เป็นอีกหนึ่งแฟนเพจที่มีคนติดตามมากเป็นอันดับต้นๆ ในฐานะผู้ถ่ายทอดวลีและคำคมเด็ดๆ ที่ล่าสุดมีคนคลิกไลค์แฟนเพจเรือนแสนเกือบเรือนล้านเข้าไปแล้ว
ONUTZ คือเพจที่เรากำลังพูดถึง เพจที่มีกระแสโด่งดังอย่างยิ่งในช่วงนี้ ซึ่งจุดเด่นเลยนั้นมักจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาผ่านวลีหรือคำคมที่อ่านแล้วโดนใจ หากใครเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊กแล้วนั้นแน่นอนว่าคุณคงจะได้เห็นเพจของเขาผ่านตา หรือเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของคุณต้องกดแชร์แล้วเด้งขึ้นมาบนหน้าฟีดข่าวของคุณเป็นแน่
นอกจากคำคมแล้วภายใต้เรื่องราวของเพจ ONUTZ ก็ยังมีบางสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเจ้าของแฟนเพจดังกล่าวนั้นเป็น ‘ศิลปิน’

ผลงานเพลงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บอกความเป็นตัวตนของเขา เพราะด้วยความที่ชื่นชอบการทำเพลง แต่งเพลงมาตั้งแต่สมัยมัธยมทำให้ปัจจุบันเขาคนนี้เป็นเจ้าของค่ายเพลงน้องใหม่ C’room Record อีกด้วย ซึ่งเขาบอกว่าการทำเพจกับการทำเพลงนั้นไม่ต่างกันเท่าไหร่เพราะว่าต้องประดิษฐ์เรื่องราวออกมาเป็นคำพูดเหมือนๆ กัน
และนี่ก็คือตัวตนของเขาที่ได้ถ่ายทอดออกมาผ่านแฟนเพจชื่อดัง “โอนัท-รัฐพงษ์ ชาภูวงษ์” ตามมาทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นกว่านี้กันดีกว่า

• เห็นว่าหลายคนรู้จักโอนัทในสถานะที่มาพร้อมกับคำคมในแฟนเพจ ONUTZ จนทำให้โด่งดังมีคนติดตามเฟซบุ๊กเกือบหลักล้านแล้ว ไม่ทราบว่าส่วนนี้เริ่มต้นมาจากอะไรกันคะ
จุดเริ่มต้นของคำคมเหรอครับ จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านคำคมจากเพจอื่นๆ ครับ ซึ่งถ้าอันไหนอ่านแล้วชอบ อันไหนอ่านแล้วถูกใจ ผมก็จะเอามาแชร์ต่อ
ในส่วนของคำคมก็มีส่วนที่ผมคิดเองบ้าง แอดมินช่วยกันบ้าง อันไหนที่ผมคิดผมก็จะใส่เครดิต ใส่อินสตาแกรมของตัวเองลงไปครับ
มีทางบ้านส่งมาเหมือนกันประมาณว่าให้โพสต์บอกความรู้สึกของตัวเองให้แฟนเขารับรู้ เยอะมาก (ลากเสียงยาว) เขาจะให้เราเป็นสื่อกลาง บางคนก็บอกอย่าใส่เครดิตเขานะเดี๋ยวแฟนรู้ บางคนก็ให้ใส่อะไรประมาณนี้ครับ
• มีโพสต์ไหนหรือวลีไหนเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนหันมาติดตามมากขึ้นขนาดนี้หรือเปล่าคะ
โพสต์ที่เป็นจุดเปลี่ยนคือโพสต์ที่บอกว่า "ผู้หญิงที่ขี้งอนที่สุด คือผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ วันอาทิตย์" ซึ่งเครดิตตรงนี้ผมตัดออก และไม่ได้ใส่อะไรมีแต่ข้อความ และผมต้องขอบคุณเพจ "เห้อ" ที่ผมไปชอบข้อความเขาและเอามาโพสต์ ถ้าย้อนกลับไปดูประโยคนี้ผมเคยโพสต์แล้วครั้งหนึ่ง ก็มีคนไลค์ร้อยกว่าคนปกติครับ แต่มาโพสต์อีกครั้งนั่นแหละครับคือจุดเปลี่ยน ผมโพสต์ตอน 3 ทุ่ม มาดูอีกที 7 โมงเช้า ก็แปลกใจ ทำไมคนไลค์เยอะจัง 300 กว่าไลค์ และเที่ยงวันผมเข้าดูอีก โอ้โห! คนไลค์สี่หมื่นกว่าไลค์ แชร์หลายพันแชร์ผมนี่ตื่นเต้นมากครับ
หลังจากวันนั้นเพจ ONUTZ ก็เลยมีคนเข้ามาติดตาม มาแชร์ มาไลค์เพียบ ทั้งข้อความเก่า ข้อความใหม่ กลายเป็นหลายพัน หลายแสนไลค์ ซึ่งคนไลค์หน้าเพจถ้าลองรีเฟรชหน้าดู ขึ้นเร็วกว่าวินาทีอีกนะครับ รีเฟรชหน้าที เพิ่มขึ้นทีละหลายร้อยไลค์เลย
ผมใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเพจก็ถึง 100,000 like และ 2 วันต่อมาอีก 100,000 ไลค์ และตอนนี้ยอดตกลงมาเป็น 3 วัน 100,000 like ครับ ถือว่าโชคดีมากๆ ครับที่มีคนเข้ามาติดตามกัน ตกใจมากครับ (ยิ้ม)
