xs
xsm
sm
md
lg

พสกนิกรหลั่งไหล ถวายน้ำสรงพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ ๙

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


พสกนิกรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

วันนี้ (14 ต.ค.) ที่พระบรมมหาราชวัง เมื่อเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เร่งตระเตรียม ตกแต่งสถานที่ ทั้งภายในพระที่นั่งพิมานรัตยา และ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ให้เป็นไปตามพระเกียรติแห่งโบราณราชประเพณี ของการประกอบพระราชพิธี พระบรมศพของพระมหากษัตริย์ พร้อมปรับภูมิทัศน์ภายใน และโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ให้เป็นระเบียบปฏิบัติ ของการพระราชพิธีอันสำคัญสูงสุดแห่งราชสำนัก ขณะเดียวกัน รอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเพศทุกวัย เริ่มแห่แหนมาจับจองพื้นที่บนฟุตปาท ทั้งถนนหน้าพระลาน หน้าประตูวิเศษไชยศรี ถนนมหาราช หน้าประตูเทวาภิรมย์ เพื่อต่างเตรียมเข้าร่วมในพระราชพิธีสำคัญที่สุดของจิตใจของคนไทยทั้งชาติ

ทั้งนี้ บรรยากาศในเขตพื้นที่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของส่วนราชการ ที่ถวายงานสถาบันสูงสุดของชาติ ทั้งสำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาธิการ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ข้าราชการทุกหน่วยงาน ที่มีจำนวนมาก ต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า ต่อความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ หลายคนมีน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงาน แต่ต่างพร้อมรับความจริงและร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อถวายงานองค์พระภูมี เป็นครั้งสุดท้าย

ต่อมาในเวลา 08.30 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง มีการเปิดให้จัดพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชฯ โดยใช้พื้นทีห้องโถงทิศตะวันออก ของศาลาสหทัยสมาคม เป็นสถานที่ประกอบพิธี มีการอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ในฉลองพระองค์ครุยราชภูษิตาภรณ์ ประดิษฐานบนโต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับดอกไม้สีชมพู โยงสายภูษามายังโอ่งบรรจุน้ำสรงพระศพ ขณะเดียวกัน ที่โถฝั่งตะวันตก ถูกกันไว้สำหรับบุคคลระดับวีไอพี ประกอบด้วย เหล่าทูตานุทูต ข้าราชการระดับสูง ทั้งนี้ การประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เริ่มด้วยคณะของฝ่ายบริหาร ข้าราชการ สำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาฯ ซึ่งเป็นบุคคลถวายงานรับใช้ใกล้ชิด ท่ามกลางความเสียใจ และรอยน้ำตา ของเหล่าข้าราชบริพารอย่างหาสุดมิได้

จากนั้นได้เปิดให้พสกนิกร ประชาชน ทุกหมู่เหล่าเดินทางเข้ามาประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในศาลาสหทัยสมาคม ผ่านทางเข้าประตูวิเศษไชยศรี โดยพสกนิกร ราษฏรชาวไทย ชาวต่างชาติ ที่อาศัยบนแผ่นดินไทย ใต้ร่มบรมโพธิสมภาร จากทั่วสารทิศ พร้อมใจสวมชุดไว้ทุกข์ ขาวดำ ยืนต่อแถวยาว มุ่งสู่ศาลาสหทัย สมาคม ด้วยอยน้ำตาที่รินอาบหน้า เพื่อร่วมพิธีส่งเสด็จองค์พระปรมินทร์ สู่สวรรคาลัย เป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางสภาพอากาศอันร้อนอบอ้าว ทั้งนี้ แถวคลื่นมนุษย์มีความยาวตั้งแต่ทางเข้าศาลาสหทัยสมาคม ล้นทะลักออกไปถึงด้านนอกวัง ถนนหน้าพระลาน และกำแพงแก้วพระบรมมหาราชวัง ส่วนภายในศาลาสหทัยสมาคม เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง พร้อมใจคอยอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่เข้ามาร่วมพิธี ด้วยการจัดระเบียบแถวเข้าออก พร้อมตักน้ำสรงพระบรมศพ ใส่ขันทองขนาดเล็ก ยื่นส่งให้

อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาการสรงน้ำ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดในศาลสหทัย เต็มไปด้วยเสียสะอื้นไห้ทั้งภาพที่เห็นตลอดเวลา คือ ราษฎร ทุกเพศทุกวัย ยังอยู่ในสภาพที่ทำใจไม่ได้ ร่ำไห้หลั่งน้ำตา ไปพร้อม การสรงน้ำ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ บางคนถึงกับต้องให้ญาติมิตรที่มาด้วย จูงประคองออกไปด้านนอก เพราะสุดจะทนต่อความอาลัยที่เกิดอันเกินจะบรรยาย

ด้าน นางพิสมัย จิตนานนท์ อายุ 68 ปี พสกนิกรที่เดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต เผยทั้งน้ำตา ว่า มานั่งจองที่ตั้งแต่เมื่อคืนตอนตี 2 เพื่อที่จะรอส่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ที่ทราบข่าวว่าท่านสวรรคตนอนไม่หลับ จึงนั่งสวดมนต์ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนถึงเช้า และได้ไปตักบาตร วันนี้จะรอส่งท่านจนถึงนาทีสุดท้าย เพราะถือเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ท่านได้ สิ่งที่ทำให้ระลึกถึงท่านอยู่เสมอ จากนี้ไปจะนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำเนินชีวิต และอยากจะบอกท่านว่าไม่ต้องเป็นห่วงประชาชนชาวไทย เพราะประชาชนของท่านจะรักและสามัคคีปรองดองกัน ท่านทรงงานหนักและเหนื่อยมามากแล้ว ถึงเวลาที่ท่านจะได้พักผ่อนแล้ว ไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว

ด้าน น.ส.เฉลิมขวัญ ขันนามล อายุ 24 ปี ชาวนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เดินทางจากที่พักย่านรามคำแหงมาสนามหลวงตั้งแต่เวลา 04.00 น. เพื่อรอรับเสด็จฯ เมื่อวานตอนที่ทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคตก็รีบโทรศัพท์บอกแม่ทันที เพราะแม่รักในหลวงมากไม่เคยทิ้งรูปในหลวงเลย ที่บ้านที่นครศรีธรรมราชมีรูปในหลวงติดไว้เยอะมาก วันนี้ถือว่าเป็นตัวแทนครอบครัวมาส่งท่านสู่สวรรคาลัย ส่วนตัวรู้สึกสงสารในหลวงเพราะทรงทำงานหนักมาตลอด ที่บ้านเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้ไม่เคยได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยอีกเลย และเกษตรกรก็ยังมีน้ำสำหรับทำการเกษตรด้วย ครอบครัวจึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง

ด้าน นายกอบทอง หาญพงษ์ธรรม อายุ 43 ปี ประชาชนชาว กทม. ที่มารอส่งในหลวงตั้งแต่ 6 โมงเช้า กล่าวพร้อมสะอื้นว่า ไม่คาดคิดว่าวันนี้จะมาถึง วันที่ประชาชนชาวไทยทั้งชาติร้องไห้กันระงม ถึงขณะนี้ก็ยังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นความจริง เป็นเพียงฝัน พยายามตั้งสติ แต่ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ร้องไห้ตลอดเมื่อนึกถึงพระราชกรณียกิจที่ในหลวงทำมา สิ่งที่เห็นมาตลอดคือในหลวงท่านทรงเสียสละพระวรกายเพื่อทรงงานให้ปวงชนชาวไทยอยู่เย็นเป็นสุข ต่อจากนี้จะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และน้อมนำหลักคำสอนทุกอย่างของในหลวงมาปฏิบัติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้ กองงานส่วนพระองค์ยังได้นำกล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาด 16 มิล มาบันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ของประชาชนทุกทั่วสารทิศต่างพร้อมใจกันถวายสักการะพระบรมศพ









































































กำลังโหลดความคิดเห็น...