xs
xsm
sm
md
lg

ยามเฝ้าแผ่นดิน : หวั่น กกต.ระดับล่างเตะถ่วง แจกใบแดงหลังหย่อนบัตรวุ่นแน่ – พปช.จ้องโวยโดนแกล้ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ยามเฝ้าแผ่นดิน” ตั้งข้อสงสัย กระบวนการ กกต.ระดับล่าง จงใจเตะถ่วง จนออกใบเหลือง-ใบแดงล่าช้า ยื้อไปถึงหลังวันเลือกตั้ง แถมยังทำสำนวนอ่อน ส่งผล “พลังแม้ว” ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ขณะสื่อตกเป็นเครื่องมือ คาดการณ์จำนวน ส.ส.ไว้กว่า 200 ที่นั่ง หากผลออกมาต่ำกว่า เตรียมโวยโดนกลั่นแกล้ง

สโรชา - สวัสดีคะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดินวันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2550 วันนี้กลับมาพบกับพวกเราเช่นเคย คุณคำนูณ บึ่งมาจากรัฐสภา เกือบไม่ทันเหมือนกันนะวันนี้

คำนูณ - เมาครับ

ปานเทพ - เมากฎหมาย

สโรชา - ผ่านกันเยอะมากนะ

ปานเทพ - ทำไมเขาต้องเร่งกันขนาดนี้คุณคำนูณ

คำนูณ - ก็มีเวลาเหลือพรุ่งนี้อีกวันเดียว

สโรชา - พรุ่งนี้ถึงเที่ยงคืน ถูกไหมคะ

ปานเทพ - และวันนี้ก็ถือว่าเป็นกฎหมายที่ละเอียดอ่อนหลายฉบับนะครับ

สโรชา - ที่เราคุยกันเมื่อวานนี้

คำนูณ - ก็ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่นี้

ปานเทพ - ตกลงผ่านใช่ไหมครับ

คำนูณ - ผ่านครับ แต่ฉบับอื่นเนี่ยตกลงเลื่อนครับ ที่เลื่อนไปต่อท้ายชุดใหญ่ คือฉบับที่จะเป็นประเด็นความขัดแย้ง และอาจจะต้องใช้เวลามาก อันนี้อาจจะเป็นคำตอบหนึ่งว่า ทำไมถึงไปได้เร็ว ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ...... เลื่อน ร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ...... เลื่อน ร่างพระราชบัญญัติสภาการเกษตรแห่งชาติ พ.ศ..... เลื่อน และอีกคิวที่เลื่อนไปแล้ว ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การแปรสภาพรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ..... ซึ่งทั้ง 3 ฉบับหลังนี่ เป็นฉบับที่ทางกลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มประชาชนส่วนหนึ่งเนี้ย เรียกร้องให้งดพิจารณานะครับ

สโรชา - ก็คือวันนี้ พ.ร.บ. ความมั่นคงผ่านไปแล้ว แล้วเลื่อนที่เป็นประเด็นหลักๆ ที่เลื่อนไป ก็อย่างที่พี่คำนูณได้กล่าวมา

คำนูณ - คือตามภาษาทางการก็คือ เลื่อนไปต่อท้ายที่บรรจุระเบียบวาระวันพฤหัสบดี วันศุกร์ ไว้ทั้งหมดนะครับ ซึ่งถ้าโดยปกติโดยการคาดการณ์เนี้ย ก็อาจจะไม่ทันนะครับ

ปานเทพ - ทำไมเขาถึงมีวิธีคิดละครับ คุณคำนูณว่าต้องทำให้เสร็จเยอะๆ จำนวนมากๆ ใน สนช. ชุดนี้ ทำไมไม่ปล่อยให้รัฐบาลชุดหน้า พิจารณากฎหมายสำคัญๆ หลายฉบับเลย

สโรชา - คือก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมา ค่อนข้างกว้างขวาง

คำนูณ - ก็เป็นส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์กันได้ แต่ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ ก็คือ ที่ผมเรียนมาโดยตลอดว่า โดยหน้าที่มันก็มีอยู่ โดยรัฐธรรมนูญเนี้ย อันที่จริงรัฐธรรมนูญเนี้ยก็ยังให้พิจารณาได้ จนถึงวันเปิดรัฐสภาครั้งแรกนะครับ ซึ่งก็น่าจะเป็นวันที่ 23 มกราคม แต่ว่าจากการพิจารณาของ สนช. ของประธาน ของกรรมาธิการกิจการสภาเนี้ย เราก็เลยตกลงว่าจะพิจารณากันจนถึงวันพรุ่งนี้ คือก่อนวันเลือกตั้งเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็คือพยายามที่จะพิจารณาร่างกฎหมาย ที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระแล้ว ที่เสร็จจากวาระ 2 วาระ 3 ให้ได้มากที่สุด

แต่ถ้าหมดแค่ไหนก็คือหมดแค่นั้น อันนี้ก็คือ 2 วันนี้ ไม่ได้มีการพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ แต่เป็นร่างกฎหมายที่บางฉบับ ก็รับมาแล้วหลายเดือน บางฉบับก็เดือน สองเดือน และก็ที่ผ่านการพิจารณาในวาระ 2 วาระ 3 ในวาระ 2 ในชั้นกรรมาธิการมาแล้ว ก็เอาเข้ามาพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาตินะครับ ก็แล้วแต่มุมมองนะครับ ผมจะไม่พูดเพราะว่าผมก็มีหมวก 2 ใบ นะครับ แต่ว่ามักจะเป็นวิธีคิดที่เป็นปกติของสภาแต่งตั้ง หรือรัฐบาลที่อยู่ในช่วงรัฐประหาร ที่เวลาใกล้จะหมดอายุก็พยายามที่จะเร่ง ผ่านกฎหมายที่ตนเองคิดว่าสำคัญๆ นะครับ ออกมาให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้นะครับ

ไม่ว่าจะเป็นช่วงปี 2518 ช่วงสภาชุดที่มีท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธาน นั่นก็พิจารณากันถึง 2 ยามติดต่อกันหลายวัน หรือไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลท่านอานันท์ ปันยารชุน ทุกรัฐบาล เพราะว่าต้องเข้าใจว่า การพิจารณากฎหมายในช่วงที่มีเหตุการณ์เฉพาะกิจ เฉพาะกรณีที่เป็นวาระพิเศษ มีสภาเดียว และการพิจารณาจะผ่านไปได้ค่อนข้างเร็วกว่าสภาที่มาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่จะไม่ได้มีประโยชน์ทางการเมืองในเรื่องการหาคะแนนนิยมส่วนตัว การอภิปรายก็คงจะสั้นกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

แต่ถ้าเกิดเป็นวาระปกติสภาผู้แทนราษฎรประชุมสัปดาห์ละ 1 วัน วุฒิสภา ประชุมสัปดาห์ละ 1 วัน บางทีกฎหมายจะค้างอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรบางที 2 ปี ขึ้นไปสู่วุฒิสภา ไปค้างอยู่อีก 1 ปี ตั้งกรรมาธิการร่วม กฎหมายหลายฉบับบางทีก็จะค้างเติ่งอยู่อย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรน้อยครั้งที่จะมีอายุครบ 4 ปี บางทีปีเศษยุบสภา 2 ปี ยุบสภา กฎหมายมันก็จะค้างอยู่ แล้วต้องไปเริ่มกระบวนการใหม่

เพราะฉะนั้นก็คือผู้ที่รับผิดชอบในส่วนของสภาแต่งตั้ง รัฐบาลแต่งตั้ง ในแต่ละช่วง ไม่ใช่เฉพาะชุดนี้ ส่วนใหญ่ก็จะมีวิธีคิดที่อยากจะผ่านร่างกฎหมายออกไปให้มากที่สุด แน่นอนในแต่ละรัฐบาลมันก็ย่อมจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า สำคัญบ้าง ไม่สำคัญบ้าง หรือว่ามีเสียงเรียกร้องต่างๆนานา ก็ต้องยอมรับว่าในกรณีที่เกิดเหตุที่ สนช.ตอนนี้ มันก็มีประชาชน 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยากให้หยุดการพิจารณา อีกกลุ่มหนึ่งอยากให้เร่งพิจารณา