• แสดงว่าในชีวิตประจำวันโอนัทก็เป็นคนชอบคิด ชอบสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวถึงได้มีคำคมกินใจอยู่สม่ำเสมอ
ใช่ครับผมเป็นคนชอบคิดนะครับ เพราะเราเป็นคนชอบแต่งเพลงด้วยบางคำก็มาจากในเพลงบางท่อน บางคำที่ดูแรงๆ ก็มาจากชีวิตที่เราเคยพูดเคยใช้เคยสัมผัสมาครับ (ยิ้ม) ส่วนใหญ่ก็จะพูดออกไปตามอารมณ์ ซึ่งแน่นอนทุกคนคงเคยตกอยู่ในอารมณ์นั้นๆ ก็เลยโดนใจใครหลายๆ คน ผมจะไม่ดัดแปลงคำเท่าไหร่ อย่างคำ ว่า กู มึง แม่ง คำพวกนี้ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วผมใช้มันตลอด ผมเลยไม่ดัดแปลงให้ดูหวานเกินไป เพราะอ่านแล้วมันจะไม่ถึงอารมณ์ ไม่สะใจกับคนอ่านก็เลยอาจจะเป็นที่มาที่ทำให้มีการแชร์มากมายขนาดนี้ครับ
• แล้วมีคนเอาความรู้สึก เอาคำคมของเราไปแชร์ตรงนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง
ผมรู้สึกดีมากครับเพราะคนที่แชร์ไปก็เห็นเป็นหน้าเรา ตอนนี้กลายเป็นโลโก้ประจำเพจไม่กล้าเปลี่ยนเลย กลัวคนจำไม่ได้ครับ (หัวเราะ) ผมจะบอกคนที่มาขอแชร์เสมอครับว่าผมไม่หวง ตัดโลโก้ออกเลยก็ได้ครับไม่ว่ากัน เพราะแค่เราเห็นว่าคำนี้เราเคยคิดและคนเอาไปทำต่อก็ดีใจแล้วครับ ส่วนคนที่ให้เครดิตก็ขอบคุณและดีไจเพราะทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น
• แน่นอนว่ามีคนชอบก็อาจจะมีส่วนหนึ่งที่คิดต่าง โอนัทคิดอย่างไรกับความคิดของคนส่วนนี้กันคะ แล้วเรามีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง
บอกก่อนว่าคนที่ไม่ชอบมีครับ มีมาอยู่เรื่อยๆ เหมือนกัน และมีหลายอย่างที่เขาไม่ชอบครับ เช่น บอกว่าผมไปก๊อบปี้คนอื่นมา บอกให้ผมแท็กไปหาเขา เอาตรงๆ นะครับผมจะบอกแอดมินที่ดูแลเสมอว่าใครขอให้แท็กอย่าแท็กให้เด็ดขาดเพราะคนขอให้แท็กเยอะมาก เราทำไม่ไหวหรอกครับ คนแชร์ไปมากมายจนทำให้หน้าฟีดเขารกเขาเลยไม่ชอบ และต่อมาเห็นโลโก้เป็นหน้าผม บางคนเขาคงจะหมั่นไส้ด้วยมั้งครับ (หัวเราะ) บางคนบางเพจก็เอาไปล้อเลียนกันบ้าง ด่าผมบ้าง
มีหลายคนมองว่าเราไปก๊อบปี้เขามา เขาไม่ชอบที่ว่าผมไปเอาของคนอื่นมาใส่เครดิตตัวเอง ซึ่งผมก็ไม่ปฎิเสธหรอกครับว่าก๊อบปี้มาหรือเปล่าเพราะโพสต์เก่าๆใช่ครับ ใครๆก็อยากให้มีคนมาติดตามเราเยอะๆ บ้าง และไม่ได้คิดว่าเพจจะดังมากดังข้ามคืนขนาดนี้ คนก็เข้าไปแชร์อันเก่าๆ ออกไปเป็นพันเป็นแสน ก็เลยเป็นที่มาว่าผมไปเอาของเขามา แต่ช่วงหลังคนที่ส่งมาเราไม่รู้เลยว่าเขาเอามาจากเพจไหน เว็บไหน เราไม่สามารถรู้ได้เลยครับว่าใครเป็นคนคิดคำหรือวลีแบบนี้คนแรก ผมก็เลยให้เครดิตคนที่ส่งมา ถ้ามีคนส่งเข้ามาผมจะใส่เครดิตเขาไปในภาพเลย เพื่อจะได้ลดปัญหาว่าผมไปเอาของคนอื่นมา
ยอมรับนะครับว่าแรกๆ กลุ้มใจและคิดมาก แต่มีหลายๆ คนบอกและปลอบใจเสมอว่ามีคนชอบเยอะก็ธรรมดา มันเป็นไปตามกฎของธรรมชาติที่มีคนรักมันมักจะมาพร้อมกับคนเกลียดเสมอ ช่วงนี้ผมเลยไม่คิดอะไรแล้วครับ
ผมมองว่าคนไม่ชอบก็คงจะเหมือนเดิม เราห้ามเขาไม่ได้ แอดมินบางคนมาขอผมด่ากลับได้ไหม ผมก็จะบอกว่าอย่าเลยคนเรามีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบที่จะเกลียดเราได้ตลอดเวลา ถ้าเราปล่อยวางและทำต่อไปให้คนที่ชอบเราจะดีกว่าไหม ตอนนี้คนกดไลค์ก็ยังทะลุแสนแทบจะทุกโพสต์เหมือนเดิมอยู่แล้ว เราทำดีแล้วมีคนชอบเราก็ทำต่อไปเถอะ เขาด่าเราคือสิ่งที่ทำให้เราคิด เขาชอบคือกำลังใจที่ทำให้เดินต่อไป แต่ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่ผมทำมีคนเกลียดมากกว่าคนชอบผมจะหยุดมันทันทีครับ (ยิ้ม)

