xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : “ลูกกระทิงแดง” ตบหน้าคนไทย | จ่ายมาซะดีๆ “ภาษีหุ้นชิน” | “ผุสดี” แท็กซี่มหาภัย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง www.manager.co.th และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

สรุปข่าวประจำวันที่ 25-31 มี.ค. 2560

อันดับ 1 : ตบหน้าคนไทย! สื่อนอกแฉ “ทายาทกระทิงแดง” ขับรถชนคนตาย-ชีวิตสุขสำราญ

กลายเป็นประเด็นที่กลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง สำหรับคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส วัย 31 ปี ทายาทเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารีพุ่งเข้าชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ วัย 48 ปี เมื่อเวลา 05.40 น.ของวันที่ 3 ก.ย 2555 เมื่อสำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า เขากลับไปใช้ชีวิตหรูหราตามแบบลูกเศรษฐีพันล้าน บินรอบโลกด้วยเครื่องบินเจ็ตของเรดบูล นั่งเก้าอี้ VIP ดูการแข่งรถฟอร์มูลาวันเชียร์ทีมของตัวเอง ใช้กรุงลอนดอนเป็นที่เก็บรถปอร์เช่ คาร์เรรา สีดำ ป้ายทะเบียนพิเศษ ไม่กี่สัปดาห์หลังขับรถชนตำรวจชั้นผู้น้อยของไทยเสียชีวิต ลากศพติดรถเฟอร์รารีไปตามถนนในกรุงเทพฯ แต่กระบวนการยุติธรรมไทยเอาผิดไม่คืบ ไทยปล่อยให้ยืดเยื้อนานเกือบ 5 ปีจนข้อหาส่วนใหญ่ในคดีจะหมดอายุความลงในปี 2560





อย่างไรก็ตาม หลังกระแสสังคมต่างโจมตีถึงกระบวนการยุติธรรม นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2559 นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ขณะนั้นได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้ว แต่หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ขอความเป็นธรรมหลายครั้ง รวมทั้งรองไปที่กรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อขอให้สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นว่าไม่ได้ขับรถเร็ว โดยอัยการจะนัดให้ผู้ต้องหามาพบครั้งหน้าในวันที่ 27 เม.ย. นี้ ยืนยันว่าอัยการไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเร่งรัดการดำเนินคดีมาตลอด

อันดับ 2 : จ่ายมาซะดีๆ “ภาษีหุ้นชินฯ” หมื่นเจ็ดพันล้าน ติดประจานหน้าบ้าน “จันทร์ส่องหล้า”

ในที่สุดการดำเนินการเรียกเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท อินทัช โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคดีอาญาในต่างประเทศ ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 31 มี.ค. 2560 ก็ถือว่าผ่านไปอย่างหวุดหวิด เมื่อวันที่ 28 มี.ค. เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร นำหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) ของสำนักงานตรวจสอบภาษีกลาง ไปติดที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 จำนวน 17,629,585,191.00 บาท ซึ่งหากไม่ยื่นอุทธรณ์ตามกำหนด จะดำเนินการเก็บภาษีทันที และหากไม่มาชำระจะใช้อำนาจยึดทรัพย์ เช่น เงินฝาก และ อสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำมาชำระค่าภาษีให้ครบต่อไป




ด้านนายนพดล ปัทมะ หนึ่งในทีมกฎหมายนายทักษิณ กล่าวว่า นายทักษิณจะใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในเวลา 30 วัน ขณะนี้ได้ฟอร์มทีมนักกฎหมายขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องนี้แล้ว ทั้งนี้ นายทักษิณไม่มีภาระและความรับผิดที่จะต้องชำระภาษี หวังว่าคณะกรรมการฯ จะรับอุทธรณ์ด้วยดี ส่วนผลจะเป็นอย่างไรคงสรุปตอนนี้ไม่ได้ แต่จะมีกระบวนการต่อเนื่องไปในชั้นศาลภาษีอากรกลาง ด้านนายทักษิณโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว อ้างว่ารัฐบาลพยายามป้ายสีว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ไม่สงบหลายครั้ง ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และยังรวมไปถึงครอบครัวตัวเองก็โดนพฤติกรรมแบบเดียวกันในคดีเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ป โดยระบุว่าถ้าคดีนี้มีความผิดจริง รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารก่อนหน้านี้ก็คงไม่ปล่อยไว้จนกระทั่งใกล้หมดอายุความ

