช้เดินทางกลับบ้าน โดยได้ส่วนแบ่ง 500 บาท
(ภาพล่าง) นายพริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ หลานของหลวงเสรีเริงฤทธิ์ ทายาทคณะราษฎร เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันกับ สน.ดุสิต กรณีหมุดคณะราษฎรหายไป
อันดับ 2 : หมุด “คณะราษฎร” ถูกเปลี่ยนใหม่ เป็น “ขอประเทศสยามจงเจริญ”

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ในโลกโซเชียลได้มีการระบุว่า หมุดคณะราษฎร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนวันอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 ระบุว่า “ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ” บนลานพระบรมรูปทรงม้า ด้านสนามเสือป่า แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. ถูกแทนที่ด้วยหมุดใหม่ระบุข้อความว่า “ขอประเทศสยามจงเจริญ ยั่งยืนตลอดไป ประชาชนสุขสันต์ หน้าใส เพื่อเป็นพลังของแผ่นดิน” และข้อความที่ขอบวงกลมระบุว่า “ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง” กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมกับการเคลื่อนไหวของบุคคลทางการเมือง ทั้งการโพสต์ข้อความโจมตี การชุมนุมทวงคืนหมุดคณะราษฎร และการล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์



ต่อมาวันที่ 16 เม.ย. นายพริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อายุ 30 ปี หลานชายหลวงเสรีเริงฤทธิ์ พร้อมด้วยนักศึกษา 3 คน ลงบันทึกประจำวันที่ สน.ดุสิต ให้ช่วยติดตามหมุดคณะราษฎร สัญลักษณ์เหตุการณ์อภิวัฒน์สยาม 2475 ที่อยู่บริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้าที่หายไป ลูกหลานคณะราษฎรมีทั้งที่พอใจและไม่พอใจ ตนจึงอาสาทวงถามดังกล่าว แต่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า หมุดดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของบุคคลใด ผู้แจ้งความเป็นผู้เสียหายหรือไม่ พร้อมฝากเตือนกลุ่มเคลื่อนไหวให้เลี่ยงแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในบริเวณพื้นที่ลานพระราชวังดุสิต เพราะอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และ พ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะได้ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่า ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นประเด็น ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากกว่า 80 ปีแล้ว อยู่ที่ว่าจะเดินหน้าประเทศไทยกันอย่างไรมากกว่า

อันดับ 3 : ไม่ธรรมดา! “ไชยา มิตรชัย” มีลูกตั้งแต่อายุ 19 - บอกลูกสาว “สวยปังมาก”

เรื่องช็อกในวงการบันเทิงก็คงจะเป็นกรณีที่พระเอกลิเกเงินล้าน “ไชยา มิตรชัย” หรือนายเสมา สมบูรณ์ วัย 34 ปี หลังข่าวว่ามีลูก 2 คน คนโตอายุ 24 ปี คนเล็ก อายุ 22 ปี โดยที่ภรรยานั้นเป็นลูกของแม่ยกใน จ.อ่างทอง เจ้าตัวได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Chaiya Mitchai เมื่อ 20 เม.ย. ยอมรับว่า มีลูกแล้ว มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไป ไม่ได้เปิดอะไรมาก เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายอะไรกับครอบครัว อยากอยู่กันตามปกติชนธรรมดา แฟนคลับที่ใกล้ชิดติดตามกันมายาวนานเขาก็ทราบเรื่องนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือก็ทราบดี รวมถึงเพื่อนในวงการหลายคนก็รู้ ตนแค่อยากอยู่กันสงบๆ ข่าวที่ว่าเคยลงหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีอะไร เหมือนเขียนแซวกัน ไม่ได้คิดว่าคราวนี้จะมีคนสนใจขนาดนี้ ถ้าไม่เป็นการรบกวนสื่อจนเกินไป ขอรบกวนพาดหัวข่าวว่า ไชยา ตอบสื่อด้วยความสุขว่า ลูกผมเอง หรือ ลูกสาวไชยา สวยปังมาก จะกราบขอบคุณอย่างมากครับ