• ได้ข่าวว่านอกจากคำคมแล้วนั้น โอนัทยังเป็นนักร้องและเจ้าของค่ายเพลงอีกด้วย ในส่วนของการทำเพลงนี้เริ่มต้นมาได้อย่างไรกันคะ
เรื่องการทำเพลงเริ่มต้นมาจากที่ผมเป็นคนชอบเล่นกีตาร์แต่ไม่กล้าร้อง จนวันหนึ่งได้มีการแข่งร้องเพลง แต่นักร้องไม่มาผมเลยร้องเองเล่นกีตาร์เองด้วย พอลงจากเวทีก็มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปและบอกว่าร้องเพลงใช้ได้นะ แต่ไม่ได้บอกว่าเสียงดี เราเลยรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเราลองจริงจังหรือหันไปร้องเพลงแทนจะดีไหม หลังจากนั้นผมก็เริ่มหัดร้องหัดแต่งเพลงมาเรื่อยๆ ดีบ้างไม่ดีบ้างจนเข้ามหาวิทยาลัยปี 1
ช่วงนั้นผมมีวงใหม่และรับหน้าที่เป็นคนร้อง เลยเกิดไอเดียอยากมีเพลงสักเพลงส่งค่าย ผมเลยเริ่มแต่งเพลงขึ้น ทำดนตรีกันจนเสร็จ นัดออดิชันส่งค่ายอินดี้ค่ายหนึ่งแต่ผลปรากฏว่าไม่ผ่าน ผมส่งไปหลายที่มากเดินสายประกวดจนเข้ารอบ 20 คนสุดท้ายรายการหนึ่งของภาคอีสาน มีรายชื่อผ่านคนแรกเลยครับแต่ก็ตกรอบ
ผมลองดูอีกครั้งในฐานะดูโอ นักร้องสองคน ทำเพลงส่งค่ายอีกก็ยังไม่ผ่าน แต่มีหนึ่งเพลงในนั้นที่สะดุดหูทางค่าย ซึ่งเขาบอกอยากให้แก้เนื้ออีกหน่อยแล้วมาส่งใหม่ แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัดซึ่งต้องเดินทางไกลและใช้เงินในการเดินทางจึงตัดสินใจไม่มา
ผมตัดสินใจปล่อยเพลงเอง ปล่อยให้คนฟังฟรีๆ ในยูทูป ปล่อยเพลงไปเรื่อยๆ จนเพลงนี้มียอดวิวทะลุล้าน ส่วนเพลงอื่นผมก็ทำขึ้นมาด้วยซึ่งยอดวิวก็เยอะเป็นแสนวิวเหมือนกันครับ (ยิ้ม)
• เป็นเพราะมีคนเข้ามาดูงานเพลงเราในยูทูปเยอะใช่ไหมถึงได้กล้าและมั่นใจเลือกที่จะทำค่ายเพลง ทั้งๆ ที่ส่งเพลงหรือเดินสายประกวดหลายที่เลยแต่ก็ไม่ผ่าน
ผมก่อตั้งค่ายเพลง C'room Record นี้ขึ้นมาเองตั้งแต่ผิดหวังกับการส่งเดโมกับทางค่ายเพลงอื่นครับ ผมตัดสินใจออกมาทำเอง ซึ่งตอนนี้ก็ยอมรับว่าไม่ได้เป็นค่ายที่จดทะเบียนถูกต้อง จะเป็นเสมือนแบรนด์ในการนำเสนอเพลงเฉยๆ ก็ว่าได้ครับ
วันนี้ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันนะครับว่าเพลงที่ผมทำมาทั้งหมดจะขายได้จริง เพราะผมหาวิธีทุกอย่างเพื่อจะทำให้เพลงดาวน์โหลดได้เหมือนเพลงทั่วไป เพื่อเราจะได้มีรายได้ขึ้นมา ตัดสินใจกล้าๆ กลัวๆ โทร.ไปค่ายเพลงดิจิตอลค่ายหนึ่งแล้วสอบถามว่าทำอย่างไรถึงจะฝากขายเพลงได้ เขาก็บอกให้ผมส่งอีเมลไปแล้วบอกรายละเอียด แต่ก็เหมือนไร้วี่แววนะครับ จนมีวันหนึ่งมีอีเมลตอบกลับมา ตอนนั้นผมดีใจมาก (หัวเราะ) เห่อมากที่เพลงของตัวเองจะโหลดได้ จะมีรหัสเพลงเป็นของเราเอง มันเท่มากนะครับตอนนั้น (ยิ้ม)
ผมขายเพลงไป 5 เพลง จนมีรายงานการดาวน์โหลดกลับมา ผมตกใจมีคนโหลด ดีใจที่จะได้เงิน แต่จริงๆ ก็ไม่เป็นอย่างที่เราหวังมากเท่าไหร่เพราะเราทำในฐานะบุคคลธรรมดา ไม่สามารถวางบิลเหมือนค่ายใหญ่ๆ ที่เป็นบริษัทได้ เราต้องรอครบไตรมาสถึงจะได้เงิน แต่พอถึงวันนั้นผมก็ตกใจมากอีกเหมือนกัน (หัวเราะ) ที่เห็นยอดเงินเข้า เงินก้อนนั้นเกือบหลักแสนเลยครับ (ยิ้ม) ซึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนของผมและความหวังในการทำค่ายต่อไป ตอนนี้ผมเลยไม่หยุดที่จะทำเพลงครับ
• เพลงส่วนใหญ่เป็นสไตล์ไหนกันคะ
แนวอกหักครับ (ตอบเร็ว) ผมจะเขียนจากชีวิตจริงของผมและของคนอื่นด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็มาจากชีวิตจริงผมล้วนๆ ครับ เพราะผมรักใครก็มีแต่โดนทิ้ง นี่ก็ถือว่าโชคดีเหมือนกันนะครับที่ผ่านประสบการณ์นั้นมาได้ (หัวเราะร่วน)