สโรชา - แม้กระทั่ง สนช.เองก็มีแบ่งเป็น 2 กลุ่มหรือเปล่าคะ

คำนูณ - ก็ไม่ถึงอย่างนั้นนะครับ ก็พอตั้งหลัก หยุดที่ก่อนเลือกตั้งแน่นอน ก็ชัดเจนว่าไม่มีปัญหา

ปานเทพ - ทีนี้บางกฎหมายบางฉบับ มันดูเหมือนว่าจะมีความละเอียดอ่อน ตรงที่ประชาชนข้างนอกดูมีความขัดแย้งกันสูง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายความมั่นคง หรือว่าที่มีความขัดแย้งกันในเรื่องของมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เขาคิดกันอย่างไรว่าต้องเร่งเรื่องอย่างนี้ บางทีเราไม่ได้มีความรู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารเท่าไหร่

คำนูณ - ไอ้เรื่องเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร มันหลายอย่างมันไม่เกี่ยว แต่อย่างนี้ก็คือ มันต้องโทษรัฐบาล คือสภาฯ ถึงแม้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะเป็นคนออกกฎหมาย แต่โดยประเพณีแล้ว สภาฯ จะพิจารณาร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอเข้ามา เพราะว่าถ้าสภาเสนอเอง เสนอได้จริงอยู่ ผมเข้าใจว่านี่คือสภาแต่งตั้งชุดแรกๆที่สมาชิกเสนอกฎหมายได้เอง โดยปกติสภาแต่งตั้งในช่วงเหตุการณ์แบบนี้ เขาจะไม่ให้เสนอกฎหมายที่อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะเป็นรัฐบาลเสนอเข้ามาแต่เพียงสถานเดียว

แต่ถึงสภาที่มาจากการเลือกตั้ง กฎหมายส่วนใหญ่ก็จะมาจากรัฐบาล เพราะมันเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล ทิศทางของรัฐบาล และถ้าสมาชิกเสนอเอง มันก็จะมีขั้นตอนกระบวนการทางระบบรัฐสภาที่ทำให้ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยก็ยากที่จะผ่านไปได้ เป็นต้นว่า มันต้องเป็นกฎหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ การเงิน ซึ่งมันก็ค่อนข้างจะน้อย ยกเว้นจะตีความอย่างเคร่งครัด หรือตีความอย่างแคบ

สโรชา - จริงๆแล้วก็เลื่อนไปหลายฉบับที่เป็นประเด็นโต้แย้งกัน เช่น เรื่องของทรัพยากรน้ำก็เลื่อนไป ถูกไหมคะ แล้วก็อีกหลายเรื่อง อาจจะมีคำถามค้างคา ในเรื่องของมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเมื่อวานนี้

คำนูณ - ที่นี้คือความสำคัญ หรือความจำเป็นของร่างกฎหมายแต่ละฉบับเนี้ย ต้องยอมรับว่าแต่ละคนก็มีวิธีคิดไม่เหมือนกัน เราเองที่อยู่ข้างนอก ที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายบางฉบับเนี้ย ก็คิดว่ากฎหมายมันไม่จำเป็น มันเป็นกฎหมายที่เป็นผลประโยชน์เฉพาะตัว เฉพาะกลุ่มหรือเปล่า แต่ในขณะที่สมาชิก สนช. ส่วนใหญ่เขาเห็นว่าจำเป็น ซึ่งในประเด็นมหาวิทยาลัยนอกระบบเนี้ย ผมก็เป็นฝ่ายที่เสนอ หรืออยู่ในความเห็นที่อยากจะให้เลื่อน แต่ในเมื่อเขาไม่เลื่อน มันก็เป็นมติ แล้วร่างกฎหมายมหาวิทยาลัยนอกระบบเนี้ย อันที่จริงมันคงต้องพูดกันอีกยาว

ในส่วนตัวผมเนี้ยนะครับ ตั้งแต่มีร่างกฎหมายชุดนี้เข้ามา ผมอภิปรายผมคิดว่าผมอภิปรายเท่ห์แล้วนะ ในร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยบูรพาเนี้ย แต่ก็ปรากฎว่ามันก็มีมุมมอง มีความเห็นหรือว่ามีคำอธิบายจากอีกฝ่ายหนึ่งเนี้ย ที่ผมไม่รับฟังก็ไม่ได้ เอากันง่ายๆ ถ้าจะเอาเฉพาะตัวบุคคลนะครับ มันก็มีบุคคลหลายบุคคล ที่ผมเคารพนับถือที่เขาสนับสนุน เป็นต้นว่าท่าน ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานการอภิปรายของท่าน ก็เป็นผลส่วนหนึ่งที่โน้มน้าว สมาชิกให้เห็นว่ามันมีประโยชน์ และก็ได้แก้ไขไปมากพอสมควรแล้ว

แต่ท่านก็อภิปรายสนับสนุนมาตั้งแต่แรก แล้วนะครับ ท่านอาจารย์ชัยอนันต์ สมุทรวานิช นะครับ ไม่ต้องพูดถึงบรรดาท่านอธิการทั้งหลายแหล่อะไรเนี้ยนะครับ เพราะฉะนั้นเนี้ยเรื่องต่างๆ เหล่านี้มันเป็นความเห็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าความเห็นส่วนใหญ่จะถูกหรือผิดของ สนช. นั้นก็ย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์กันได้ พอลงมติออกมาแล้ว มันก็มีผู้ไม่เห็นด้วยเพียง 5-6 เสียง หรือ ในกรณีที่ทาง นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ จะล่ารายชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งต้องการ 25 รายชื่อเนี้ย ผมเข้าใจว่าจนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่ครบ

ปานเทพ - ไม่น่าจะครบนะครับ

คำนูณ - ซึ่งๆ เราจะไปบอกว่าเขามีการบล็อค เขามีการกีดกันอะไร เราก็วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ก็ถ้าในอีกมุมหนึ่งก็คือว่า เขาก็เห็นว่ามันเป็นประโยชน์นะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ 2 คน โยนตามช่องนะครับ และก็ถ้าจะดูร่าง พ.ร.บ. มหาลัยในแต่ละฉบับเนี้ยนะครับ ข้อที่กริ่งเกรงกันเนี้ยนะครับ เขาก็ได้มีการเขียนเพิ่มเติมไปในตัวกฎหมาย เป็นต้นว่าเรื่องค่าเล่าเรียน ที่จะต้องไม่สูงไป หรือว่าเป็นต้นว่าจะต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ ผู้ที่ไม่มีสตางค์เนี้ยได้มีโอกาสเรียน

หรือว่าเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กัน เรื่องที่ว่าจะต่ออายุให้ผู้บริหารในปัจจุบันเนี้ย ก็ได้มีการเขียนมาตรการคุ้มกัน กันไว้นะครับ แต่บางครั้งต้องเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องการแตกต่างกันในเชิงปรัชญาความคิด และในอีกบางกรณีฝ่ายที่เราไม่เห็นด้วยเรามีปรัชญาความคิดอย่างหนึ่ง แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอีกส่วนหนึ่ง เขาก็อาจจะมีสถานภาพบางอย่างที่อาจจะต้องเปลี่ยนแปลง

หรือที่ต้องสูญเสียเมื่อมีการมหาวิทยาลัยจะเป็นข้าราชการไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งเรื่องที่พูดกันมากก็คือระบบการประเมิน ก็คือการเป็นข้าราชการในมหาวิทยาลัย โอกาสที่สถานภาพจะมีความมั่นคง แล้วก็มีเกียรติ มันอาจจะมีมากกว่า แต่ว่าเมื่อมาเป็ฯพนักงานแล้ว แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะคงเดิม แต่สิ่งหนึ่งก็คือคุณจะต้องต่อสู้ดิ้นรน และคุณจะต้องมีผลงาน คุณจะต้องผ่านการประเมิน

