ชาวบ้านให้การตำรวจ เหตุเพลิงไหม้สะพานคลองชวดลากข้าว ถ.เทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.12 ชายชื่อ “อำนวย” ก่อเตาฟืนหุงหาอาหารแล้วปล่อยทิ้งไว้ ก่อนลุกลามวอด จนท.กรมทางหลวง - การทางพิเศษฯ สำรวจ พบพื้นสะพานเสียหายหนัก แผ่นพื้นคานสะพานฉีกขาด เตรียมซ่อมชั่วคราวไปก่อน ส่วนตอม่อบูรพาวิถีไม่กระทบ
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายมนตรี เดชาสกุลสม ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ ชารี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรปราการ ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบทางพิเศษบูรพาวิถี ลงพื้นที่สะพานข้ามคลองชวดลากข้าว ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ชุมชนแออัดใต้สะพานเมื่อคืนวันที่ 1 เม.ย. ทำให้สะพานได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
โดยผลการสำรวจพบว่า มีรอยไหม้ดำรุนแรงปรากฏที่คาน เสา แผ่นพื้นคานสะพานคอนกรีตอัดแรง (Plank girder) ด้านใต้สะพานพบเหล็ก (Prestressed tendon) ของแผ่นพื้นคานสะพานฉีกขาด การซ่อมแซมจำเป็นต้องยกแผ่นพื้นคานสะพานเก่าที่เสียหายออกแล้ววางใหม่ ส่วนความเสียหายอื่นที่เสาส่วนใหญ่เป็นการกัดกร่อนของคลอไรด์ (Chloride attack) ที่มีอยู่เดิมก่อนหน้านี้ ประกอบกับความร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ที่นเกิดขึ้นสูงมาก ส่งผลให้รอยแตกระเบิดออก
ในเบื้องต้นจะทำการซ่อมแซมสะพานชั่วคราว โดยใช้เวลาประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ ซึ่งจะปิดการจราจรถนนเทพรัตนบางส่วนทั้งขาเข้าและขาออก เพื่อทำการซ่อมแซมสะพาน ส่วนการซ่อมแซมระยะยาวจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่จะดำเนินการให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชนน้อยที่สุด ส่วนการแก้ปัญหาผู้ที่บุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยบริเวณใต้สะพาน จะดำเนินการเจรจากับชาวบ้านเพื่อให้ย้ายสิ่งของออกไป และจะติดตั้งรั้วตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้ามาบุกรุกอีก
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทางพิเศษบูรพาวิถีนั้น จากการตรวจสอบตอม่อที่ 11/22 แม้จะพบรอยไหม้และพบรอยปูนกะเทาะออกมา แต่พบว่าความเสียหายดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบต่อโครงสร้าง สามารถใช้งานได้ตามปกติ เบื้องต้นกรมทางหลวงได้ส่งเจ้าหน้าที่ปิดการจราจรช่องทางหลัก (Main Road) ขาเข้ามุ่งหน้าบางนา จากเดิม 4 - 5 ช่องจราจร เหลือ 2 ช่องจราจร ตั้งแต่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ ถึงสะพานคลองชวดลากข้าว ระยะทางประมาณ 170 เมตร
ด้าน นายสมบูรณ์ เปิดเผยหลังเข้าตรวจสอบโครงสร้างสะพาน ว่า สภาพภายนอกของสะพานได้รับความเสียหายจากความร้อน ทำให้ตัวสะพานที่เป็นคอนกรีตมีรอยดำ และมีรอยแตกบนพื้นสะพานทั้งขาเข้าและขาออก เจ้าหน้าที่จะจึงปิดการจราจร ในฝั่งขาเข้า 2 ช่องทางซ้ายของทางด่วนเพื่อป้องกันการขยับของพื้นสะพาน และจะใช้เครื่องมือตรวจสอบโครงสร้างสะพานอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้าน พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ตำรวจ สภ.บางแก้ว เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยได้เชิญตัว นางจวน นิ่วกลาง อายุ 51 ปี มาสอบปากคำ โดยให้การว่า พบเห็น นายอำนวย ไม่ทราบนามสกุล อายุ 52 ปี ซึ่งปลูกอยู่ด้านในริมคลอง ก่อเตาฟืนเพื่อประกอบอาหาร แล้วเดินออกไปซื้อของที่ตลาดกิ่งแก้ว โดยที่ปล่อยเตาฟืนทิ้งไว้ จากนั้นจึงได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตำรวจจึงเตรียมเอาผิดนายอำนวย ในข้อหากระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินราชการเสียหาย นอกจากนี้ แขวงทางหลวงสมุทรปราการ ได้ดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาทำให้ทรัพย์สินของราชการเสียหาย และแจ้งความดำเนินคดีกับผู้พักอาศัยที่อยู่ใต้สะพานในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับชุมชนใต้สะพานคลองชวดลากข้าวดังกล่าว มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 100 ครอบครัว บนเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา ตามแนวสะพานข้ามคลองชวดลากข้าว ถนนเทพรัตน ส่วนใหญ่มาจากภูมิลำเนาในภาคอีสาน และคนต่างด้าว แต่ไม่มีเงินเช่าที่อยู่อาศัย จึงมาบุกรุกพื้นที่ใต้สะพานเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย โดยใช้ไม้พาเลท แผ่นสังกะสี และแผ่นป้ายโฆษณาปลูกสร้างกันแบบง่ายๆ ยึดอาชีพเก็บของเก่าขายมานานกว่า 10 ปี เบื้องต้นหลังเกิดเหตุ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ สั่งการให้อำเภอบางพลี ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 40 ราย และเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ห้องประชุมหลังเก่าของ อบต.บางพลีใหญ่ ให้เข้าพักพิงชั่วคราวอีกด้วย