ผมว่าเพลงแนวนี้เป็นเพลงที่เข้าถึงคนง่าย เพราะส่วนใหญ่คนที่ผมเจอก็จะมีแต่คนอกหัก คนที่ผิดหวังกับความรัก ผมเลยชอบแต่ง ถ้าเขาได้ฟังเขาน่าจะอินไปกับเพลง เพราะผมจะเขียนตรงๆ ไม่อ้อม จะวนเอาคำร้องใกล้ๆ ตัว ซึ่งส่วนตัวผมชอบเพลงเศร้าอยู่แล้วด้วย เพราะฟังแล้วเราอิน ถ้าเราทำออกไปแบบนี้บ้างก็น่าจะมีคนอินแบบเราบ้างไม่คนใดก็คนหนึ่งผมเชื่ออย่างนั้นนะ แต่ก็จะมีเพลงสนุกๆ น่ารักให้ได้เห็นบ้างครับแต่ก็จะมีน้อย (ยิ้ม)
• ถามตรงๆ มีคนที่ติดตามเพจ ONUTZ ไม่รู้ว่าโอนัทเป็นนักร้องบ้างไหมคะ
มีครับ ต้องบอกว่าส่วนใหญ่คนที่เข้ามาติดตาม มาเพราะคำคม ผมดีใจนะที่เขาชอบและสนับสนุนให้ทำต่อไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักผมเลยด้วยซ้ำว่าผมเป็นใครเขาก็ยังเข้ามาติดตามเรื่อยๆ (ยิ้ม)
จะไม่ค่อยมีคนรู้จักหรือได้ฟังเพลงผมเท่าไหร่ครับ พอมีคนเข้ามาเยอะเราก็ขนเพลงเก่าๆ ให้คนที่เข้ามาติดตามฟัง (หัวเราะ) เพราะอย่างน้อยก็น่าจะมีคนฟังเพลงเราบ้างแหละถ้าเราโพสต์ลงไป
ผมถือว่าผมโชคดีมากๆ นะครับที่มีคนเข้ามาติดตามกัน ซึ่งเอาจริงๆ ผมยอมรับว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่คนที่เขาเข้ามาไม่ได้จะดูผลงานเพลงเราหรอกครับ เขาเข้ามาเพราะคำโดนๆ ที่ตรงกับชีวิตเขามากกว่า
• แล้วคนติดตามมากมายขนาดนี้ส่วนตัวแล้วคิดว่าตัวเองดังหรือยังคะ
(หัวเราะ) ผมก็ไม่กล้าที่จะพูดว่าดังไหม แต่ส่วนมากเพื่อนเราก็จะแค็ปรูปหรือบอกว่า “เห้ยเดี๋ยวนี้ดังใหญ่แล้วนะ” อะไรทำนองนี้ครับ ผมก็ลองเช็กนะว่าจริงไหม ผมก็โพสต์ไปประมาณว่าแฟนเพจอยู่ที่ไหนกันบ้าง ตกใจเหมือนกันที่คอมเมนต์มาเยอะมากหลายจังหวัดเลย มาประมาณ 6 พันกว่าคอมเมนต์ผมอ่านไม่หมดจริงๆ (หัวเราะ)
จริงๆ ผมว่าเขาไม่รู้จักผมหรอกครับ รู้จักคำคมมากกว่า ถ้าย้อนกลับไปผมเป็นคนที่ชอบอัปรูปตัวเองมากพอเพจดังออกไป ผมแทบจะไม่กล้าโพสต์รูปตัวเองด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องมีบ้างให้เขาพอรู้ว่าเพจนี้เป็นเพจศิลปินคนนี้นะ ยอมรับนะว่าก็กลัวเขาจะงงๆ เหมือนกันว่าเราเป็นใคร ไม่ค่อยกล้าลงบ่อยๆ จะอาศัยตอนก่อนนอนโพสต์ไปสักหนึ่งรูปแค่นั้นครับ
• ท้ายนี้มีการวางแผนในเรื่องของผลงานเพลงและแฟนเพจอย่างไรต่อไป จะพัฒนาขึ้นในรูปแบบไหนอีกบ้าง
ในส่วนของเพลงผมคิดว่าผมคงจะทำผลงานออกมาเรื่อยๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นผมเอง หรือน้องๆที่ผมดูแลทุกคนก็จะมีเรียงคิวกันออกซิงเกิลต่อไปเรื่อยๆ
ส่วนเพจผมก็จะทำเหมือนเดิมครับ จะโพสต์วลีและก็เพลงลงไปเหมือนเดิม เพราะผมคิดว่าน่าจะช่วยทำให้คนรู้จักเพลงเรามากขึ้นได้อย่างแน่นอน ผมทำค่ายเองนี่ก็ไม่ได้มีงบเยอะอะไรนะครับซึ่งมีเพจก็จะได้เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำเสนอผลงานเราให้คนรู้จักมากขึ้น
ผมว่าการทำเพจมันไม่ต่างจากการทำเพลง การเขียนเพลงนะ มันก็ต้องใช้คำ ใช้ประโยคแบบนี้ ผมคิดว่ามันน่าจะทำคู่กัน (ยิ้ม)
ตอนนี้ผมก็มีโปรเจกต์ของตัวเองที่ยังไม่ได้วาง เพราะเรามีน้องๆ ศิลปินใหม่ๆ เข้ามาก็ต้องดูแลและโปรดิวซ์ ให้น้องๆ ก่อนครับ เราอยากจะให้น้องๆ มีโอกาสได้ลองทำในสิ่งที่เราก็เคยหวังแบบนี้มาก่อนเหมือนกันครับ

Profile
ชื่อ : รัฐพงษ์ ชาภูวงษ์
ชื่อเล่น : โอนัท
วันเกิด : 24 สิงหาคม 2533
อายุ : 24 ปี
การศึกษา : สาขาวิศวกรรมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
คติประจำใจ : อย่าเพิ่งท้อแท้ในสิ่งที่ไม่พยายาม และอย่าเพิ่งหมดหวังในสิ่งที่ยังไม่เริ่มต้น
ผลงาน : เพลงต่างๆ จากทางค่าย C’room Record และแฟนเพจเฟซบุ๊ก Onutz