ปานเทพ - และผลตอบแทนก็มากกว่าเดิม

คำนูณ - อันนี้ก็แล้วแต่ในแต่ละแห่ง ผมไม่สามารถจะลงรายละเอียดลึกลงไปได้ อันนี้ก็คืออยากให้มองหลายมุม มุมไหนจะถูกต้องที่สุด และสุดท้ายผลจะออกมาอย่างไรก็เป็นเรื่องที่คงไม่มีกฎหมายฉบับใดที่จะออกมาอย่างชนิดที่เรียกว่ามีคนเห็นพ้องต้องกันด้วย 100 % อย่างวันนี้ก็มีกฎหมายหลายฉบับที่มันมีการปะทะกันทางความคิด ซึ่งผมเรียกว่ามันเป็นรากฐานปรัชญาความคิด เช่น ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ มันก็จะมีการเปิดกว้างให้กลุ่มชนเผ่า กลุ่มเชื้อชาติ หรือกลุ่มคนที่เขาอยู่ในประเทศไทย แต่เขาไม่เคยได้สัญชาติไทย เขามีโอกาสได้ เราก็จะมีความคิดเห็นจากฝ่ายที่เราอาจจะเรียกว่าอนุรักษ์นิยม หรือมองปัญหาความมั่นคงของชาติเป็นหลัก ที่คัดค้านหรือต้าน แม้ว่าจะผ่านไป แต่ผ่านด้วยคะแนนเสียงชนิดที่เรียกว่า 70 ต่อ 30

ปานเทพ - ก็ถือว่าเยอะนะครับ ไม่เห็นด้วยเยอะ

สโรชา - คือจริงๆแล้วเป็นกลับมาที่ปรัชญาของแต่ละคน ความเชื่อของเขาจริงๆ

คำนูณ - คือถ้าเรายอมรับว่าสภามันเป็นที่รวมความคิดที่มีความแตกต่างหลากหลาย แล้วเรายอมรับการตัดสินในระบบเสียงข้างมาก มันก็มีสถานภาพเป็นอย่างนี้ ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งต่างๆที่ผ่านออกมามันจะถูกทั้งหมด ก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งต่างๆที่ออกมามันจะคงทนถาวรอยู่ ถ้าเผื่อว่ามีสภาชุดใหม่ เกิดสภาชุดใหม่เขามีความเห็นไปอีกทางหนึ่ง เขาก็สามารถจะดำเนินการแก้ไขได้ อันนี้คือระบบที่เป็นไป ที่ผมพูดไม่ใช่เพราะว่าผมไปนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วผมจะพูดอีกโทนหนึ่ง แต่เราจะต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองว่า ในเมื่อเรามาทำหน้าที่ตรงนั้น เรามองเห็นตรงนั้น เราต้องทำตามกติกาตรงนั้น เราก็เล่าให้ฟัง แต่ความเป็นตัวของตัวเองที่เรามีความเห็นอย่างไร เราก็ลงมติไปตามนั้น แพ้ก็คือแพ้ ชนะก็คือชนะ

สโรชา - วันนี้ข้าวกลางวันพอไหมคะ สมาชิกยังมาอุ่นหนาฝาครั่งเหมือนเดิมไหม

คำนูณ - วันนี้ผมก็เอาเปรียบหน่อย 11 โมงครึ่ง ผมก็ออกมารับประทานแล้ว

สโรชา - โอเคคะ ได้ มีคุณผู้ชมจากลพบุรี โทรมาถามว่ากฎหมายที่ประกาศอยู่ในราชกิจจานุเบกษา ประชาชนสามารถที่จะเข้าไปอ่านได้ที่ไหน

ปานเทพ - ที่เว็บไซต์ครับ สำนักงานคณะกรรมการราชการราชกิจจานุเบกษาก็มี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็มี

สโรชา - รบกวนโปรดิวเซอร์เสริ์ชให้เราซักนิดหนึ่ง ก็จะดีนะคะ จะได้เรียนคุณผู้ชมที่สนใจเรื่องนี้ ที่จะเข้าไปอ่านกฎหมายฉบับต่างๆ ที่ประกาศใช้แล้วได้ทีไหน รบกวนโปรดิวเซอร์หาข้อมูลให้ซักนิดหนึ่งนะคะ นายกรัฐมนตรีวันนี้ออกมาเป็นข่าวอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เงียบหายไปหลายวันทีเดียว วันนี้มาในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีมาทานข้าว กับประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี รวมไปถึง ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในโอกาสที่ นายราล์ฟ แอล.บอยซ์ (Ralph L. Boyce) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสพ้นจากตำแหน่งนะคะ

พล.อ.เปรม ท่านให้สัมภาษณ์หลังจากอาหารนานถึง 2 ชั่วโมง เห็นจะได้ ท่านบอกว่าจริงๆ แล้ว เรื่องของการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่สำคัญนะ เป็นหน้าที่และน่าจะเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนที่จะต้องให้ความสนใจ และให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิจำนวนมากๆ ผู้สื่อข่าวถามนะคะว่า หลังเลือกตั้งเนี้ยจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตนเดาไม่เป็น เมื่อถามว่า หลังเลือกตั้งทุกคนควรจะยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า “เป็นกติกา ต้องยอมรับกติกา”

เมื่อถามว่า แม้แต่ว่าพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง และนายสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นรัฐบาลก็ต้องยอมรับใช่หรือไม่ ประธานองคมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ไปไกลถึงขนาดนั้นนะคะ พูดถึงคุณสมัคร สุนทรเวช แล้ววันนี้ก็มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าโค้งสุดท้ายนะคะว่า ช่วยกันหาเสียงสุดๆ แหละ ในช่วงนี้ก็ไปที่เขต 7 กทม. ไปช่วยผู้สมัครหาเสียง ในละแวกนั้นนะคะ ก็มีผู้สื่อข่าวไปถามคุณสมัครว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อวานนี้เขาไปดีเบตกัน ที่ช่อง 11 ร่วมกับ TITV จัดดีเบตมานะคะ

คุณอภิสิทธิ์ ประกาศกลางเวทีเลยนะคะว่า ถ้าหากได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคแรกที่คุณอภิสิทธิ์จะไปชวนคือพรรคไหน คุณอภิสิทธิ์ตอบอย่างมั่นใจเลยว่า พรรคชาติไทย นักข่าวก็ไปถามคุณสมัคร คุณสมัครบอกว่าก็เป็นสิทธิของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหา ส่วนตัวมองไว้ทุกพรรค แต่ขอให้เลือกตั้งแล้วรู้ผลคะแนนก่อน จึงจะไปเจรจากับพรรคการเมืองด้วยตนเอง เพราะว่ารู้จักทุกคนและทุกพรรค กรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไปเจรจากับ พล.ต.สนั่น ขจรประสาท แกนนำพรรคชาติไทย

คุณสมัครย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า หน้าที่นี้ผมขอทำเองนะคะ คุณสมัครกล่าวถึงการที่ คตส. วันนี้ออกมาด้วยสมุดปกเหลือง ชี้แจงคดีทุจริตของคุณทักษิณ ชินวัตร และก็รัฐบาลชุดที่แล้ว คุณสมัครบอกว่าสิ่งที่ คตส. ทำเนี้ย เป็นข้อกล่าวหาทั้งนั้นเลย ยังไม่ได้ขึ้นศาล ศาลยังไม่ได้ตัดสิน และยังไม่ได้มีคดีไหนขึ้นศาลด้วย ก็มีคำถามอยากจะถามกลับเหมือนกันว่า ในเมื่อจำเลยเขาหนีไม่มาขึ้นศาล แล้วจะขึ้นศาลกันได้อย่างไรนะคะ คุณสมัครพูดไปถึง คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ที่คุณหญิงออกมาบอกเมื่อวานนี้ ว่าถูกข่มขู่ และก็ให้ลูกชายเนี้ยไปเรียนฝึกยิงปืนด้วย เพื่อที่จะป้องกันตัว

คุณสมัครตั้งคำถามว่าทำไมต้องออกมาพูดในตอนนี้ ไม่มีเหตุผล ตรวจสอบเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว จะมากลัวการข่มขู่อะไรในตอนนี้ ไม่มีประโยชน์อะไร และก็ยังหันไปวิพากษ์วิจารณ์ ครป. อีกต่างหากที่ประกาศว่า จะออกมาเคลื่อนไหว คุณสมัครบอกว่าเขาเป็นศาลหรือ หรือเขาเป็นพ่อของคนทั้งประเทศ เขาสั่งซ้ายหันขวาหันได้ทั้งหมดหรือ ไม่เข้าท่า