อันดับ 3 : ฟ้าแลบ! “ซิโก้” ลาออกสมาคมฟุตบอล คาดคงถูก “สมยศ” กดดัน

แม้ความขัดแย้งระหว่างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกฯ กับ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัญญาณว่าจะลาออกและได้รับการปฏิเสธ แต่ภายหลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย หมดสิทธิ์เข้าสู่รอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย เป็นที่แน่นอนแล้ว วันที่ 31 มี.ค. ประกาศยุติการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย หลังทำหน้าที่ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา และจะดำเนินการเคลียร์งานต่างๆ ส่งต้นสังกัดภายใน 90 วัน ทำเอา พล.ต.อ.สมยศ ต้องออกมายอมรับว่า ประหลาดใจกับการลาออก ซึ่งจะหารือภายในก่อนจะให้คำตอบว่าจะใช้ผู้ฝึกสอนคนไทย หรือต่างชาติ

ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผมและทีมงานของผมตลอด4-5ปีที่ผมได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิต ที่เข้ามาทำงานในฐานะโค้ชทีมชาติไทย วันนี้ผมขอประกาศยุติบทบาทในการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และจะดำเนินการเคลียร์งานต่างๆส่งต้นสังกัดภายใน 90 วัน ผมขอขอบคุณนักฟุตบอลทุกคน ทีมงานของผมทุกคน แฟนบอลทุกท่าน รวมถึงขอบคุณครอบครัวที่อยู่ข้างหลังผมตลอดมาครับ⚽🇹🇭

โพสต์ที่แชร์โดย Kiatisuk Senamuang (@coach_zico) เมื่อ



ย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศ แสดงความไม่พอใจซิโก้มาโดยตลอด โดยตำหนิว่ามีหลายสิ่งที่ต้องคิดเพื่อให้ทีมชาติไทยไปอยู่ในอันดับต้นๆ ไม่ใช่แค่แชมป์ซูซูกิ แชมป์ซีเกมส์ พอถึงระดับเอเชียกลับแพ้เละ และกล่าวว่า มาถึงจุดที่ต้องร่วมกันเสียสละ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย อย่างไรก็ตาม หากย้อนรอยวีรกรรมของซิโก้ พบว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาเป็นผู้ชุบชีวิตทีมชาติไทยให้ฟื้นกลับมายิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลอาเซียน รวมถึงสร้างความเกรงขามให้กับบรรดาคู่แข่งจากเอเชีย เช่น คว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศเมียนมาปี 2556, คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สมัยที่ 4 ในปี 2557 และสมัยที่ 5 ในปี 2559 และคว้าแชมป์คิงส์ คัพปี 2559

อันดับ 4 : 227 เสียง ผ่าน “พ.ร.บ. ปิโตรเลียม” - คปพ. จี้ตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติทันที

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 30 มี.ค. มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม โดยมี มวลชนกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ชุมนุมคัดค้านอยู่หน้าอาคารรัฐสภา ด้วยเหตุผลที่ว่า ยังไม่มีการแก้ไขเนื้อหาที่ให้อำนาจบุคคลในการใช้ดุลพินิจจนอาจเกิดการทุจริต และเห็นว่าเป็นการผูกขาด เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับสัมปทานรายเดิม ไม่ทำให้เกิดการแข่งขัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติทันที กระทั่งที่ประชุม สนช. มีมติรับหลักการวาระ 3 ด้วยคะแนน 227 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง โดยที่ พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธาน กมธ. วิสามัญ ยอมตัดมาตรา 10/1 เรื่องตั้งบรรษัทน้ำมันฯ ออก พร้อมให้เขียนลงข้อสังเกตแนบท้าย โดยตั้งกรรมการศึกษารูปแบบ 60 วัน และตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติภายใน 1 ปี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ทำหนังสือชี้แจงว่า รัฐบาลต้องการให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านไปโดยปราศจากความขัดแย้ง ในกรณีจัดตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ต้องมีการศึกษาในรายละเอียดก่อนและให้ดำเนินการได้เมื่อพร้อมเท่านั้น ขณะที่ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เตรียมการเดินหน้าประมูล เปิดสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในปี 2565 และ 2566 ในแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกช โดยไม่รอให้มีการจัดตังบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ส่วน คปพ. ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้หยุดการให้สิทธิผลิตปิโตรเลียมทุกแหล่ง โดยเฉพาะแหล่งเอราวัณและบงกชจนกว่าจะจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติให้แล้วเสร็จ ใช้วิธีประมูลผลตอบแทนแก่รัฐสูงสุดเท่านั้น และห้ามข้าราชการในกระทรวงพลังงานมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจพลังงาน

อันดับ 5 : สอบบ่อนกาสิโนพื้นที่ทับซ้อนล่ม “วีระ” ถูกชาวบ้านขวาง อ้างอยากอยู่แบบนี้

การตรวจสอบบ่อนกาสิโนช่องสายตะกู ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ของนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น หลังออกมาเปิดประเด็นกรณีที่บ่อนดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ทับซ้อน จำเป็นต้องยอมถอย เมื่อเช้าวันที่ 29 มี.ค. กลุ่มมวลชนในพื้นที่จำนวนหนึ่งเข้าไปกดดันนายวีระถึงที่พักในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.บ้านกรวด พร้อมทั้งรวมตัวที่หน้า สภ.บ้านกรวด เพื่อกดดันให้ออกจากพื้นที่ อ้างว่าไม่อยากให้พื้นที่นี้ปัญหาอีก ไม่อยากวิ่งหลบระเบิด อยากให้พื้นที่นี้เป็นที่ทำมาหากินระหว่างคนสองประเทศ ชาวบ้านพอใจที่จะอยู่แบบนี้

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่ดูเรื่องการปักปันเขตแดนเป็นผู้ตัดสินใจ หลังการปักปันเขตแดนเสร็จ หากเป็นพื้นที่ของไทยก็ต้องรื้อทิ้งออกไป พร้อมยืนยันว่า ไม่มีนโยบายสนับสนุนทำกาสิโน ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าบ่อนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของไทย และไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อนระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา

อันดับ 6 : จำคุก 66 ปี “จุฑามาศ ศิริวรรณ” รับสินบนเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ

เรื่องฉาวโฉ่ในแวดวงการท่องเที่ยว กับคดีที่นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 70 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 43 ปี บุตรสาว ร่วมกันทุจริตรับสินบน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 60 ล้านบาท จากนักธุรกิจสองสามีภรรยาชาวอเมริกัน ที่ได้เปิดบริษัทรับจัดงานโดยเข้ารับงานจาก ททท. ในประเทศไทย เพื่อแลกกับการได้รับสิทธิเป็นผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เพื่อให้ได้งานจัดงานเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ ในปี 2546 ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางตัดสินจำคุกนางจุฑามาศ 66 ปี (จำคุกจริงได้สูงสุด 50 ปี) และ น.ส.จิตติโสภา 44 ปี และริบเงินจำนวน 62.74 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12

ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นเรื่องร้ายแรง คดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยจะหลบหนี จึงส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาสั่งประกัน จำเลยทั้งสองจึงถูกนำตัวส่งควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง กระทั่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัวจำเลยทั้งสองมาฟังคำสั่ง ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยทั้งสองถูกฟ้องในข้อหาร้ายแรง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกถึง 50 ปี และ 44 ปี หากปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจำเลยทั้งสองจะหลบหนี จึงไม่อนุญาต ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว

อันดับ 7 : แท็กซี่มหาภัย! “ป้าผุสดี” อาละวาดโชกโชน-มีหมายจับลักทรัพย์

ยังเป็นมหากาพย์ไม่จบสิ้นสำหรับปัญหาการให้บริการรถแท็กซี่ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องฮือฮาเกิดขึ้นบนโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Yaowalak Chusri โพสต์วีดีโอคลิป เตือนภัยรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทร 2195 กทม. ซึ่งมีสุภาพสตรีรายหนึ่งเป็นคนขับ นั่งจากหน้าศูนย์การค้าแพลตินั่ม ถนนเพชรบุรี ไปย่านจรัญสนิทวงศ์ พบว่าคุยโทรศัพท์ จดข้อความ ทั้งขับรถหวาดเสียว ขับออกนอกเส้นทางจนเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนที่คนขับรถจะไล่เธอและครอบครัวลงจากรถ



จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ขับรถคันดังกล่าวชื่อนางผุสดี อัญชัญภาติ ใบขับรถยนต์สาธารณะสิ้นอายุไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2558 จากการตรวจสอบย้อนหลัง พบว่านางผุสดีเคยทำผิดลักษณะนี้มาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงขึ้นบัญชีดำ และทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์รถแท็กซี่ทุกแห่ง ห้ามให้นางผุสดีเช่ารถไปขับอีก แต่ก็มาเกิดเหตุซ้ำจนได้ นอกจากนี้ยังพบว่าเคยก่อเหตุด่าผู้โดยสาร ทำร้ายร่างกายและไล่ลงจากรถ เมื่อปี 2557 นอกจากนี้ยังมีหมายจับศาลอาญาปี 2558 ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เนื่องจากหยิบฉวยเอากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือที่ทำตกขับหลบหนี
กำลังโหลดความคิดเห็น...