ผลงานในแฟนเพจ ONUTZ



ผลงานเพลง
เรื่อง : Varunya Ngamkhum
ภาพ : facebook. ONUTZ
ONUTZ คือเพจที่เรากำลังพูดถึง เพจที่มีกระแสโด่งดังอย่างยิ่งในช่วงนี้ ซึ่งจุดเด่นเลยนั้นมักจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาผ่านวลีหรือคำคมที่อ่านแล้วโดนใจ หากใครเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊กแล้วนั้นแน่นอนว่าคุณคงจะได้เห็นเพจของเขาผ่านตา หรือเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของคุณต้องกดแชร์แล้วเด้งขึ้นมาบนหน้าฟีดข่าวของคุณเป็นแน่
นอกจากคำคมแล้วภายใต้เรื่องราวของเพจ ONUTZ ก็ยังมีบางสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเจ้าของแฟนเพจดังกล่าวนั้นเป็น ‘ศิลปิน’
ผลงานเพลงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บอกความเป็นตัวตนของเขา เพราะด้วยความที่ชื่นชอบการทำเพลง แต่งเพลงมาตั้งแต่สมัยมัธยมทำให้ปัจจุบันเขาคนนี้เป็นเจ้าของค่ายเพลงน้องใหม่ C’room Record อีกด้วย ซึ่งเขาบอกว่าการทำเพจกับการทำเพลงนั้นไม่ต่างกันเท่าไหร่เพราะว่าต้องประดิษฐ์เรื่องราวออกมาเป็นคำพูดเหมือนๆ กัน
และนี่ก็คือตัวตนของเขาที่ได้ถ่ายทอดออกมาผ่านแฟนเพจชื่อดัง “โอนัท-รัฐพงษ์ ชาภูวงษ์” ตามมาทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นกว่านี้กันดีกว่า
• เห็นว่าหลายคนรู้จักโอนัทในสถานะที่มาพร้อมกับคำคมในแฟนเพจ ONUTZ จนทำให้โด่งดังมีคนติดตามเฟซบุ๊กเกือบหลักล้านแล้ว ไม่ทราบว่าส่วนนี้เริ่มต้นมาจากอะไรกันคะ
จุดเริ่มต้นของคำคมเหรอครับ จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านคำคมจากเพจอื่นๆ ครับ ซึ่งถ้าอันไหนอ่านแล้วชอบ อันไหนอ่านแล้วถูกใจ ผมก็จะเอามาแชร์ต่อ
ในส่วนของคำคมก็มีส่วนที่ผมคิดเองบ้าง แอดมินช่วยกันบ้าง อันไหนที่ผมคิดผมก็จะใส่เครดิต ใส่อินสตาแกรมของตัวเองลงไปครับ
มีทางบ้านส่งมาเหมือนกันประมาณว่าให้โพสต์บอกความรู้สึกของตัวเองให้แฟนเขารับรู้ เยอะมาก (ลากเสียงยาว) เขาจะให้เราเป็นสื่อกลาง บางคนก็บอกอย่าใส่เครดิตเขานะเดี๋ยวแฟนรู้ บางคนก็ให้ใส่อะไรประมาณนี้ครับ
• มีโพสต์ไหนหรือวลีไหนเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนหันมาติดตามมากขึ้นขนาดนี้หรือเปล่าคะ
โพสต์ที่เป็นจุดเปลี่ยนคือโพสต์ที่บอกว่า "ผู้หญิงที่ขี้งอนที่สุด คือผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ วันอาทิตย์" ซึ่งเครดิตตรงนี้ผมตัดออก และไม่ได้ใส่อะไรมีแต่ข้อความ และผมต้องขอบคุณเพจ "เห้อ" ที่ผมไปชอบข้อความเขาและเอามาโพสต์ ถ้าย้อนกลับไปดูประโยคนี้ผมเคยโพสต์แล้วครั้งหนึ่ง ก็มีคนไลค์ร้อยกว่าคนปกติครับ แต่มาโพสต์อีกครั้งนั่นแหละครับคือจุดเปลี่ยน ผมโพสต์ตอน 3 ทุ่ม มาดูอีกที 7 โมงเช้า ก็แปลกใจ ทำไมคนไลค์เยอะจัง 300 กว่าไลค์ และเที่ยงวันผมเข้าดูอีก โอ้โห! คนไลค์สี่หมื่นกว่าไลค์ แชร์หลายพันแชร์ผมนี่ตื่นเต้นมากครับ
หลังจากวันนั้นเพจ ONUTZ ก็เลยมีคนเข้ามาติดตาม มาแชร์ มาไลค์เพียบ ทั้งข้อความเก่า ข้อความใหม่ กลายเป็นหลายพัน หลายแสนไลค์ ซึ่งคนไลค์หน้าเพจถ้าลองรีเฟรชหน้าดู ขึ้นเร็วกว่าวินาทีอีกนะครับ รีเฟรชหน้าที เพิ่มขึ้นทีละหลายร้อยไลค์เลย
ผมใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเพจก็ถึง 100,000 like และ 2 วันต่อมาอีก 100,000 ไลค์ และตอนนี้ยอดตกลงมาเป็น 3 วัน 100,000 like ครับ ถือว่าโชคดีมากๆ ครับที่มีคนเข้ามาติดตามกัน ตกใจมากครับ (ยิ้ม)
• แสดงว่าในชีวิตประจำวันโอนัทก็เป็นคนชอบคิด ชอบสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวถึงได้มีคำคมกินใจอยู่สม่ำเสมอ