ปานเทพ - อยากจะให้ฟังเสียงคุณสมัครหน่อย พูดถึงองค์กรอิสระ และเดี๋ยวมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของ ครป. กับพันธมิตรหน่อย ว่าจริงๆ แล้วพันธมิตรคิดอย่างไร คิดเป็นเอกภาพไหม แล้วมันมีความแตกต่างกันหรือเปล่า ถึงวิธีคิดหรือว่าเป็น ครป. อย่างเดียว หรือว่าเป็นอย่างไร เราไปฟังเสียง คุณสมัคร สุนทรเวช หน่อยครับ เชิญครับ

( VTR คุณสมัคร สุนทรเวช )

สโรชา - คือพูดหลักๆก็คือเรื่องของ คตส. เพราะว่าคุณสมัคร อาจจะข้องใจว่าทำไมคุณหญิงได้ออกมาพูดในช่วงนี้ เรื่องของการข่มขู่

ปานเทพ - คือผมไม่แน่ใจว่าความคิดของคุณสมัคร สุนทรเวช มีความสอดคล้อง กันแล้วหรือยังกับสิ่งที่ติดป้ายประกาศออกมา ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่บางคนในพรรคพลังประชาชนออกมาบอกว่า พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมด้วย คิดอย่างนี้เลยนะครับ หรือว่าความคิดในเรื่องของความสมานฉันท์ ความปรองดองกัน ติดป้ายอยู่ตอนนี้ ผมไม่แน่ใจว่าท่าทีคุณสมัคร จะเป็นท่าทีเดียวกันหรือเปล่า แล้วคนจะเชื่ออย่างนั้นไหม

สโรชา - จะไปปรองดองกันได้ไงละ ถ้าท่าทีเป็นอย่างนี้ ประกาศว่าจะยุบ คตส. ถ้าหากว่ามาเป็นรัฐบาล

ปานเทพ - หรือว่าอีกด้านหนึ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของในช่วง 2 สัปดาห์นี้ที่มีการเคลื่อนไหวทั้งจากคุณสุริยะใส กตะศิลา คุณพิภพ ธงไชย คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องของท่าทีของพรรคการเมืองใดก็ตามที่จะชนะการเลือกตั้ง หรือจะเป็นรัฐบาล และก็ออกมาเคลื่อนไหวว่า มีพรรคการเมืองใดก็ตามไม่ระบุชื่อนะครับ พยายามที่จะฟอกตัวคุณทักษิณ เชื่อได้ว่า ครป.ก็ดี แม้แต่พันธมิตรฯ ก็จะออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านพรรคการเมืองนั้นๆ โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นพรรคการเมืองไหน ใครก็ตามที่พยายามที่จะฟอกตัวคุณทักษิณ

นี่ก็เป็นท่าที ถามว่าเป็นท่าทีของพันธมิตรฯ ไหม ผมคิดว่าตอนนี้ยังไม่เรียกว่าเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะว่าหลังจากที่คุณทักษิณ ได้ออกจากตำแหน่งไปแล้วจากการรัฐประหาร คำว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ประกาศอย่างชัดเจนว่าได้สลายออกไปแล้ว สลายตัวในบทบาทของคำว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

สโรชา - แกนนำแต่ละท่านก็กลับไปสู่ที่ตั้งของตัวเอง

ปานเทพ - คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ก็กลับมายืนในสถานภาพมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ASTV คอยวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์บ้านเมือง คุณสุริยะใส กตะศิลา ก็ไปวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะ ครป. และก็แถลงข่าวทุกสัปดาห์ คุณพิภพ ธงไชย ก็ออกมาเป็นครั้งคราว คุณสมศักดิ์ ก็เช่นกัน อาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็ไปลงสมัครเป็นผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นแล้วต่างคนต่างกระจัดกระจายไปตามหน้าที่ของตัวเองที่มีบทบาท แต่ถามว่าพันธมิตรฯ เคยประชุมกันไหม ผมเชื่อว่าตอนนี้ไม่เคยมีการประชุมกัน

คำนูณ - ไม่เคยหลายเดือนแล้ว ถ้าจะมีก็อาจจะมาพบปะกินข้าวกันบ้าง

ปานเทพ - เป็นรายบุคคล ไม่เป็นทางการ

คำนูณ - แต่เรื่องที่จะประชุมเป็นเรื่องเป็นราว ในฐานะอดีตแกนนำไม่มีแล้ว ดูเหมือนว่าท่าทีของหลายท่าน โดยเฉพาะบางท่านก็ไม่ประสงค์ที่จะมีความเป็นพันธมิตรฯต่อไป

ปานเทพ - บางท่านก็คิดอย่างนั้นเลย

คำนูณ - โดยส่วนตัวผมก็เห็นด้วยนะ เพราะผมไม่อยากเห็น ยกตัวอย่างก็ได้ หมอเหวง หมอสันต์ สมาพันธ์ประชาธิปไตย เป็นองค์กรเฉพาะกิจที่เกิดขึ้นช่วงต่อต้าน พล.อ.สุจินดา คราประยูร 2535 ทีแรกก็มี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นพ.เหวง โตจิราการ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข ก็อยู่กันแบบเป็น 10 ปี ผมยังเคยวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ว่าผมว่ามันเป็นองค์กรอะไรที่มันแบบมันอยู่กันยืด ไม่มีที่มาที่ไป จนบัดนี้คุณหมอเหวงก็ยังเป็นสมาพันธ์ประชาธิปไตยอยู่ คือถ้ามันเป็นมีลักษณะเป็นองค์กรเฉพาะกิจเพื่อบรรลุภารกิจอะไรสักอย่าง

เมื่อภารกิจนั้นมันจบไป มันอาจจะไม่ใช่สัมฤทธิ์ผลหรอก มันจบไปในระดับหนึ่ง แต่ละคนก็จะมีภารกิจประจำของตัวเอง อันที่จริงแต่ละคนก็จะมีแนวทางของตัวเอง แน่นอนมีความเห็นร่วมกัน แต่ก็มีความต่าง ตอนเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถ้าจำกันได้นะครับ ความเห็นร่วมที่ยิ่งใหญ่นั้นมี แต่ความต่างในวิธีการก็มี ซึ่งก็พูดกันชัดเจน เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร คือพูดไปสื่อมวลชนก็คงจะไม่สนใจ ก็ยังคงใช้คำว่าพันธมิตรฯ กันอยู่หนาแน่น สนช.สายพันธมิตรฯ พอเขาไปอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ ก็ผู้สมัครสายพันธมิตรฯ ซึ่งอันที่จริงไม่เกี่ยวเลย

ผมจะยกตัวอย่างให้ใน สนช. เราก็คุ้นเคยกัน เราก็เคารพนับถือกัน โดยเฉพาะในช่วงชีวิตหนึ่งก็เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา แต่ไม่ได้แปลว่าจะต้องเห็นพ้องต้องกันในทุกเรื่อง แต่ก็มีความเอื้อเฟื้อเอื้ออาทรต่อกัน ผมไม่ยกตัวอย่างตัวผมต่อท่านอื่นนะ เอากันง่ายๆระหว่าง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ กับ พล.อ.ปานเทพ ภูวนาถนุรักษ์ ใครๆคิดว่าท่านต้องเป็นปาท่องโก๋ ใช่ไหม จริงๆแล้วไม่ใช่ ท่านอาจจะเห็นร่วมกันในส่วนใหญ่ แล้วก็ต่อสู้ไปในโทรเดียวกัน เมื่อวานนี้ทั้ง พล.อ.ปานเทพ และ น.ต.ประสงค์ ก็ลุยแหลกเรื่องมหาวิทยาลัยนอกระบบ ซัดฝ่ายเห็นด้วยหนัก

แต่ในวันนี้เรื่อง พ.ร.บ.ความมั่นคง พล.อ.ปานเทพ เป็นกรรมาธิการ ก็ลุกขึ้นสนับสนุน พ.ร.บ.ความมั่นคง อธิบายทุกคนว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้ แต่ น.ต.ประสงค์ ท่านอภิปรายคัดค้านอย่างแรงในวาระที่ 1 และวันนี้ท่านก็ไม่เข้าประชุม เพราะฉะนั้นมันไม่มีหรอกไอ้คำว่า สนช.สายพันธมิตรฯ ที่จะต้องมานั่งประชุมกัน "คำนูณ คุณทำอย่างนั้นนะ คุณไปลงชื่อ คุณพูดอย่างนี้นะ" ไม่ใช่