สำหรับลูกสาวของ ไชยา มิตรชัย มีชื่อว่า แป้ง หรือ น.ส.พรภัสร์ชนก สมบูรณ์ อายุ 24 ปี เกิดเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2537 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ เอกภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยมีผลงานการแสดงเป็นนางเอกเพลงหิ่งห้อย ของหลวงไก่ อาร์สยาม และแสดงละครเรื่อง นางฟ้าอสูร ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เอสดี คู่กับ ก้อง ห้วยไร่ ส่วนลูกชายมีชื่อว่า นายชุติพันธ์ สมบูรณ์ หรือ แชมป์ อายุ 22 ปี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่คณะและมหาวิทยาลัยเดียวกัน ส่วนมารดาของทั้งสองคือ น.ส.พจนา น้อยวัฒน์ หรือ แดง ปัจจุบันชื่อ น.ส.กัญจน์ลดากร น้อยวัฒน์ อายุ 44 ปี เป็นชาว อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งคู่อยู่กินกันมา 26 ปี มีลูกคนแรกตั้งแต่ ไชยา มิตรชัย อายุ 19 ปี และ น.ส.พจนา อายุ 20 ปี แต่จะรู้กันเฉพาะคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดเท่านั้น ทั้งนี้ ไชยา มิตรชัย จะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในงานอีเวนต์วันที่ 8 พ.ค. นี้

อันดับ 4 : ลอบขนอสุจิ! ข้ามแดนสะพานมิตรภาพหนองคาย โยงค้ามนุษย์-อุ้มบุญ

การนำอสุจิออกนอกประเทศโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ มีความผิดตามกฎหมาย เฉกเช่นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 เม.ย. เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย - ลาว อ.เมืองฯ จ.หนองคาย พบชายต้องสงสัยทำพิธีการผ่านแดนออกนอกประเทศ พร้อมสะพายกระเป๋าใบใหญ่ จึงได้เรียกตรวจ ทราบชื่อต่อมาคือ นายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์ อายุ 25 ปี พบถังไนโตรเจนบรรจุอสุจิ 6 หลอด ของชาวจีน และชาวเวียดนาม ยอมรับว่า กำลังจะนำไปยังคลินิกแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ จึงควบคุมตัวไว้ เบื้องต้นได้รับการว่าจ้างนายยู ลูกครึ่งไทย - ญี่ปุ่น ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ให้มารับถังไนโตรเจนที่มีการบรรจุอสุจิ ไข่ และตัวอ่อนแช่แข็ง สลับสับเปลี่ยนกันไปที่คลินิก 4 แห่งในกรุงเทพฯ แล้วนำข้ามไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ไปยังคลินิกแห่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา รวม 12 ครั้ง ทั้งยังได้นำไปยังกรุงพนมเปญ กัมพูชา ทางด่านอรัญประเทศ ไปโรงพยาบาลและคลีนิคไม่ทราบชื่อ ในปี 2559 รวม 13 ครั้ง แต่ละครั้งจะได้ค่าจ้าง 5,000 บาท

เบื้องต้นเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ.ศุลกากร ในการนำของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร จึงได้เปรียบเทียบปรับนายนิธินนทน์ 200,000 บาท แล้วปล่อยตัวไป ก่อนส่งถังไนโตรเจนไปตรวจที่โรงพยาบาลขอนแก่น พบว่า ทั้ง 6 หลอด เป็นน้ำเชื้ออสุจิ ซึ่งจากนี้เตรียมตรวจพิสูจน์ว่าเป็นอสุจิของคน หรือสัตว์ ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุว่า หากผลออกมาระบุว่าเป็นอสุจิของมนุษย์จริง จะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. หนึ่งใน 4 คลินิกที่ถูกพาดพิง แถลงข่าวชี้แจงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยให้การสนับสนุนการอุ้มบุญ หรือการซื้อขายอสุจิและไข่ แต่คนไข้ที่เคยขอคำปรึกษาการรักษาผู้มีบุตรยาก มีความประสงค์จะนำอสุจิของตนเองออกจากศูนย์ และมอบอำนาจให้ผู้ขนส่งเป็นผู้ดำเนินการตามความประสงค์

อันดับ 5 : หมอตุ๋นหมอ! เพื่อนกันแท้ๆ สมัยมัธยม ชวนร่วมลงทุนทำธุรกิจทัวร์ ก่อนเชิดเงินหนีกว่า 60 ล้าน