ใช่ครับผมเป็นคนชอบคิดนะครับ เพราะเราเป็นคนชอบแต่งเพลงด้วยบางคำก็มาจากในเพลงบางท่อน บางคำที่ดูแรงๆ ก็มาจากชีวิตที่เราเคยพูดเคยใช้เคยสัมผัสมาครับ (ยิ้ม) ส่วนใหญ่ก็จะพูดออกไปตามอารมณ์ ซึ่งแน่นอนทุกคนคงเคยตกอยู่ในอารมณ์นั้นๆ ก็เลยโดนใจใครหลายๆ คน ผมจะไม่ดัดแปลงคำเท่าไหร่ อย่างคำ ว่า กู มึง แม่ง คำพวกนี้ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วผมใช้มันตลอด ผมเลยไม่ดัดแปลงให้ดูหวานเกินไป เพราะอ่านแล้วมันจะไม่ถึงอารมณ์ ไม่สะใจกับคนอ่านก็เลยอาจจะเป็นที่มาที่ทำให้มีการแชร์มากมายขนาดนี้ครับ
• แล้วมีคนเอาความรู้สึก เอาคำคมของเราไปแชร์ตรงนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง
ผมรู้สึกดีมากครับเพราะคนที่แชร์ไปก็เห็นเป็นหน้าเรา ตอนนี้กลายเป็นโลโก้ประจำเพจไม่กล้าเปลี่ยนเลย กลัวคนจำไม่ได้ครับ (หัวเราะ) ผมจะบอกคนที่มาขอแชร์เสมอครับว่าผมไม่หวง ตัดโลโก้ออกเลยก็ได้ครับไม่ว่ากัน เพราะแค่เราเห็นว่าคำนี้เราเคยคิดและคนเอาไปทำต่อก็ดีใจแล้วครับ ส่วนคนที่ให้เครดิตก็ขอบคุณและดีไจเพราะทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น
• แน่นอนว่ามีคนชอบก็อาจจะมีส่วนหนึ่งที่คิดต่าง โอนัทคิดอย่างไรกับความคิดของคนส่วนนี้กันคะ แล้วเรามีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง
บอกก่อนว่าคนที่ไม่ชอบมีครับ มีมาอยู่เรื่อยๆ เหมือนกัน และมีหลายอย่างที่เขาไม่ชอบครับ เช่น บอกว่าผมไปก๊อบปี้คนอื่นมา บอกให้ผมแท็กไปหาเขา เอาตรงๆ นะครับผมจะบอกแอดมินที่ดูแลเสมอว่าใครขอให้แท็กอย่าแท็กให้เด็ดขาดเพราะคนขอให้แท็กเยอะมาก เราทำไม่ไหวหรอกครับ คนแชร์ไปมากมายจนทำให้หน้าฟีดเขารกเขาเลยไม่ชอบ และต่อมาเห็นโลโก้เป็นหน้าผม บางคนเขาคงจะหมั่นไส้ด้วยมั้งครับ (หัวเราะ) บางคนบางเพจก็เอาไปล้อเลียนกันบ้าง ด่าผมบ้าง
มีหลายคนมองว่าเราไปก๊อบปี้เขามา เขาไม่ชอบที่ว่าผมไปเอาของคนอื่นมาใส่เครดิตตัวเอง ซึ่งผมก็ไม่ปฎิเสธหรอกครับว่าก๊อบปี้มาหรือเปล่าเพราะโพสต์เก่าๆใช่ครับ ใครๆก็อยากให้มีคนมาติดตามเราเยอะๆ บ้าง และไม่ได้คิดว่าเพจจะดังมากดังข้ามคืนขนาดนี้ คนก็เข้าไปแชร์อันเก่าๆ ออกไปเป็นพันเป็นแสน ก็เลยเป็นที่มาว่าผมไปเอาของเขามา แต่ช่วงหลังคนที่ส่งมาเราไม่รู้เลยว่าเขาเอามาจากเพจไหน เว็บไหน เราไม่สามารถรู้ได้เลยครับว่าใครเป็นคนคิดคำหรือวลีแบบนี้คนแรก ผมก็เลยให้เครดิตคนที่ส่งมา ถ้ามีคนส่งเข้ามาผมจะใส่เครดิตเขาไปในภาพเลย เพื่อจะได้ลดปัญหาว่าผมไปเอาของคนอื่นมา
ยอมรับนะครับว่าแรกๆ กลุ้มใจและคิดมาก แต่มีหลายๆ คนบอกและปลอบใจเสมอว่ามีคนชอบเยอะก็ธรรมดา มันเป็นไปตามกฎของธรรมชาติที่มีคนรักมันมักจะมาพร้อมกับคนเกลียดเสมอ ช่วงนี้ผมเลยไม่คิดอะไรแล้วครับ
ผมมองว่าคนไม่ชอบก็คงจะเหมือนเดิม เราห้ามเขาไม่ได้ แอดมินบางคนมาขอผมด่ากลับได้ไหม ผมก็จะบอกว่าอย่าเลยคนเรามีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบที่จะเกลียดเราได้ตลอดเวลา ถ้าเราปล่อยวางและทำต่อไปให้คนที่ชอบเราจะดีกว่าไหม ตอนนี้คนกดไลค์ก็ยังทะลุแสนแทบจะทุกโพสต์เหมือนเดิมอยู่แล้ว เราทำดีแล้วมีคนชอบเราก็ทำต่อไปเถอะ เขาด่าเราคือสิ่งที่ทำให้เราคิด เขาชอบคือกำลังใจที่ทำให้เดินต่อไป แต่ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่ผมทำมีคนเกลียดมากกว่าคนชอบผมจะหยุดมันทันทีครับ (ยิ้ม)
• ได้ข่าวว่านอกจากคำคมแล้วนั้น โอนัทยังเป็นนักร้องและเจ้าของค่ายเพลงอีกด้วย ในส่วนของการทำเพลงนี้เริ่มต้นมาได้อย่างไรกันคะ