สโรชา - แม้กระทั่งผู้สมัครสายพันธมิตร ที่กระจายอยู่ในพรรคต่างๆ ก็ยังมีสายสัมพันธ์กัน

ปานเทพ - เขาไม่ได้มีการจัดตั้งเป็นกระบวนการ คำว่าพันธมิตรฯ คือเขาจะคิดกันอย่างนี้ บางองค์กรใหญ่โต

คำนูณ - พอเวลาไปเขียนกัน ผมเจอน้องๆนักข่าวผมก็บอกว่า น้องมันไม่หรอกพี่จะบอกให้ มันก็เป็นความเห็นเฉพาะตัว เฉพาะคน ที่เคยมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน เคยต่อสู้ร่วมกัน ยังมีความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน อะไรที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ก็ทำกัน แต่ไม่ใช่ว่าความเห็นทุกอย่างจะต้องเหมือนกันหมด อย่างกรณีที่เขียนกันไป เขียนกันมามันเหมือนกับว่าพันธมิตรที่เป็นองค์กรที่อาศัยอยู่ตรงนี้นะ คอยวางไว้นะดูแลเอ็นจีโอนะ คำนูณไปอยู่ในสภาซะ อย่าออกมาเล่นการเมืองนะ สำราญ ไปยึดประชาธิปัตย์นะ การุณเข้าไปในมัชฌิมาธิปไตย สมบูรณ์ ไปอยู่มัชฌิมาธิปไตยนะ

สโรชา - ใครนะ พี่ปอง

คำนูณ - คุณอัญชลี ไปเพื่อแผ่นดินบ้าง จะได้กระจายกันออกไป พอเข้ามาเจอกันปุ๊บ ทั้งหมดแถวตรงอย่างนี้นะครับ มันไม่ใช่นะครับ ชีวิตมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก และมันไม่มี คือพูดไปไม่รู้จะเชื่อหรือเปล่า แต่ความเป็นจริงมันเป็นอย่างนั้น

ปานเทพ - แม้กระทั่งวิธีการคิด การต่อสู้ทางการเมืองในอนาคตเนี้ย อย่างคุณสุริยะใส ก็มีความคิดว่าถ้าคุณทักษิณ มีขบวนการทางการเมือง พยายามไปฟอกตัวประชาชนออกมาเคลื่อน ก็เป็นความคิดของคุณสุริยะใส คุณพิภพ และก็มีความเชื่อว่าพันธมิตรก็จะเกาะกลุ่มกันเหมือนเดิม และก็มาต่อสู้รวมตัวกันชุมนุมเพื่อ ต่อต้านหรือขับไล่กระบวนการทางการเมือง ที่เข้ามาในระบบและก็พยายามฟอกตัวคุณทักษิณ นี่เป็นความคิดของเขานะครับ แต่ถ้าเป็นคุณสนธิเนี้ย คิดอีกแบบหนึ่งนะ อาจจะไม่ใช่แบบนี้ว่าบริบททางการเมือง เปลี่ยนไปเยอะมากแล้ว

คำนูณ - ก็เป็นที่ชัดเจนนะ ถ้าดูคุณสนธิ พูดตั้งแต่ยังเป็นพระอยู่ จนกระทั่งออกมาแล้วก็เริ่มพูดบ้าง และโดยเฉพาะที่โทรศัพท์เข้ามาในรายการวันนั้นก็ชัดเจนนะ เพราะคุณสนธิบินสูง หรือมองสถานการณ์ไปข้างหน้า

ปานเทพ - มองไปข้างหน้ามากกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อีก พอมองสูงก็ทำให้บางคนคิดว่า แปลกแยกจากพันธมิตรเดิม หรือแม้กระทั่งไปครหา ไปเขียนแบบไม่มีที่ไปที่มาว่า คุณสนธิไปขอขมาคุณทักษิณแล้ว ไปจับมือกันแล้ว

สโรชา - โจมตีกันแรงนะ

ปานเทพ - ไม่ใช่ครับ ยืนยันว่าไม่ใช่ และถ้าใช่ก็ไม่จำเป็นต้องมาทำกันตอนนี้หรอก ทำตอนที่ต่อสู้กันอย่างร้ายแรงที่สุด หรือว่ามีการต่อรองกันง่ายที่สุด ไม่มาทำในเวลานี้ ชั่งโมงนี้คุณสนธิกลับคิดไปในเรื่องบางอย่าง ที่มีความชัดเจนมากขึ้น ถึงวิธีคิดทางการเมืองและสังคม การเปลี่ยนแปลงทางสังคมใหม่ ในมิติใหม่ที่ท่านผู้ชมจะต้องรอดูผล ก็คือผลหลังจากต้นปี 2551 ช่วง มกราคม, กุมภาพันธ์

คุณสนธิก็จะออกมาในบริบทใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิม ก็ต้องลองดูดีกว่า ก็ให้เข้าใจตอนนี้แต่ละคนก็อาจจะคิดไม่เหมือนกันนะครับ แต่ก็ต้องถือว่าคำว่าพันธมิตรเนี้ย มันไม่ได้มีเอกภาพที่จะมีความคิด ขยับเขยื้อนพร้อมกันทั้งหมด มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น มันทำได้ก็ต่อเมื่อ เป้าหมายเหมือนกันหมดทั้งกลุ่ม ซึ่งก็อาจจะน้อยลงหรือมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับหัวข้อนั้นๆ ในครั้งหนึ่งเคยมองคุณทักษิณเป็นปัญหาของแผ่นดิน

สโรชา - มีภารกิจร่วม

ปานเทพ - มีภารกิจร่วมกันหมดเลย บอกว่าคุณทักษิณต้องไป แม้กระทั่งคุณทักษิณไปแล้ว ความคิดก็เริ่มต่างกันว่า

สโรชา - ไปแล้วควรจบ ไปแล้วไม่ควรจบ

ปานเทพ - มีเลือกตั้งต่อไหม พลังประชาชนเป็นอย่างไร หรือไม่ยุ่งกับมัน มองแนวทางอื่น คือตอนนี้มันมีสิ่งที่จะไม่เหมือนกัน ถ้าจุดเป้าหมายสุดท้ายไม่เหมือนกันเนี้ย แต่แน่นอนว่าบทบาทของแต่ละคน ต้องทำหน้าที่ไปนะครับ ไม่ได้แปลว่าทำผิด บทบาทหน้าที่ของกลุ่มทีเป็นเอ็นจีโอ คอยเคลื่อนไหวทำหน้าที่ต่อไปให้สมบูรณ์ เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นว่า เห็นบทบาทหน้าที่ของนักการเมืองที่ไม่ชอบ ประชาชนก็มีสิทธิที่จะเคลื่อนไหว ในยุคที่ประชาธิปไตยให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ ในยามที่สื่อเห็นว่าอะไรไม่ชอบมาพากล ASTV ก็ต้องรายงานทำหน้าที่ วิเคราะห์สถานการณ์ว่าอะไรผิดปกติ และมีทางออกว่าอย่างไร

คำนูณ - คือคนที่บทบาททางการชุมนุม ถ้าทำได้ก็ทำไป และควรทำ คนที่มีบทบาทอื่น คุณปานเทพออกรายการตอนเช้า ตอนกลางคืนก็มีบทบาท ผมเองมีบทบาททางนี้ก็ออกรายการ แสดงความคิดเห็น หรือผมมีบทบาทในสภาก็พยายามทำให้ดีที่สุดนะครับ คือมันไม่ใช่หมายความว่า ทุกคนจะต้องทำในบทบาทที่เหมือนกัน ผมพูดอยู่เสมอพวกที่มาชุมนุมหน้าสภา เลิกการพิจารณาเนี้ย ผมพูดไปก็จะหาว่าผมพูดไม่ดี ผมบอกให้มาเยอะๆ ผมพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจด้วยความจริงใจ ถ้าคุณมาแค่ 300 คน ไม่สนหรอก แต่ถ้าคุณมาซัก 2 หมื่น นะครับมีผล ไม่ต้องเข้าไปหรอกครับ 2 หมื่น