การทำธุรกิจหากพบโฆษณาชวนเชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนที่สูง อาจกลายเป็นการหลอกลวง เฉกเช่นกรณีที่ เรืออากาศโทหญิง พญ.นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยผู้เสียหายหลากหลายอาชีพกว่า 10 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ระบุว่า ถูกว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี แพทย์ประจำแผนกเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา หลอกให้ร่วมลงทุนกับบริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านท่องเที่ยวกับนายโจ้ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทน 6-18% ต่อเดือน ทำให้เพื่อนหลากหลายอาชีพร่วมลงทุนตั้งแต่ 80,000 บาท สูงสุด 12 ล้านบาท โดยตนร่วมลงทุนเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 จำนวน 5 แสนบาท เดือนต่อมาได้เงินปันผล 8 หมื่นบาท จึงไม่ได้ถอนเงินออกมา แต่เพิ่มยอดเงินร่วมลงทุนไปอีก กระทั่งลงทุนไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 รวมเป็นเงิน 1 ล้านบาท แต่เดือนมีนาคม 2560 กลับไม่ได้เงินปันผล พยายามทวงถามกลับอ้างว่าบัญชีถูกอายัด โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ไปตรวจสอบที่บ้านไม่พบตัว สอบถามที่ทำงานพบว่าลาพักร้อน จึงเชื่อว่าถูกหลอกแน่นอน โดยมีผู้เสียหาย 38 คน มูลค่าความเสียหาย 64 ล้านบาท

วันที่ 20 เม.ย. ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่คอมมานโด ตำรวจ สน.บางเสาธง และเจ้าหน้าที่ ปปง. ตรวจค้นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ของว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ ภายในถนนพัฒนา ซอย 6 ย่านพุทธมณฑลสาย 1 ไม่พบทรัพย์สินที่มีค่าแม้แต่ชิ้นเดียว เหลือเพียงทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้บางส่วน และทรัพย์สินที่ไม่มีค่า ขณะที่ระบบน้ำและไฟถูกตัด จากการสืบสวนพบว่า ว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ ออกนอกประเทศไทยพร้อมกับครอบครัวไปที่ประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จึงได้ประสานทำหนังสือถึงสถานทูตประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อขอให้เพิกถอนวีซ่านักท่องเที่ยวแล้ว ขณะที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ส่วนต้นสังกัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่ประชุมผู้บริหารตรวจสอบพฤติกรรม พบว่าขาดราชการเกิน 15 วัน จึงส่งเรื่องให้กองทัพเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดทราบแล้ว

อันดับ 6 : จัญไร! วันไหลพัทยาจับหญิงรุมโทรม ล้วงจิ๊มิแล้วถ่ายคลิปบนทางเท้า

เป็นประจำทุกปีที่ประเพณีสงกรานต์จะต้องมีเหตุความรุนแรง มีเหตุทะเลาะวิวาทและใช้ความรุนแรงอย่างขาดสติ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติ แต่เหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่าจะสร้างความอเนจอนาถใจให้กับสังคมไทย ก็เห็นจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศถึงขั้นมีลักษณะโทรมหญิง เมื่อวันที่ 20 เม.ย. บนโลกโซเชียลมีการแชร์วิดีโอคลิปชายสองคนจับหญิงสาวนั่งลงกับพื้นทางเท้าหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเอามือล้วงอวัยวะเพศหญิงสาว ในคลิประบุว่าเกิดขึ้นในงานวันไหลพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสถานที่เกิดเหตุ อยู่ที่บริเวณ หน้าร้านตัดเสื้อผ้า ชารีมาร์ ภายในวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ หญิงสาวในคลิปเป็นพนักงานของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในวอล์กกิ้งสตรีท ชาวเน็ตต่างเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมมาลงโทษให้ได้ เพราะเห็นหน้าได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จับกุม นายจิรพัฒน์ กระแสเสถียร หรือ โจ้ อายุ 26 ปี ได้ที่บ้านพัก เจ้าตัวรับสารภาพว่า ขณะเกิดเหตุเมาจนขาดสติ จึงร่วมกับชายอีกคนที่เพิ่งรู้จักกัน ทำอนาจารหญิงสาวซึ่งมีอาการเมาเหมือนกัน แต่ตนแค่จูบเฉยๆ ไม่ได้ทำอย่างอื่น ส่วนหญิงสาวไม่ได้รู้จักกันมาก่อน และไม่รู้ด้วยว่ามีคนถ่ายคลิปไว้ พอเห็นคลิปเผยแพร่ออกไปก็รู้สึกตกใจ ขอโทษที่ทำให้เมืองพัทยาต้องเสื่อมเสียภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และขอโทษฝั่งผู้หญิงรวมทั้งญาติ ส่วนผู้ก่อเหตุอีกราย คือ นายอิทธิพล สุมณฑา อายุ 24 ปี ชาว อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นคนลูบคลำหน้าอกและล้วงอวัยวะเพศหญิงสาว ได้เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 22 เม.ย. อ้างว่า ก่อเหตุเพราะความเมาสุรา และความคึกคะนอง ส่วนหญิงดังกล่าวก็ไม่รู่จักกันมาก่อน มาเจอกันตอนเล่นสาดน้ำสงกรานต์เท่านั้น