เรื่องการทำเพลงเริ่มต้นมาจากที่ผมเป็นคนชอบเล่นกีตาร์แต่ไม่กล้าร้อง จนวันหนึ่งได้มีการแข่งร้องเพลง แต่นักร้องไม่มาผมเลยร้องเองเล่นกีตาร์เองด้วย พอลงจากเวทีก็มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปและบอกว่าร้องเพลงใช้ได้นะ แต่ไม่ได้บอกว่าเสียงดี เราเลยรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเราลองจริงจังหรือหันไปร้องเพลงแทนจะดีไหม หลังจากนั้นผมก็เริ่มหัดร้องหัดแต่งเพลงมาเรื่อยๆ ดีบ้างไม่ดีบ้างจนเข้ามหาวิทยาลัยปี 1
ช่วงนั้นผมมีวงใหม่และรับหน้าที่เป็นคนร้อง เลยเกิดไอเดียอยากมีเพลงสักเพลงส่งค่าย ผมเลยเริ่มแต่งเพลงขึ้น ทำดนตรีกันจนเสร็จ นัดออดิชันส่งค่ายอินดี้ค่ายหนึ่งแต่ผลปรากฏว่าไม่ผ่าน ผมส่งไปหลายที่มากเดินสายประกวดจนเข้ารอบ 20 คนสุดท้ายรายการหนึ่งของภาคอีสาน มีรายชื่อผ่านคนแรกเลยครับแต่ก็ตกรอบ
ผมลองดูอีกครั้งในฐานะดูโอ นักร้องสองคน ทำเพลงส่งค่ายอีกก็ยังไม่ผ่าน แต่มีหนึ่งเพลงในนั้นที่สะดุดหูทางค่าย ซึ่งเขาบอกอยากให้แก้เนื้ออีกหน่อยแล้วมาส่งใหม่ แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัดซึ่งต้องเดินทางไกลและใช้เงินในการเดินทางจึงตัดสินใจไม่มา
ผมตัดสินใจปล่อยเพลงเอง ปล่อยให้คนฟังฟรีๆ ในยูทูป ปล่อยเพลงไปเรื่อยๆ จนเพลงนี้มียอดวิวทะลุล้าน ส่วนเพลงอื่นผมก็ทำขึ้นมาด้วยซึ่งยอดวิวก็เยอะเป็นแสนวิวเหมือนกันครับ (ยิ้ม)
• เป็นเพราะมีคนเข้ามาดูงานเพลงเราในยูทูปเยอะใช่ไหมถึงได้กล้าและมั่นใจเลือกที่จะทำค่ายเพลง ทั้งๆ ที่ส่งเพลงหรือเดินสายประกวดหลายที่เลยแต่ก็ไม่ผ่าน
ผมก่อตั้งค่ายเพลง C'room Record นี้ขึ้นมาเองตั้งแต่ผิดหวังกับการส่งเดโมกับทางค่ายเพลงอื่นครับ ผมตัดสินใจออกมาทำเอง ซึ่งตอนนี้ก็ยอมรับว่าไม่ได้เป็นค่ายที่จดทะเบียนถูกต้อง จะเป็นเสมือนแบรนด์ในการนำเสนอเพลงเฉยๆ ก็ว่าได้ครับ
วันนี้ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันนะครับว่าเพลงที่ผมทำมาทั้งหมดจะขายได้จริง เพราะผมหาวิธีทุกอย่างเพื่อจะทำให้เพลงดาวน์โหลดได้เหมือนเพลงทั่วไป เพื่อเราจะได้มีรายได้ขึ้นมา ตัดสินใจกล้าๆ กลัวๆ โทร.ไปค่ายเพลงดิจิตอลค่ายหนึ่งแล้วสอบถามว่าทำอย่างไรถึงจะฝากขายเพลงได้ เขาก็บอกให้ผมส่งอีเมลไปแล้วบอกรายละเอียด แต่ก็เหมือนไร้วี่แววนะครับ จนมีวันหนึ่งมีอีเมลตอบกลับมา ตอนนั้นผมดีใจมาก (หัวเราะ) เห่อมากที่เพลงของตัวเองจะโหลดได้ จะมีรหัสเพลงเป็นของเราเอง มันเท่มากนะครับตอนนั้น (ยิ้ม)
ผมขายเพลงไป 5 เพลง จนมีรายงานการดาวน์โหลดกลับมา ผมตกใจมีคนโหลด ดีใจที่จะได้เงิน แต่จริงๆ ก็ไม่เป็นอย่างที่เราหวังมากเท่าไหร่เพราะเราทำในฐานะบุคคลธรรมดา ไม่สามารถวางบิลเหมือนค่ายใหญ่ๆ ที่เป็นบริษัทได้ เราต้องรอครบไตรมาสถึงจะได้เงิน แต่พอถึงวันนั้นผมก็ตกใจมากอีกเหมือนกัน (หัวเราะ) ที่เห็นยอดเงินเข้า เงินก้อนนั้นเกือบหลักแสนเลยครับ (ยิ้ม) ซึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนของผมและความหวังในการทำค่ายต่อไป ตอนนี้ผมเลยไม่หยุดที่จะทำเพลงครับ
• เพลงส่วนใหญ่เป็นสไตล์ไหนกันคะ
แนวอกหักครับ (ตอบเร็ว) ผมจะเขียนจากชีวิตจริงของผมและของคนอื่นด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็มาจากชีวิตจริงผมล้วนๆ ครับ เพราะผมรักใครก็มีแต่โดนทิ้ง นี่ก็ถือว่าโชคดีเหมือนกันนะครับที่ผ่านประสบการณ์นั้นมาได้ (หัวเราะร่วน)