หน้าสภามันเป็นพลังที่มีความหมาย และน่าสะพรึงกลัว และเป็นเรื่องที่สมาชิกทุกคนจะต้องรับฟังนะครับ หรือว่า 3 หมื่น ได้ 5 หมื่น ได้ยิ่งดี แต่ถ้ามากันแบบแค่ปิดประตูหน้าสภา ผมก็ออกข้างหลัง เพราะว่าคุณก็ปิดได้แค่ประตูเดียวเท่านั้นนะ คุณมาวันแรกคุณจะปิดได้ 3 ประตู พอวันต่อๆ มาคุณปิดได้แค่ประตูเดียวนะ แล้วคุณก็ด่าอยู่ข้างนอก มันก็ไม่สำเร็จมันก็ไม่มีผล ที่ผมพูดเนี้ยพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความจริงใจ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เคยพูดในกรณีเรื่องมหาวิทยาลัยนอกระบบเนี้ย ขออนุญาตท่านโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตต่อตัว

ท่านเคยพูดว่า ผมบอกพวกเขาแล้วถ้าคุณคัดค้านกันอยู่อย่างหลอมแหลมๆ เช่นนี้ ชุมนุมกันที 10 - 20 คน และก็ชุมนุมแป๊ปเดียวแล้วก็กลับบ้าน มันไม่สำเร็จหรอก ก็เหมือนที่ท่านทำนั่นแหละ ท่านจะปักหลักพักค้างเมื่อไหร่ ท่านเอาจริง อย่างเรื่องกรณีเหล้าที่ตลาดหลักทรัพย์ จำได้ไหม

ปานเทพ - จำได้ครับ

คำนูณ - หรือท่านมาร่วมอยู่กับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อันนี้ก็คือเป็นความเป็นจริง ที่ต้องยอมรับ

สโรชา - คะ, พักกันสักครู่หนึ่ง เดี๋ยวกลับมาดูความเคลื่อนไหวของพรรคต่างๆ นะคะ ให้ครบเพราะว่าวันนี้มีการเคลื่อนไหว กันเยอะเหมือนกัน และก็มาดูประเด็นอื่นๆ ด้วย รวมไปถึงประเด็นที่นายกออกมาบอกว่า จะต้องหาข้อมูลให้ได้ละเอียดที่สุด เกี่ยวกับเรื่องการติดสินบน อดีตผู้บริหารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สักครู่เดียวคะ

( ช่วงที่ 2 )

สโรชา - กลับมาสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดินนะคะ ตอบคำถามคุณผู้ชมจากลพบุรี ที่บอกว่าจะสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของกฎหมายที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาได้ที่ไหน โปรดิวเซอร์ค้นข้อมูลมาให้ จดซักนิดนึงนะคะชื่อยาว www.ratchakitcha.soc.go.th

คำนูณ - ง่ายๆนะ ให้ท่านผู้ชมเข้าไปที่ google จะง่ายที่สุด แล้วก็พิมพ์ว่า "ราชกิจจานุเบกษา" แล้วก็พิมพ์ "สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา" มันก็จะขึ้น คุณก็เข้าไปที่เว็บ 2 ตัว นี้แล้วก็ลองค้นหาดู

สโรชา - วันนี้ต่อเนื่องเมื่อสักครู่นี้สำหรับพรรคพลังประชาชน หมอเลี้ยบ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค ออกมาพูดถึงประเด็นที่ว่า มีการต่อสายกันระหว่างคุณเฉลิม กับเสธ.หนั่น หมอเลี้ยบก็บอกว่าคุณสมัครก็ยังไม่ได้มอบหมายให้ใครดำเนินการเรื่องนี้นะ แล้วก็ยังไม่ทราบว่าจะมอบหมายให้ใครหรือเปล่าในการประสานระหว่างพรรคต่างๆในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็มีคนตั้งคำถามว่า ในเมื่อคุณเฉลิมบอกว่า สามารถต่อสายตรงถึงคุณทักษิณได้ ตัวจริงในพรรคคือใคร คงต้องเป็นคำถามที่รอดู ถึงจะได้คำตอบ คุณอภิสิทธิ์

วันนี้ก็พูดถึงการกลับมาของคุณทักษิณ ชินวัตร คุณอภิสิทธิ์ บอกว่าจริงๆแล้วก็อยากให้คุณทักษิณ กลับมา ไม่อยากให้เสียชื่อเสียงประเทศ เพราะว่าเมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้น ก็เสียชื่อเสียงของประเทศไปแล้ว การที่คุณทักษิณ อยู่ข้างนอก และไม่มั่นใจในศาลไทย ก็เสียชื่อเสียงของประเทศเช่นกัน จึงขอว่าอย่าทำร้ายประเทศอีกเลย คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า เรื่องของกลุ่มคนที่รักทักษิณ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในขณะนี้ ก็บอกว่าไม่เป็นไร ต่อให้มีคนรัก 99% ก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่ารักทักษิณ หรือไม่ แต่ทุกคนต้องอยากให้คุณทักษิณ กลับมาสู้คดีในประเทศ คุณบรรหาร ศิลปอาชา วันนี้ไปหาเสียงที่

ปานเทพ - เดี๋ยวขออนุญาตพูดประเด็นที่ผ่านมาพรรคพลังประชาชนพยายามจะเสนอว่าเลือกพรรคพลังประชาชน เพื่อเอาทักษิณกลับบ้าน คิดอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วนะครับ ทุกพรรคการเมืองบอกว่าเลือกพรรคไหนก็ได้คุณทักษิณกลับบ้านเหมือนกัน เพราะทุกพรรคก็บอกว่าจะเชิญคุณทักษิณ กลับมาประเทศไทย และก็พูดเหมือนกันก็คือ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่พึงจะต้องดำเนินการต่อไป คือไม่มีพรรคไหนได้เปรียบว่า เลือกพรรคนี้แล้วได้คุณทักษิณกลับบ้าน ไม่ได้ผลแล้ว

สโรชา - แต่พรรคพลังประชาชนเขาไมได้ตอบคำถามต่อว่าแล้วที่หนีหมายจับอยู่ตอนนี้ ถ้าเขากลับมาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ปานเทพ - ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไงครับ ตามครรลองกฎหมายว่าอย่างไร

สโรชา - คุณบรรหาร ผู้ที่หนังสือพิมพ์หลายฉบับบอกว่าอาจจะเป็นแคนดิเดตคนที่ 3 ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วันนี้ไปหาเสียงที่สุพรรณบุรี ลูกชายคุณบรรหาร คุณวราวุธ รวมไปถึงคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผู้สมัครเขต 1 ก็ไปหาเสียงร่วมกันทั้งครอบครัว คุณหญิงแจ่มใส คุณกัญจนา ก็ไป คุณบรรหารบอกว่าตอนนี้ไม่คิดเรื่องของนายกฯ ไม่พูดดีกว่าเดี๋ยวคนเขาจะหมั่นไส้เอา ตอนนี้ก็เดินหน้าหาเสียงอย่างเดียว ถามว่าเลือกคุณอภิสิทธิ์ พูดไปแล้วเมื่อคืนนี้จะชวนชาติไทยมาเป็นพรรคแรก คุณบรรหารบอกว่า ก็ถือว่าเป็นความปราณีของพรรคประชาธิปัตย์

ปานเทพ - วันนี้ข่าวเรื่องของ ททท.โยงกับที่พรรคเพื่อแผ่นดินเป็นไงบ้างครับ

สโรชา - วันนี้คุณจุฑามาศ ก็ออกมาประกาศลาออกจากผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน เขต 6 คือกรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี แล้วก็ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคเพื่อแผ่นดิน คุณจุฑามาศ บอกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดสินบนใดๆทั้งสิ้น ถ้าหากว่ามีการพาดพิงขึ้นมาก็จะฟ้องทันที มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพรรคเพื่อแผ่นดินก็ประกาศลาออกตั้งแต่วันนี้