อันดับ 7 : อุปาทานหมู่! “ไมโลคิวบ์” ช็อกโกแลตอัดเม็ด - “ขวดสีฟ้า” กินแล้วหัวเราะได้

ของกินที่กลายเป็นกระแสฮิตบนโลกโซเชียลในช่วงที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคงจะเป็น “ไมโล เอเนอร์จี้ คิวบ์” ขนมที่เป็นนมช็อกโกแลตอัดก้อน ซึ่งผลิตจากประเทศไนจีเรียและกานา มีคนไทยนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย มาชิมแล้วถ่ายภาพบนโลกโซเชียล ด้วยรูปลักษณ์เป็นขนมรูปสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ มีทั้งทานเล่นได้ทันที หรือจะผสมนมสดร้อนแล้วรอให้ละลายเพื่อซดดื่มก็ได้เช่นกัน เกิดความสนใจใคร่รู้อยากซื้อมาลองรับประทาน ทำให้มีการปั่นราคาจากผู้ที่นำเข้ามาจำหน่าย จากปกติ 1 ห่อ (100 ก้อน) ราคาประมาณ 250 บาท กลายเป็น 800 บาทต่อห่อ รวมทั้งมีเรื่องไมโลคิวบ์ปลอม และยังมีผู้ที่หลอกลวงบรรดาคนซื้อ บางรายเป็นพ่อค้า แม่ค้า สั่งซื้อไปหลักแสนบาท คิดเป็นความเสียหายรวมกันนับล้านบาทเลยทีเดียว



อีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ถูกอุปทานว่าดื่มแล้วหัวเราะได้ คงจะเป็นเครื่องดื่มเชปเป้ รีแล็กซิ่ง คาล์ม ขวดสีฟ้า ซึ่งในโลกโซเชียลอ้างว่า กินแล้วอารมณ์ดี หายง่วง กินแล้วหัวเราะ ซึ่งในโฆษณาระบุว่า มีสารแอลธีอะนิน ซึ่งช่วยปรับสมดุลอารมณ์ ลาเวนเดอร์ ช่วยลดความเครียด ทำให้จิตใจผ่อนคลาย คาโมมายล์ คลายกังวล รู้สึกสงบ หลับสบาย และ เลมอนบาล์ม ลดความหงุดหงิด คลายความล้า ยิ่งทำให้เป็นที่สนใจใคร่รู้และถูกบอกต่อ ผู้คนแห่ไปหาซื้อที่ร้านสะดวกซื้อชื่อดัง จนกระทั่งสินค้าขาดตลาด อย่างไรก็ตาม เป็นที่วิจารณ์ว่า เป็นการตลาดแบบอุปาทานหมู่ เพราะส่วนใหญ่รับประทานไปแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนดื่มน้ำเปล่า แต่ก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคได้ เนื่องจากคำว่า กินแล้วหัวเราะ เกิดขึ้นมาจากกระแสความรู้สึกไปเองของผู้บริโภคที่กล่าวถึงบนโลกโซเชียล ถึงกระนั้น สารแอลธีอะนิน หากจะออกฤทธิ์จริงต้องรับประทานในปริมาณ 200 มิลลิกรัมขึ้นไป แต่ขวดนี้ใส่มาแค่ 10 มิลลิกรัมเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...