ผมว่าเพลงแนวนี้เป็นเพลงที่เข้าถึงคนง่าย เพราะส่วนใหญ่คนที่ผมเจอก็จะมีแต่คนอกหัก คนที่ผิดหวังกับความรัก ผมเลยชอบแต่ง ถ้าเขาได้ฟังเขาน่าจะอินไปกับเพลง เพราะผมจะเขียนตรงๆ ไม่อ้อม จะวนเอาคำร้องใกล้ๆ ตัว ซึ่งส่วนตัวผมชอบเพลงเศร้าอยู่แล้วด้วย เพราะฟังแล้วเราอิน ถ้าเราทำออกไปแบบนี้บ้างก็น่าจะมีคนอินแบบเราบ้างไม่คนใดก็คนหนึ่งผมเชื่ออย่างนั้นนะ แต่ก็จะมีเพลงสนุกๆ น่ารักให้ได้เห็นบ้างครับแต่ก็จะมีน้อย (ยิ้ม)
• ถามตรงๆ มีคนที่ติดตามเพจ ONUTZ ไม่รู้ว่าโอนัทเป็นนักร้องบ้างไหมคะ
มีครับ ต้องบอกว่าส่วนใหญ่คนที่เข้ามาติดตาม มาเพราะคำคม ผมดีใจนะที่เขาชอบและสนับสนุนให้ทำต่อไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักผมเลยด้วยซ้ำว่าผมเป็นใครเขาก็ยังเข้ามาติดตามเรื่อยๆ (ยิ้ม)
จะไม่ค่อยมีคนรู้จักหรือได้ฟังเพลงผมเท่าไหร่ครับ พอมีคนเข้ามาเยอะเราก็ขนเพลงเก่าๆ ให้คนที่เข้ามาติดตามฟัง (หัวเราะ) เพราะอย่างน้อยก็น่าจะมีคนฟังเพลงเราบ้างแหละถ้าเราโพสต์ลงไป
ผมถือว่าผมโชคดีมากๆ นะครับที่มีคนเข้ามาติดตามกัน ซึ่งเอาจริงๆ ผมยอมรับว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่คนที่เขาเข้ามาไม่ได้จะดูผลงานเพลงเราหรอกครับ เขาเข้ามาเพราะคำโดนๆ ที่ตรงกับชีวิตเขามากกว่า
• แล้วคนติดตามมากมายขนาดนี้ส่วนตัวแล้วคิดว่าตัวเองดังหรือยังคะ
(หัวเราะ) ผมก็ไม่กล้าที่จะพูดว่าดังไหม แต่ส่วนมากเพื่อนเราก็จะแค็ปรูปหรือบอกว่า “เห้ยเดี๋ยวนี้ดังใหญ่แล้วนะ” อะไรทำนองนี้ครับ ผมก็ลองเช็กนะว่าจริงไหม ผมก็โพสต์ไปประมาณว่าแฟนเพจอยู่ที่ไหนกันบ้าง ตกใจเหมือนกันที่คอมเมนต์มาเยอะมากหลายจังหวัดเลย มาประมาณ 6 พันกว่าคอมเมนต์ผมอ่านไม่หมดจริงๆ (หัวเราะ)
จริงๆ ผมว่าเขาไม่รู้จักผมหรอกครับ รู้จักคำคมมากกว่า ถ้าย้อนกลับไปผมเป็นคนที่ชอบอัปรูปตัวเองมากพอเพจดังออกไป ผมแทบจะไม่กล้าโพสต์รูปตัวเองด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องมีบ้างให้เขาพอรู้ว่าเพจนี้เป็นเพจศิลปินคนนี้นะ ยอมรับนะว่าก็กลัวเขาจะงงๆ เหมือนกันว่าเราเป็นใคร ไม่ค่อยกล้าลงบ่อยๆ จะอาศัยตอนก่อนนอนโพสต์ไปสักหนึ่งรูปแค่นั้นครับ
• ท้ายนี้มีการวางแผนในเรื่องของผลงานเพลงและแฟนเพจอย่างไรต่อไป จะพัฒนาขึ้นในรูปแบบไหนอีกบ้าง
ในส่วนของเพลงผมคิดว่าผมคงจะทำผลงานออกมาเรื่อยๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นผมเอง หรือน้องๆที่ผมดูแลทุกคนก็จะมีเรียงคิวกันออกซิงเกิลต่อไปเรื่อยๆ
ส่วนเพจผมก็จะทำเหมือนเดิมครับ จะโพสต์วลีและก็เพลงลงไปเหมือนเดิม เพราะผมคิดว่าน่าจะช่วยทำให้คนรู้จักเพลงเรามากขึ้นได้อย่างแน่นอน ผมทำค่ายเองนี่ก็ไม่ได้มีงบเยอะอะไรนะครับซึ่งมีเพจก็จะได้เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำเสนอผลงานเราให้คนรู้จักมากขึ้น
ผมว่าการทำเพจมันไม่ต่างจากการทำเพลง การเขียนเพลงนะ มันก็ต้องใช้คำ ใช้ประโยคแบบนี้ ผมคิดว่ามันน่าจะทำคู่กัน (ยิ้ม)
ตอนนี้ผมก็มีโปรเจกต์ของตัวเองที่ยังไม่ได้วาง เพราะเรามีน้องๆ ศิลปินใหม่ๆ เข้ามาก็ต้องดูแลและโปรดิวซ์ ให้น้องๆ ก่อนครับ เราอยากจะให้น้องๆ มีโอกาสได้ลองทำในสิ่งที่เราก็เคยหวังแบบนี้มาก่อนเหมือนกันครับ
Profile
ชื่อ : รัฐพงษ์ ชาภูวงษ์
ชื่อเล่น : โอนัท
วันเกิด : 24 สิงหาคม 2533
อายุ : 24 ปี
การศึกษา : สาขาวิศวกรรมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
คติประจำใจ : อย่าเพิ่งท้อแท้ในสิ่งที่ไม่พยายาม และอย่าเพิ่งหมดหวังในสิ่งที่ยังไม่เริ่มต้น
ผลงาน : เพลงต่างๆ จากทางค่าย C’room Record และแฟนเพจเฟซบุ๊ก Onutz
ผลงานในแฟนเพจ ONUTZ
ผลงานเพลง
เรื่อง : Varunya Ngamkhum
ภาพ : facebook. ONUTZ