ปานเทพ - วชิรมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ออกมาเปิดเผยว่า คุณจุฑามาศ ศิริวรรณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน โดยผ่านโฆษกพรรคเป็นผู้แถลง แล้วบอกวัตถุประสงค์เพื่อให้ขบวนการตรวจสอบการสอบสวนอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส จากที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกหมายจับผู้ต้องหาคดีสินบน ผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แลนประธานการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปี 2546 - 2549 และไม่ให้กระทบต่อพรรค และเป็นการแสดงจริยธรรมทางการเมองด้วย

คุณวชิรมณฑ์ บอกว่าการลาออกของคุณจุฑามาศ ถือเป็นการแสดงสปิริต ยืนยันว่ากรรมการบริหารพรรคไมได้บีบให้ลาออก หรือลอยแพ เป็นการแสดงความรับผิดชอบส่วนตัว พรรครู้สึกเสียดายที่สูญเสียบุคลากรที่สำคัญ และมีความสามารถไป และวันนี้พรรคถือว่าคุณจุฑามาศ ยังบริสุทธิ์ และพรรคหวังว่า จะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งตอนนั้นพรรคยังไม่ได้ตั้งขึ้น

สโรชา - จริงๆแล้วก็เน้นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดในปี 2546 เกิดก่อนที่จะมีการก่อตั้งพรรคนี้ เป็นเรื่องของอดีต อันนั้นค่อนข้างชัดเจนที่ออกมาประกาศวันนี้ แต่ว่าถ้าไปดูรายละเอียดของคดี ก็มีรายละเอียดมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดในการจัดตั้งบริษัทต่างๆของสามี ภรรยา คือ เจอร์เรอร์ กับ แพทริเชีย กรีน ก็คือมีการจัดตั้งบริษัท แล้วก็มีพยานบุคคล ซึ่งเอฟบีไอได้ไปสอบปากคำมา ระบุอย่างชัดเจนว่าก็มีการประชุมกันระหว่างอดีตผู้บริหาร ททท.ที่ว่านี้ กับคุณกรีน เป็นประจำ มีการประชุมกัน 2 ต่อ 2 ในที่สุดแล้วแผนการก็เป็นอย่างไร ก็จะให้ภรรยาเป็นผู้ปฏิบัติ แล้วก็มีการไปจัดตั้งบริษัทหลายต่อบริษัท

ถึงแม้ว่าบริษัทเหล่านี้ตามทะเบียนแล้วจะมีที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ที่แตกต่างกัน เพื่อจะทำธุรกรรมกับ ททท.เท่านั้นเอง เพื่อไม่ให้กลายเป็นว่าเป็นผู้รับประมูลเพียงเจ้าเดียว เลยแตกออกไปเป็นหลายๆ บริษัท แต่มีมูลค่าประมาณ 300 กว่าล้านบาท ในช่วงเวลาปี 46 - 49 เป็นมูลค่าของการติดสินบนประมาณ 56 - 58 ล้านบาท

ปานเทพ - วันนี้ที่ศาลปกครองก็มีเรื่องยื่นร้องต่อศาลปกครองให้พิจารณาในเรื่องของการเลือกตั้งล่วงหน้าว่าเป็นโมฆะ ศาลปกครองก็ได้พิจารณาไม่รับเรื่องนะครับ ให้จำหน่ายออกจากศาลระบบ เพราะมองว่าไม่ใช่อำนาจของศาลปกครอง ต้องเป็นอำนาจของศาลฎีกา เพราะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งโดยตรง เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องติดตาม เพราะว่าครั้งหนึ่งเมื่อการเลือกตั้งเมื่อ 2 เมษายน
 
ตอนนั้นศาลปกครองพิจารณาด้วย ว่าให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน เป็นโมฆะ แต่ครั้งนี้ศาลปกครองไม่พิจารณานะครับ ว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีผลอย่างไร ที่เสมือนกับว่ามีการเลือกตั้ง 3 วันนะ เพราะฉะนั้นการพิจารณาเรื่องนี้ต้องไปถึงศาลฎีกา ส่วนศาลฎีกาจะพิจารณาอย่างไร ก็ต้องติดตามดูให้ดีอย่างใกล้ชิดนะครับ

คำนูณ - มันไม่ทันแล้ว

ปานเทพ - แต่ดูกระบวนการตอนนี้ ไม่มีอะไรทันแล้ว วันที่ 23 ธันวาคม มีเลือกตั้งแน่นอน ภายใต้เงื่อนไข กกต. วันนี้ก็ยอมรับอย่างชัดเจนเลยว่า ใบเหลือง ใบแดง ออกไม่ทัน ก่อนวันที่ 23 ธันวาคม ที่พูดอย่างนั้นก็เพราะว่า ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เดี๋ยว กกต. จะออกรายการ "คนในข่าว" ต่อจากเรานี่นะครับ เพราะฉะนั้นวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้ ก็ต้องรับรู้ว่า

สโรชา - ระวังผู้ที่นั่งอยู่ในห้องรับรองด้านนอกด้วย

คำนูณ - ผมไม่กล้าแล้ว ตอนหลังบอกด้วยว่าใครมาออกรายการต่อ

สโรชา - มีการแอบโปรดิวเซอร์ด้วยนะคะว่า ต้องถามกันทุกวัน และก็ต้องบอกกันทุกวันว่าวันนี้ ใครมาออกคนในข่าว

ปานเทพ - ผมได้ยินคำร่ำลือกันมาอย่างนี้ ต้องฝากท่าน กกต. ที่จะออกรายการด้วย ผมเองก็ยังไม่เชื่อนัก

สโรชา - นี่จะพูดเรื่องโคโยตี้อีกหรือเปล่า

ปานเทพ - ไม่ใช่พูดเรื่อง กกต. เนี้ยแหละ จะฝากท่าน กกต. ว่ามีคนเขาครหาว่า เครือข่ายภายใต้ กกต. 5 ท่านเนี้ย ท่านเป็นคนที่มีความสุจริต เที่ยงธรรม มีความตรงไปตรงมา และก็คนอาจจะสงสัยบางท่านแหละครับ แต่ก็โดยภาพรวมเนี้ย คนเชื่อในความซื่อสัตย์ สุจริต ในภาพรวมนะครับ แต่เขาสงสัยกระบวนการข้างล่างลงมาเนี้ย ไม่ได้หมายถึงท่านเลขานะครับ หมายถึงข้างล่างลงมาทั้งหมดเนี้ยนะครับ

สโรชา - หมายถึง กกต. ท้องถิ่น

ปานเทพ - ไม่ใช่ครับ

คำนูณ - แต่เอาอย่างนี้ดีกว่า ล่างลงไปจากเลขาอีกทีหนึ่ง

ปานเทพ - พูดถูกคุณคำนูณ

คำนูณ - รองเลขาและกัน

ปานเทพ - รองเลขาลงมาเลยนะครับ เขาสงสัยว่ามีกระบวนการ ในการที่จะพยายามทำให้การสอบสวน มันล่าช้าและสำนวนคดีอ่อนหรือเปล่า

คำนูณ - คือเรื่องเนี้ยมันไม่ขึ้นมาสู่ กกต.

