xs
xsm
sm
md
lg

พสกนิกรซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ กราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.๙

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศ เดินทางมารอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ อย่างไม่ขาดสาย ด้านสำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 29,537 คน รวม 135 วัน มี 5,336,870 คน

วันนี้ (18 มี.ค.) บรรยากาศการไว้อาลัยและกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 136 ตลอดทั้งวัน ยังมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศของประเทศไทย เดินทางมารอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ อย่างไม่ขาดสาย ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้ามืดท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ด้าน นายสุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพถวายพระบรมศพด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ว่า ตัวเองและครอบครัวมีโอกาสได้ร่วมฟังพระพิธีธรรม 6 ครั้งแล้ว โดยครั้งนี้ได้พาพนักงานของบริษัทในเครือ 250 คน มาร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบรมศพ ทุกคนล้วนต่างมีความจงรักภักดีและปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก วันนี้ไม่มีในหลวง รัชกาลที่ ๙ แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์คือ การทำความดีช่วยเหลือสังคม เมื่อตนสำเร็จการศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ก็กลับมาพัฒนาเมืองไทยให้เจริญรุดหน้านอกจากประกอบธุรกิจแล้ว ยังรับหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษ สอนนิสิตนักศึกษาด้านการเงินตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย ต้องการส่งเสริมการศึกษาตามที่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นห่วง

“ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เคยมีรับสั่งกับผมว่า คนไทยนั้นใจบุญชอบทำบุญตามวัดวาอารามต่างๆ แต่ด้านการศึกษายังมีไม่มาก พระราชดำรัสครั้งนั้น ทำให้ผมจำขึ้นใจและกลายเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยเหลือสังคม ชีวิตคนเรามีเพียงเท่านี้ คนดีนั้นสำคัญกว่าคนเก่ง ดังนั้น เราจำเป็นต้องส่งเสริม สำหรับความประทับใจส่วนตัวนั้น สมัยเป็นนักเรียนนอกอายุราว 20 ปี ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเล่นดนตรีถวาย ซึ่งตัวเองเป่าคลาริเน็ต ผมตื่นเต้นมากได้เล่นดนตรีต่อหน้าพระพักตร์ แต่หัวใจแทบหยุดเต้นไปเลย เมื่อในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงมาร่วมเล่นดนตรีอย่างไม่ถือพระองค์” นายสุนทรกล่าวเล่าความประทับใจ

ด้าน นางสาวเกวลี สกุลสอน อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดพังงา แต่ได้มาทำงานเป็นพนักงานสาวการตลาดบริษัทแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมครอบครัวเพื่อนที่เดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นางสุวัลลี พรหมชัย อายุ 50 ปี นางสาวภัทริน พรหมชัย อายุ 25 ปี และ นายชัยณริน ชูสมัย อายุ 25 ปี กล่าวว่า พึ่งได้มาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก เพราะพึ่งว่างจากภารกิจอันรัดตัว ด้วยงานการตลาดที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา โดยได้เดินทางมาถึงสนามหลวง ประมาณ 08.00 น. และได้ขึ้นสักการะพระบรมศพ ในเวลา 10.00 น. รู้สึกตื้นตันใจภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสใกล้ชิดในหลวง รัชกาลที่ ๙ เพราะพระองค์ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายอย่างมิเคยหยุดพัก แม้จะทรงมีอาการพระประชวรก็ตาม ดังจะเห็นได้จากโครงการในพระราชดำริกว่า 2,000 โครงการ รู้สึกทึ่งว่า ในหลวงทรงทำได้อย่างไรตั้งมากมายขนาดนี้ ขนาดตนทำงานเพียงแค่อย่างเดียวบางครั้งก็เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด และโครงการในพระราชดำริของพระองค์นั้น ล้วนสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เรียนมาตั้งแต่เด็กจนท่องจำใส่ใจได้เป็นอย่างดี จนถึงทุกวันนี้นั้น ก็ไม่ได้เน้นเพียงแค่เรื่องการเกษตรเพียงอย่างเดียวแต่มัหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่หลงไปกับแสงสีและความฟุ่มเฟือยที่มาทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจ

“ที่บ้านที่จังหวัดสงขลาพวกเราทุกคนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะหลักการทำเกษตรแบบผสมผสานมาใช้เสมอ เพราะที่ไร่นอกจากจะปลูกสวนปาล์มแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกผักชนิดอื่น แบ่งพื้นที่ทำเล้าไก่เพื่อเลี้ยงไก่ไข่ ขุดสระเลี้ยงปลา จากนั้นพอทุกอย่างออกผลให้ชื่นใจแล้ว เราจะกันส่วนทีเหลือกินเหลือใช้ในครอบครัว นำไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน และอีกส่วนก็จะนำไปขายด้วย และส่วนตัวเราเองที่มีอาชีพเป็นสาวออฟฟิศ ซึ่งมักมีสิ่งล่อตาล่อใจเสมอ แต่เราก็ต้องหักห้ามใจ ใช้จ่ายเท่าที่มีไม่สร้างหนี้สิน เพียงเท่านี้ชีวิตก็เป็นสุขแล้ว” นางสาวเกวลี กล่าว

ด้าน นางสาวอัจฉรา สุทธิรักษ์ อายุ 39 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เดินทางมาจากบ้านพักย่านลาดพร้าว พร้อมมารดา มาสักการะพระบรมศพเพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งที่ 6 กล่าวว่า อยากมาถวายความเคารพนั้นหากมีเวลาว่างจะเดินทางมาเสมอ ระยะหลังๆ ใช้เวลารอไม่นานเท่าระยะแยก ซึ่งเคยรอนานสุด 13 ชั่วโมง แม้ต้องรอนานมากแต่ไม่รู้สึกทำให้ท้อถอย ไม่เครียด ก็ใช้เวลาระหว่างนั้นพูดคุยกับคนไทยหัวใจเดียวกัน

“ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ดังจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไทยรักพระองค์มาก ตัวเองเป็นคนต่างจังหวัดอยู่ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำได้ว่าตอนเด็กๆ เกิดอุทกภัยทุกปี ชาวบ้านต่างเดือดร้อนกันมาก แต่บ้านตัวเองโชคดีอยู่บนพื้นที่ดอน พ่อกับแม่มีความเอื้ออาทรให้เพื่อนบ้านที่ประสบปัญญามาอาศัยพักพิงชั่วคราว อันเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในยามที่เดือดร้อน ภายหลังพระองค์สร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ นับตั้งแต่นั้นน้ำก็ไม่ท่วมอีกเลย” นางอัจฉรา กล่าว

ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.10 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 29,537 คน รวม 135 วัน มี 5,336,870 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,986,490.25 บาท รวม 135 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 446,171,390.84 บาท