ปานเทพ - คุณแอ้มจำได้ไหม 600 กว่ากรณีเนี้ย ไม่รู้คัดกันอย่างไร จาก 100 ไปส่ง 20 และก็มีคนสงสัยว่าสำนวนอ่อนด้วย ก็เลยเป็นที่มาดูเหมือนว่าทำให้ กกต. เพิ่งจะรับรู้ว่ามันมีกระบวนการอะไร ที่ผิดปกติอยู่ข้างล่างในการที่จะตรวจสอบ อย่างระมัดระวังหรือไม่นะครับ ยังไม่นับที่ข้อสงสัยว่าเครือข่ายตั้งแต่ รองเลขาลงมาเนี้ย มีความสัมพันธ์กับ กกต. ชุดเก่า มากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่ช่วงระยะเวลาไม่กี่ปี ที่ผ่านมา

สโรชา - เป็นเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันไหม หรือเปล่าคะ เวลาตอนที่มีการพิพากษา แล้วก็บอกว่าปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

คำนูณ - คือมันเป็นชุดเดียวกันเนี้ยแหละ

ปานเทพ - ก็เอาเป็นว่า กกต. ชุดที่แล้ว เป็นชุดที่มีการสร้างองค์กรให้มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีมา กกต. เพิ่มจำนวนบุคลากร เพิ่มจำนวนคนที่มาเกี่ยวข้อง และก็บางคนมีข้อครหาด้วยซ้ำไป ว่ามีความสัมพันธ์กับธุรกิจ ของบางพรรคการเมืองด้วยซ้ำไปนะครับ บางคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ กกต. เป็นเจ้าหน้าที่ธรรมดาเนี้ยนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วก็อดทำให้คิดไม่ได้ว่า แล้วจะทำให้กระบวนการครั้งนี้ เป็นไปตามความบริสุทธิ์ ยุติธรรมอย่างเต็มที่หรือไม่ แต่วันนี้ได้ข่าวว่า กกต.ทั้ง 5 ท่าน รับทราบในปัญหานี้

คำนูณ - ก็แก้ปัญหาไปตั้งแต่วันก่อนแล้วละ ที่ผมเกริ่นนำ แต่อย่างว่ามันก็จะมีผลทำให้พอไปมีใบเหลือง ใบแดง หลังเลือกตั้ง แล้วเรื่องจะไปสู่ศาลฎีกาแล้ว

ปานเทพ - ทำให้เรื่องที่จะทำได้ก่อนการเลือกตั้ง ให้ใบแดงไปเลย ก็อาจจะไม่ทันแล้ว

คำนูณ - ทำให้หลังเลือกตั้งคงชุลมุนพอสมควร และก็จะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งด้วย อย่างที่บอกครับว่า พลังประชาชนเขาได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง คือวันนี้ทิศทางการข่าวของหนังสือพิมพ์ออกมาลักษณะที่พลังประชาชนมาแรงเหลือเกิน คอลัมนิสต์ที่เขียนกันรู้สึกจะพูดกัน 200 ขึ้นทั้งนั้น ซึ่งไม่ว่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร วิเคราะห์บริสุทธิ์หรือไม่ แต่ผลก็คือว่า ประชาชนเสพลับแนวโน้มอันนี้ แล้วพลังประชาชนเขาได้จากข่าวนี้ไปเต็มๆ เพราะว่าถ้าผลการเลือกตั้งออกมา สมมุติถ้าได้จริงตามนี้ก็ไม่แปลกอะไร

แต่ถ้าเขาได้น้อยกว่านี้เขาตีโพยตีพายโวยวายได้ "เห็นมั้ยก่อนหน้านี้ทุกสำนักก็บอกว่าผมมาเยอะ ที่ผมมาน้อยเพราะอะไร ทหารส่งคนไปบล็อกทุกพื้นที่ มาแกล้ง อำนาจรัฐจัดการ แล้วผมก็มาได้ใบเหลือง-ใบแดงอีก มันไม่เป็นธรรม มันตามล้างกันไม่สิ้น มันไม่ปรองดอง มันไม่สามัคคี" ก็สุดแสนจะว่ากันไป อันนี้ก็คือประเด็นที่น่าคิดที่เดียว สมมุติว่าขณะนี้มัน 200 ขึ้น ซึ่งผมเชื่อมาตั้งแต่ต้นนะ ที่ผมพูดไปวันนั้นจนผมถูกด่า ว่ามันไม่จริง มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่พอมันเป็นกระแสออกไปอย่างนี้ เขาเก็บตรงนี้ไป

และพอมันปรากฏว่าเขาได้สัก 170 นะ เขาโวยแหลกเลย วันนี้มีบางคนพูดตรงข้ามกับผม บอกว่ามันจะเกิดกระแส แต่ไม่ใช่กระแสประชาธิปัตย์ เขาบอกว่าจะเกิดกระแสทักษิณ เพราะว่าเขาบอกว่า 2 ส. 1.สงสาร 2.สะใจ สงสารคือแบบว่าโดนรังแกเหลือเกิน ผมก็ไม่คิดว่าคนไทยจะโง่ถึงขนาดนั้นนะ 2.สะใจ อันนี้ผมพอรับได้ สะใจที่ว่า "พวกมึงปฏิวัติกันมาปีกว่า ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง" แบบนี้ก็พอได้

ปานเทพ - เดี๋ยวนี้เขามีอย่างนี้คุณคำนูณ มียุทธวิธีใหม่ ทำให้เสียงที่ไม่ชอบนิมินีของพรรคไทยรักไทย ใช้คำนี้ดีกว่า ไม่ระบุพรรคการเมือง ให้แตกกระจายมากที่สุด ด้วยกระบวนการทั้งหมด 4 วิธี อันที่ 1 ก็คือเสนอให้เลือกพรรคการเมืองที่เป็นนอมินีของทักษิณ เพราะรักทักษิณ ก็แห่กันมาแล้วกลุ่มหนึ่ง 2.คืออ้างว่าเพื่อเป็นการต่อต้านรัฐประหาร เผด็จการ ต้องเลือกพรรคที่เป็นนอมินีของทักษิณ 3.รณรงค์ให้มีการโนโหวตให้มากที่สุด เพราะรู้ว่าคนโนโหวตเบื่อทั้ง 2 ข้างนี้ คือคนที่อย่างน้อยก็จะไม่เลือกให้กับพรรคที่เป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทยอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้นลดคะแนนลงไง หรือไม่ชอบทั้ง 2 ข้างให้น้อยลง เพื่อรู้อยู่แล้วว่าคนเหล่านี้จะไม่เลือกพรรคนอมินีของพรรคไทยรักไทย อันสุดท้ายก็คือ ให้พรรคเลือกกันกระจัดกระจายหลายพรรคการเมืองให้มากที่สุดที่ไม่ใช่พรรคนอมินีของพรรคไทยรักไทย ให้เสียงแตกมากที่สุด 4 กระบวนการนี้ดูเหมือนว่าจะขานรับในบางกลุ่ม นักวิชาการบางกลุ่มก็ขานรับโนโหวตมากๆก็มีนะครับ บางคนก็โนโหวตด้วยความบริสุทธิ์ใจ บางคนก็โนโหวตแบบมียุทธศาสตร์ ทำให้เกิดเสียงแตกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ชม ASTV เหลืออีกไม่กี่วันครับ ก็จะมีการตัดสินใจสุดท้ายว่าจะเลือกอะไรดีในพรรคการเมือง จะเลือกแบบมียุทธวิธีหรือไม่

คำนูณ - คือผมว่านาทีนี้มีอยู่ทางเดียวคือต้องเลือกทางยุทธศาสตร์ สเตรทตาจิก โหวต เลือกอะไรท่านผู้ชมเราคิดออก

ปานเทพ - ผมเสนออย่างนี้ ผมเสนอว่าพรุ่งนี้จะมาบอกว่า ไม่ต้องห่วงว่าจะมีวิธีพูดที่ไม่ให้ผิดกฎหมายเลย

สโรชา - ต้องตื้ด ตื้ด ตื้ด 4 ตื้ดเลย

ปานเทพ - เอาเป็นว่าพรุ่งนี้มาเรามาเล่าให้ฟังดีกว่าเวลาหมดแล้ว

สโรชา - ได้ พรุ่งนี้เรามาพบกับคุณผู้ชมตัวเป็นๆ

ปานเทพ - แล้วก็พูดเรื่องยุทธศาสตร์การลงเลือกตั้ง

สโรชา - วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง พรุ่งนี้ไม่ได้เป็นเทป จัดสด คุณคำนูณก็จะพยายามมา ถ้าหากว่ามาได้ หากว่าติดประชุมสภาฯ คงจะเป็นเรา 2 คนที่มาพบกับคุณผู้ชม จะได้พูดกันแบบถึงพริกถึงขิงว่าในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

คำนูณ - ผมต้องมาเป็นก้างขวางคอ

ปานเทพ - คอใครครับ

คำนูณ - เดี๋ยวคุณ 2 คน อยู่ใกล้กัน

สโรชา - จะดีไหมเนี่ย จะได้ไม่ต้องตื้ด ตื้ด ตื้ด เดี๋ยวกลับมาพบกันสดๆในวันพรุ่งนี้ สำหรับวันนี้ลาไปเพียงเท่านี้ สวัสดีคะ/สวัสดีครับ